เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 สงสัย

ตอนที่ 8 สงสัย

ตอนที่ 8 สงสัย


ตอนที่ 8 สงสัย

ขณะที่หลี่หลิงเทน้ำที่อยู่ในแก้วไปที่ถนนด้านหน้าร้าน เขาก็มองไปที่แผ่นหลังของหยางโปที่เดินออกไปพร้อมกับความรู้สึกสงสัยที่เกิดขึ้น หยางโปไปอยู่กับคนที่ขายวัตถุโบราณคนนั้นได้ยังไงกันนะ ?

หลังจากที่เดินกลับเข้ามาในร้าน เถ้าแก่เจี่ยก็เห็นสีหน้าของหลี่หลิงที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขาจึงเอ่ยปากถามขึ้นว่า "เป็นอะไร ? เมื่อกี้คุยกับใครอยู่เหรอ? "

"อ่อ หยางโปน่ะครับ" หลี่หลิงตอบกลับไปก่อนที่จะอดไม่ได้ที่จะพูดต่อว่า "คุณลุงว่าแปลกไหมครับ เมื่อกี้ผมเห็นหยางโปกำลังคุยอยู่กับคนที่หลอกขายภาพคนนั้นด้านนอกร้านเราด้วย"

เถ้าแก่เจี่ยยิ้ม "แล้วยังไงล่ะ ? "

พูดจบสีหน้าของเถ้าแก่เจี่ยก็เปลี่ยนไป ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ "ห้ะ ! เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ? หยางโป ? ใช่หยางโปที่ร้านกู่เต๋อจายหรือเปล่า ? เขาอยู่กับคนที่หลอกขายภาพนั่นเหรอ? "

หลี่หลิงได้ยินเช่นนั้นก็รีบตอบกลับไป "ใช่ครับ หยางโปจากร้านกู่เต๋อจายนั่นแหละ เมื่อกี้พวกเขาคุยกันอยู่หน้าร้านเราครับ"

เถ้าแก่เจี่ยได้ยินเช่นนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงเกลียดชังว่า "กัวปาผี! พวกสิบแปดมงกุฎมาหลอกฉันถึงที่ มันจะมากเกินไปแล้วนะ! เขาคงคิดสินะว่าทำแบบนี้แล้วจะทำให้ฉันติดกับง่ายๆน่ะ ?"

"ชิ! กัวปาผี! ฉันต้องฉีกหน้าแกให้ได้ ! " เถ้าแก่เจี่ยพูดพึมพำออกมาด้วยความเกลียดชังอยู่ไม่กี่ประโยคก็หันไปมองหลี่หลิงพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า "เรื่องนี้นายไม่ต้องพูดกับหยางโปนะ หลังจากนี้นายเองก็อยู่ห่างๆเขาเอาไว้ อย่าปล่อยให้เขาหลอกจนไม่รู้ตัว"

หลี่หลิงเองก็คิดถึงเรื่องนี้ หลังจากที่คิดได้ว่ามันมีโอกาสที่ลุงของเขาจะถูกหยางโปและเถ้าแก่รวมหัวกันมาหลอกพวกเขา ภายในใจของหลี่หลิงก็เต็มไปด้วยความโกรธเคือง ... นี่ฉันนับถือว่าเราเป็นเพื่อนกันมาตลอดเลยนะ!

....

หยางโปไม่รู้ถึงพายุที่เกิดขึ้นจากอีกฝ่าย เขายังคงเดินนำชายวัยกลางคนมาที่ธนาคารก่อนที่จะร่างสัญญาสำหรับการโอนสัญญาแบบง่ายๆ หลังจากเขาโอนเงินจำนวน 50,000 หยวนให้กับอีกฝ่าย ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นการทำธุรกรรม

หยางโปนั่งกอดกล่องยาวอยู่ในห้องรับรองลูกค้าภายในธนาคารด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ทว่าเขาก็ยังรู้สึกถึงความกดดันที่เข้ามา เงิน 50,000 หยวนที่เพิ่งจะอยู่ในมือของเขาได้หายไปแล้ว ดีนะที่เขายังไม่ได้โทรศัพท์ไปหาที่บ้าน แต่กล่องที่อยู่ในอ้อมกอดของเขามันทำให้เขารู้สึกอุ่นใจและเขาก็หวังว่าภาพวาดนี้จะนำความโชคดีมาให้กับเขา

ภาพวาดเก่าแก่ได้ตกมาอยู่ในมือของเขาแล้ว หลังจากนี้ปัญหาก็คือการขายมันออกไป กู่เต๋อจาย โป๋กู่จาย สองชื่อนี้ตัดออกไปได้เลย แถวนี้ยังมีร้านขายวัตถุโบราณอีกไม่น้อย ทว่าที่สามารถเชื่อถือได้จริงๆก็มีเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้น เมื่อเช้านี้เขาเองก็ไปร้านโป๋กู่จายพร้อมกับผู้ดูแลชวี สุดท้ายก็เกือบจะโดนสองคนนั่นรวมหัวหลอก คนที่คุ้นเคยกันก็เป็นซะแบบนี้แหละ

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางโปก็ตัดสินใจที่จะไปที่ร้านที่เขาขายเครื่องลายครามหยีโหล่วจินเมื่อเช้า ก่อนหน้านี้เขาก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของตัวเองให้อีกฝ่ายเห็นแล้ว เขาคิดว่าเถ้าแก่หลิวคงจะไม่กล้าให้ราคาที่น่าเกียจเกินไป

หลังจากที่เดินทางมาถึงหน้าร้าน "จี๋หย่าถาง" หยางโปก็เดินเข้าไปในร้าน ในเวลานี้ไม่มีลูกค้าอยู่ภายในร้านมีเพียงแค่เถ้าแก่หลิวที่กำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่และดูเหมือนว่าจะงีบหลับอยู่บนโต๊ะ

หลังจากที่เห็นหยางโปเดินเข้ามาในร้าน เถ้าแก่หลิวก็เกิดอาการประหลาดใจขึ้นมา เขาลุกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้า "อ้าว เสี่ยวหยาง เอาของดีมาด้วยเหรอ ?"

หยางโปพยักหน้าก่อนที่จะวางกล่องในมือลง "คุณลองดูก่อนสิครับ เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน"

"ได้" เถ้าแก่หลิวยิ้มก่อนที่จะตะโกนบอกเด็กในร้าน "น้ำในกาจืดเกินไปแล้ว ไปต้มน้ำชาดีๆมาหน่อย"

เด็กในร้านมองหยางโปด้วยความประหลาดใจโดยไม่รู้เลยว่าเถ้าแก่ของเขาให้ความสำคัญกับชายหนุ่มคนนี้ได้ยังไงกัน

หยางโปทำเพียงแค่ยิ้มออกมา ที่แท้กฎของแต่ละร้านก็ต่างกันไม่มากเพราะการใช้คำพูดว่ารินน้ำชากับน้ำชาดีๆ มีความแตกต่างกัน

แม้ว่าจะได้รับของดีมาจากหยางโปก่อนหน้านี้แล้วหนึ่งชิ้น แต่เถ้าแก่หลิวก็ยังไม่กล้าที่จะประมาท เขาเปิดกล่องก่อนที่จะหยิบกระดาษที่ม้วนอยู่ด้านในพร้อมกับเปิดและวางลงบนโต๊ะที่มีผ้ารองอยู่หนึ่งชั้น หลังจากที่เริ่มมองภาพวาดตรงหน้าความรู้สึกสะอาดตาและเงียบสงบก็พัดผ่านเข้ามา ก่อนที่จะเอ่ยปากชม

หยางโปนั่งอยู่ข้างๆ พร้อมกับจิบน้ำชาตรงหน้า ตอนที่เขามาที่นี่ในช่วงเช้าตรู่ เขามาพร้อมกับความรู้สึกที่ตื่นเต้นและประหม่าทำให้เขาแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ แม้แต่น้ำชาเขาก็ไม่มีกระจิตกระใจที่จะสนใจมันด้วยซ้ำ ตอนนี้ภายในใจของเขานิ่งสงบกว่าก่อนหน้านี้แล้ว ตอนที่จิบชาอยู่นั้นเขาก็กวาดตามองไปยังเฟอนิเจอร์ที่อยู่ภายในร้าน

ก่อนหน้านี้ หยางโปเองก็สังเกตมองลูกค้าที่เข้ามาซื้อของภายในร้าน ทุกคนต่างก็มีสถานะที่แตกต่างกันออกไป การแสดงออกก็ไม่เหมือนกัน ตอนที่คนบ้านๆนำของมาที่นี่มากกว่าครึ่งต่างก็เกิดอาการกังวลสายตาลอกแลกไปมา นักต้มตุ๋นที่มาก็จะมาพร้อมกับท่าทางที่นิ่งสงบตอนที่พูดคุยกันคนเหล่านั้นก็จะหัวเราะออกมาจนทำให้คนดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ มีเพียงแค่ความไหลลื่นของพ่อค้าเท่านั้นที่จะไม่สามารถจะหลอกได้ ประเภทสุดท้ายคือพวกนักสะสมที่มีทักษะมากที่สุด ทุกคำที่พวกเขาพูดออกมาสามารถที่จะทำให้กัวปาผีกลายเป็นใบ้ไปในทันทีและแน่นอนว่าคนพวกนี้มีเพียงน้อยนิดเท่านั้น

ก่อนหน้านี้หยางโปเองก็เคยฝันไว้ว่าจะให้ตัวเองกลายเป็นนักสะสมที่มีของสะสมอยู่ในมือ ตอนที่เอ่ยปากพูดไม่ต้องพูดจนน้ำไหลไฟดับแต่ก็สามารถทำให้คนชมเชยได้ คิดเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากจะหัวเราะออกมาให้กับความไร้สาระ ถ้าหากเขาไม่ตั้งใจศึกษาอย่างจริงจังเขาจะสามารถทำแบบนั้นได้ยังไงกัน ?

หลังจากที่กลับมาอยู่ในโลกแห่งความจริง เถ้าแก่หลิวก็นั่งลงอีกครั้ง "เสี่ยวหยาง นายนี่ยอดเยี่ยมจริงๆเลยนะ ภาพวาดโบราณนี้คงไม่ใช่ว่าได้มาตอนเที่ยงหรอกใช่ไหม ?"

เถ้าแก่หลิวมองหยางโปกลายเป็นตัวแทนจำหน่ายของมือสองไปเสียแล้ว หยางโปยิ้มโดยที่ไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย "คุณฉาน ตัวอักษรเจี้ยชิว ฉายาประทับว่าสือซี เป็นของหนึ่งในสี่ของราชวงศ์ชิง การนำเสนอเนื้อหาในภาพวาดนี้สมบูรณ์เชื่อถือได้ มีความซับซ้อนและละเอียด ทัศนียภายในภาพไม่ใช่นำเสนอด้วยความแปลกใหม่ แต่มันแสดงให้เห็นถึงความลึกซึ้งที่อยู่ภายในภาพในแบบธรรมดาๆ ซึ่งมีพลังในการวาดที่ล้ำเลิศอีกด้วย"

หลังจากที่เห็นว่าหยางโปพูดถึงแต่รูปภาพโดยไม่ได้กล่าวสิ่งอื่น เถ้าแก่หลิวก็ไม่พูดอะไรต่อจากนั้นแต่เลือกที่จะเก็บความแปลกใจไว้ภายในใจของเขา ไม่รู้เลยจริงๆว่าเด็กแปลกคนนี้ถูกเลี้ยงมาจากตระกูลไหนกันแน่ "ถูกต้องอย่างที่นายว่ามา ตราประทับของนักเขียนคุณฉานมีความเข้มงวด การลงพู่กันเต็มไปด้วยพลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชอบใช้พู่กันหัวทู่ของเขา มีการถูและถมสีของหมึกเป็นชั้นๆ มีความหนาแต่ไม่แข็งทื่อ เขียนภาพโดยการใช้มุมมองธรรมดาแต่มันสามารถทำให้เห็นได้ถึงความลึกซึ้งที่อยู่ภายในภาพนั้น "

หยางโปยิ้มออกมาก่อนที่จะจิบชาตรงหน้าของเขา ซึ่งน้ำชาที่เขาดื่มเข้าไปมีความหอมและมันค่อยๆไหลลงไปในคอของเขา

เถ้าแก่หลิวมองภาพตรงหน้าด้วยความระมัดระวัง "เสี่ยวหยาง นายควรจะรู้นะว่าภาพวาดนี้สู้เครื่องลายครามหยีโหล่วจวินก่อนหน้านี้ไม่ได้ ถนนทั้งสายนี้ต่างก็เป็นร้านค้าทั้งหมด มีของหลายอย่างที่มีชื่อเสียงและทุกคนต่างก็แลกเปลี่ยนกันและรู้เกี่ยวกับชื่อเสียงของสิ่งของเหล่านั้น"

ตอนแรกหยางโปไม่เข้าใจว่าคำพูดของเถ้าแก่ต้องการจะสื่ออะไร ทว่าหลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็นขโมยนี่เอง!

เป็นเพราะเขาไม่ได้แสดงให้เห็นถึงตัวตนที่ชัดเจนของเขา จึงทำให้อีกฝ่ายต่างก็คาดเดาไปจนวุ่นวาย ซึ่งนั่นทำให้หยางโปทำอะไรไม่ถูก ทว่าเขาก็ไม่สามารถที่จะแสดงตัวตนของตัวเองได้หรือจะให้เขาบอกอีกฝ่ายหรอว่าเขาเป็นเด็กที่อยู่ในร้านขายวัตถุโบราณร้านหนึ่งน่ะ ? ถ้าบอกแบบนั้นไปเขายังจะสามารถมาค้าขายกับอีกฝ่ายได้อีกเหรอ? ถ้าหากความลับของตัวตนที่สร้างขึ้นด้วยความพยายามของเขาหายไปจะต้องเกิดความเสียหายครั้งใหญ่แน่ๆ แต่ถ้าหากว่าอีกฝ่ายไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา อีกฝ่ายก็ไม่กล้าที่จะกดราคาเขาให้ต่ำลงได้

"เถ้าแก่หลิวสบายใจเถอะ ของในมือของผมได้มาอย่างถูกต้อง เป็นเพราะว่าเถ้าแก่หลิวให้ราคาที่สมน้ำสมเนื้อ ผมก็เลยตัดสินใจมาที่ร้านของเถ้าแก่อีก" หยางโปอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ

จบบทที่ ตอนที่ 8 สงสัย

คัดลอกลิงก์แล้ว