เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 ลายเส้นที่ละเอียดอ่อนดั่งเส้นขน

ตอนที่ 18 ลายเส้นที่ละเอียดอ่อนดั่งเส้นขน

ตอนที่ 18 ลายเส้นที่ละเอียดอ่อนดั่งเส้นขน


ตอนที่ 18 ลายเส้นที่ละเอียดอ่อนดั่งเส้นขน

"เหอะๆ จะเอารูปปั้นนักเต้นหยกนี่ไปเป็นสมบัติงั้นเหรอ?" ผู้ดูแลชวีหันไปมองหยางโปด้วยสายตาดูถูก

ปกติแล้วหยางโปเป็นคนสุขุมมาก และเขาก็ไม่ก็ไม่ใช่คนที่จะโมโหหรือระเบิดอารมณ์ออกมาได้ง่ายๆ ทว่าในเวลานี้หลังจากที่ถูกผู้ดูแลชวีพูดจายั่วโมโหเขาติดต่อกันหลายครั้ง ภายในใจของเขาก็เกิดอาการเดือดขึ้นมา และดูเหมือนว่าเขาอาจจะทนได้อีกไม่นานแล้ว

"ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานของชาวฮั่น มีส่วนเว้าโค้งทั้งสองข้างที่ยอดเยี่ยม มีวิธีการแกะเสาะที่ไหลลื่น มีการบรรจงแกะอย่างลึกซึ้ง เส้นที่ถูกแกะสลักมีความต่อเนื่องกันจนทำให้ลายเส้นที่เกิดขึ้นมีความละเอียดอ่อนและไร้ที่ติ"

หยางโปนึกถึงประโยคที่เขาเคยได้อ่านจากหนังสือก่อนหน้านี้ขึ้นมา จึงเอ่ยปากพูดออกไป

ทว่าผู้ดูแลชวีกลับหัวเราะออกมา "อ้างอิงมาจากในหนังสือเพื่ออวดความรู้สินะ? นายคิดว่าความรู้ที่อ้างอิงมาพวกนั้นจะทำให้รูปปั้นนักเต้นหยกชิ้นนี้กลายเป็นรูปปั้นแกะสลักที่มีลายเส้นที่ละเอียดอ่อนดั่งเส้นขนได้จริงๆงั้นสิ? "

ตอนที่ทำการประมูลผู้ดูแลชวีไม่ได้ดูรูปปั้นนักเต้นหยกชิ้นนี้ด้วยความระมัดระวัง แต่เขาก็ยังมั่นใจในตัวเองที่ผ่านประสบการณ์มามากมายแถมยังเป็นนักเชี่ยวชาญด้านนี้ว่ายังไงเขาก็ไม่พลาดแน่ๆ และไม่มีทางที่เขาจะแพ้เด็กตรงหน้าคนนี้

ทว่าปู่เฟิงกลับมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้เขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่หลังจากที่เห็นหยางโปยังคงเพิ่มราคาของชิ้นนี้อย่างต่อเนื่องเขาก็เริ่มคิดได้ว่าตอนนั้นเขาไม่ทันได้สังเกตเห็นถึงจุดเล็กๆบางอย่าง และตอนนั้นเขาก็ไม่สามารถขึ้นไปดูของชิ้นนี้บนเวทีได้อีก ทว่าหลังจากที่ได้ยินหยางโปพูดถึงลายเส้นของมัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นด้วยความแปลกใจว่า "เสี่ยวหยาง ขอฉันดูหน่อยได้รึเปล่า? "

หยางโปยื่นรูปปั้นในมือของเขาให้อีกฝ่ายโดยไม่ได้อธิบายอะไรมากมาย

ปู่เฟิงใช้มือทั้งสองข้างรับรูปปั้นมาไว้ในมือก่อนที่จะหยิบแว่นขยายออกมา ลายเส้นนี้เป็นลายเส้นที่เกิดขึ้นจากการถูกแกะสลักแบบเส้นละเอียดซึ่งแพร่กระจายในยุคจ้านกั๋ว(สมัยแห่งการปฏิรูปครั้งใหญ่ทางด้านประวัติศาสตร์จีน)จนถึงยุคฮั่น การแกะสลักนี้ปรากฎเป็นเส้นละเอียดอย่างมาก ซึ่งดูบางราวกับเป็นเส้นผม ต้องใช้แว่นขยายทำการขยายถึง 60 เท่าจึงจะสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน

ในเวลานี้สถานที่ที่พวกเขาทั้งสี่ยืนอยู่ไม่ได้ห่างจากสถานที่ทำการประมูลมากนัก ภายใต้แสงสว่างจากถนนถือว่ายังมืดอยู่มาก แต่มันก็ดีกว่าสถานที่ก่อนหน้านี้

หลังจากที่ผู้ดูแลชวีเห็นปู่เฟิงกำลังทำการส่องไปที่รูปปั้นอยู่นั้นเขาก็เงียบไปโดยไม่พูดอะไรออกมา หลังจากเวลาผ่านไปสักพักเขาก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมา จนทำให้ผู้ดูแลชวีเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจขึ้นมาว่า ไม่แน่ของชิ้นนี้อาจจะไม่มีที่มาที่ไปก็เป็นได้

ปู่เฟิงยังคงไม่พูดอะไรออกมา และผู้ดูแลชวีก็ยังคงเงียบเสียงโดยไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาเช่นเดียวกัน ส่วนลัวซ่าวที่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สนใจกับของชิ้นนี้ก็เดินออกไปรับโทรศัพท์

หลังจากเวลาผ่านไป ปู่เฟิงก็เงยหน้าขึ้นก่อนที่จะถอนหายใจออกมา "สงสัยว่าฉันจะแก่เกินไปจริงๆถึงทำให้สายตาของฉันเลอะเลือน จนพลาดสมบัติที่มีลายเส้นที่ละเอียดเช่นนี้ไปได้"

สีหน้าของผู้ดูแลชวีเปลี่ยนไปในทันทีก่อนที่จะหันกลับไปมองหยางโป หลังจากเห็นสีหน้าที่เรียบเฉยของอีกฝ่ายเขาก็รับรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ตอนนี้เขาเสียท่าให้กับเจ้าเด็กหยางโปนี้แล้ว ใครจะไปคิดว่าเขาจะปล่อยของที่มีราคาไปให้กับเจ้าเด็กคนนี้!

หลังจากเปล่งเสียงออกมาจากลำคอด้วยความไม่พอใจ ผู้ดูแลชวีก็เดินออกไปในทันที

หยางโปส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มโดยไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ภายในใจของเขาเองก็อดคิดไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ อีกฝ่ายจะกลับมาหาเรื่องสร้างความยุ่งยากให้กับเขาอีกรึเปล่า

"ในนั้นแสงสว่างไม่เพียงพอ แถมแว่นขยายของแต่ละคนก็ขยายไม่ได้มาก แต่โชคดีที่ผมมีแว่นขยายที่สามารถส่องได้หลายเท่า" หยางโปอธิบายออกมา

ปู่เฟิงยิ้ม "เสี่ยวหยางนี่ถึงแม้ว่าจะยังเป็นเด็กแต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากเลยนะเนี่ย ตาถึงจริงๆ"

ได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น ภายในใจของหยางโปก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองขึ้นมา "คุณชมเกินไปแล้วครับ"

ยังไม่ทันทีทั้งสองจะพูดอะไรต่อจากนั้น ลัวซ่าวก็ถือโทรศัพท์ก่อนที่เดินกลับมาหาพวกเขา "ปู่เฟิง เพื่อนผมไปซื้อวัตถุโบราณที่เขตชานเมืองราคา 5,000,000 หยวนมา เขารู้สึกไม่สบายใจเพราะคิดว่าอาจจะมีปัญหาเกี่ยวของชิ้นนี้ วันนี้คุณว่างรึเปล่า? "

เป็นเพราะการประมูลใต้ดินเกิดขึ้นตอนช่วงเช้ามืด หลังจากที่หยางโปเงยหน้ามองฟ้าเขาก็พบว่าตอนนี้ท้องฟ้าสว่างขึ้นแล้ว เขาหันไปพยักหน้าให้กับสองคนเบาๆเพื่อเป็นการกล่าวลา ก่อนที่จะแยกตัวออกไป

ปู่เฟิงเกิดอาการลังเลก่อนที่จะส่ายหน้า "เสี่ยวหลัว เกรงว่าวันนี้จะไม่ได้ ตอนบ่ายฉันต้องไปประชุมที่ปักกิ่ง อีกอย่างตอนนี้ฉันก็แก่มากแล้ว คิดว่าคงจะไม่สามารถช่วยอะไรได้มากหรอกนะ"

"ปู่เฟิง วันนี้รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณแล้ว เดี๋ยวคุณต้องไปประชุมที่ปักกิ่งอีกคงจะเหนื่อยน่าดูเลย เอาแบบนี้แล้วกันเดี๋ยวผมจะช่วยจองตั๋วให้แล้วกันนะครับ จะได้มีเวลาพักผ่อนบนเครื่องบินด้วย" ลัวซ่าวพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

ปู่เฟิงได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ปฎิเสธอะไร "เอางั้นก็ได้"

ลัวซ่าวรีบโทรศัพท์พร้อมกับใบหน้าที่ดูเหมือนจะมีความกระวนกระวาย "ปู่เฟิง ตั๋วจองให้เรียบร้อยแล้วนะครับ แต่เพื่อนของผมคนนั้นถือว่าเป็นคนสำคัญคนหนึ่งเลยผมจำเป็นต้องช่วยเขา ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเพื่อนคนไหนที่มีความสามารถพอๆกับคุณแนะนำให้กับผมได้บ้างไหมครับ? "

ปู่เฟิงยิ้ม "ผมเกรงว่าจะไม่มีใครว่างเลยน่ะสิ แต่ถ้าคุณบอกว่าเป็นเพื่อนคนสำคัญ ผมว่าผมมีอีกคนที่สามารถช่วยได้นะครับ"

"ใครครับ?" ลัวซ่าวถามด้วยความกระวนกระวายใจ

"นั่นไงครับ เขายังเดินไปได้ไม่ไกล" ปู่เฟิงเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะชี้ไปยังคนที่เดินออกไปไม่ไกล

ลัวซ่าวหันไปมองก่อนที่จะพบว่าคนที่ถูกพูดถึงคือหยางโป ทว่าเมื่อนึกถึงอายุอีกฝ่าย ลัวซ่าวก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา "ยังอายุยังน้อยอยู่เลยนะครับ จะทำได้จริงๆเหรอ?"

"คนในงานประมูลทั้งหมดต่างก็ไม่เห็นความแตกต่างของเจ้ารูปปั้นนักเต้นหยกชิ้นนั้น แต่มีเขาเพียงแค่คนเดียวที่เห็นมัน นายว่าเขาเป็นยังไงล่ะถึงทำได้ขนาดนี้?" ปู่เฟิงพูดขึ้น

ลัวซ่าวชะงักไป ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาปลีกตัวออกไปรับโทรศัพท์จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อสักครู่

"รูปปั้นนักเต้นหยกชิ้นนี้มีเทคนิคลายเส้นแกะสลักที่เบาบางของยุคฮั่น ซึ่งมันเป็นเทคนิคการแกะสลักที่สูญหายไปแล้ว และมันมีราคาที่สูงมาก งานประมูลมีคนเข้าร่วมตั้งเยอะแยะแต่เขาเป็นคนที่มีสายตาที่หลักแหลมที่สุดแถมยังได้ไปในราคา 50,000 หยวน ซึ่งราคาของชิ้นนี้อย่างน้อยๆก็มีราคาถึง 200,000 หยวนซึ่งแพงกว่าราคาที่เขาประมูลไปถึง 4 เท่า" ปู่เฟิงคิดว่าลัวซ่าวคงจะไม่เข้าใจ เขาจึงอธิบายให้ฟัง

ลัวซ่าวขมวดคิ้วเข้าหากัน "แต่เราเองก็ทำเงินจากของที่ซื้อมาได้ไม่น้อยเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ?"

ระหว่างที่ลัวซ่าวพูดเขาก็พบสีหน้าของเฟิงเที่เปลี่ยนไป จนทำให้ใบหน้าของเขาเกิดอาการแดงขึ้นมา ที่เขาสามารถทำเงินได้ใครๆก็ต่างรู้กันดีว่าทุกครั้งที่เขาประมูลราคาไปต่างก็ไม่มีใครแย่งประมูลของชิ้นเดียวกันกับเขา ซึ่งนั่นมันก็เป็นเพราะคนที่อยู่เบื้องหลังของเขาไม่ใช่เหรอ?

"โอเคครับ งั้นผมไปหาเขาก็ได้" ลัวซ่าวยิ้มด้วยสีหน้าเจื่อนๆ

หยางโปเดินถือรูปปั้นนักเต้นหยกไว้ในมือพร้อมกับเตรียมตัวเดินไปยังร้านจี๋หย่าถาง ตอนนี้เขาไม่อยากกลับไปพักผ่อนแต่สิ่งที่เขาต้องการจะทำมากที่สุดคือขายของชิ้นนี้ออกไปให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้กลับบ้าน

"ปี๊นๆๆ" เสียงแตรรถดังขึ้นจากด้านหลังของเขา หยางโปได้ยินเสียงนั้นก็หันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน "เฮ้น้องหยาง รอก่อนสิ"

หยางโปมองไปตามเสียงก็พบกับลัวซ่าวและปู่เฟิงที่เดินลงมาจากรถเพื่อลงมาหาเขา

ลัวซ่าวเดินมาพร้อมกับรอยยิ้ม "น้องหยาง วันนี้นายว่างรึเปล่า?"

หยางโปเกิดอาการชะงัก "หมายความว่ายังไงเหรอ?"

ปู่เฟิงก้าวมาด้านหน้า "เสี่ยวลัวมีเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังต้องการความช่วยเหลือน่ะ แต่วันนี้ฉันต้องไปประชุมที่ปักกิ่ง ก็เลยไม่มีเวลาไปช่วยเขา ฉันคิดว่านายเองก็มีความรู้ก็เลยแนะนำนายให้กับลัวซ่าว"

หยางโปรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา ถ้าหากต้องการความช่วยเหลือดูเหมือนว่าจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประเมินราคาวัตถุโบราณแน่ๆ "ปู่เฟิง คุณเองก็ได้ยินที่ผู้ดูแลชวีพูดแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าผมเป็นแค่เด็กเฝ้าร้านคนนึงก็เท่านั้น"

"การกวาดขยะก็ถือเป็นศิลปะวิชาต่อสู้อย่างหนึ่งได้เหมือนกัน แล้วทำไมเด็กเฝ้าร้านขายวัตถุโบราณอย่างนายจะทำไม่ได้ล่ะ?" ลัวซ่าวช่วยพูดอธิบายขึ้น

หยางโปยังคงปฎิเสธ "โทษทีนะลัวซ่าว ฉันก็ไม่ได้อยากจะปฎิเสธนายหรอก แต่เป็นเพราะที่บ้านฉันกำลังเดือดร้อน ฉันต้องรีบเอาของชิ้นนี้ไปขายจะได้รีบกลับบ้าน"

"บ้านนายอยู่ที่ไหน?" ลัวซ่าวถามขึ้น

"ลี่สุ่ย"

"บังเอิญจริงๆเลย ฉันเองก็ต้องไปลี่สุ่ยเหมือนกัน" ลัวซ่าวพูดด้วยอาการดีใจ

จบบทที่ ตอนที่ 18 ลายเส้นที่ละเอียดอ่อนดั่งเส้นขน

คัดลอกลิงก์แล้ว