- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปเป็นชาวนาผู้ร่ำรวยที่หลิงหนาน
- บทที่ 71 - รีบขอโทษซะ
บทที่ 71 - รีบขอโทษซะ
บทที่ 71 - รีบขอโทษซะ
บทที่ 71 - รีบขอโทษซะ
หลัวซูเหยียนปรายตามองพวกเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น เห็นได้ชัดว่าชินชากับการกระทำของพ่อและแม่เลี้ยงจนด้านชา คำด่าทอของพวกเขาไม่ได้ทำให้นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจหรือเจ็บปวดอีกต่อไป
การแสดงความอ่อนแอหรือน้อยใจต่อหน้าคนที่ไม่เคยแคร์เรา นอกจากจะทำให้เขาหัวเราะเยาะแล้ว จะมีประโยชน์อะไร?
"ข้ามีความสามารถแค่นี้ ก็ทำได้เร็วแค่นี้แหละ"
หลัวต้าชูโพล่งออกมา "งั้นทำไมแกไม่เรียกหลินมั่วกับอวี๋เสี่ยวฟางมาช่วยล่ะ!"
จ้าวลี่หยากับคนบ้านจ้าวที่แอบฟังอยู่ถึงกับ "..."
ยางอายล่ะ? ต้องหน้าด้านขนาดไหนถึงพูดคำนี้ออกมาได้??
เป็นดังคาด หลัวซูเหยียนแค่นหัวเราะ ตอบกลับเสียงเรียบ "ท่านพ่อ หลินมั่วก็ดี อวี๋เสี่ยวฟางก็ดี เกี่ยวข้องอะไรกับบ้านเรามิทราบ? ทำไมเขาต้องมาช่วยบ้านเราด้วย?"
"แก—" หลัวต้าชูรู้ตัวว่าหลุดปาก รีบเหลียวมองรอบๆ พอรู้ว่าคนบ้านจ้าวและเพื่อนบ้านอีกสองเจ้าได้ยินเข้าแน่ๆ ก็โมโหกลบเกลื่อน หัวเราะเยาะ "อย่ามาทำไขสือ! หลินมั่วมันอยากแต่งคนบ้านข้า แล้วทำตัวแบบนี้น่ะเหรอ? เหอะ ฝันไปเถอะ!"
หลัวซูเหยียนยิ้มเยาะที่มุมปาก สีหน้าดูรันทด ต่อให้พวกเขาไม่ทำตัวแบบนี้ ท่านพ่อกับแม่เลี้ยงจะยอมให้นางแต่งงานกับพี่หลินราบรื่นเหรอ?
จริงๆ หลัวซูเหยียนคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน พี่หลินจะได้ไม่ต้องมาแกล้งทำดีเอาใจ หรือทางที่ดีตัดใจจากนางไปเลยจริงๆ ก็ได้ จะได้ไม่ต้องมาทนรองรับอารมณ์สองผัวเมียไร้ยางอายนี่
หลัวต้าชูกระทืบเท้า ด่าอย่างเคียดแค้น "ไม่มีคนช่วยแกก็ทำเองงกๆ ไปคนเดียวแล้วกัน! วันนี้ถ้าเกี่ยวข้าวในนานี้ไม่เสร็จ แกไม่ต้องกินข้าว!"
จ้าวเซียงทนไม่ไหวอีกต่อไป "พี่ชายแซ่หลัว ข้าดูแล้วพวกท่านผัวเมียก็น่าจะแค่อายุไม่กี่สิบ กำลังวังชายังดีอยู่ ไม่ได้แก่เฒ่าจนขยับไม่ไหว ทำไมถึงใจร้ายใช้งานลูกสาวหนักขนาดนั้น? ลูกสาวพวกท่านตัวแค่นี้เองนะ!"
ฉีซื่ออัดอั้นตันใจมานาน พอได้ยินแบบนี้ก็แว้ดกลับเสียงแหลม "นี่มันเรื่องของบ้านข้า เกี่ยวอะไรกับแกด้วย? สะเออะมาสอดปากทำไม? นังลูกตัวดีของข้าเรื่องอื่นไม่เอาไหน แต่เรื่องยั่วผู้ชายนี่เก่งนักนะ เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้ต้องรีบมาออกรับแทน ถุย สันดานไพร่เหมือนแม่มันไม่มีผิด!"
"ผัวะ!" ก้อนโคลนเปียกๆ ก้อนหนึ่งลอยมาปะทะหน้าฉีซื่อเต็มรัก ทำเอานางกรีดร้องลั่น "ว้าย! ใครน่ะ!"
"ผัวะ!" โคลนอีกก้อนลอยมาแปะหน้าอีกข้างอย่างแม่นยำ จ้าวลี่หยาแสยะยิ้ม "ปากหมาๆ แบบนั้นลองพูดอีกทีสิ เชื่อไหมข้าจะจับหัวป้ากดโคลนให้ล้างปาก"
ฉีซื่อโกรธจนสติแตก "กรี๊ด! นังสารเลว! แก— อุ๊บ ถุยๆๆ!"
โคลนอีกก้อนบินเข้าปากฉีซื่อพอดิบพอดี ฉีซื่อทุลักทุเล ขยะแขยงจนต้องถ่มน้ำลายทิ้งรัวๆ
จ้าวลี่หยาถลกแขนเสื้อเดินดุ่มๆ เข้าไป กระชากแขนฉีซื่อบิดไพล่หลัง แล้วถีบจนล้มคว่ำลงไปในนาที่เพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จ กดหัวนางจุ่มลงไปในโคลน ท่าทางใจเย็นสุดขีด ปากก็พูดยิ้มๆ "เป็นไง? เก่งแต่ในบ้านจนเคยตัว นึกว่าคนทั้งโลกต้องยอมให้ป้ารังแกเหรอ? ป้าเป็นใครมิทราบ? กล้าดียังไงมาพูดจาหมาๆ ใส่ร้ายพ่อข้า? หืม? ใจกล้าไม่เบานี่!"
ฉีซื่อร้องเหมือนหมูโดนเชือด "กรี๊ด! ปล่อยกูนะ! ปล่อยกู! ไอ้แก่แซ่หลัว แกยืนดูคนอื่นรังแกเมียแกแบบนี้เหรอ! นังลูกไม่รักดี เป็นฝีมือแก เป็นฝีมือแกแน่ๆ!"
หลัวต้าชูที่ยืนเอ๋ออยู่ได้สติ รีบจะพุ่งเข้ามาช่วย แต่หูหลิ่งคว้าคอเสื้อแล้วผลักกระเด็น ยืนจ้องตาเขม็ง ทำท่าว่าถ้าขยับอีกก้าวจะจับกดโคลนด้วยอีกคน
หลัวต้าชูเคยเจอคนจริงแบบนี้ที่ไหน ไม่กล้าขยับ ได้แต่ยืนแหกปากขู่อยู่ข้างๆ "พวกแกทำอะไร ทำอะไรน่ะ? รังแกกันเกินไปแล้ว ปล่อยเมียข้านะ ปล่อยนาง..."
จ้าวลี่หยากดหัวฉีซื่อลงไปอีกที ยิ้มหวาน "ขอโทษเดี๋ยวนี้"
ฉีซื่อ: "ถุย! กู— กรี๊ด!"
จ้าวลี่หยากดซ้ำ "ขอโทษ"
ฉีซื่อทั้งหน้าทั้งปากเต็มไปด้วยโคลนเหม็นคาว กลิ่นโคลนตลบอบอวลในปาก ขยะแขยงจนอยากจะอ้วก แต่ที่มากกว่าคือความโกรธ โกรธจนตัวสั่น
นางอยากจะแข็งข้อ แต่ก็ไม่กล้า
ถึงนางจะไม่ได้ "ถุย" อีก แต่ก็ยังไม่ยอมขอโทษ จ้าวลี่หยาเลยกดต่อ "ขอโทษ"
หลัวต้าชูแหกปากโวยวายจะเป็นจะตาย แต่ไม่กล้าเข้ามาช่วย
ในปากฉีซื่อมีแต่รสโคลนชวนอ้วก ใบหน้าแสบชาด้วยความอับอาย หูอื้อตาลายไปหมด ผัวก็ไม่ได้เรื่อง ลูกเลี้ยงก็เป็นหนามยอกอก ลูกตัวเองก็ยังเล็กช่วยอะไรไม่ได้ ชีวิตนางทำไมมันรันทดแบบนี้ ทำไมชีวิตนางมันขมขื่นขนาดนี้!
ฉีซื่อปล่อยโฮออกมาอย่างบ้าคลั่ง ความแค้นแน่นอกแต่ไม่มีที่ระบาย
จ้าวลี่หยากดหัวต่อ "ขอโทษ"
ฉีซื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป โก่งคอทำท่าจะอ้วก ทั้งโกรธทั้งกลัวจนทนไม่ไหว "ข้าผิดไปแล้ว! ข้าผิดไปแล้ว! ผิดไปแล้ว!"
จ้าวลี่หยาถึงยอมปล่อยมือ พูดเสียงดังฟังชัด "คนบ้านเราไม่เคยหาเรื่องใครก่อน ไม่เคยระรานใคร ไม่รังแกใคร แต่ถ้าคิดว่าเราหัวอ่อนรังแกง่าย ก็คิดผิดถนัด ไม่สนหรอกว่าเป็นใคร หน้าไหนมาก็โดนตบทั้งนั้น!"
คำพูดนี้ตั้งใจพูดให้คนอื่นได้ยินด้วย
หลัวต้าชูเหลือบมองหูหลิ่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ เห็นเขาไม่ขวางแล้ว ถึงรีบวิ่งไปพยุงฉีซื่อขึ้นมาจากโคลนอย่างทุลักทุเล
พอฉีซื่อลุกขึ้นมาได้ ก็สะบัดมือตบหน้าผัว "เพียะ!" เต็มแรง ตัวสั่นเทิ้มด่ากราด "ถุย! ไอ้คนไม่มีน้ำยา ไอ้ขี้ขลาด! เห็นเมียตัวเองโดนรังแกได้แต่ยืนดูเฉยๆ จะมีแกไว้ทำซากอะไร!"
หลัวต้าชูหดคอ เบะปากอย่างไม่ยี่หระ
เขามันไม่มีน้ำยา แต่ก็ดีกว่าโดนจับกดโคลนไม่ใช่เรอะ บ้านจ้าวนี่เถื่อนชะมัด ใครจะไปกล้าตอแย? ไม่เห็นเหรอขนาดตระกูลกู้ยังไม่กล้าหือ? ใครใช้ให้แกไปหาเรื่องเขาล่ะ?
จ้าวลี่หยาตวัดสายตามอง "เห้ย ใครรังแกแกนะ? พูดใหม่อีกทีซิ?"
ฉีซื่อไม่กล้าพูด
ต่อให้ตัวสั่นงันงก หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ในใจสาปแช่งเป็นพันครั้ง นางก็ไม่กล้าพูดออกมา
นางเลยหันขวับไปจ้องหลัวซูเหยียน ตาแทบถลนออกมาด้วยความอาฆาต "นังลูกไม่รักดี มึงไสหัวมานี่! ไสหัวมา!"
จ้าวลี่หยายิ่งสมเพชเวทนา นึกถึงคำคมของหลู่ซวิ่นขึ้นมาทันที: ผู้กล้าระเบิดโทสะชักดาบใส่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ผู้ขลาดเขลาระเบิดโทสะชักดาบใส่ผู้ที่อ่อนแอกว่า
คนอย่างฉีซื่อ ก็เก่งแต่รังแกหลัวซูเหยียนที่เป็นลูกเมียน้อยไม่มีแม่ พ่อก็เฮงซวยไม่สนใจใยดีเท่านั้นแหละ
หลัวซูเหยียนยืนนิ่งอยู่ในนา ไม่ขยับ
เสี่ยวฟางพูดถูก ทำไมต้องทนด้วย? หลบได้ก็หลบสิ เดินเข้าไปให้เขาตบ นั่นมันดูถูกตัวเองเกินไปแล้ว
"มึงไสหัวมานี่!"
หลัวต้าชูก็ตะคอกบ้าง "นังลูกเวร หูหนวกหรือไง? ไม่ได้ยินที่แม่แกเรียกเหรอ!"
ถึงหลัวซูเหยียนจะหมดหวังกับพ่อคนนี้ไปนานแล้ว แต่พอได้ยินคำนี้ก็ยังอดใจหายไม่ได้ หน้าซีดเผือดตอบกลับไป "ไปทำไม? ไปให้เขาตบระบายอารมณ์เหรอ?"
[จบแล้ว]