เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: คุณชายสิบสอง เย่เซิง

บทที่ 1: คุณชายสิบสอง เย่เซิง

บทที่ 1: คุณชายสิบสอง เย่เซิง


ณ หวางฝู่ (วังเจ้านาย) ตระกูลเย่  แม้ว่าจะเป็นเวลากลางคืนแต่แสงไฟยังคงสว่างไสว  คนรับใช้ในบ้านหลายคนมารวมตัวกันที่ลานบ้านอันมีสภาพทรุดโทรม

“เจ้าคิดว่าคุณชายสิบสองจะฟื้นหรือไม่?”

“ข้าไม่รู้หรอก  คุณชายสิบสามทุบตีท่านแรงเกินไปแล้ว  ถึงท่านจะไม่ชอบขี้หน้าคุณชายสิบสองถึงเพียงใดก็ตาม  แต่ก็ไม่ควรหนักมือถือขนาดนี้”

“ฮึ!  คุณชายสิบสองก็ช่างไร้ความสามารถนัก  แค่หมัดเดียวของคุณชายสิบสามก็ยังมิอาจรับไหว  แล้วจะให้โทษใครได้อีกเล่าหือ?”

“แม้ว่าคุณชายสิบสองจะมีชื่อเสียงไม่ดีในหวางฝู่แห่งนี้  แต่ท่านก็ยังเป็นถึงบุตรชายของนายท่านเย่ซึ่งมีสถานะสูงส่งกว่าเจ้านัก  เจ้ายังจะกล้านิทาว่าร้ายท่านเช่นนี้อีกหรือ?  ถ้าเกิดพ่อบ้านจับได้ขึ้นมาระวังแม้แต่ชีวิตเจ้าก็ยังมิอาจรักษาไว้ได้”

“ฮึ!  คุณชายสิบสามท่านเป็นถึงอันดับหนึ่งในการบำเพ็ญเพียร  แต่คุณชายสิบสองเป็นอันดับหนึ่งในหมู่ขยะ  ช่างไร้สาระจริง ๆ”

“แต่คุณชายสิบสองจะตายไม่ได้เด็ดขาด  เพราะหากท่านตายจริง ๆ ล่ะก็  นอกจากคุณชายสิบสามจะเสียชื่อเสียงเนื่องจากเป็นฆาตกรสังหารพี่น้องแล้ว  ต่อให้หลังจากนี้ไม่ถูกลงโทษอย่างรุนแรงแต่ก็ไม่มีใครในต้าฉินยอมรับท่านได้อีกต่อไป  ความหวังที่จะเข้ารับราชการในด้านการเมืองเป็นอันจบสิ้น”

บรรดาคนใช้ในบ้านต่างพากันซุบซิบถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น  และแน่นอนว่าไม่มีใครในหมู่พวกมันอยากให้คุณชายสิบสองตาย  แต่ที่พวกมันคิดอย่างนั้นไม่ใช่เพราะว่าพวกมันเป็นห่วงสุขภาพของเขา  แต่เป็นเพราะพวกมันห่วงอนาคตของคุณชายสิบสามต่างหาก

ในลานกว้างที่ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่าที่อยู่ติดกัน  ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าคุณชายสิบสามขมวดคิ้วมุ่นด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ไอ้สารเลวนั่นมันช่างชาติชั่วยิ่ง  ข้าแค่ต่อยมันเบา ๆ เพียงหมัดเดียวก็หลับเป็นตายไปแล้ว  แบบนั้นมันจงใจแกล้งทำใช่หรือไม่?”

“เจ้าคนไร้สมอง!  เจ้าขยะสิบสองนั่นมันเป็นขยะมาทั้งชีวิตของมันแล้วแท้ ๆ และในบ้านนี้ก็มีไอ้พวกขยะมากมายเหลือจะนับไหว  มันก็แค่ขยะอีกชิ้นเท่านั้น  แล้วไฉนเจ้าถึงได้โง่เง่านัก  แค่ปล่อยมันไว้เฉย ๆ ก็พอแล้ว  ยังจะไปยุ่งกับมันให้มันได้อะไรขึ้นมากันเล่า?  ต่อให้มันจะน่ารังเกียจเพราะว่าแม่มันมีภูมิหลังไม่ดีสักเพียงใด  แต่ตัวมันก็ยังคงเป็นบุตรชายของนายท่านอยู่ดี  ถ้าเจ้าลงมือทุบตีมันตายล่ะก็ชื่อเสียงของเจ้าเล่า  มันจะพินาศสิ้นไม่มีเหลือ  ถึงตอนนั้นจะให้ทำอย่างไร” หญิงสาวหน้าสวยตำหนิมันด้วยความโกรธเคือง  ใบหน้าสวย ๆ ของนางปรากฏความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ท่านแม่  ท่านต้องช่วยข้านะ  ข้าทราบดีว่าข้าทำผิด  ท่านต้องหาหมอเก่ง ๆ มารักษาไอ้ขยะสิบสองให้ข้านะท่านแม่  แล้วข้าสัญญาว่าจะไม่ไปยุ่งกับมันอีกต่อไปแล้ว” ไอ้คุณชายสิบสามที่ได้ยินแม่มันด่าก็เกิดตื่นตระหนกขึ้นมา  ตอนนี้มันพึ่งจะมีสตินึกถึงอนาคตของตัวเองออก

“จักรวรรดิต้าฉินสถาปนาขึ้นมาได้หกสิบปีแล้ว  ประเทศต้องใช้กฎหมายในการปกครอง  ครอบครัวต้องใช้ความกตัญญู  พ่อของเจ้านั้นชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลในนามเย่หวางเหย่ (ราชันปู่เย่) ผู้ยิ่งใหญ่  เป็นแม่ทัพของกองทัพที่มีพลังอำนาจและอิทธิพลมหาศาล  แต่ท่านก็มีศัตรูมากมายนับไม่ถ้วนด้วยเช่นกัน  หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปและเจ้าหน้าที่ที่ไม่ถูกกับพ่อเจ้ารับทราบล่ะก็  เจ้าจะต้องตกเป็นเป้าหมายของพวกมันเป็นแน่แท้  และเมื่อถึงตอนนั้นต่อให้ตระกูลจะพูดแก้ต่างให้เจ้าสักเพียงใดเจ้าก็ไม่อาจหลีกหนีความผิดพ้นได้อยู่ดี  สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือเราต้องทำให้แน่ใจว่าไอ้ตัวบัดซบมันยังไม่ตาย  ตราบใดที่มันยังมีลมหายใจอยู่ความผิดที่เจ้าต้องรับก็จะลดหย่อนผ่อนโทษลงไปด้วย  เพราะอย่างไรการทำร้ายพี่น้องกับการสังหารมันก็คนละเรื่องกันเลย” หญิงสาวคนสวยกล่าวด้วยแววตาที่แสนจะส่องประกายเย็นชา

“ข้าได้ให้คนไปหาดอกบัวหิมะเทียนซาน (ภูเขานภา/ท้องฟ้า/สวรรค์) มาให้แล้ว  สมุนไพรชนิดนี้สามารถช่วยชีวิตคนได้  ดังนั้นข้าค่อนข้างมั่นใจว่าไอ้ตัวสารเลวนั่นมันจะรอดชีวิต” หญิงสาวกล่าวพลางถอนหายใจและมองดูใบหน้ากังวลของลูกชายตนเอง

“อะไรนะ?  บัวหิมะเทียนซาน?  นั่นเป็นสิ่งที่ข้าต้องใช้เพื่อเลื่อนเป็นระดับเซียนเทียน (ก่อนฟ้า) ไม่ใช่หรือท่านแม่?” ไอ้คุณชายสิบสามไม่เต็มใจที่จะเอาของดีแบบนั้นให้พี่ชายมัน

“เจ้าตัวบัดซบ!  ถ้าเจ้าควบคุมอารมณ์ได้เจ้าคิดว่าแม่เจ้าจะต้องเอาดอกบัวหิมะแห่งภูเขาเทียนนั่นไปให้มันไหมเล่า?” นังหญิงสาวก็ไม่อยากให้ของไปเหมือนกันเลยสวดลูกชายตนไปอีกบทหนึ่ง

ไอ้คุณชายสิบสามได้แต่เม้มริมฝีปากและทำหน้างอ  มันเกลียดชังเจ้าสิบสองเข้ากระดูกดำชนิดไม่ยอมเผาผี “แล้วทำไมเจ้าถึงได้กระจอกนักเล่า?  แค่หมัดเดียวบาดเจ็บก็พอแล้ว  ยังจะมาตายให้ข้าต้องเดือดร้อนอีก”

...

ในหัวของเย่เซิงรู้สึกสับสนไปหมกและเขาก็ยังเจ็บปวดไปทั้งตัวด้วย  เขารู้สึกราวกับว่าเขาถูกเผาทั้งเป็นด้วยเปลวไฟที่ลุกท่วมโหมกระหน่ำ

จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงมากมายรอบ ๆ ตัว  แต่ก็ไม่ชัดเจนนัก  และมันทำให้เขารู้สึกค่อนข้างกังวลอยู่ภายในใจ

“เกิดอะไรขึ้น?”

“เราน่าจะอยู่ที่ทำงานนี่หว่า  ใช่มั้ย?  เออ  ตอนนี้เราควรจะทำงานอยู่สิ  แล้วนี่มันเกิดเรื่องบ้าไรกันวะ?”

“หรือว่าเราจะตายเพราะหัวใจหยุดเต้นกะทันหันในที่ทำงาน…?”

“เกิดอะไรขึ้นว้า?  แล้วนี่เราหยุ...  เชรี่ยเอ๊ยยยยย!!”

เย่เซิงเริ่มครุ่นคิดอย่างบ้าคลั่ง  เขาสับสนมากไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร  แต่จู่ ๆ ก็ได้มีมือคู่ใหญ่มาง้างปากของเขาออก  จากนั้นของเหลวที่เย็นจัดซึ่งเต็มไปด้วยพลังงานก็เหมือนจะถูกเทลงในมาปากของเขา  เย่เซิงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แผ่ซ่านจากปากไปยังลำคอต่อไปยังท้อง  และสุดท้ายพลังงานนั้นก็ได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายในเวลาอันสั้น  มันได้ทำให้ความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายค่อย ๆ ทุเลาและหยุดลงโดยสมบูรณ์ในที่สุด

เขาลืมตาขึ้นมาด้วยความสับสนและเห็นชายชราผมหงอกที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นคนหนึ่ง

ชายชราถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นเย่เซิงฟื้นคืนสติและกล่าวว่า “ชีวิตของคุณชายสิบสองปลอดภัยแล้ว  ผลของดอกบัวหิมะแห่งเทียนซานช่างทรงพลังมากจริง ๆ”

ทันทีที่ทุกคนได้ยินว่าชีวิตของเย่เซิงพ้นขีดอันตราย  ทุกคนข้างนอกก็เริ่มส่งเสียงดีใจ

เย่เซิงที่ได้ยินเสียงดีใจของคนเหล่านั้นก็รู้สึกประทับใจขึ้นมา ‘ตูล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมาเกิดใหม่ต่างโลกกะเขาจริง ๆ แถมครอบครัวนี้รักใคร่กลมเกลียวกันขนาดนี้อีก  พอรู้ว่ามีคนดีใจที่ตัวเองรอดตายนี่มันช่างสุขใจดีแท้  แถมยังถึงขั้นใช้ดอกบัวหิมะเทียนซานมารักษาซะด้วย  ไม่รักจริงไม่ให้นะเนี่ย’

ทันใดนั้นก็ชายหนุ่มคนหนึ่งก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องและจ้องหน้าเย่เซิงด้วยท่าทางที่ดูเป็นอันตราย  แววตาของมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้น  หมัดของมันกำแน่นจนเส้นเลือดปูด

และเมื่อคนที่เหมือนจะเป็นหมอเห็นมันก็รีบรั้งไว้ทันทีขณะ “คุณชายสิบสาม  ท่านอย่าเพิ่งรีบร้อน  ร่างกายของคุณชายสิบสองอ่อนแอมาก  แม้ว่าท่านจะกินดอกบัวหิมะเทียนซานไปแล้วแต่ชีวิตยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้ายอยู่ดี  หากท่านต่อยเขาอีกครั้งข้าคงช่วยเหลืออะไรไม่ได้อีกแล้วนะ”

“บัวหิมะเทียนซานมีไว้ให้ข้าใช้เพื่อเลื่อนเป็นระดับเซียนเทียน  แต่สุดท้ายต้องเอามาให้มันแทน!” ไอ้คุณชายสิบสามกัดฟันกรอด ๆ อย่างโกรธจัด  มันแทบรอไม่ไหวอยากจับเย่เซิงถลกหนังทั้งเป็นเสียบัดเดี๋ยวนี้

เย่เซิงที่นอนอยู่บนเตียงกระพริบตาปริบ ๆ สองสามครั้ง ‘ไอ้คนนี้น่าจะเป็นน้องชายของเราในชาตินี้สินะ  แล้วไมพอเห็นเราปลอดภัยแล้วไม่เห็นมันจะดีใจเลยวะ?’

“เจ้าเศษขยะ  จงจำไว้ว่าอย่าได้มายั่วยุข้าอีก  ข้ายังมีวิธีอีกนับล้านที่จะทำให้เจ้าหายหัวไปจากโลกนี้” ไอ้เจ้าคุณชายสิบสามทิ้งคำพูดเหล่านั้นไว้แล้วออกจากห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด

หมอเฒ่าส่ายหัวและกล่าวว่า “คุณชายสิบสอง  ร่างกายของท่านยังอ่อนแอมาก  นี่คือใบสั่งยาของเราผู้เฒ่า  อย่าลืมทานเชียวล่ะ”

เย่เซิงพยักหน้าและไม่พูดอะไร  เขายังคงสับสนอย่างหนักเพราะดูเหมือนว่าสถานการณ์มันค่อนข้างจะแปลก ๆ ยังไงชอบกล

หลังจากที่หมอเฒ่าจากไปแล้วก็มีหญิงสาวสวยนางหนึ่งก็เดินเข้ามา  ดวงตาที่ดูมีเสน่ห์เย้ายวนของนางจ้องมองเขาอย่างเฉยเมยไร้อารมณ์ใด ๆ และพูดว่า “เมื่อนายท่านกลับมาแล้วถามเจ้าว่าเกิดอะไรขึ้น  เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าต้องพูดอย่างไร”

เย่เซิงกระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความสับสน

“ฮึ!  หวังว่าเจ้าจะรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร  เย่ชิงอาจเป็นคนที่ทุบตีเจ้าก็จริง  แต่ข้าได้ใช้ดอกบัวหิมะเทียนซานช่วยชีวิตเจ้าไว้  ดังนั้นเราจึงไม่มีอะไรติดค้างกันอีก  แถมยังเป็นเจ้าที่ได้กำไรเสียด้วยซ้ำ  เพราะตลอดชีวิตนี้มั่นใจได้เลยว่าเจ้าคงไม่มีวันได้ลิ้มลองของดี ๆ อย่างดอกบัวหิมะเทียนซานแน่  จงจำไว้ว่าเมื่อนายท่านกลับมาแล้วถามเรื่องนี้เจ้าจงตอบไปว่าเจ้าต้องการฝึกวรยุทธ์  และเย่ชิงต้องการสอนเจ้าเพียงแต่กะกำลังไม่ถูกจึงพลั้งมือทำร้ายเจ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ  หากเจ้ากล้ากล่าววาจาไร้สาระล่ะก็จงระวังตัวไว้เถอะ” นังหญิงสาวข่มขู่อย่างเย็นชาก่อนจะลุกขึ้นจากไป

เย่เซิงนอนอยู่บนเตียงโดยไม่มีแรงเลย  ท่าทีของเขายิ่งมายิ่งเคร่งเครียด “ดูท่าพวกมันจะอยากให้เราตายสินะ  แต่พวกมันปล่อยให้เราตายไปทั้ง ๆ อย่างนี้ไม่ได้  เพราะว่าที่เราบาดเจ็บไม่ใช่จากอุบัติเหตุ  แต่เพราะไอ้คุณชายสิบสามเย่ชิงมันจงใจลงมืออย่างหนัก”

จี๊ดดดดดดดดดดด!

ขณะที่เย่เซิงกำลังเรียบเรียงเรื่องราวอยู่นั้นเอง  จู่ ๆ ก็มีความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสบุกเข้ามาทำให้เขาต้องนอนขดตัวอย่างทรมาน

หลังจากผ่านไปไม่นานเย่เซิงก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งและเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เขาคือคุณชายสิบสองในหวางฝูตระกูลเย่แห่งราชวงศ์ต้าฉิน  เป็นคุณชายขยะที่ไม่มีใครอยากชายตาแล  ส่วนไอ้คนที่เกือบฆ่าเขาได้นั้นคือคุณชายสิบสามซึ่งนิสัยเสียและหยิ่งผยอง  ท่านพ่อของเขาคือราชันเย่ตอนนี้ไม่รู้ออกไปไหน  เป็นชายที่ในชีวิตนี้เขาแทบจะไม่เคยได้เห็นหน้า

นี่เป็นอาณาจักรของทางโลก  แต่ก็เป็นโลกที่มีความเป็นไปได้ไม่รู้จบ  มีทั้งวรยุทธ์  ภูตผีปีศาจ  สำนักนิกาย  ตระกูลขุนนาง ฯลฯ

พ่อของเขาเย่หวางเหย่เป็นจอมยุทธ์อันดับหนึ่งของต้าฉิน  และยังเป็นแม่ทัพผู้นำกองทัพของประเทศโดยกองทหารส่วนใหญ่ล้วนอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา  ดังนั้นจึงเรียกได้ว่าอยู่เหนือผู้คนทั่วหล้าแต่ภายใต้คนเพียงคนเดียวซึ่งก็คือองค์จักรพรรดิ

ทว่าเย่เซิงกลับเป็นเด็กที่ถูกมองว่าต่ำต้อยที่สุดในคระกูล  ทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะแม่ของเขามีภูมิหลังที่ไม่ดี

จบบทที่ บทที่ 1: คุณชายสิบสอง เย่เซิง

คัดลอกลิงก์แล้ว