เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 091 – เหลือเฟือ

ตอนที่ 091 – เหลือเฟือ

ตอนที่ 091 – เหลือเฟือ


ตอนที่ 091 – เหลือเฟือ

 

ถังเทียนหมกมุ่นกับการฝึกฝน ความเบิกบานใจที่เขามิเคยประสบพบเจอมา ทำให้เขามิสามารถปลีกตัวออกเขาเองออกมาได้

ลุงทหารกล่าวว่าพลังของเขายังคงอ่อนแอ ดังนั้นพลังที่แท้จริงของจิตวิญญาณนักสู้ขั้นเงินมิสามารถที่จะปลดปล่อยได้อย่างเต็มที่ แต่การพัฒนาสัญชาตญาณของเขาเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า ยังคงมีผลต่อการพัฒนาพลังของเขาอย่างน่ากลัว เขาฝึกฝนอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย จนกระทั่งลุงทหารเตือนว่าเวลาแห่งความเพียรหมดลงแล้ว

กลับมายังรอยแยกของปราณ เขาก็หมกมุ่นฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

หลังจากสัญชาตญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น หลากหลายความรู้สึกที่เคยถูกละเลยปรากฏขึ้นมาในตอนนี้ ปราณมังกรสวรรค์ของถังเทียนที่มิเคยแสดงความคืบหน้าอันใด ตอนนี้กลับค้นพบมันใหม่ เขาสามารถที่จะรู้สึกคุณสมบัติของการระเบิดของปราณแท้จริงที่บรรจุอยู่ภายในตัวเขา

หลังจากที่เขาพบทิศทางของเขา ถังเทียนก็ยิ่งหมกมุ่นภายในการฝึกฝนของเขา

หลังจากสามวันผ่านไป จิ่งเหากลับมาอีกครา ในครานี้ ท่าทางของเขาที่มีต่อถังเทียนแปรเปลี่ยนเป็นตรงกันข้าม จากความรู้สึกราวกับเป็นผู้อาวุโสในก่อนหน้านี้ ในตอนนี้พวกมันต่างเท่าเทียบกัน

ถังเทียนพบเห็นจิ่งเหากำลังเข้ามา ดังนั้นเขาจึงหยุดลง “พี่ใหญ่จิ่งเหา!”

จิ่งเหามิสามารถปกปิดความยินดีของเขาและความเบิกบานใจ “น้องถังเจ้าช่างฝึกฝนหนักเหลือเกิน อย่างแรก ข้าจะต้องบอกกล่าวน้องถังเกี่ยวกับข่าวดี บุคคลระดับสูงได้ตัดสินใจที่จะเลื่อนขั้นน้องถังเทียนเพิ่มหนึ่งขั้น จากนักสู้ขั้นโลหะไปเป็นนักสู้ขั้นทองแดง มันมิใช่เพียงแค่ความวางใจของน้องถังที่มีในครานี้ แต่สามารถที่จะก่อเกิดจิตวิญญาณนักสู้ขั้นเงินได้ในขณะที่อยู่ขั้นสี่มันทำให้บุคคลระดับสูงอัศจรรย์ใจ น้องถังช่างมีอนาคตที่สดใส!”

ถังเทียนหัวร่อ “ข้ายังคงบกพร่องอยู่”

จิ่งเหาพบว่าถังเทียนมิค่อยมีความสุขกับมันมาก และรู้ในทันทีว่าถังเทียนรู้ถึงผลประโยชน์ของนักสู้ขั้นทองแดงเพียงเล็กน้อย ดังนั้น เขาจึงเริ่มที่จะอธิบายว่า “การมอบขั้นของนักสู้ขั้นทองแดงเป็นเรื่องค่อนข้างเข้มงวดภายในสมาคมนักสู้แห่งแสง นอกเหนือจากความสามารถแล้ว จะต้องมีความสำเร็จเช่นเดียวกัน สำหรับกลุ่มดาราที่อยู่ห่างไกล นักสู้ขั้นทองแดงมีฐานะเท่าหัวหน้าของสาขาย่อย นักสู้ขั้นทองแดงจะได้รับหินดาราระดับหกทุกเดือนและเขาจะได้เลือกยันต์จิตวิญญาณขั้นเงินระดับหกสามใบ หรือยันต์จิตวิญญาณขั้นทองระดับห้าหนึ่งใบ นอกจากนี้ นักสู้ขั้นทองแดงยังมีคุณสมบัติในการเข้าไปยังส่วนในการชุมนุมการแลกเปลี่ยนของสมาคมนักสู้แห่งแสง แต้มสะสมภายในปัจจุบันของถังเทียนมีมากกว่าห้าพันแต้ม มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งในบรรดานักสู้ขั้นทองแดง หมายความว่าน้องถังหาซื้อได้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการภายในการชุมนุมการแลกเปลี่ยน สมบัติ ยันต์จิตวิญญาณ แก่นจิตวิญญาณ และอื่นๆ”

“ห้าพันแต้มที่ถือว่ามากหรือไม่?” ถังเทียนตื่นเต้นมาก

จิ่งเหาส่ายหัวด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น “แน่นอนว่ามันมากมายนัก มิเหมือนข้าที่มีไม่ถึงแม้กระทั่งเจ็ดร้อยแต้ม”

ถังเทียนกล่าวตอบด้วยเสียง “โอ้”

“นี่เป็นผลตอบแทนจากสมาคมนักสู้แห่งแสง น้องถังสามารถที่จะตรวจสอบได้ถ้าเจ้าลองตรวจสอบป้ายสมาคมของเจ้า” จิ่งเหากล่าวต่อในทันที “บุคคลคนที่มีผลประโยชน์มากที่สุดในตอนนี้คืออาจารย์ของข้า อาจารย์ของข้าขอบคุณน้องถังเป็นอย่างยิ่ง ในตอนแรกเขาต้องการที่จะมอบชุดเกราะขั้นเงินแก่น้องถังเป็นของขวัญ แต่เมื่อรู้ว่าเจ้ามีนกยูงสีน้ำเงินอยู่แล้วจากผู้อาวุโสหน่ง เขาก็เปลี่ยนความคิด”

“เปลี่ยนความคิด...” ดวงตาของถังเทียนเบิกตา ภายในหัวใจของเขากระอัก ชุดเกราะขั้นเงิน มันแท้จริงแล้วเป็นชุดเกราะขั้นเงิน และมันปลิวหายไปเช่นนั้น เขามิสามารถแม้กระทั่งได้พบเห็นมัน

“ใช่แล้ว อาจารย์กล่าวว่าแม้ว่านกยูงสีน้ำเงินจะไม่เป็นที่รู้จักกันดี มันก็มีศักยภาพอย่างยิ่ง และมันยังมีพื้นที่สำหรับการพัฒนา ถ้าทำได้ดี มันอาจจะมิได้ด้อยค่าไปกว่าชุดเกราะธรรมดาขั้นเงินเลย ดังนั้นอาจารย์จึงหวังว่าน้องถังจะถนอมมัน หลังจากที่ไตร่ตรองอยู่นาน อาจารย์จึงตัดสินใจมอบสมบัติที่เขาเคยได้ใช้อยู่ต่อน้องถังเป็นของขวัญ

หลังจากที่กล่าวเช่นนั้น จิ่งเหาก็หยิบเอาสร้อยเงินและมันก็แขวนอยู่ที่วัตถุรูปร่างเป็นถังด้วยประกายสีเงิน

“นี่คือสมบัติดาราขั้นเงินจากกลุ่มดาราเครื่องสูบลม เรียกว่าสร้อยคอสูบลม กลุ่มดาราเครื่องสูบลมเป็นกลุ่มดาราขนาดเล็ก แต่สมบัติชิ้นนี้มีประโยชน์อย่างมาก” น้ำเสียงของจิ่งเหาเต็มไปด้วยความอิจฉา “อาจารย์ได้ยินมาว่าน้องถังมีเพียงขั้นสี่ของปราณแท้จริง ดังนั้นเขาจึงเลือกสร้อยคอสูบลมให้เป็นพิเศษ มันเรียกว่าเครื่องสูบได้เช่นเดียวกัน แท้จริงแล้วมันคือเครื่องสูบอากาศ มันสามารถดึงพลังจากสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความเข้มข้มของพลังโดยรอบถึงหนึ่งส่วนครึ่ง”

หลังจากที่ฟังคำแนะนำของจิ่งเหา ถังเทียนก็แสยะยิ้มในทันทีและรีบเร่งไปคว้าเอาสร้อยคอสูบลมและสวมใส่มันที่คอของเขา

เป็นที่แน่ใจแล้ว ถังเทียนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังรอบๆมีความเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ของดียิ่ง!

ทันใดนั้น ถังเทียนสามารถที่กำหนดคุณค่าของสร้อยคอนี้ การฝึกฝนปราณแท้จริงมันราวกับกังหันน้ำ การเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วนครึ่งอาจจะดูเหมือนไม่มากแต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ปริมาณที่ได้รับมันน่าตกใจอย่างยิ่ง

แม้ว่าจิ่งเหาจะรู้สึกอิจฉา เมื่อเห็นใบหน้าอันดีใจของถังเทียน เขาอดมิได้ที่จะหัวร่อ

แต่ไม่นาน ท่าทางของจิ่งเหาก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “มันมีบางอย่างที่ข้าคิดว่าเจ้าสมควรรู้ ข่งโหยวหลินตายตกแล้ว”

“ตายแล้ว?” ดวงตาของถังเทียนเบิกกว้าง และใบหน้าของเขาก็ปรากฏความสับสน เขามิได้ตกใจกับการตายของข่งโหยวหลิน แต่เขาตกใจที่จิ่งเหาได้รับข่าวอย่างรวดเร็วนัก

สมาคมนักสู้แห่งแสงช่างน่ากลัวจริง!

“อืม”  จิ่งเหาดูจะประทับใจ “แม้ว่าข่งโหยวหลินจะเป็นบุคคลที่จริงจัง เขาก็มิได้อ่อนแอ เขาไม่เพียงอยู่ในขั้นเจ็ดเท่านั้น เขายังมีชุดเกราะท่วงทำนองหงสา ชุดเกราะนี้มิได้ต่ำต้อยไปกว่านกยูงสีน้ำเงินของเจ้าเลย แต่คาดคิดว่าเขาถูกวางแผนเอาไว้ จนกระทั่งตอนนี้ สมาคมนักสู้แห่งแสงก็ยังคงทำการสืบสวนอยู่ น้องสาวของเขาข่งอี้อวี่ ผู้ที่ซึ่งเป็นหัวหน้าของสาขาภูเขากลุ่มดาราอมตะได้สาบานไว้ว่าจะล้างแค้นให้พี่ชายของนาง”

จิ่งเหามิคาดคิดว่าความตายของข่งโหยวหลินจะมีส่วนเกี่ยวกับข้องกับถังเทียน นอกเหนือจากนี้ ด้วยความสามารถขั้นเจ็ดของข่งโหยวหลิน ถังเทียนมิสามารถที่จะคุกคามเขาได้เลย

“ข่งอี้อวี่?” ถังเทียนกล่าวย้ำอย่างมิได้ตั้งใจ

“อืม นางก้าวข้ามไปขั้นแปดแล้ว” จิ่งเหากล่าวเตือน “ข้ารู้ว่าเจ้ามีความขัดแย้งกับนาง แต่ในตอนนี้มิใช่เวลาที่จะปะทะด้วย พลังของนักสู้ขั้นแปด มันยากเกินไปสำหรับเจ้าที่จะจินตนาการในตอนนี้ ช่วงที่กว้างระหว่างนักสู้ขั้นเงินคนหนึ่งและนักสู้ขั้นทองแดงมิสามารถที่จะข้ามขั้นได้อย่างง่ายดายนัก นี่เป็นความแตกต่างของพลัง สาเหตุที่บอกกล่าวเจ้าเพราะสมาคมนักสู้แห่งแสงจะมีการประชุมที่เมืองรุ้งดาราขาว และเจ้าอาจจะไปพบเจอนางเข้า”

ถังเทียนรู้ว่าจิ่งเหาดูแลเขาเป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงรีบพยักหน้า “ข้าจะไม่ผลีผลาม”

“ดีแล้ว” จิ่งเหาพยักหน้า “ตราบเท่าที่เจ้ามิได้ตอแยนาง นางมิสามารถที่จะทำอันใดเจ้าได้ เฮอะ ในฐานะกำลังของนิกายของเรา เพียงแค่ตระกูลข่งมิมีความสามารถพอที่จะตอแยพวกเราได้ เจ้าฝึกฝนให้ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง และรีบบรรลุไปยังขั้นห้าโดยเร็วเถอะ”

หลังจากสอนสั่งแล้ว จิ่วเหาก็จากไป แต่ก่อนที่จะจากไป เขาเหลือบมองไปยังทหาร จิ่งเหาได้กล่าวถามอาจารย์ของเขาเป็นพิเศษแล้ว แต่อาจารย์มิเคยได้ยินถึงจิตวิญญาณขุนพลที่แปลกประหลาดเช่นนี้

ถังเทียนกล่าวถามทหาร “นี่ลุง ขั้นแปดทรงพลังเพียงใดกัน?”

“พวกเขาสามารถที่จะแยกเจ้าได้เป็นชิ้นๆอย่างง่ายดาย” ทหารไม่แม้กระทั่งมองไปยังถังเทียน

“มิใช่ว่ากล่าวเกินจริงไปหรือ?...” ถังเทียนอุทานด้วยท่าทางที่ดูเกินจริง แต่ไม่นานก็ลูบคางของเขาอย่างจริงจัง “ดูเหมือนว่าข้ามิสามารถที่จะเกียจคร้านได้ เอ๊ะ?”

ทหารกลืนคำพูดที่แทบจะกล่าวออกมาจากปากของเขา คล้ายสหายผู้นี้ยังคงมีคุณค่าอยู่เล็กน้อย

ถังเทียนพลันยกแขนทั้งสองของเขาพลางโหร่อง “สู้สู้! มิยากที่จะเอาชนะขั้นแปด”

ทหาร “… …”

ถังเทียนพลันนึกถึงป้ายสมาคมของเขา ที่จิ่งเหาได้กล่าวว่าแต้มสะสมอยู่ภายในสามารถนำมาใช้ในการซื่อขายได้ ดังนั้นเขารีบเร่งหยิบออกมา

ยามเมื่อเขาหยิบป้ายสมาคมของออก เขาอุทานด้วยความประหลาดใจ เนื่องเพราะป้ายสมาคมจากสีดำคล้ายโลหะเปลี่ยนเป็นทองแดงในตอนนี้

“น่าทึ่ง มันเปลี่ยนสีได้ด้วย!” ถังเทียนอุทานขณะที่กระตุ้นป้ายสมาคม แผ่นป้ายคล้ายกับสมบัติ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปกับจิตวิญญาณนักสู้ และถังเทียนรู้สึกว่าทิวทัศน์เบื้องหน้าของเขาเปลี่ยนไป

ทันใดนั้น ถังเทียนก็บรรลุมายังชุมนุมการแลกเปลี่ยน และรายการสินค้าก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าเขา

มันมีสิ่งแปลกประหลาดมากมายอยู่ภายใน และแต่ละชิ้นติดป้ายด้วยจำนวนของแต้มสะสมตามคุณค่าของพวกมัน ส่วนมากเป็นสมบัติดารา แก่นจิตวิญญาณและยันต์จิตวิญญาณ ถังเทียนสนใจยันต์จิตวิญญาณมากที่สุด เขามีสมบัติดาราเพียงสองสามชิ้น ซึ่งมันมากเกินพอแล้ว อย่างไรก็ตาม ยันต์จิตวิญญาณของเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาระดับสี่ต่างยังคงขาดแคลนอยู่

ยันต์ขั้นทองที่จิ่งเหามอบให้เขาทั้งหมดต่างเป็นระดับห้า แต่พวกมันในตอนนี้มิได้ช่วยอันใดได้ ไซ่เหล่ยมอบให้เขาสองใบ หนึ่งคือ [เพลงเตะคู่สัมพันธ์] และอีกหนึ่งคือ [จตุมังกรสวรรค์] รวมกับ [แปดก้าวหยั่งรู้] ที่จิ่งเหามอบให้เขาก่อนหน้านี้

วิชาหมัด วิชาฝ่ามือ วิชาดัชนี วิชาห่วงโซ่สัมผัส และอื่นๆ จะต้องได้รับการประยุกต์ด้วยตัวเขาเอง

ขณะที่พลิกดูพวกมัน เขาก็ตระหนักได้ถึงความน่ากลัว มันมิมียันต์จิตวิญญาณที่ต่ำกว่าระดับหกเลย หลังจากนั้นเขาก็ขบคิดและเข้าใจ เนื่องจากนักสู้ขั้นทองแดงสามารถเข้าไปยังชุมนุมการแลกเปลี่ยนได้ และกำลังของพวกเขาจะต้องมิต่ำกว่าขั้นหก มันเป็นธรรมดาที่มันจะไม่มียันต์ระดับต่ำอย่างเช่นระดับสี่

อย่างไรก็ตาม ยันต์ทั้งหมดเหล่านี้มิได้แพงมากนัก ยันต์ขั้นเงินระดับห้า ราคาสูงสุดเพียงหนึ่งร้อยแต้มสะสม ถังเทียนพบเห็นยันต์ขั้นทองระดับห้า ซึ่งราคาเพียงแค่ห้าร้อยแต้มสะสม นึกถึงแต้มสะสมห้าพันของตัวเองแล้ว ถังเทียนพลันรู้สึกว่าร่ำรวย

หลังจากเลือกดู เขาก็พบนักสู้ผู้ซึ่งขายยันต์จิตวิญญาณโดยเฉพาะ นักสู้ผู้นี้ขายยันต์จิตวิญญาณหลากหลายเป็นอย่างมาก ราวกับเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญยันต์

ถังเทียนส่งข้อความลับไปหาอีกฝ่ายเพื่อสอบถามเกี่ยวกับยันต์ขั้นทองระดับสี่

อย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายก็ตอบกลับ “ว่าไง”

มินานหลังจากนั้น ถังเทียนก็ค้นพบว่าแท้จริงแล้วยันต์ขั้นทองระดับสี่ที่ชุมนุมการแลกเปลี่ยนแต่ละใบมันมีราคาเพียงสองร้อยแต้มสะสมเท่านั้น

ถังเทียนเลือกยันต์ขั้นทองสีใบในคราเดียว

[หมัดสั่นสะเทือน] [ฝ่ามือมีดดวงเดือน] [ดัชนีเผด็จการกราดเกรี้ยว]และ [อาภรณ์ไร้มลทิน]

หมัดสั่นสะเทือนมีความคล้ายหมัดจุลวินาศอย่างมากและถังเทียนพบว่ามันเหมาะสมกับเขาอย่างยิ่ง ฝ่ามือมีดดวงเดือนมีความแตกต่างจากวิชาฝ่ามือ ใช้ฝ่ามือราวกับมีดดวงเดือน ดัชนีเผด็จการกราดเกรี้ยว เป็นประเภทความทนทานของวิชาดัชนีและมีพลังที่แข็งแกร่ง และอาภรณ์ไร้มลทินเป็นวิชาการต่อสู้ที่ค่อนข้างน่าประทับใจของวิชาห่วงโซ่สัมพันธ์ ตราบเท่าที่บุคคลหนึ่งเข้ามาใกล้ การเปลี่ยนแปลงพลังของศัตรูเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้ผู้ใช้สามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที

วิชาห่วงโซ่สัมพันธ์เป็นวิชาที่มีคนใช้น้อย ขณะที่อาภรณ์ไร้มลทินเป็นวิชาข้อต่อที่มีชื่อเสียง มันแตกต่างจากวิชาอื่น ด้วยมีระดับความยากอย่างชัดเจน ในความจริง มันอาจจะเพิ่มการอธิบายของการเพิ่มขึ้นปราณแท้จริงของนักสู้ นั่นหมายความว่าจนกระทั่งขั้นหก ถังเทียนมิจำต้องฝึกวิชาห่วงโซ่สัมพันธ์อื่นอีก

แท้จริงแล้ว มิใช่เพียงวิชาห่วงโซ่สัมพันธ์

ในความจริงกระบวนการวิชาการต่อสู้ในตอนนี้ โครงสร้างเป็นรูปแบบแกนหมุน มันเริ่มจากพื้นฐานการต่อสู้ และค่อยๆเพิ่มขึ้น ด้วยการขยายตัวอย่างหลากหลายได้อย่างรวดเร็วและยามเมื่อมันแปรเปลี่ยนเป็นขั้นสูงขึ้น ความหลากหลายก็จะหมดลงอย่างรวดเร็ว นี่หมายความว่าพวกมันมีความแพร่หลายในการหลอมรวม

มิว่าวิชาการต่อสู้อันใด ยามเมื่อฝึกฝนจนถึงขั้นสูง มันจะต้องหลอมรวมกันอย่างแน่นอน

หลังจากที่ได้รับยันต์ขั้นทองทั้งสี่แล้ว ถังเทียนก็ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะใช้แต้มสะสมไปถึงแปดร้อยแต้ม เขามิได้รู้สึกลำบากใจอันใด แต้มเหล่านี้เขาได้มันมาอย่างง่ายดายสำหรับถังเทียนที่รู้ถึงสมบัติสำหรับพวกเขา จิ่งเหาได้อยู่ภายในสมาคมนักสู้แห่งแสงมาอย่างยาวนาน แต่เขาเพียงมีเจ็ดร้อยแต้มสะสม สิ่งที่ถังเทียนใช้มันในวันนี้ มันเหนือกว่าทรัพย์สินทั้งหมดของจิ่งเหาซะอีก

นี่เป็นคราแรกของถังเทียนที่จะฝึกฝนยันต์ขั้นทอง ยันต์ขั้นทองและยันต์ขั้นเงิน แท้จริงแล้วจะแตกต่างกันเพียงใด?

เขาแทบอดใจมิไหวที่จะใช้ออก [หมัดสั่นสะเทือน] ยันต์ขั้นทอง

 

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 091 – เหลือเฟือ

คัดลอกลิงก์แล้ว