เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้าน

บทที่ 23: ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้าน

บทที่ 23: ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้าน


วันรุ่งขึ้น

หวางฝู่ตระกูลเย่เงียบมาก  เหล่าคนรับใช้ต่างก้มหน้าก้มตาทำงานกันอย่างหนัก  พวกมันไม่กล้าเอาเวลาไปซุบซิบนินทาเหมือนปกติ

เย่เซิงตื่นแต่เช้าตรู่และเห็นว่าทหารองครักษ์ได้เข้ามาทำหน้าที่เฝ้ายาม  พวกเขาอยู่ทุกหนทุกแห่งของหวางฝูตระกูลเย่  ประจำการอยู่รอบด้านทั้งในและนอก  ยกเว้นภายในห้องส่วนตัวของสมาชิกในครอบครัว  ทุก ๆ ห้าเก้าล้วนมีทหารองครักษ์ยืนอารักษ์ขาอยู่ตลอดทาง

เย่เซิงรู้ว่าผู้องครักษ์เหล่านี้มาเพื่อแสตนบายคอยคุ้มกันองค์จักรพรรดิรัชกาลที่สองของต้าฉินที่จะเสด็จมาร่วมงานเลี้ยง

จักรพรรดิองค์นี้แตกต่างจากองค์ก่อน  ตลอดสิบเจ็ดปีที่ขึ้นครองราชย์บัลลังก์  นอกจากปีแรกที่ใช้ทหารหนึ่งล้านนายเข้าทำลายนิกายสังสารวัฏแล้วพระองค์ไม่เคยนำประเทศเข้าสู่สงครามใด ๆ ที่ต้องใช้กำลังทหารเกินหนึ่งแสนนายอีกเลย

พระองค์ทรงโปรดความสงบสุขและการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

นี่จึงกลายเป็นรากฐานในการปกครองของต้าฉินและได้รับการยกย่องจากประชาชน  โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ยากจน  จักรพรรดิฉินที่สองได้ส่งข้าราชการรุ่นเยาว์เข้าไปทำหน้าที่รับผิดชอบ  โดยหมายที่จะฝึกฝนขัดเกลาข้าราชการเยาว์วัยเหล่านั้นให้รู้จักรับผิดชอบ  ให้รู้จักมีแรงผลักดันในการพัฒนาพื้นที่ที่ตนเองรับผิดชอบอยู่  ส่วนพวกวัยกลางคนและวัยชรานั้นก็ให้ไปปกครองเขตคนรวยเอาเพื่อให้ได้พันผ่อนอย่างสงบสุข

มีการประเมินข้าราชการทุกคนปีละครั้ง  มีการแจกรางวัลและลงโทษอย่างยุติธรรม  และหากข้าราชการทำผลงานได้ดีก็จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง  ในช่วงสิบปีมานี้คนหนุ่มสาวในต้าฉินทุกคนต่างรู้ดีว่าหากพวกเขาต้องการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วล่ะก็  จะต้องออกไปดูแลและพัฒนาพื้นที่ชนบทมากขึ้น  หากทำผลงานได้ดีล่ะก็จะสามารถเลื่อนตำแหน่งได้ภายในสามถึงห้าปี

ยิ่งไปกว่านั้นจักรพรรดิฉินที่สองชอบสร้างถนน  ทั้งเก้าเขตของต้าฉินมีถนนอย่างดีเชื่อมต่อกัน  ส่วนความกว้างของถนนก็เรียกได้ว่าเยี่ยมยอดคือเอาม้าสิบตัวมาเรียงหน้ากระดานกันได้โดยไม่เบียด  จะเว้นก็แต่ถนนที่เชื่อมไปยังภูเขาอันห่างไกลที่ไม่ได้สร้างถนนให้ใหญ่ถึงขนาดนั้น

เมื่อสร้างถนนเสร็จแล้ว  จักรพรรดิฉินที่สองก็เริ่มจัดการเส้นทางเดินทะเล  ทรงปราบปรามโจรสลัด  กวาดล้างทำความสะอาดน่านน้ำอันตราย  ทำให้แน่ใจว่าเส้นทางการค้าทางทะเลทั้งหมดดำเนินไปได้อย่างราบรื่น  พ่อค้ารายใหญ่ต่างใช้การเดินเรือเพื่อขนสินค้าเข้าออกกับสถานที่ต่าง ๆ

แม้ว่าจักรพรรดิฉินที่สองจะไม่ได้พิชิตดินแดนใหม่เหมือนที่บรรพบุรุษทำ  แต่ด้านการปกครองนี่คือยอดเยี่ยม  ทรงปกครองประเทศอย่างมีระเบียบและยุติธรรม  และที่สำคัญที่สุดคือในฐานะมนุษย์แล้วแทบจะเรียกว่าไร้ที่ติ

ไม่หลงระเริงในสุรานารี  ไม่โลภในทรัพย์สิน  ไม่กระหายอำนาจหรือต้องการให้ใครมายอมรับ

สิบเจ็ดปีในราชย์บัลลังก์พระองค์มีพระสนมที่ได้รับการยอมรับเก้าคน  ส่วนฮาเร็มที่เหลือมีอีกเป็นสิบซึ่งส่วนใหญ่แล้วมาจากการแต่งงานทางการเมือง

จักรพรรดิฉินที่สองยังเยาว์วัยอยู่มีพระชนพรรษาเพียงสี่สิบพรรษาและยังสามารถปกครองต้าฉินให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปได้อีกพักใหญ่

ผู้ปกครองที่เฉลียวฉลาดดังกล่าวนี้ได้รับการยกย่องจากบัณฑิตมากมาย  ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงต้องการสร้างสถาบันจี้เซวี่ย  เหล่าบัณฑิตอาวุโสจึงออกตัวมาให้การสนับสนุนทันที  ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงหนึ่งปี  สถาบันจี้เซวี่ยได้กลายเป็นสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก  และแม้แต่สาวกของนิกายหลัก ๆ ก็ยังต้องการที่จะเข้ามาศึกษา

...

ในวันนี้เย่เซิงยังคงอยู่ในเรือนเล็ก ๆ ของตนไม่ออกไปไหน  ทั้งหวางฝูมีการคุ้มกันแน่นหนา  และในตอนเย็นได้มีแรงกดดันอันมหาศาลได้ปกคลุมทั่วทั้งหวางฝูไว้  บรรยากาศเหมืองเวลาจะหยุดนิ่ง  เย่เซิงขมวดคิ้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฟ้า  เขากล้าสาบานเลยว่าเขาเห็นมังกรฟ้าที่ดูสง่าน่าเกรงขามคร่อมท้องฟ้าอยู่จริง ๆ

ดูเหมือนจะเป็นนิมิต  เมื่อเย่เซิงกระพริบตามังกรตัวนั้นก็หายไป  ท้องฟ้ากลับมาเป็นดังเดิมอีกครั้ง

“คุณชายสิบสองเจ้าคะ  พระมเหสีเย่เชิญท่านเข้าร่วมงานเลี้ยงและบอกว่าฝ่าบาทเสด็จใกล้จะถึงแล้ว” คนใช้คนหนึ่งรายงาน

เย่เซิงจัดระเบียบตัวเองและเดินไปตามทางเดินอย่างสบาย ๆ

ห้องโถงใหญ่เรือนกลางบัดนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คนมากมาย

แน่นอนว่าคนที่อยู่หัวโต๊ะคือเย่หวางเหย่  ถัดจากเขาเรียกตามลำดับสถานะคือพระมเหสีเย่, นายหญิงเฒ่า, นายหญิงใหญ่, นายหญิงสอง  จากนั้นเป็นลูก ๆ ของเหล่าภรรยาเช่นเย่ชิงกับเย่หลินเอ๋อ  เด็กคนอื่น ๆ ที่นายหญิงเฒ่าโปรดปรานอย่าหลิงฮวาและอื่น ๆ ก็อยู่ด้วย  เพียงแต่แยกนั่งที่โต๊ะอื่น

การมาถึงของเย่เซิงได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย

รอยยิ้มดีใจของนายหญิงเฒ่าหายวับไปในทันที  แววตาของนางเต็มไปด้วยความรังเกียจเหลือบมองเขาแค่แว้บเดียวแล้วรีบเบือนหน้าหนี

นายหญิงใหญ่หลับตาและเพิกเฉย

แต่นายหญิงสองหูเหมยกลับหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “เจ้าสิบสองมาแล้ว  ดูเหมือนว่าทุก ๆ คนจะรอเจ้าอยู่นะ”

ใบหน้าของไอ้เย่ชิงก็ปรากฏความไม่พอใจขึ้นทันที  มันกำหมัดอย่างแน่นโดยไม่พูดอะไรออกมา

เย่หลินเอ๋อ, หลิงฮวาและคนอื่น ๆ ต่างก็มองไปที่เย่เซิงอย่างสงสัย

เนื่องจากเขาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของพระมเหสี  เย่เซิงจึงไม่ได้ใช้วิชาสวมคราบ  กลิ่นอายของเขาไม่ใช่คนจ๋องกรอดที่ยอมก้มหัวให้ทุก ๆ คนอีกต่อไป  เขาเดินเข้าไปในห้องโถงอย่างมั่นอกมั่นใจและจ้องหน้าเย่หวางเหย่อย่างกล้าหาญ

คนทั้งหมดที่นี่มีเพียงคนเดียวที่ทำให้เย่เซิงต้องหวาดกลัวก็คือเย่หวางเหย่

และเมื่อเย่เซิงเดินเข้ามา  ท่าทีของเย่หวางเหย่ยังคงสงบขณะที่จ้องมองเย่เซิงอย่างตั้งใจ  ไม่มีใครรู้เลยว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่

ความสงบของเย่หวางเหย่ทำให้เย่เซิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย  เขาเดินไปหาเย่หวางเหย่และโค้งคำนับ “คารวะท่านพ่อ”

เย่หวางเหย่ถามว่า “เจ้าเรียนวรยุทธ์อย่างนั้นเหรอ?”

หัวใจของเย่เซิงที่ยังก้มหัวอยู่สั่นสะท้านแต่ก็สงบลงทันที  เงยหน้าขึ้นมามองเย่หวางเหย่และกล่าวว่า “ลูกเรียนรู้ด้วยตนเองไม่มีใครสอน”

“โกหก  เจ้าละเมิดกฎโดยแอบเรียนวรยุทธ์  นี่เจ้าจงใจท้าทายอำนาจของข้าใช่หรือไม่?” เย่หวางเหย่ถามอย่างเย็นชา

อีหูเหมยกับไอ้เย่ชิงที่ได้ยินก็มีสีหน้าที่ยินดี  ‘ไอ้เย่เซิงมันแอบเรียนวรยุทธ์จริง ๆ ด้วย  เดี๋ยวมันก็ต้องตายเร็ว ๆ นี้แล้ว’

นายหญิงใหญ่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ แววตาสาดประกายดุร้ายจ้องไปยังเย่เซิง  จากนั้นนางก็มองไปที่พระมเหสีเย่ทันที

พระมเหสีเย่ที่นั่งด้านข้างของเย่หวางเหย่กล่าวว่า “เราเป็นคนที่สอนวรยุทธ์ให้น้องสิบสองเอง  แล้วจะไปถือว่าแอบฝึกได้อย่างไร”

หลังจากที่พระมเหสีเย่กล่าวเช่นนั้นเย่หวางเหย่ก็ขมวดคิ้วถาม “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าน้องสามของเจ้ามีจุดจบอย่างไร?”

เย่เซิงกัดฟันกรอด  พี่สามของเขาก็แอบเรียนวรยุทธ์เหมือนกันและโดนทุบตีจนตาย

พระมเหสีเย่ไม่มีความกลัวแม้แต่น้อยเมื่อต้องเผชิญกับบุคคลที่อยู่ในลำดับสูงสุดของบรรดาสิบสองเซียนผู้ครองโลก  นางหัวเราะเบา ๆ และตอบว่า “หึหึ  มีหรือที่เราจะไม่ปล่อยให้โศกนาฏกรรมเหมือนกันน้องสามเกิดขึ้นอีกครั้ง  เราเป็นคนอนุญาตให้เย่เซิงฝึกวรยุทธ์เอง  และน้องสิบสองก็อายุถึงแล้วเป็นผู้ใหญ่แล้ว  แม้แต่ลูกนกก็ยังต้องรู้จักบินด้วยปีกของตนเอง  นายหญิงเฒ่าเห็นด้วยหรือไม่?”

ทุก ๆ คนย่อมรู้ว่านายหญิงเฒ่าเกลียดชังเย่เซิงที่สุดแล้ว  ดังนั้นนางจึงหลงกลได้ง่าย ๆ และยินดีที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้จนรีบพูดว่า “เจ้าสิบสองเย่เซิงมีอายุมากแล้วและไม่มีสิทธิ์ที่จะสืบทอดสิ่งใด ๆ ในหวางฝูตระกูลเย่แม้แต่นิดเดียว  ดังนั้นเราควรปล่อยให้เขาออกจากบ้านเราไปเถอะ”

ดวงตาของเย่เซิงสาดประกายความสุขขึ้นมาเลย  เขาไม่ได้สนใจทรัพย์สินของตระกูลเชรี่ยนี่อยู่แล้ว  ความฝันสูงสุดในตอนนี้คือการออกจากไอ้หวางฝูเฮ็งซวยนี่นี่แหล่ะ

เย่หวางเหย่จ้องมองเย่เซิงอย่างละเอียดด้วยสไตล์เดิมคือดูไม่รู้ว่าในหัวกำลังคิดอะไรอยู่  หลังจากเงียบอยู่นานสุดท้ายก็พูดขึ้นว่า “ในเมื่อท่านแม่ว่าอย่างนั้นข้าก็จะไม่เอาเรื่องที่เย่เซิงแอบเรียนวรยุทธ์อีก  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้เย่เซิงออกจากบ้านได้”

เย่เซิงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ  ‘จู่ ๆ ตูก็ออกไปได้ง่าย ๆ เบอร์นี้เลย?  รอบก่อนโดนโบยไปตั้งห้าสิบไม้ยังออกไม่ได้แท้ ๆ’

แล้วเขาก็พบเข้ากับดวงตาที่ดุร้ายของเย่หวางเหย่จ้องสวนกลับมา  เจ้าตัวถามว่า “ทำไม?  หรือเจ้าไม่เต็มใจที่จะจากไป?”

“ขอบพระคุณท่านพ่อขอรับ” เย่เซิงคุกเข่าลงแสร้งทำเป็นขอบคุณทันที

“ข้าจะไม่เอาความเรื่องที่เจ้าแอบเรียนวรยุทธ์  แต่ถ้าเจ้ากล้าทำลายชื่อเสียงของหวางฝู่ตระกูลเย่ของข้าล่ะก็  ข้าจะฆ่าเจ้าในฐานะคนทรยศทันที” เย่หวางเหย่กล่าวอย่างเฉยเมย

หัวใจของเย่เซิงกระตุก  เขาไม่สงสัยในคำพูดของเย่หวางเหย่เลยแม้แต่น้อย  เพราะยังไง ๆ เย่เซิงก็ไม่ใช่ลูกชายคนแรกที่โดนมันทุบตีจนตายอยู่แล้ว

“ลูกจะไม่ทำลายชื่อเสียงของหวางฝู่ตระกูลเย่อย่างแน่นอน” เย่เซิงสัญญา

“ฝ่าบาทเสด็จแล้ว!” เสียงประกาศที่ดังก้องกังวานดังก้องทำให้คนทั้งบ้านต้องเคลื่อนไหว

เย่หวางเหย่เดินออกไปก่อนตามด้วยพระมเหสีเย่  นายหญิงเฒ่าและคนอื่น ๆ

เย่เซิงเองก็เดินตามไปเงียบ ๆ

ไอ้เย่ชิงมันเข้ามาข้าง ๆ แล้วกัดฟันกรอดจ้องมองเขา “ที่แท้เจ้าก็แอบเรียนวรยุทธ์  และที่เจ้าถูกข้าทำร้ายเมื่อหลายวันก่อนก็เป็นการเสแสร้งสินะ  เย่เซิงเอ๋ยเจ้าจะเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว”

เย่เซิงไม่ได้พูดอะไรตอบโต้มัน  จะว่าไม่ใส่ใจกับไอ้งี่เง่านี่เลยก็ไม่ผิด  เขายังไม่อาจบอกออกไปว่าตนเองพึ่งจะเรียนวรยุทธ์หลังจากที่โดนไอ้เย่ชิงทุบตีจนตาย  เพราะว่ามันยากจะเชื่อจนเกินไป  เหตุการณ์ที่เขาถูกฆ่าพึ่งผ่านไปได้ประมาณสองสัปดาห์และเขาก็เป็นถึงโฮ่วเทียนสามชั้นฟ้าแล้ว  หากบอกความจริงนี้ให้คนอื่น ๆ ได้รู้ล่ะก็มันคงทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นอย่างแน่นอน

จบบทที่ บทที่ 23: ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว