เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 5 : การแก้แค้นของไวเคานต์ฮาเวิดสเตน (1)

เล่ม 1 ตอนที่ 5 : การแก้แค้นของไวเคานต์ฮาเวิดสเตน (1)

เล่ม 1 ตอนที่ 5 : การแก้แค้นของไวเคานต์ฮาเวิดสเตน (1)


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

เล่ม 1 ตอนที่ 5 : การแก้แค้นของไวเคานต์ฮาเวิดสเตน (1)

นิวเวิร์ลด์ ทวีปแห่งนี้ที่ได้รับแสงอันอบอุ่นสาดส่องด้วยความสงบสุขราวกับได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้า

ทว่า ร่องรอยที่หลงเหลือเอาไว้ผ่านประวัติศาสตร์นั้นเต็มไปด้วยคราบโลหิตและความรุนแรง

ช่วงเวลาแห่งความโกลาหลในประวัติศาสตร์ของนิวเวิร์ลด์ มันไกลเกินกว่าที่จะมีผู้ใดนึกออก

เผ่าพันธุ์นับพันต่างกระจัดกระจายเป็นกลุ่มของตนเอง จากนั้นสงครามอันไร้ที่สิ้นสุดก็บังเกิด โลหิตได้ชะล้างด้วยโลหิต ซากศพที่ทับถมจนกลายเป็นกองซากศพ ท้ายที่สุดแล้วยุคแห่งความโกลาหลก็ไม่มีกองกำลังใดที่มีสิทธิ์อันชอบธรรม มันเลวร้ายเกินกว่าจะกล่าวออกมา

อวตารของปีศาจนั้นหาได้แบ่งแยกเผ่าพันธุ์และโจมตีใส่ทุกผู้คน ด้วยพละกำลังของมัน ทั้งทวีปถูกย้อมไปด้วยสีโลหิตอันเข้มข้น

ทุกเผ่าพันธุ์คล้ายเด็กน้อยที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่ก่อนจะกลายเป็นร่างอวตารของปีศาจ พวกเขายังคงมีลมหายใจและสั่นเทิ้มอยู่ท่ามกลางความโกลาหลด้วยด้วยความหวาดหวั่น ผู้คนต่างเรียกมันว่าร้อยปีแห่งความมืดมิด

แต่ยิ่งโลกนี้ลึกล้ำไปด้วยความมืดมากเท่าใด มันก็ยิ่งขับเน้นให้แสงสว่างเด่นชัดมากขึ้น เมื่อสถานการณ์ของพวกร่างอวตารปีศาจมาถึงขีดสุด พวกมันต่างโดนขับไล่ไปด้วยแสงสว่างที่สาดส่อง

เจ็ดผู้กล้าที่หลงเหลือนามเอาไว้ในประวัติศาสตร์

มีสามคนที่เป็นมนุษย์ ที่เหลือเป็นคนแคระ เอลฟ์ ออร์ค และผู้กล้าชาวสัตว์อสูรนามว่า มาบัน

ที่ศูนย์กลางของทวีป พวกเขาจัดตั้งกองกำลังพันธมิตรอันแข็งแกร่งขึ้น จากนั้นเสียงกล่าวขานได้แปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะ ทีละหนึ่งทีละหนึ่ง พวกเขาได้ถูกบันทึกเอาไว้ในฐานะของเจ็ดผู้กล้าที่เอาชนะอวตารแห่งปีศาจได้

เพราะการหายไปของอวตารแห่งปีศาจ ผู้กล้าทั้งเจ็ดจึงเริ่มพูดถึงความปรารถนาของพวกตนออกมา

“ข้าปรารถนาแผ่นดินอันไพศาลและอุดมสมบูรณ์”

ผู้กล้าเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งสามต่างได้รับอาณาจักรของตนในนิวเวิร์ลด์

“ข้าปรารถนาป่าที่เปี่ยมไปด้วยชีวิต”

“ข้านั้นต้องการเปลวเพลิงร้อนแรงและศิลาอันแกร่งกล้า!”

“ข้าต้องการที่ราบชื้นและที่ว่างอันแห้งแล้ง”

เผ่าเอลฟ์ได้สิทธิ์ครอบครองป่า คนแคระครอบครองใต้พิภพ และเผ่าออร์คได้ดินแดนรกร้าง

สายตาของพวกเขาต่างมองไปยังผู้กล้านาม มาบัน

ผู้กล้ามาบันกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น

“ข้าปรารถนาที่จะเฝ้ามองพวกเจ้ารักษาคำสัญญาโลหิตจากใจของพวกเจ้า”

“แค่รักษาคำสัญญานั้นเอาไว้”

“เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว”

ผู้กล้ามาบันกล่าวคำนั้นและหายตัวไป

อาณาจักรของผู้กล้าทั้งหกได้ผุดขึ้นจนถึงกาลปัจจุบันในนิวเวิร์ลด์ หลังผ่านไปได้สองร้อยปี นิวเวิร์ลด์ก็ได้มาถึงยุคทองอันมั่งคั่ง

ทว่าในเวลานี้มันไม่ได้มีเพียงแค่ความมั่งคั่ง

ช่วงเวลาที่ผ่านมา คำสัญญาของสหายผู้กล้าทั้งหกได้ปันส่วนไปทีละน้อยจนจางหาย สองร้อยปีนี้กาลเวลาทำให้หลงลืมถึงความน่าหวาดหวั่นและชื่อเสียงครั้งอดีต

คำมั่นได้มลายหาย รอยแยกที่เกิดขึ้นเริ่มแผ่ขยายกว้างไกลจนผู้คนต่างพบเห็น

* * *

 

“อืม ครั้งนี้เราควรจะลองใส่อะไรลงไปดีนะ?”

อาร์ควางสมุนไพรที่ถือเอาไว้ลงไปในหม้อ

จากนั้น ของเหลวภายในหม้อก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ไม่ช้ามันก็เริ่มขึ้นรูปราวกับเป็นพุดดิ้ง

หลังจ้องมองพุดดิ้งนี้ด้วยสีหน้าจริงจังครู่หนึ่ง เขาหรี่ตาลงพร้อมกับตักพุดดิ้งนั้นขึ้นมา ความรู้สึกที่ท้องอ่อนแรงในตอนนี้กลับกลายเป็นเปี่ยมไปด้วยพลังงานที่พลุ่งพล่าน

 

=====

ท่านได้ทำเจลลี่โภชนาการสูงผ่านทักษะทำอาหารเพื่ออยู่รอด ค่าความอิ่มถูกเติมเต็ม 100% และภายใน 10 วินาที ค่าพลังชีวิต 200 หน่วยจะได้รับการฟื้นฟู

ค่าพละกำลังและความอดทนเพิ่มขึ้น 2 หน่วยเป็นเวลา 10 นาที ค่าสติปัญญาและความฉลาดถูกลดลง 2 หน่วย

=====

 

“เยี่ยม ครั้งนี้มันสำเร็จ”

อาร์คเป่าปากถอนหายใจและเก็บพุดดิ้งนั้นเอาไว้ในกระเป๋า

หลังจากที่เขาออกจากหมู่บ้านฮารัน อาร์คก็ออกเดินทางไปตามถนนที่ตัดผ่านเข้าไปในป่า ที่จริงการจะออกจากหมู่บ้านนั้น ผู้เล่นส่วนใหญ่จะมีเลเวลประมาณ 15 และมุ่งหน้าไปยังปราสาทแจ๊คสัน

แน่นอน ถ้าหากว่ามองจากสถานะของอาร์คในตอนนี้แล้วจะอย่างไรก็อยู่เพียงแค่เลเวล 10 ซึ่งมันออกจะต่ำกว่าคนอื่นไปบ้างจนทำให้เขารู้สึกว่ามันต้องมีอะไรยากเป็นแน่

แน่นอนว่าเลเวลมันคือรากฐานของเกม ด้วยเลเวลของเขาที่น้อยกว่านี่หมายความว่าเขานั้นอ่อนแอกว่ามาก!

นั่นก็เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกวาดล้างสุนัขป่าและหมาป่าทุกตัวที่พบเห็นขณะที่เดินตัดผ่านป่า ยามที่เขาฆ่าสุนัขป่าและหมาป่าไปราวสองร้อยตัวได้นั้น อาร์คก็เลเวลขึ้นถึง 16 ต้องขอบคุณชุดเกราะและดาบของเขาที่ตอนนี้แปรสภาพเป็นไอเทมทรุดโทรมราวกับมันพร้อมจะแตกสลายทุกเมื่อที่ไปสัมผัสเข้า

‘ไว้ไปถึงปราสาทแจ๊คสัน เราคงต้องหาทักษะซ่อมแซมมาใช้บ้างแล้ว’

ถ้าหากอุปกรณ์สวมใส่ล้ำค่าที่เขาได้รับมานี้แตกหักไป เขาคงไม่อาจข่มตานอนหลับได้หลายวันเป็นแน่

อาร์คเปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่เป็นชุดหนังที่ได้รับมาตอนเริ่มเกม จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปต่อ

เขาตั้งใจว่าจะใช้โอกาสนี้ยกระดับทักษะทำอาหารเพื่ออยู่รอดให้ดีขึ้น

ในตอนแรกเขาคิดที่จะลบทักษะนี้ทิ้งด้วยซ้ำหลังมันทำอาหารที่น่าเกียจออกมาหลายอย่างจนเกินไปและคิดจะไปเรียนวิธีการทำอาหารธรรมดา แต่การล่าปีศาจหนูกลับทำให้เขาเห็นประโยชน์ของทักษะทำอาหารเพื่ออยู่รอด

‘ไม่ว่ามันจะเป็นอาหารหรือว่าเป็นพิษเราก็ยังใช้งานมันได้’

กระทั่งว่าเขาตั้งมั่นพยายามที่จะยกระดับมันขึ้น แต่มันก็ไม่ง่ายเลย

ทักษะทำอาหารเพื่ออยู่รอดไม่ใช่การทำอาหารทั่วไป เขาไม่อาจผสมส่วนผสมหรือวัตถุดิบอย่างมักง่ายเพื่อดูผลลัพธ์ได้ ยามที่ส่วนผสมไม่มีความเข้ากันแม้แต่น้อย มันจะระเบิดเอาส่วนผสมทั้งหมดจนไร้ค่า

ท้ายที่สุด หลังลองอยู่กว่าร้อยครั้ง ในที่สุดอาร์คก็ทำสำเร็จไปถึงสิบห้าเมนู รวมถึงซุปพิษหอมฉุยนั่นด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีอะไรที่พอมีค่าอยู่บ้างอย่าง พริกผัดเปรี้ยวหวาน ชาสมุนไพรแจ่มใส รวมถึงที่เพิ่งสำเร็จไปไม่นาน เจลลี่มากโภชนาการ

พริกผัดเปรี้ยวหวานมันเป็นอาหารรสจัดที่ส่งผลต่อค่าพละกำลังเป็นการชั่วคราวให้เพิ่มขึ้น 10 หน่วย แต่หลังจากสิ้นฤทธิ์ ผู้เล่นจะต้องประสบกับสภาวะมึนงงอยู่หลายนาที นับได้ว่าเป็นอาหารที่อันตรายเอาเรื่อง หลังจากกินมันไป อาร์คได้ลองไปสู้กับหมาป่าห้าตัวจนเกือบตายเองแทน

ชาสมุนไพรสดชื่นนั้นเป็นชาที่เอาไว้ฟื้นคืนมานา มันอร่อยเกินจะกล่าว บ่อยครั้งที่อาร์คมักจะชงและดื่มมันระหว่างที่เดินทาง

และเขาก็ได้สิ่งหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยจะมีโอกาสได้ใช้มันเพราะต้องสู้กับหนู ทำให้ระดับทักษะของเขาเพิ่มขึ้นมากจนได้รับทักษะใหม่มาอีกสองทักษะ

 

=====

ทักษะมีผลต่อเนื่อง

• เชี่ยวชาญดาบ (ขั้นต้น : 26/100) ท่านจะไม่ได้รับผลเสียจากการใช้อาวุธประเภทดาบ
• ต่อสู้มือเปล่า (ขั้นต้น : 24/100) ยามที่ท่านต่อสู้ด้วยมือเปล่า พลังโจมตี ความแม่นยำ และการหลบหลีกของท่านจะเพิ่มขึ้น
• ทำอาหารเพื่ออยู่รอด (ขั้นต้น : 22/100) ท่านสามารถทำอาหารลึกลับด้วยส่วนผสมที่หาได้จากธรรมชาติ
• ความไม่ย่อท้อ (ขั้นต้น : 27/100) ยามอยู่ในสภาวะวิกฤต พลังโจมตี โอกาสการโจมตีคริติคอล และความสามารถในการฟื้นฟูจะเพิ่มขึ้น
• หาอาหาร (ขั้นต้น : 29/100) สามารถหาวัตถุดิบอาหารได้จากธรรมชาติ

=====

ทักษะเรียกใช้งาน

• เยียวยา (ขั้นต้น : 21/100) มอบความหวัง พลัง และความกล้าให้กับอีกฝ่าย ใช้พลังมานา 10 หน่วย
• จิตวิญญาณแห่งแมว (ขั้นกลาง : 103/300) มอบความหวาดกลัวต่อหนูและมอนสเตอร์ขนาดเล็ก ผนึกการเคลื่อนไหวของพวกมัน พลังโจมตี พลังป้องกัน และขวัญกำลังใจของเป้าหมายจะถูกลดลง ใช้พลังมานา 100 หน่วย
• จำแนกวัตถุดิบ (ขั้นต้น, มีผลต่อเนื่อง) : สามารถยืนยันผลลัพธ์พื้นฐานของวัตถุดิบอาหารที่ได้รับจากการใช้ทักษะ หาอาหาร เป็นเพราะท่านมีความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบอาหารที่มากขึ้น ยามที่ใช้ทักษะ หาอาหาร ท่านจะไม่ได้รับผลเสียจากวัตถุดิบ
• ร่างทรหด (ขั้นต้น, มีผลต่อเนื่อง) : แม้ว่าท่านจะอยู่ในสถานการณ์อันตรายยิ่ง ท่านจะได้รับความอดทนเพิ่มขึ้น พลังป้องกันของท่านจะเพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พลังป้องกันฉุกเฉิน การหลบเลี่ยงการโจมตีถึงตายเพิ่มขึ้น 30% ความสามารถในการฟื้นฟูเพิ่มขึ้น 5%

=====

 

จำแนกวัตถุดิบนั้นดูเหมือนจะเป็นทักษะที่ส่งเสริมการทำอาหารเพื่ออยู่รอด จะอย่างไรก็ตาม การได้รู้ว่าการเก็บเกี่ยววัตถุดิบจะมีพิษหรือไม่นั้นนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะแบบนี้เขาจึงสามารถผ่อนคลายความระวังที่จะเกิดเรื่องได้

ทักษะที่เหนือความคาดหมายคือ ร่างทรหด หลังการหลับตากินอาหารนับร้อยจานที่เขาทำด้วยทักษะทำอาหารเพื่ออยู่รอด ทักษะร่างทรหดก็ปรากฏขึ้น กับทักษะที่เผยขึ้นมานี้มันหมายความว่าทำอาหารเพื่ออยู่รอดนั้นอันตรายโดยแท้

อาร์คค่อนข้างพึงพอใจกับมันเอาการ

“ตอนนี้วัตถุดิบก็ใช้ไปหมดแล้ว ไปได้แล้วมั้ง?”

อาร์คตวัดกระเป๋าพาดไหล่จากนั้นจึงเริ่มออกเดินอีกครั้ง

เวลารุ่งสางเองก็สมจริง มันคือช่วงเช้าภายในนิวเวิร์ลด์

ขณะที่เขาถือกระเป๋าของตนเดินทางผ่านป่านั้น ลมเย็นเยือกได้เข้าปะทะกับใบหน้า กลิ่นของใบหญ้าที่ซึมซับผ่านรูจมูกได้ชะล้างปอดของเขาให้สะอาดขึ้น

หลายครั้งที่เขาคิดว่านี่มันออกจะวิเศษ นิวเวิร์ลด์เหนือล้ำกว่าเกมระดับเดียวกันจนทาบไม่ติด ดังชื่อของมัน นิวเวิร์ลด์ มันคือโลกใบใหม่อย่างแท้จริง

ทว่าประสบการณ์ที่อาร์คได้รับจากนิวเวิร์ลด์นั้นยังน้อยกว่าหนึ่งในร้อยของมันเสียอีก

อาร์คตระหนักถึงเรื่องนี้ได้หลังจากข้ามผ่านเนินเขาไป

“โห!”

เขาอดที่จะอุทานออกมาไม่ได้

ทุ่งใหญ่ที่แผ่ไพศาลเบื้องหน้านี้มีหอคอยซึ่งเป็นปราการของเมืองที่ตั้งตระหง่านสูงถึงท้องฟ้าอยู่ ที่จริงแล้วอาคารเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินดำ มันจึงงดงามจนน่าตกตะลึง แต่เหล่าเอ็นพีซีในหมู่บ้านฮารันได้บอกเอาไว้ว่า ปราสาทแจ๊คสันหาได้ใช่เมืองขนาดใหญ่ในนิวเวิร์ลด์นี้ไม่

‘เหลือเชื่อจริง ๆ หมายความว่ายังมีเมืองที่ใหญ่ยิ่งกว่าเมืองนี้อยู่ที่ไหนสักแห่งอีกสินะ’

หลังจากคิดเช่นนั้น หัวใจของเขาราวกับได้ชะล้างกลับเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้ง

ในที่สุดเขาก็ได้ออกมาจากพื้นที่เริ่มต้นจนมาถึงเมืองจริง ๆ ได้แล้ว

ขณะที่เขาเดินเข้าไปในปราสาท มันหาได้สวยงามดังที่เห็นจากภายนอก แต่ปราสาทแห่งนี้กับเปี่ยมไปด้วยพลัง

ในตอนนี้ก็มีผู้เล่นหลายคนที่หลุดพ้นจากการเริ่มต้นจนเข้าถึงเลเวล 50 ถึง 60 ได้กันแล้ว นั่นทำให้ท้องถนนในเมืองแห่งนี้ไม่อาจเทียบกับหมู่บ้านฮารันได้ มันเปี่ยมไปด้วยฝูงชน เหตุผลก็เพราะมันมีดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกค้นพบเป็นจำนวนมากอยู่รอบบริเวณที่ตั้งของปราสาทแจ๊คสัน

“หากต้องการความอบอุ่นและผาสุก โปรดเข้าร่วมกับเรากิลด์ฮาเดส”

“หากอยากเป็นนักรบที่แข็งแกร่งและเผชิญประสบการณ์จริงในสนามรบ เข้าร่วมกับกิลด์ขวานทมิฬเรา!”

“ไม้คทาราคาดีมีขายจำนวนจำกัดจ้า”

“หากต้องการทหารรับจ้าง ติดต่อหาเราได้เลย”

เขาได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากทุกทิศทาง บอร์ดแจ้งข่าวเองก็ตั้งอยู่ทั่วทุกหัวมุมถนนที่ปักเอาไว้ซึ่งกิลด์และร้านค้ามากมาย บอร์ดเหล่านั้นมักจะเต็มไปด้วยใบปลิวที่ต้องการหากลุ่มคบค้าสมาคม

ซุ้มของร้านขายของที่วางไว้กับทางเท้าทำให้ผู้คนไม่ง่ายนักที่จะสัญจรไปมา กับการใช้ชีวิตอย่างสงบที่หมู่บ้านฮารันมาถึงยี่สิบวัน อาร์คกลายเป็นคนไม่คุ้นชินจนยากจะปรับตัวรับสถานการณ์ได้

นอกจากดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกค้นพบแล้ว สิ่งที่ทำให้ปราสาทแจ๊คสันจอแจเช่นนี้ก็เพราะมีเอ็นพีซีจากหลายสาขาอาชีพเข้ามาอยู่ อีกทั้งยังมีเอ็นพีซีบางส่วนที่เข้าร่วมกิลด์มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ด้วย

กิลด์นับได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่สุดแสนจะสำคัญในเกม

ถ้าหากผู้เล่นหน้าใหม่รวมตัวกันจนได้รับข่าวสารมา พวกเขาจะช่วยกันจนสามารถผ่านภารกิจที่ยากเย็นได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกิลด์ถึงคอยจ้องมองหาผู้เล่นเลเวลสูงมาเข้าร่วม แต่อาร์คก็ไม่คิดว่าตนนั้นจะเข้าร่วมกับกิลด์ใด

เหตุผลแรกเลยก็คือความไม่ไว้ใจต่อผู้เล่นของเขามันฝังรากลึก อย่างที่สองคือแม้ว่าเขาจะลืมมันไปเป็นบางครั้ง แต่การเคลื่อนไหวของเขาในเกมนั้นแตกต่างจากผู้เล่นอื่น สำหรับอาร์คแล้ว นิวเวิร์ลด์ไม่ใช่เพียงแค่เกม แต่มันคือการทดสอบหน้าที่การงาน มันคงยากที่จะเข้าร่วมกิลด์จนต้องเสียเวลากระทำสิ่งอื่นไป

สิ่งที่อาร์คสนใจคือการเปลี่ยนอาชีพได้เมื่อถึงเลเวล 15

มันจึงเป็นเหตุผลใหญ่ที่ผู้เล่นมากมายมายังปราสาทแจ๊คสันหลังจากเลเวลเพิ่มขึ้นถึง 15 แล้ว

ในนิวเวิร์ลด์ อาชีพนั้นมีมากมายถึง 12 คลาสด้วยกัน

นักรบ นักธนู นักเวท หัวขโมย นักบวช และอื่น ๆ และถ้าหากต้องการลงลึกแล้วจะมีอีกหลายสาขาในแต่ละคลาสของอาชีพอีกทีหนึ่ง นั่นทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกอาชีพได้ถึงสองหรือสามสาขาเลยทีเดียว

“ค่าสถานะ”

 

=====

ชื่อตัวละคร : อาร์ค

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์

แนวโน้ม : ไม่มี

ชื่อเสียง : 150

เลเวล : 16

อาชีพ : ไม่มี

ฉายา : นักล่าหนู

พลังชีวิต : 360

พลังมานา : 100

พละกำลัง : 67

ความคล่องตัว : 77 (+2)

ความอดทน : 67

สติปัญญา : 16

ความฉลาด : 17

โชค : 17

ผลจากอุปกรณ์สวมใส่

ดาบคมประกาย : ความเร็วโจมตี +5

เกราะหนังหนูหมีสีดำ : ความว่องไว +2, ภูมิต้านทานความหนาว +20

=====

 

แม้ว่าค่าสถานะจะน้อยไปบ้าง แต่ทั้งหมดรวมกับที่เขาเลเวล 16 ด้วยแล้วนั้น นับได้ว่าเหมาะสมกับเลเวลแล้ว

หากมองเพียงแค่ค่าสถานะ ค่าสติปัญญาและความฉลาดนั้นออกจะต่ำไปบ้างถ้าเขาเลือกอาชีพสายเวทมนตร์ อาชีพที่เหมาะกับเขาน่าจะเป็นพวกเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ จนกระทั่งถึงตอนนี้อาร์คก็ใช้เพียงแต่การต่อสู้ เขาจึงเทค่าสถานะทั้งหมดไปยัง ค่าพละกำลัง ความคล่องตัว และความอดทน

‘หรือเราจะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนอาชีพเป็นนักรบเสียเลย?’

แม้ว่าพวกเขาจะเลเวล 15 เช่นเดียวกัน แต่ความแตกต่างของตัวละครที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนอาชีพนั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรมากมายนัก

ถ้าหากเขาเปลี่ยนอาชีพ เขาก็จะสามารถได้เรียนรู้ทักษะใหม่ที่เหมาะสมกับอาชีพนั้นได้ มันยังมีค่าโบนัสสถานะอีกมากมายที่จะเข้ามาเสริม รวมถึง ถ้าหากเขาทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพ เขาก็จะได้สาขาที่เหมาะสมของอาชีพนั้นอีก

ราวกับมันคือการผลัดใบ!

แต่อาร์คกลับส่ายศีรษะ

‘เรายังไม่รู้เลยว่าจะเปลี่ยนอาชีพอะไรถึงจะดี...’

อาร์คยังไม่เห็นพวกผู้เล่นที่เปลี่ยนอาชีพแล้วต่อสู้เลยสักคน

แม้ว่าเขาจะรู้ถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละคลาสอาชีพได้จากชื่อของมัน แต่มันก็ยังมีความแตกต่างระหว่างแต่ละเกมที่เป็นไป

ทักษะที่เกี่ยวข้อง มันคือทักษะที่เขาไม่อาจเรียนได้อีกหากเปลี่ยนอาชีพแล้ว เขาจะต้องพิจารณาและตัดสินใจให้ดี มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะนึกเลือกได้ตามอารมณ์โดยไม่ไตร่ตรองมันให้ดีเสียก่อน

‘ในนิวเวิร์ลด์ อาร์คก็คืออัตตาแห่งตัวเราเอง เราต้องเลือกให้ดี’

ถ้าหากเป็นเกมอื่นเขาคงเปลี่ยนอาชีพไปแบบไม่คิดอะไรมาก และถ้าไม่ชอบก็แค่ไปสร้างตัวใหม่ แต่ในนิวเวิร์ลด์มีเพียงแค่โอกาสเดียวที่จะได้เลือกมัน ความระมัดระวังของเขาจึงไม่มีอะไรที่มากเกินกว่าเหตุ

‘เอาล่ะ ตอนนี้ไปหางานล่าที่ปราสาทแจ๊คสันด้วยความสามารถที่มีกับไปดูพวกผู้เล่นที่เปลี่ยนอาชีพแล้วดีกว่า จะยังไงตอนนี้เราก็ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำอยู่ด้วย’

 

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 5 : การแก้แค้นของไวเคานต์ฮาเวิดสเตน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว