เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ในที่สุดก็ได้ไปโรงพยาบาลแล้ว

ตอนที่ 25 ในที่สุดก็ได้ไปโรงพยาบาลแล้ว

ตอนที่ 25 ในที่สุดก็ได้ไปโรงพยาบาลแล้ว


ตอนที่ 25 ในที่สุดก็ได้ไปโรงพยาบาลแล้ว

ความเศร้าที่เกิดขึ้นจากความโชคร้าย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากโกรธและเสียใจ

นี่เป็นความรู้สึกของหยางโปในเวลานี้ หลังจากที่เขาเรียนจบมัธยมมาจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลากว่า 7-8 ปีแล้ว ผ่านไปตั้งหลายปีแต่หลางหยางก็ยังไม่มีงานไม่ชิ้นเป็นอันสักอย่าง แถมยังต้องมาแบมือขอเงินคนที่บ้านอีก

หยางโปจำได้ดีว่าตอนที่เขาอยู่ม.6 เป็นเพราะหยางหลางชวนเพื่อนบ้าๆของเขาไปกินข้าว เขาจึงต้องแอบขโมยเงินที่บ้านไป 200 หยวนเพื่อไปเลี้ยงข้าวคนพวกนั้น ทั้งๆที่เขาอายุ 24 ปีแล้วแท้ๆ แถมตอนที่เขาขอเงินไม่ได้เขาก็แก้ปัญหาด้วยการขโมยเงินแทน

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นพี่ชายแท้ๆ แต่เขาก็ไม่มีทางที่จะเอาเงินไปให้อีกฝ่ายแน่ๆ ซึ่งมันเป็นวิธีการเดียวที่จะกระตุ้นความขี้เกียจของอีกฝ่ายได้ อีกอย่างหยางหลางเองก็เอาเงินค่ารักษาของพ่อไปจนหมด ซึ่งมันก็ถือว่าล้ำเส้นเขามากเกินพอแล้ว

พ่อที่ได้ยินหยางโปพูดขึ้นมาแบบนั้น เขาก็รีบโบกมือขึ้นมา "พอแล้วๆ เรื่องของอนาคตฉันก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ ทำอะไรก็ได้แบบนั้นนั่นแหละ อนาคตจะเป็นยังไงก็อยู่ที่พวกแกนั่นแหละว่าจะขยันมากน้อยขนาดไหน"

หยางหลางที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เชิดหน้าขึ้น "เรื่องของผมผมจัดการเองได้"

"จะไปไหน!" หยางโปตะโกนขึ้น

"ไม่ใช่เรื่องของแก" หยางหลางตะโกนตอบกลับมา

"แกจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น! แกต้องไปโรงพยาบาลด้วยกันก่อน" หยางโปก้าวเท้าไปด้านหน้าเพื่อที่จะหยุดอีกฝ่าย

หยางหลางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร

"หยางหลางถ้าแกก้าวเท้าออกจากบ้านไป แกไม่ต้องกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก! " พ่อตะโกนขึ้น เป็นเพราะเขาเห็นแล้วว่าลูกคนเล็กของเขาสามารถหาเงินจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆได้ หลังจากนี้เขาคงจะประสบความสำเร็จ หากให้ลูกชายคนโตเดินตามเส้นทางของหยางโป เขาก็คงจะมีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัวเช่นเดียวกัน

ทว่าหยางหลางกลับไม่หยุดเดิน แต่กลับเลือกที่จะเดินออกไป

หลังจากที่แม่ได้ยินเสียงตะคอก แม่ก็รีบเดินออกมาก่อนที่จะพบว่าหยางหลางหนีออกจากบ้านไปแล้ว แม่จึงอดไม่ได้ที่จะหันไปบ่นพ่อว่า "ไปตะคอกใจลูกทำไม! "

"ทั้งหมดนี่ก็เป็นเพราะเธอเลี้ยงลูกแบบนี้ไง มันถึงได้เป็นแบบนี้" พ่อพูดขึ้นด้วยเสียงที่เย็นชา

....

หยางโปเรียกรถเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล โดยใช้เงินกับค่ารถไปถึง 500 หยวน หากเป็นก่อนหน้านี้เขาไม่มีทางที่จะจ่ายเงินจำนวนนี้ออกไปเด็ดขาด

หลังจากที่แม่ขึ้นมาบนรถ แม่ก็บ่นออกมาไม่หยุด "แพงเกินไปแล้ว เปลืองเงินจะตาย หลังจากนี้ยังต้องใช้เงินอีกเยอะเลยนะลูก ลูกต้องประหยัดเงินนะรู้ไหม?"

หยางโปทำแค่เพียงพยักหน้าตอบกลับไป

หลังจากที่มาถึงโรงพยาบาลก็เป็นช่วงเที่ยงพอดี หยางโปจึงพาพ่อกับแม่ของเขาไปกินข้าวโดยที่เขาไม่ได้คิดจะประหยัดเงินเหมือนก่อนหน้านี้ "พ่อกับแม่กินข้าวกันไปก่อนนะ เดี๋ยวผมขอไปดูที่โรงพยาบาลก่อน สายกว่านี้คิวอาจจะเต็มก่อน"

"เสี่ยวโป แกก็มากินด้วยกันก่อนสิเดี๋ยวค่อยไปก็ได้ อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้มีธุระด่วนอะไรด้วย" พ่อของหยางโปพูดขึ้น

"ไม่ดีกว่าพ่อ ผมกินมาแล้วเมื่อเข้า ตอนนี้ยังไม่หิวเลย เดี๋ยวผมขอไปดูที่นู้นก่อนแล้วกันนะ ถ้าคิวเต็มตอนบ่ายเราจะได้ไม่ต้องไปต่อคิวให้เสียเวลาด้วย"

หยางโปพูดจบก็รีบเดินออกไป หลังจากที่เดินออกมาและมาถึงร้านสะดวกซื้อเขาก็ลังเลขึ้นมาก่อนที่จะซื้อขนมปังและน้ำเปล่ามาหนึ่งขวดก่อนที่จะรีบวิ่งไปโรงพยาบาลทันที

หลังจากมาถึงโรงพยาบาล เขาก็พบว่าเป็นเวลาพักของพนักงานและคิวที่ต่อก็มีคนไม่มากเท่าไหร่ หลังจากที่เดินหาอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พบกับหมอที่สวมใส่เสื้อสีขาวคนหนึ่ง เขาจึงรีบเข้าไปหาทันที "สวัสดีครับ ขอถามหน่อยครับไม่ทราบว่าเริ่มจองคิวช่วยบ่ายตอนกี่โมงเหรอครับ?"

"บ่ายโมงครึ่ง ว่าแต่เป็นโรคอะไรเหรอ? ได้ตรวจมาก่อนหน้านี้รึยัง?" หมอถามขึ้นด้วยความกระตือรือร้น

"เป็นโรคมะเร็งตับระยะแรกครับ"

"โรคนี้ต้องรีบทำเรื่องรักษาตัวให้เร็วที่สุดนะ แต่ว่าถ้าหากจะจองคิวเฉพาะคงต้องจองล่วงหน้าก่อน 1-2 วัน ตอนนี้คุณต้องทำการจองคิ้วไว้ก่อนแล้วก็อาจจะต้องรอถึงพรุ่งนี้ไม่ก็มะรืนถึงจะสามารถรับการรักษาได้"

"เอ๋?" หยางโปเกิดอาการตกตะลึงขึ้นมาเพราะเขาคิดไม่ถึงว่าจะต้องจองคิวล่วงหน้านานขนาดนี้ "ขอบคุณมากนะครับ"

อีกฝ่ายพยักหน้าก่อนที่จะเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงแต่หยางโปที่ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อ

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็โทรศัพท์ไปหาลัวย่าวหัวเพื่อเล่าเหตุการณ์ของเขาให้ฟัง

หลังจากที่อีกฝ่ายรู้เรื่องของเขาแล้ว อีกฝ่ายก็ตอบตกลงช่วยเหลือทันที

ในช่วงบ่าย ลัวย่าวหัวก็เตรียมพยาบาลเฉพาะทางเพื่อมาทำเรื่องให้กับหยางโป ก่อนที่จะช่วยเหลือทั้งเรื่องจากต่อคิวและการลงทะเบียนต่างๆ หลังจากที่ทำเรื่องเรียบร้อยแล้วก็เป็นเวลา 5 โมงเย็นพอดี

หยางโปรู้สึกซาบซึ้งใจกับพยาบาลที่ช่วยเหลือเขาจนเขาเอ่ยปากเพื่อเลี้ยงอาหารเป็นการตอบแทน ทว่าอีกฝ่ายก็ปฎิเสธคำเชิญของเขา สุดท้ายเขาจึงเลือกที่จะให้เงินตอบแทนไปเล็กๆน้อยๆสำหรับค่าช่วยอำนวยความสะดวกให้

เมื่อพิจารณาเกี่ยวกับความจำเป็นในการดูแลระยะยาวดูเหมือนว่าอาจจะไม่ทันที่จะไปหาบ้านเช่า เขาจึงทำการเปิดห้องเล็กๆชั่วคราวไว้ก่อนเพื่อให้แม่ของเขากลับไปพักผ่อน

ทว่าหลังจากที่แม่ของเขารู้เรื่องที่เขาเปิดห้องพัก แม่ของเขาก็เริ่มบ่นขึ้นมาอีกครั้ง "แม่นอนที่พื้นแถวๆนี้ก็ได้แล้ว แล้วลูกเองก็มีที่นอนแถวนี้ไม่ใช่เหรอ?"

หยางโปไม่เคยบอกเรื่องที่เขาอยู่ที่จินหลิงมาก่อนและพ่อแม่ของเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าหยางโปนอนอยู่บนเตียงพับเป็นเวลา 2 ปีเต็มๆ "เดี๋ยวผมก็ออกจากงานนั้นแล้ว ไปที่นั่นไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ด้วย พรุ่งนี้ผมจะหาบ้านเช่า แม่จะได้มีที่ทำกับข้าวด้วย"

"หา? ลูกจะลาออกจากงานเหรอ?" แม่ของหยางโปตกใจ "ถ้าลูกออกจากงาน จะหาเงินรักษาพ่อได้ยังไงล่ะ?"

"แม่ไม่ต้องห่วงหรอก ผมหาได้" หยางโปพูดปลอบใจ

พ่อของหยางโปที่นอนอยู่บนเตียงก็พูดขึ้นมาว่า "ลูกมันโตแล้ว เธอปล่อยให้เขาตัดสินใจเองเถอะ"

แม่ของหยางโปถอนหายใจออกมาโดยไม่พูดอะไร

เป็นเพราะเมื่อวานเขายังไม่ได้นอนอย่างเต็มที่ แถมวันนี้ก็ยุ่งทั้งวัน แต่หยางโปเลือกที่จะให้แม่กลับไปนอนที่โรงแรมเล็กๆที่เขาจองให้ ส่วนตัวเขาเลือกที่จะนอนเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลแทน

หยางโปฟุบหลับอยู่ที่ปลายเตียง หลังจากที่แม่เอาข้าวเช้ามาเขาก็ถูกแม่ปลุกให้ตื่นเพื่อให้กลับไปพักผ่อนที่โรงแรม

หลังจากที่หยางโปกลับมาถึงโรงแรมแล้ว เขาก็อาบน้ำอาบท่าก่อนที่จะเอนตัวนอนลงบนเตียง ทว่าเขากลับนอนไม่หลับ

หลังจากที่เห็นเบอร์โทรศัพท์ที่เขาไม่ได้รับสาย เขาก็นึกได้ว่าเขายังไม่ได้ไปลาออกที่ร้านกู่เต๋อจาย หยางโปจึงรีบลุกขึ้นก่อนที่จะรีบแต่งตัวและนั่งรถสาธารณะเพื่อไปที่ร้านทันที นี่เป็นวันที่สองแล้วที่เขาไม่ได้ไปทำงาน ดูเหมือนว่าคงทำให้กัวปาผีร้อนใจอยู่ไม่น้อย

ขณะที่กัวปาผีกำลังนั่งอยู่ในร้าน เขาก็มองเห็นหลี่หลิงที่กำลังทำตัวลับๆล่อๆอยู่ด้านนอก เขาจึงตระโกนขึ้นมาว่า "หลี่หลิง ทำอะไรน่ะ?"

หลี่หลิงที่ยืนอยู่ด้านนอกก็เกิดอาการตื่นตระหนกขึ้นมา "ปะ...เปล่าครับ ผมแค่มาดูว่าพี่โปกลับมารึยัง"

"ชิ! " กัวปาผีเปล่งเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจ "ไม่เห็นหัวมันมา 2 วันแล้ว รอให้มันกลับมาก่อนเถอะ ฉันจะตะเพิดให้ไม่มีที่ไปเลยคอยดู! "

หลี่หลิงได้ยินเช่นนั้นก็พูดขึ้นว่า "เถ้าแก่กัว เถ้าแก่ก็น่าจะรู้เรื่องที่บ้านของเขา เขาไม่ได้กลับบ้านมาตั้ง 2 ปีแล้วนะ บางทีเขาอาจจะกลับบ้านไปหาพ่อแม่ก็ได้"

"กลับบ้าน? แม้แต่โทรศัพท์ก็โทรไม่ติดเนี่ยนะ? บ้านอยู่หลังเขาหรือไง!" กัวปาผีพูดด้วยความโกรธ

จบบทที่ ตอนที่ 25 ในที่สุดก็ได้ไปโรงพยาบาลแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว