เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 มิตรภาพผิวเผิน

ตอนที่ 13 มิตรภาพผิวเผิน

ตอนที่ 13 มิตรภาพผิวเผิน


ตอนที่ 13 มิตรภาพผิวเผิน

หลังจากที่กัวปาผีกลับมาถึงที่ร้าน เฉาหยวนเต๋อก็ออกจากร้านไปแล้ว ก่อนหน้านี้พวกเขาได้เดินทางไปธนาคารที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อทำการโอนเงินซื้อขายด้วยจำนวนเงิน 25,000 หยวน ซึ่งราคานี้ถือว่าสูงมาก ราคาของภาชนะสำริดในตลาดซื้อขายมีราคาอยู่ที่ 10,000 -15,000 หยวน แต่เป็นเพราะของชิ้นนี้มีรอยจารึกอยู่ถึง 3 จุด จึงทำให้ราคาแตะถึง 20,000 หยวน แต่เฉาหยวนเต๋อกลับโอนเงินให้เพิ่มถึง 25,000 หยวน

เฉาหยวนเต๋อถือว่าใจกว้างมาก จากวิธีการพูดของเขาการช่วยขายของของเขาทำให้เจ้าของไม่เสียผลประโยชน์อย่างที่เขาพูดไว้เลย

หลังจากที่เดินไปส่งเฉาหยวนเต๋อแล้ว หยางโปก็กำหมัดแน่นด้วยอาการดีใจ ตอนนี้จำนวนเงินเข้าใกล้ความเป็นจริงอีกก้าวนึงแล้ว

ตอนที่กัวปาผีกลับมาถึงที่ร้านเขาก็เห็นหยางโปกำลังฟุบอยู่ที่โต๊ะ เขาจึงเดินเข้าไปตบโต๊ะเพื่อปลุกหยางโป "นี่หยางโป! ตื่นๆ รีบไปทำความสะอาดร้านเดี๋ยวนี้! "

หยางโปเงยหน้าขึ้นพร้อมกับดวงตาที่สะลึมสะลือ "ทำเสร็จแล้วครับ"

ที่จริงเขายังไม่ได้ทำความสะอาดหรอก แต่เป็นเพราะเขาทำความสะอาดทุกวันแถมลูกค้าก็ไม่เยอะ จึงทำให้ไม่สามารถแยกได้เลยว่าวันนี้เขาทำความสะอาดแล้วหรือยัง

แต่กัวปาผีก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ "ทำเสร็จแล้วแกก็ไปยืนต้อนรับแขกข้างหน้าสิ! "

หยางโปขมวดคิ้วเข้าหากัน เขารู้ดีว่าเถ้าแก่ทุกคนต่างก็ไม่อยากให้เด็กเฝ้าร้านนั่งว่าง แต่สำหรับร้านวัตถุโบราณแล้วไม่ได้อยู่ที่การยืนต้อนรับแขกด้านนอกร้าน เพราะมันถือเป็นการกดดันคนที่จะเดินเข้ามาในร้านเสียมากกว่า แต่เขาไม่อยากจะเถียงกับเถ้าแก่เขาจึงพูดขึ้นว่า "เถ้าแก่ เมื่อกี้ไปถนนจานเหยียนมาเจอแผงลอยนั่นรึเปล่าครับ?"

หลังจากที่พูดจบ กัวปาผีก็เกิดรู้สึกเคืองขึ้นมา "หยุดพูดถึงเรื่องนี้เถอะ ตอนที่ฉันไปถึงเถ้าแก่นั่นกำลังเก็บของพอดี ฉันบอกว่าขอดูของหน่อยเจ้านั่นก็ไม่สนใจ เอาแต่เก็บของแล้วก็ปิดร้านวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตาฉันเลย! "

"เฮ้อ แต่รู้ไหมเพราะอะไรเถ้าแก่นั่นถึงหนีไปแบบนั้น? ตอนที่ฉันหันกลับมาฉันเห็นมีเทศกิจสองคนกำลังเดินมาพอดี ดูเหมือนว่าเถ้าแก่นั่นคงจะตกใจจนนี่ไปนั่นแหละ"

หยางโปหัวเราะออกมาเบาๆ "เถ้าแก่อย่าโกรธไปเลย ตอนที่เถ้าแก่ไปก็เกือบจะ 9 โมงแล้วไม่ใช่เหรอ พวกเทศกิจก็ต้องออกมาทำงานของพวกเขาแล้วเหมือนกัน ที่แผงลอยวิ่งออกไปแบบนั้นก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าพรุ่งนี้เถ้าแก่ไปให้เร็วกว่านี้หน่อยก็คงจะมีเวลาดูสินค้าแหละครับ "

กัวปาผีชะงักไปก่อนที่จะพูดขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นเต้น "แกนี่ก็ฉลาดดีมันกันแหะ จริงด้วยสินะ พรุ่งนี้ถ้าไปที่นั่นอีกแผงลอยนั่นก็คงจะถูกวางที่เดิมนั่นแหละ"

"จะว่าไปเจ้าพวกแผงลอยพวกนี้ก็น่ารังเกียจจริงๆ พวกเราต้องเสียเงินเช่าร้านหาเงินกันเลือดตาแทบกระเด็น แต่ละปีจ่ายค่าเช่าที่ค่าน้ำค่าไฟรวมๆกันแล้วก็สองสามหมื่น แต่เจ้าพวกนั้นแค่หาที่ทำเลดีๆ สักที่ก็เอามาตั้งขายได้แล้ว โคตรจะไม่ยุติธรรมเลย"

แม้ว่าพรุ่งนี้กัวปาผียืนยันว่าจะรีบไปที่แผงลอยนั่นอีกครั้ง แต่ปากเขาก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

หยางโปไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ออกไปยืนที่ประตูเช่นเดียวกัน เขาเปลี่ยนสถานที่จากจุดเดิมที่เขานั่งกลายเป็นที่ใหม่โดยใช้เก้าอี้ตัวเล็กวางไว้ที่พื้นพร้อมกับเปิดหนังสืออ่าน หลังจากคุยกันต่อไม่กี่ประโยค ทั้งสองคนก็ลืมเรื่องราวที่เถียงกันเมื่อสักครู่ไปโดยที่ไม่มีใครพูดถึงมันอีก

หนึ่งวันผ่านไปโดยหยางโปใช้เวลาไปกับการนั่งอ่านหนังสือภายในร้าน ทว่าภายในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความปั่นป่วนที่วนเวียนอยู่ในหัว ตอนนี้เขาอยากกลับบ้านเพื่อไปพูดกับพ่อให้มารักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่เขารู้ดีว่าโอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จมีสูงมาก หากเขามีเงินมากกว่า 5แสนหยวน พ่อของเขาก็จะรับการรักษาแล้ว

ยังไม่ถึง 5โมงเย็น กัวปาผีก็ขับรถเน่าๆ ของเขาออกไปจากร้าน หยางโปเกิดความลังเลอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดก็ก็อดใจไม่ไหว ตัดสินใจปิดร้านก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังตลาดของโบราณฉาวเทียนกงทันที

ตลาดของโบราณฉาวเทียนกงเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องของสะสมของชาติของเมืองจินหลิง ต้นกำเนิดของยี่ห้อสินค้าที่สามารถสืบย้อนไปถึงราชวงศ์ชิงตอนกลางและปลายได้จนถึงตอนนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่มีอายุร้อยกว่าปีแล้ว ตลาดของโบราณเปิดให้บริการตลอด แต่หยางโปรู้ว่าจะมีแค่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีคนพลุกพล่านเท่านั้นถึงจะมีแผงลอยนำของดีๆ ออกมาวางขาย

เมื่อ 2 วันก่อนเขาเอาแต่คิดอยู่ตลอดว่าจะไปลองดูของโบราณที่นั่น แต่เป็นเพราะเขาต้องเฝ้าร้านหรือไม่ก็เกิดเรื่องที่มาแทรกระหว่างวันจึงทำให้เขาไม่ว่างไปสักที ในที่สุดครั้งนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไปที่นั่นถึงแม้ว่าจะถูกกัวปาผีจับได้ที่เขาปิดร้านก่อนเขาก็จะต้องมาให้ได้ เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถรอได้อีกต่อไปแล้ว

หลังจากที่ใกล้จะถึงตลาดของโบราณ เขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังขึ้น ตลาดตรงหน้าของเขาในเวลานี้มีแผงลอยจำนวนนับร้อยที่วางเรียงรายกันอย่างคึกคัก

หยางโปรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันทีหลังจากที่เห็นของที่นี่ที่มีอยู่อย่างละลานตา วันนี้เขาคงจะได้ของดีจำนวนไม่น้อยเลยล่ะ

หลังจากที่เดินๆหยุดๆ เพื่อดูสินค้าที่มีอยู่อย่างหลากหลาย หยางโปก็เริ่มรู้สึกตาลายขึ้นมา ของที่นี่มีจำนวนเยอะมากและประเภทของสินค้าก็มีอยู่อย่างหลากหลาย แต่ของเหล่านี้จำนวนมากกลับเป็นของเล็กๆที่มีราคาไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นัก มันเป็นเหมือนกันสถานที่ที่มีไว้สำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อเลือกซื้อของฝากที่ระลึก มิน่าหล่ะเขาถึงได้ยินเสียงพูดหลากหลายภาษาตลอดทาง

หลังจากเดินดูอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พบว่าไม่มีของอะไรที่น่าสนใจเลยและตอนนี้เขาเองก็รู้สึกตาลายมากแล้วด้วย แม้ว่ามันจะเป็นการเลือกวัตถุโบราณเพียงไม่กี่อย่างแต่ตาของเขาในเวลานี้มันกลับใช้ได้เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น และมันยากที่จะใช้สายตาโดยใช้ระยะเวลานานๆ

"พี่โป" เสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปหยางโปก็รู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร

"พี่โปมาทำอะไรที่นี่เนี่ย? ไม่ต้องเฝ้าร้านแล้วเหรอ?" หลี่หลิงใช้มือของเขาตบมาที่บ่าของหยางโปพร้อมกับถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

"แอบหนีออกมาน่ะ" หยางโปตอบกลับไปโดยไม่ปิดบัง

แต่หลี่หลิงกลับรู้สึกไม่เชื่อคำพูดของเขา "แน่เหรอ? อย่าโกหกผมเลยหน่า พี่จะกล้าหนีออกมาได้ยังไงกัน? นี่พี่กล้าล็อคประตูร้านกู่เต๋อจายเองเลยเหรอเนี่ย?"

"อื้ม ฉันล็อคประตูแล้วมาที่นี่จริงๆ" หยางโปยังคงตอบกลับไปสั้นๆ

หลี่หลิงชะงักไป "โหจริงดิ! พี่โปโคตรกล้าหาญชาญชัยเลยว่ะ "

หยางโปยิ้ม "นั่งแช่อยู่ในร้านตั้งนานแล้ว ออกมาเดินหน่อย จิตใจจะได้ผ่อนคลายลงบ้าง"

แต่หลี่หลิงกลับคิดว่าเรื่องที่ทำให้เขาเป็นกังวลก็คงจะเป็นแรงกดดันเรื่องพ่อของเขา หลี่หลิงจึงพูดขึ้นมาว่า "พี่โป...พี่อย่าเอาความกดดันพวกนั้นมาใส่ใจจนทำให้เครียดมากจนเกินไปสิ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะทำให้มันสำเร็จนะพี่ พี่ก็น่าจะรู้ว่าเราไม่สามารถควบคุมโชคชะตาได้ ยังไงก็ต้องพึ่งพาโชคให้นำพาไปอยู่ดี"

หยางโปยิ้มออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา อายุของเขาและหลี่หลิงห่างกันไม่มากดูเหมือนว่าจะห่างกันแค่ 2 ปีเท่านั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองก็ถือว่าดี แต่เขาก็ไม่อยากจะเอาเรื่องทุกอย่างไปบอกอีกฝ่ายจนหมดเปลือกอยู่ดี

"เอ้อจริงสิ เมื่อวานพี่ไปยืนอยู่หน้าร้านผม พี่บอกว่าจะมาหาผมไม่ใช่เหรอ? ผมรอพี่อยู่ตั้งนานสุดท้ายพี่ก็ปล่อยให้ผมรอเก้อซะงั้น" หลี่หลิงพูดขึ้น

หยางโปรู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนภายในใจของเขา ทว่าเขาก็ยังอธิบายให้อีกฝ่ายฟังไปว่า "เมื่อวานดันเจอเรื่องเข้ามาซะก่อนหน่ะ ก็เลยลืมไปเลยว่านัดนายไว้ โทษทีนะ"

รอยยิ้มของหลี่หลิงหายไปและเขาก็เลือกที่จะไม่ถามเกี่ยวกับเรื่องนั้นต่อ เขาจึงรีบพูดขึ้นมาว่า "อ๋อแบบนี้นี่เอง ที่ร้านของพี่คงจะมีลูกค้าเยอะมากเลยสินะ จะไปเหมือนกับร้านผมได้ยังไง เงียบเป็นป่าช้าไม่มีลูกค้าซื้อของที่ร้านเลยสักคน"

ในใจของหยางโปอดไม่ได้ที่จะแอบด่าเถ้าแก่เจี่ยหน้าเลือดคนนั้นขึ้นมา แต่ปากก็พูดออกไปว่า "แต่ธุรกิจแบบนี้ ถึงขายไม่ได้ 3 ปีก็เถอะ แต่ถ้าเกิดขายได้สักชิ้นก็มีกินได้ถึง 3 ปีเลยนะ"

ทั้งสองคนต่างพูดถ่อมตนขึ้นมา พร้อมกับความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาในใจว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนนับวันยิ่งห่างเหินมากขึ้นทุกที

จบบทที่ ตอนที่ 13 มิตรภาพผิวเผิน

คัดลอกลิงก์แล้ว