เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 125 ความปรารถนาที่จะมีชีวิต ***มีข่าวร้ายแจ้ง***

บทที่ 125 ความปรารถนาที่จะมีชีวิต ***มีข่าวร้ายแจ้ง***

บทที่ 125 ความปรารถนาที่จะมีชีวิต ***มีข่าวร้ายแจ้ง***


อาคารรัฐบาลอำเภอหย่งหยาง สำนักงานแห่งหนึ่งบนชั้นสอง ใกล้จะหมดเวลาพักเที่ยงแล้ว

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของอำเภอหย่งหยางหลายคนรวมตัวกันอยู่ตรงมุมห้อง พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย

หัวข้อเริ่มต้นจากเนื้อตุ๋นที่มีมันฝรั่งมากกว่าเนื้อในโรงอาหารตอนเที่ยง ลากยาวไปถึงชุดชั้นในกันหนาวที่แจกใหม่ สุดท้ายก็วกกลับมาที่เรื่องงาน

"เฮ้อ พูดจริงๆ ตอนนี้ทำงานมันไม่มีอะไรน่าสนุกเลย"

ชายที่มีแนวผมร่นไปถึงกลางศีรษะลดเสียงลง

"เมื่อก่อนนะ เหนื่อยก็เหนื่อยหน่อย แต่มีความหวัง ตอนนี้ล่ะ? ประชุมทุกวัน กรอกแบบฟอร์มทุกวัน ทำแต่งานจุกจิก แล้วมันต่างอะไรกับการทำงานกระจอกงอกง่อย?"

"ใครว่าไม่จริงล่ะ" อีกเสียงหนึ่งเห็นด้วย "เมื่อก่อนอยู่ที่หย่งหยาง พวกเราก็ถือว่าเป็นคนกันเอง ตอนนี้กลับกลายเป็นคนนอกไปซะได้ เป็นลูกเมียน้อย"

พอเปิดประเด็นขึ้นมาแล้ว ก็หยุดไม่อยู่

ทุกคนรู้กันโดยปริยาย เลื่อนหัวข้อไปสู่ชื่อที่ทำให้พวกเขาทั้งเคารพทั้งกลัว แถมยังมีความไม่พอใจอยู่บ้าง

หม่าเจิ้นหัว

เลขาธิการคณะกรรมการอำเภอหย่งหยางคนปัจจุบัน ควบตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการอำเภอ

"ถ้าให้ฉันพูดนะ หมากนี้ของผู้เฒ่าหม่า เดินหมากได้มั่นคงเกินไป"

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเบ้ปาก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูถูก

"มั่นคงจนออกจะ...ขี้ขลาดไปด้วยซ้ำ"

"ตอนที่ยฺวินซาน ฟื้นฟู พวกเราอำเภอหย่งหยางไม่มีความดีความชอบก็ยังมีผลงานใช่ไหม ที่นั่นน่ะ เอาเงินก้นถุงออกมาทุ่มสุดตัวเพื่อสนับสนุนแนวหน้าเลยนะ ถ้าเขาฉวยโอกาสนี้ ตีสนิทกับเลขาธิการฉินมากหน่อย อาศัยผลงานสนับสนุนตั้งแต่แรกเริ่ม ยังไงก็ได้คำอธิบายให้พวกเราอำเภอหย่งหยางบ้างใช่ไหม?"

"ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า เขาไม่แย่งไม่ชิง เฝ้าแต่อำเภอหย่งหยางที่เล็กนิดเดียว ตัวเองน่ะสบายไป แต่พวกเราล่ะ?"

ใช่แล้ว

ทำไมถึงไม่ไปล่ะ?

ผู้บัญชาการฉินเจิง เข้าควบคุมยฺวินซาน จัดตั้งคณะกรรมการเมืองยฺวินซานขึ้นใหม่ ทุกคนคิดว่า หม่าเจิ้นหัว "ขุนนางที่สนับสนุนตั้งแต่แรกเริ่ม" คนนี้ คงจะได้รับส่วนแบ่งบ้าง

เขาได้เลื่อนตำแหน่ง พวกเขาพวกอำเภอหย่งหยางก็จะมีหน้ามีตาไปด้วย ไปนั่งตำแหน่งดีๆ ในแผนกต่างๆ ของเมือง มันเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

แต่ผลลัพธ์ล่ะ?

หม่าเจิ้นหัว ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการคณะกรรมการอำเภอหย่งหยาง ควบตำแหน่งผู้บัญชาการกองบัญชาการอำเภอ

คราวนี้ สถานะของพวกอำเภอหย่งหยางก็กลายเป็นกระอักกระอ่วนอย่างมาก

"ใครว่าไม่จริงล่ะ"

เจ้าหน้าที่ที่อายุน้อยกว่าคนหนึ่งรีบพูดต่อ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่กดไว้ไม่อยู่

"เขาไม่ไปเอง แต่กลับทำให้พวกเราลำบากไปด้วย"

"ดูพวกที่มาใหม่สิ แต่ละคนโอ้อวดเก่งชะมัด แผนกสำคัญๆ ในคณะกรรมการอำเภอและกองบัญชาการ มือหนึ่งเป็นคนของเราก็จริง แต่รองล่ะ? เป็นคนที่ถูกย้ายมาจากอำเภออันเหอทั้งหมด"

"ได้รับการเลื่อนตำแหน่งมาจากพวกตัวอย่างแรงงาน ผู้ปฏิบัติงานขั้นสูง รากเหง้าถูกต้อง"

เจ้าหน้าที่ที่ไม่พูดอะไรมาตลอด ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา

"พวกเราที่ทำงานอย่างจริงจังมาครึ่งค่อนชีวิต กลับกลายเป็นคนช่วยงานให้พวกเขาไปซะได้"

"รองที่มาใหม่ในแผนกของฉัน เมื่อก่อนเป็นแค่หัวหน้าโรงงานในอำเภออันเหอ โธ่เอ๊ย ตอนนี้ถือสมุดเล่มเล็กๆ ทุกวัน ชี้หน้าสั่งงานที่ฉันรับผิดชอบ"

"ฉันฟังแล้วปวดหัวไปหมด"

"เขาจะไปรู้อะไรเรื่องงานบริหาร"

คำพูดนี้จุดชนวนระเบิดขึ้นมา บรรยากาศร้อนแรงขึ้นในทันที

"นั่นน่ะสิ! พวกมือใหม่มาแนะนำพวกมืออาชีพ!"

ชายคนแรกที่มีแนวผมร่นจนน่าเป็นห่วงยิ่งตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ

"ฉันบอกพวกนายเลยนะ ถ้าปล่อยไว้นานๆ แบบนี้ ทีมงานก็จะไม่สามารถนำได้ พวกนั้นจะไปรู้อะไรเรื่องการจัดการ ปล่อยให้พวกเขาทำไปเรื่อยเปื่อย ไม่ช้าก็เร็วจะต้องเกิดเรื่อง"

"หุบปาก!"

เสียงตะโกนห้ามอย่างรวดเร็ว

คนที่พูดคือเจ้าหน้าที่อาวุโสที่อายุมากที่สุดในที่นั้น ผู้เฒ่าหลิว

เขาใช้มือข้างหนึ่งปิดปากของคนคนนั้นไว้แน่น อีกมือหนึ่งชี้ไปที่ประตูอย่างตื่นตระหนก ส่งสัญญาณให้เขาหุบปาก

ในสำนักงานเงียบสงัดลงในทันที

ผู้เฒ่าหลิว มองไปทางประตูสำนักงานอย่างหวาดระแวง ตรวจสอบว่าประตูปิดสนิทดีแล้ว จากนั้นก็ยื่นตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างทุกคน ริมฝีปากแทบจะไม่ขยับเลย กระซิบออกมาสามคำ

"หมวกสีฟ้า..."

คำๆ นี้เหมือนมีเวทมนตร์วิเศษบางอย่าง

มันดับความไม่พอใจและความขุ่นเคืองที่เพิ่งจุดขึ้นในใจของทุกคนลงในทันที

คนที่เพิ่งฮึกเหิมอยู่เมื่อครู่ สีหน้าซีดเผือดลงในพริบตา

ทุกคนโดยสัญชาตญาณ หันศีรษะไปมองประตูสำนักงานที่ปิดสนิท

พวกเขากลัวแม้แต่จะกระพริบตา

กลัวว่าในวินาทีถัดไป ประตูบานนั้นจะถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ

จากนั้น เจ้าหน้าที่ทหารหนุ่มที่สวมหมวกทหารสีน้ำเงิน ใบหน้าไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบเหมือนเหยี่ยว จะยืนอยู่ที่ประตู

เขาจะกวาดสายตาไปรอบๆ สุดท้ายก็จะหยุดอยู่ที่ใบหน้าของคนใดคนหนึ่งในพวกเขา

จากนั้น เขาจะพูดออกมาอย่างเย็นชา

"สหาย คณะกรรมการวินัย มีประชาชนแจ้งว่าพวกท่านแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมในเวลาทำงาน ขอเชิญไปกับพวกเราหน่อย"

แค่คิดถึงภาพนั้น ก็ทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้

พวกเขาล้วนเป็นพวกโชกโชนที่คลุกคลีอยู่ในระบบมานานหลายปี รู้ดีว่าคำว่า "วินัย" สองคำนี้หมายถึงพลังอำนาจอะไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระเบียบที่สร้างขึ้นด้วยเลือดและไฟนี้

ความเงียบที่น่าอึดอัด ดำเนินต่อไปเกือบหนึ่งนาที

"เอ่อ...พูดไปแล้ว ก็ยังมีอะไรให้ทำ ยังดีกว่าไม่มีชีวิตล่ะนะ..."

ก็ยังเป็นชายคนนั้นที่มีแนวผมร่นจนน่าเป็นห่วง พูดออกมาอย่างแห้งๆ

"วินัยเข้มงวด! ใช่แล้ว วินัยเข้มงวด! ดูคณะกรรมการพวกเราสิ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สั่งอะไรก็ทำตาม ประสิทธิภาพในการทำงานนี่ สูงกว่าเมื่อก่อนไม่รู้กี่เท่า"

พอเขาเปิดประเด็นขึ้นมา คนอื่นๆ ก็เหมือนตื่นจากฝัน

"ใช่ๆๆ"

"ฉันว่าแล้ว ว่าต้องจัดการแบบนี้ ครูที่เข้มงวดเท่านั้นถึงจะสร้างศิษย์ที่ดีได้ ไม่มีกฎระเบียบก็ไม่มีแบบแผน"

"แถมฉันดูแล้ว พวกสหายใหม่ที่มาจากอำเภออันเหอน่ะ ทัศนคติในการทำงานนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย"

เจ้าหน้าที่อีกคนรีบเสริม

"ถูกต้อง! มีแรง มีพลัง! คุ้มค่าให้พวกเราที่เป็นเจ้าหน้าที่เก่าๆ เรียนรู้อย่างจริงจัง ทบทวนตัวเองให้ดี!"

"ใช่ๆๆ เรียนรู้! ทบทวน!"

เจ้าหน้าที่หนุ่มที่ก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยความคับข้องใจ ตอนนี้ก็พยักหน้าไม่หยุด หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น

"ฉันว่าความคิดของฉันเมื่อกี้มีปัญหามาก แคบเกินไป สายตาของผู้บัญชาการสูงสุด มองในภาพรวม เราจะไปคาดเดาอะไรได้? ฉันต้องเขียนรายงานการทบทวนตัวเองอย่างละเอียด"

ในชั่วพริบตา มุมห้องก็เต็มไปด้วยอากาศที่สดชื่น

แต่บรรยากาศนี้ ฟังยังไงก็ยังไงอยู่

จะตลก ก็ตลก

คนที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนแทบอยากจะกลืนกินคนที่มาใหม่เข้าไปทั้งเป็น ตอนนี้กลับนั่งตัวตรง แต่ละคนยกย่องวินัยของคณะกรรมการและความขยันขันแข็งของเพื่อนร่วมงานใหม่อย่างบ้าคลั่ง

ผู้เฒ่าหลิวไม่ได้พูดอะไรมาตลอด เพียงแต่มองดูพวกเขาแสดง

จนกระทั่งหัวข้อที่ทำให้ถึงตายนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ เขาถึงค่อยโล่งอก

เพื่อดับไฟที่อาจจะปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างสิ้นเชิง เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองไปยังท้องฟ้าที่มืดมัวนอกหน้าต่าง

เขาแสร้งทำเป็นสบายๆ ยืดเส้นยืดสาย ใช้ท่าทางที่คุยเล่น เปิดปากพูดอย่างช้าๆ

"พูดถึง ฤดูหนาวที่นี่ของเราก็ยังดี..."

"ไม่รู้ว่าทางตะวันออกเฉียงเหนือจะเป็นยังไงบ้างตอนนี้..."

(จบตอน)

***ข่าวร้าย***

นิยายเรื่องนี้โดนตัดจบในอีกไม่กี่ตอนข้างหน้า

ทางเว็ปต้นฉบับ ผู้แต่งบอกว่าถูกแจ้งให้กลับไปแก้ไขเนื้อหาบางส่วนในตัวนิยาย ถึงจะสามารถลงเว็ปต่อได้ ซึ่งผู้แต่งก็ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร

จากสถานการณ์ล่าสุด นิยายเรื่องนี้ถูกตัดไว้ที่ตอน 153 แล้วตอนที่ 154 ก็เป็นการรวมเรื่องราวทั้งหมดและไอเดียทั้งหมดของผู้แต่งมาสรุปจบ เป็นการตัดจบแบบสรุปเรื่อง ซึ่งเราก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันก็คงเป็นขั้นตอนดังนี้ ยึดเมืองไปเรื่อยๆ ใหญ่ขึ้น พัฒนาไปเรื่อยๆ จนเป็นระดับประเทศ และกอบกู้โลกสำเร็จ

แม้จะเป็นบทสรุปที่ผู้อ่านและผู้แปลคงคาดเดาได้อยู่แล้ว แต่ผู้แปลก็อดเสียดายเรื่องราวระหว่างทางไม่ได้เลย แม้เนื้อหาจะมีแค่ยึดเมืองไปเรื่อยๆ แต่ที่ผ่านมาผู้แต่งก็สร้างสรรค์เรื่องราวที่สนุกและปลุกใจมาได้อย่างดี

สุดท้ายนี้ ผู้แปลก็จะยังคงแปลไปจนสุดทางเท่าที่มี ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

ขอบคุณครับ

จบบทที่ บทที่ 125 ความปรารถนาที่จะมีชีวิต ***มีข่าวร้ายแจ้ง***

คัดลอกลิงก์แล้ว