- หน้าแรก
- ทิ้งคู่หมั้นแสนดี มาเป็นสตรีของจอมมาร
- บทที่ 41 - ปฏิบัติต่อเชลยเช่นนี้ตลอดเลยหรือ
บทที่ 41 - ปฏิบัติต่อเชลยเช่นนี้ตลอดเลยหรือ
บทที่ 41 - ปฏิบัติต่อเชลยเช่นนี้ตลอดเลยหรือ
บทที่ 41 - ปฏิบัติต่อเชลยเช่นนี้ตลอดเลยหรือ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ซางหรูอี้เพียงแค่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ"
ระหว่างที่พวกเขากำลังสนทนากันอยู่นั้น เชลยศึกที่บาดเจ็บสาหัสจนสลบไสลไปหลายคนก็ค่อยๆ ได้สติฟื้นคืนมา พอพวกมันเห็นกลุ่มคนตรงหน้า ดวงตาก็พลันแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น
หนึ่งในนั้นที่มีท่าทางเหมือนหัวหน้ากลุ่ม ถ่มน้ำลายใส่ทางอวี่เหวินเยี่ยอย่างแรง "ถุย!"
"มารดาเถอะ ตายไปครึ่งตัวแล้วยังกล้าอวดดีอีก!"
หวงกงอี้กระโดดข้ามรั้วกั้นเข้าไปทันที พร้อมกับซัดเท้าเข้าที่กลางอกคนผู้นั้นอย่างจัง ชาวหูผู้นั้นบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว เมื่อโดนซ้ำเติมจึงกระอักเลือดสีดำออกมาคำโตแล้วล้มฟุบลงไปกองกับพื้น
ถูเช่อเอ๋อร์ตกใจจนเผลอร้องอุทานออกมา ส่วนซางหรูอี้ก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที
ต๋าปั๋วทนดูไม่ได้ จึงรีบเข้าไปดึงตัวหวงกงอี้ไว้ "เหล่าหวง อย่าทำแบบนี้"
ชาวหูที่ถูกเตะคว่ำไปดิ้นรนขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะพยายามเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาอย่างยากลำบาก พลางแสยะยิ้มเย็นชา "ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร พวกข้าถูกจับได้ก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัว แต่ข้าจะบอกอะไรให้ พวกเจ้าก็อย่าเพิ่งลำพองใจไป สภาพของพวกข้าในวันนี้ อีกไม่นานก็จะเป็นสภาพของพวกเจ้าในวันหน้า"
ต๋าปั๋วกล่าวเสียงเย็น "รู้ตัวว่าเป็นโจรผู้พ่ายแพ้แล้ว ยังจะเพ้อฝันว่าพวกข้าจะมีจุดจบเหมือนพวกเจ้าอีกรึ ฝันกลางวันอยู่หรือไง"
"หึ พวกเจ้าคิดว่าทำไมพวกข้าถึงก่อกบฏ ทำไมถึงต้องมาเป็นโจร"
"..."
"ไม่ใช่เพราะถูกบีบจนไม่มีทางให้เดินหรอกหรือ ฮ่องเต้ทรราชนั่น หลงระเริงในความสำเร็จ ขูดรีดภาษีประชาชน เกณฑ์ไพร่พลไปรบกับแคว้นโกวลีถึงสามครั้งจนผู้คนล้มตายไปนับไม่ถ้วน คนในเผ่าของข้าถูกเกณฑ์ไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนแทบไม่เหลือคนหนุ่ม ถ้าพวกข้าลุกขึ้นสู้ วันนี้ยังพอมีทางรอด แต่ถ้ายอมจำนน ก็คงตายแห้งตายแล้งอยู่ในหุบเขาที่ไหนสักแห่งไปนานแล้ว!"
"..."
"ตอนนี้พวกข้าคงไม่รอดแน่ ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว แต่ข้าจะบอกให้ พวกข้าก็จะคอยดู คอยดูจุดจบของพวกเจ้าเหมือนกัน! คิดหรือว่าพวกเจ้าจะหนีพ้น!"
สิ้นคำพูดนั้น ทุกคนในที่นั้นต่างเงียบกริบลงทันตา
แม้ฝ่ายหนึ่งจะเป็นทหารหลวง อีกฝ่ายเป็นโจรป่า แต่สถานะระหว่างพวกเขานั้น หากจะบอกว่าพลิกผันได้ มันก็ง่ายดายเหลือเกิน
ยามนี้แผ่นดินโกลาหล เสียงกบฏดังก้องไปทั่วทิศ จะมีทหารหลวงอีกสักกี่คนที่ทนการกดขี่ขูดรีดของราชสำนักไม่ไหวจนต้องลุกฮือขึ้นมาก่อกบฏเสียเอง
โดยเฉพาะซางหรูอี้ เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ จิตใจของนางก็ยิ่งหนักอึ้ง
นางหันไปมองอวี่เหวินเยี่ยที่ยืนอยู่ข้างกายโดยไม่รู้ตัว เห็นเพียงดวงตาสีเข้มลึกล้ำคู่หนึ่งที่จ้องมองเหล่าชาวหูพวกนั้นอย่างสงบนิ่ง ไม่เอ่ยวจีใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ
ทว่าหวงกงอี้กลับบันดาลโทสะขึ้นมาทันที เขาระดมเท้าเตะชาวหูคนนั้นอย่างบ้าคลั่งพร้อมด่าทอ "ข้าให้เจ้าพูดพล่อยๆ ข้าให้เจ้าพูดพล่อยๆ!"
ชาวหูผู้นั้นถูกเตะจนกลิ้งไปกับพื้น แต่กลับไม่ยอมร้องขอชีวิต ยังคงเบิกตาสีเลือดจ้องเขม็งมาที่พวกเขา
ซางหรูอี้เบือนหน้าหนีภาพนั้นทันที
จังหวะนั้นเอง อวี่เหวินเยี่ยก็เอ่ยขึ้น "ไม่ต้องไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อ คุมตัวพวกมันไว้ให้ดี อีกสองวันคนของราชสำนักจะมาคุมตัวพวกมันไป"
"ขอรับ"
สั่งการจบ เขาก็หมุนตัวเดินจากไปทันที
ซางหรูอี้รีบเดินตามไป แต่ขณะที่ก้าวเดิน นางอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองอีกครั้ง เห็นเพียงชาวหูเหล่านั้นที่รู้ตัวว่าไม่มีทางรอดแล้ว กลับพากันนั่งหัวเราะร่าอยู่บนพื้น
เสียงหัวเราะนั้น ฟังดูโหยหวนจนบอกไม่ถูก
|
หลังจากออกจากคอกม้า นอกจากเสียงบ่นกระปอดกระแปดของหวงกงอี้แล้ว ทุกคนดูจะเงียบขรึมกันไปหมด
อวี่เหวินเยี่ยเอ่ยขึ้น "ไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะ"
ซางหรูอี้พยักหน้ารับทันที อวี่เหวินเยี่ยจึงพานางเข้าไปยังกระโจมที่พักของเขา กระโจมหลังนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก ข้าวของเครื่องใช้ภายในก็เรียบง่าย มีเพียงตั่งยาวสำหรับนอนพักผ่อน ตั่งเตี้ยสำหรับใช้นั่งหารือราชการ และม้านั่งอีกไม่กี่ตัว
มู่เซียนยกน้ำชาเข้ามาให้สองถ้วยแล้วถอยออกไป
อวี่เหวินเยี่ยเดินไปล้างมือ พอหันมาเห็นสีหน้าของซางหรูอี้ที่ยังดูเคร่งเครียดอยู่ จึงเอ่ยถาม "เป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า"
"..."
ซางหรูอี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองเขาแล้วถามว่า "พวกท่าน... ปฏิบัติต่อเชลยเช่นนี้มาตลอดเลยหรือเจ้าคะ"
[จบแล้ว]