เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 271 - พ่อค้าหน้าเลือดอวี๋ซานหยวน

บทที่ 271 - พ่อค้าหน้าเลือดอวี๋ซานหยวน

บทที่ 271 - พ่อค้าหน้าเลือดอวี๋ซานหยวน


บทที่ 271 - พ่อค้าหน้าเลือดอวี๋ซานหยวน

ห้องประชุมมัลติมีเดีย

จอภาพขนาดยักษ์ที่ต่อกันหลายจอ กำลังฉายภาพเหตุการณ์เหนือน่านฟ้าทะเลแดง

ในเวลานี้ เครื่องบินมิก-25 ที่พรางตัวเป็นเอฟ-15 จำนวน 12 ลำ พร้อมด้วยเจ-11บี รุ่นสมรรถนะสูงอีก 6 ลำ กำลังเล่นซ่อนแอบกับฝูงบินเอฟ-18 ฮอร์เน็ต จำนวน 19 ลำอย่างสนุกสนาน

เหล่าผู้บริหารในคณะที่ปรึกษาพิเศษ ต่างพากันจดบันทึก บ้างก็กระซิบกระซาบปรึกษาหารือกัน หรือไม่ก็ถกเถียงกับตัวแทนจากอุตสาหกรรมการบินยักษ์ใหญ่

เครื่องบินมิก-25 เป็นผลผลิตจากยุค 60 ของศตวรรษก่อน

ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับเครื่องบินสอดแนมแบล็คเบิร์ดและเครื่องบินทิ้งระเบิดวัลคีรี ที่บินได้สูงและเร็วเหนือเสียง

ดังนั้นความเร็วในการบินของมันจึงเกิน 3 มัค และเพดานบินสูงถึง 3 หมื่นเมตร

เมื่อเทียบกับเครื่องบินรบเอฟ-4 แฟนทอมในยุคเดียวกัน อย่าว่าแต่บินไล่กวดเลย แม้แต่ขีปนาวุธที่ยิงออกไปก็ยังตามไม่ทัน

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ระบบเรดาร์ก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้บินสูงแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นการตรวจจับของเรดาร์และดาวเทียม เทคโนโลยีขีปนาวุธก็ล้ำหน้าขึ้น เครื่องบินจะบินเร็วแค่ไหน ก็หนีไม่พ้นขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานรุ่นใหม่ที่มีความเร็วถึง 4 มัค หรือทะลุ 5 มัคไปแล้ว

ดังนั้นเจ้ามิก-25 ที่ทั้งหนัก กินน้ำมัน ระยะทำการสั้น สมรรถนะทางยุทธวิธีสอบตก แถมห้องนักบินยังร้อนระอุถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งภายนอกดูเหมือนเครื่องบินยุคที่ 3 แต่ไส้ในเป็นยุคที่ 2 จึงถูกยุติการผลิตไปตั้งแต่ทศวรรษที่ 80

รวมถึงเครื่องบินสอดแนมแบล็คเบิร์ดและเครื่องบินทิ้งระเบิดวัลคีรี ที่เคยรุ่งโรจน์ในยุคเดียวกัน ก็ถูกอเมริกาเหนือโยนเข้าสุสานเครื่องบินไปเรียบร้อย

อาจกล่าวได้ว่า พวกมันเป็นผลผลิตจากสงครามเย็นที่ถูกสร้างมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทาง การใช้งานจำกัด และไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

เว้นเสียแต่ว่าอเมริกาเหนือจะปัดฝุ่นโครงการแบล็คเบิร์ดและวัลคีรีขึ้นมาใหม่ เจ้ามิก-25 ถึงจะมีโอกาสได้เฉิดฉายอีกครั้ง

ตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 เป็นต้นมา การรบทางอากาศกระแสหลักได้เปลี่ยนไปใช้เครื่องบินยุคที่ 3

ซึ่งเน้นความคล่องตัวในระดับต่ำถึงปานกลาง

เพราะเวลาเรดาร์กวาดหาสัญญาณบนท้องฟ้า คลื่นเรดาร์จะแผ่ออกไปเป็นรูปพัด ยิ่งสูง พื้นที่ตรวจจับก็ยิ่งกว้าง

ในจังหวะนี้เอง หากบินในระดับต่ำ ก็เหมือนหลบอยู่ใต้เงาตะเกียง ทำให้รอดพ้นจากคลื่นเรดาร์ไปได้

อย่างปีที่แล้ว เจ้าอ้วนดำขับเจ-11บี รุ่นสมรรถนะสูง ซึ่งภายนอกดูเป็นยุค 3 แต่ไส้ในเป็นยุค 3.5 หรืออาจถึงยุค 4 บินโฉบเข้าไปประชิดเรือบรรทุกเครื่องบินเรแกนของกองเรือที่ 5 แถมยังทิ้งถุงขี้ใส่หอสังเกตการณ์อีกต่างหาก

ถ้าเปลี่ยนเป็นมิก-25 แล้วยิงขีปนาวุธใส่เรือเรแกนจากความสูง 2 หมื่นเมตร ไม่เพียงขีปนาวุธจะถูกสกัดได้ เจ้ามิก-25 เองก็อาจจะโดนสอยร่วงด้วย

แต่ไอ้ถุงขี้ที่ปาใส่หน้านั่น อเมริกาเหนือกันไม่ได้จริงๆ

นี่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเครื่องบินยุค 2 กับยุค 3

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่ เครื่องบินยุค 4 ที่ล่องหนได้ คล่องตัวสูง ระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินล้ำสมัย ระบบควบคุมการยิงแม่นยำ และใช้งานได้หลากหลาย ก็เริ่มเข้าประจำการ

ดังนั้นทางตะวันออกจึงไม่เคยนำเข้ามิก-25 เลย

ทว่าศักยภาพในการดัดแปลงของซานหยวนเฮฟวี่อินดัสทรีนั้น ต้องบอกว่าเหลือเชื่อสุดๆ

เหมือนอย่างเจ-11

การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากซู-27 และใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนตระกูลเอแอล-31 ของหมีน้ำแข็ง ติดตั้งระบบเรดาร์นำเข้า โดยรวมมีศักยภาพการรบพอๆ กับเอฟ-15เอ

ต่อมาผ่านการดัดแปลงโดยซานหยวนการเกษตร ตั้งชื่อใหม่ว่าเจ-11บี กลายเป็นเครื่องบินขับไล่หนักความเร็วเหนือเสียงทุกสภาพอากาศลำแรกของตะวันออก ที่ใช้เครื่องยนต์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบควบคุมการยิงที่ผลิตเองในประเทศทั้งหมด

น้ำหนักเครื่องลดลงหนึ่งในสาม ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 300% สมรรถนะเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น 150% ระยะทำการเกือบสองเท่า และบรรทุกน้ำหนักได้เกือบสองเท่า

แม้ซานหยวนการเกษตรจะไม่ได้แตะต้องระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุมการยิง แต่ได้เคลือบสารพรางตัวเอนกประสงค์ที่วิจัยโดยซานหยวนวัสดุก่อสร้าง ทำให้ศักยภาพโดยรวมของมัน แซงหน้าเครื่องบินยุค 3 และเทียบชั้นยุค 4 ได้เลย

เมื่อเทียบกับเจ-11 รุ่นเดิม ในสภาพอากาศเลวร้าย เจ้าอ้วนดำสามารถทำสถิติ 1 ต่อ 15 ได้สบายๆ

เพราะเจ-11 แทบจะหาเจ-11บี ไม่เจอ และต่อให้เจอ ก็ล็อกเป้าได้ยากมาก

แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาล

เจ-11บี ทุกๆ 46 ชั่วโมงบิน ต้องให้ซานหยวนวัสดุก่อสร้างพ่นสารพรางตัวใหม่

ค่าวัสดุลำละ 2 ล้าน ค่าแรงอีก 3 แสน

จากประสบการณ์ข้างต้น เมื่อดูภาพการไล่ล่าบนจอภาพขนาดยักษ์

เช่น เอฟ-18 ฮอร์เน็ต ที่ไล่ตามมิก-25 ไม่ทัน ฝ่ายหลังทิ้งห่างจนฝ่ายแรกไม่เห็นแม้แต่ควันไอพ่น

หรือเอฟ-18 ฮอร์เน็ต เห็นชัดๆ ว่ามิก-25 ทั้ง 12 ลำ หายไปทางทิศเหนือ แต่พริบตาเดียว มิก-25 ทั้ง 12 ลำ ก็โผล่ทะลวงมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้

จึงคาดเดาได้ว่า มิก-25 ก็คงเปลี่ยนวัสดุตัวเครื่อง พ่นสารพรางตัว และปรับปรุงเครื่องยนต์มาเหมือนกัน

ทำให้สมรรถนะโดยรวม เหนือกว่ารุ่นเดิมแบบเทียบไม่ติด

ที่สำคัญที่สุดคือ เครื่องบินแบบนี้ ราคาลำละ 50 ล้าน ซื้อไปไม่ขาดทุน ซื้อไปไม่โดนหลอกแน่นอน

ต่อให้ใช้รบไม่ได้ ก็เอามาทำเป็นเครื่องบินฝึกได้

อย่างแย่ที่สุด ก็ถอดเครื่องยนต์สมรรถนะสูงออกมา แล้วเอาตัวเครื่องไปหลอมรีไซเคิลวัสดุ

ดังนั้นหลังจากถกเถียงกันครู่หนึ่ง ทุกคนก็ตัดสินใจซื้อ

แต่ปัญหาก็ตามมา

จะซื้อกี่ลำดี?

ซื้อเยอะไป จะไปกระตุ้นต่อมอเมริกาเหนือไหม?

ซื้อน้อยไป อวี๋ซานหยวนจะขึ้นราคาที่หลังหรือเปล่า?

เกี่ยวกับคำถามข้อสุดท้าย หัวหน้ากลุ่มวิจัยพิเศษเอดีเอ็ม จึงไปถามอวี๋หยางเพื่อความชัวร์

"ภายหลังจะขึ้นราคาไหม? ขึ้นแน่นอนสิครับท่าน ปีนี้ราคาหมั่นโถวยังขึ้นเป็นเท่าตัว คนงานผมไม่ต้องกินข้าวเหรอ? ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนเหรอ? จะสร้างไอ้นี่ ผมไม่ต้องซื้อวัตถุดิบเหรอ? ปีหน้าวัตถุดิบไม่ขึ้นราคาเหรอ? ค่าไฟไม่ขึ้นเหรอ?"

"..."

"บอกตามตรงนะ พ้นคืนนี้ไป ราคาขึ้นเป็นลำละ 200 ล้านแล้ว"

"สหายอวี๋หยาง นี่มันขึ้นราคาโหดไปไหม?" หัวหน้าฝ่ายข้อมูลอุตสาหกรรมถามด้วยความไม่อยากเชื่อ

เพราะราคาขายพุ่งกระฉูด ค่าอะไหล่ก็พุ่ง ค่าซ่อมบำรุงในอนาคตก็ต้องพุ่งตามแน่

"ท่านครับ ท่านไม่เข้าใจหรอก"

"..."

"พรุ่งนี้ท่านก็จะเข้าใจ เผลอๆ ถึงพรุ่งนี้ ลำละ 500 ล้านท่านก็อาจจะไม่บ่นว่าแพง"

"???"

เนื่องจากการจัดซื้อครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ

ไม่มีอะไรต้องคุยรายละเอียดมากนัก

หัวหน้ากลุ่มวิจัยพิเศษเอดีเอ็มรายงานเบื้องบน แล้วตัดสินใจซื้อ 30 ลำทันที

"30 ลำ?"

"ทำไม สหายอวี๋หยางคิดว่าเยอะไปเหรอ?"

"น้อยไปต่างหาก หวังว่าถึงพรุ่งนี้ท่านจะไม่เสียใจทีหลังนะ"

หัวหน้ากลุ่มวิจัยพิเศษเอดีเอ็มได้ยินดังนั้น ก็ใจหายวาบ รีบเปลี่ยนคำพูดทันที "100 ลำ"

"ก็ยังน้อยอยู่ดี"

"..."

"ช่างเถอะ เซ็นสัญญาเลยละกัน รอบนี้จะลงบัญชีของเสิ่นเฟย หรือส่านเฟยดี?"

"เสิ่นเฟยมีเจ-11บีแล้ว ส่านเฟยก็มีวาย-10 งั้นรอบนี้ลงบัญชีเฉิงเฟยละกัน"

พอเซ็นสัญญาเรียบร้อย

อวี๋หยางก็สลับภาพบนหน้าจอเป็น 'รถสามล้อการเกษตรบรรทุกขีปนาวุธฮอว์กรุ่นปรับปรุงแล้วปรับปรุงอีก'

"ท่านครับ อันนี้ซื้อไหม?"

"..."

"เป็นอะไรครับ? ท่านรังเกียจว่ามันล้าสมัยเหรอ?"

"เสี่ยวอวี๋ ดูจากภายนอกแล้ว มันก็ล้าสมัยจริงๆ นั่นแหละ"

"โธ่ ท่านนี่หน้าบางยอมเจ็บตัวจริงๆ"

"..."

"งั้นผมขอถามท่านสักสองสามข้อ"

"เชิญ"

"รถสามล้อการเกษตร ถือเป็นผลผลิตของเครื่องจักรกลไหม?"

"แน่นอนสิ"

"แล้วในทางการทหาร ระหว่างกองพันมอเตอร์ไซค์ กับกองพันเครื่องจักรกล อันไหนล้ำหน้ากว่ากัน?"

"ก็ต้องกองพันเครื่องจักรกลสิ"

"ขอถามหน่อย กองทัพเราเปลี่ยนเป็นกองพันมอเตอร์ไซค์ครบหรือยัง?"

"ยัง..."

"ท่านดูสิ ถ้าเอาขีปนาวุธแบบนี้เข้าประจำการทั้งกองทัพ เราก็สามารถข้ามขั้นจากกองพันมอเตอร์ไซค์ ไปเป็นกองพันกึ่งเครื่องจักรกลได้เลยนะ"

"???"

ข้อเสนอของอวี๋หยางฟังดูมีเหตุผล

แต่พอลองจินตนาการภาพรถสามล้อการเกษตรบรรทุกขีปนาวุธพิสัยกลาง-ใกล้ ตั้งขบวนพาเหรดผ่านถนนฉางอันในเมืองหลวง...

หัวหน้ากลุ่มวิจัยพิเศษเอดีเอ็มรีบส่ายหัวดิก "เสี่ยวอวี๋ ดึกแล้ว พวกเรายังมีเรื่องต้องหารือกันอีกเยอะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ"

"งั้นท่านอย่าเสียใจทีหลังนะ?"

หัวหน้ากลุ่มวิจัยพิเศษเอดีเอ็มใจหายวาบอีกรอบ "ซื้อ 200 คัน"

"พวกโจรสลัดยิงทีเดียว 300 ลูก บ้านเราจะเอาแค่ 200 เหรอ?"

"คันละเท่าไหร่?"

"3 แสน"

"เสี่ยวอวี๋ รถสามล้อราคาไม่ถึง 3 พัน เธอมาเสนอขายฉัน 3 แสนเนี่ยนะ?"

"ขีปนาวุธติดรถของผมรุ่นนี้ มันเข้าเครือข่ายแล้วนะครับ"

"???"

"ระบบนำวิถีแม่นยำผ่านเครือข่าย แถมติดตั้งคอมพิวเตอร์ประจำรถ ถ้าทำงานร่วมกับเครื่องบินสอดแนมรุ่นนกน้อยไทป์ 1 และเครือข่ายสื่อสารของรถไฟความเร็วสูง รับรองว่าถ้าข้าศึกเข้ามาในเขตเตือนภัย ไม่มีทางรอดกลับไปได้แน่นอน 100% แถมกองทัพยังจะได้เรียนรู้ระบบนำวิถีผ่านเครือข่าย และเข้าใจว่า 'บิ๊กดาต้าทางการทหาร' คืออะไรอีกด้วย"

"300 คัน!"

"ตกลง งั้นขอค่าหน่วยกิตอีก 1 หมื่นล้านด้วย"

"ไอ้เชี่ย!"

สักพักใหญ่

หลังเซ็นสัญญา

"ท่านครับ เครื่องบินสอดแนมรุ่นนกน้อยไทป์ 1 ท่านไม่เอาเหรอ? นี่ของสำคัญเลยนะ"

"???"

"ไม่เอาจริงดิ?"

"ลำละเท่าไหร่?"

"1 พันล้าน"

"..."

ผ่านไปอีกพักใหญ่

"ท่านครับ มิก-25 รุ่นสมรรถนะสูง จะติดตั้งโมดูลนำวิถีผ่านเครือข่ายด้วยไหม?"

"???"

"ถ้าท่านไม่ติดตั้ง มิก-25 รุ่นสมรรถนะสูง จะเชื่อมต่อกับนกน้อยไทป์ 1 ไม่ได้ และเชื่อมต่อเครือข่ายสื่อสารรถไฟความเร็วสูงไม่ได้ รวมถึงใช้บิ๊กดาต้าทางการทหารของเมืองซินไท่ไม่ได้ด้วยนะ"

"ไอ้เชี่ย!"

ผ่านไปอีกพักใหญ่ๆ

"ท่านครับ น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสมรรถนะสูง เอาด้วยไหม?"

"???"

"ท่านลืมไปแล้วเหรอ เจ-11บี รุ่นสมรรถนะสูง กับวาย-10 รุ่นสมรรถนะสูง ก็ใช้น้ำมันสูตรพิเศษที่สั่งจากซานหยวนวัสดุก่อสร้าง ไม่งั้นอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ความแม่นยำสูงจะลดฮวบ มิก-25 รุ่นสมรรถนะสูง กับนกน้อยไทป์ 1 ก็ต้องใช้เหมือนกันนะ"

"ไอ้เชี่ยยย!!!"

ผู้บริหารเต็มห้องต่างพากันสบถในใจ

วินาทีนี้ ทุกคนเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าคำว่า 'พ่อค้าหน้าเลือด' มันเป็นยังไง

ทว่า

"ท่านครับ ขีปนาวุธก็เข้าเครือข่ายเหมือนกัน ต้องซื้อจากผมเหมือนกันนะ"

"..."

คืนนั้น

ทางตะวันออกเร่งร่างกฎหมายต่อต้านการผูกขาดข้ามคืน

...

อเมริกาเหนือ ตึกห้าเหลี่ยม

รัมส์เฟลด์กำลังครุ่นคิดว่าจะลดภาระให้กองทัพอเมริกาเหนืออย่างไรดี

ที่ปรึกษาทางทหารประจำตึกห้าเหลี่ยม ซึ่งเป็นรองประธานของแรนด์คอร์ปอเรชั่น เดินมาที่หน้าประตูห้องทำงาน "คุณฟิลด์ครับ"

"เชิญ"

อเมริกาเหนือเป็นสังคมทุนนิยม ตั้งแต่บนลงล่าง ล้วนประกอบขึ้นด้วยทุน รวมถึงกองทัพด้วย

ดังนั้นที่ปรึกษาทางทหารของตึกห้าเหลี่ยม จึงถูกจ้างเหมาช่วงให้กับแรนด์คอร์ปอเรชั่นและแบล็ควอเตอร์มานานแล้ว

โดยแรนด์คอร์ปอเรชั่นเป็นสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

และเป็น 'คลังสมอง' ของกลุ่มเสนาธิการทั่วโลก เป็นวิทยาลัยการทหารระดับซูเปอร์

อาจกล่าวได้ว่า ขอแค่กองทัพยังเหลือนายทหารระดับล่าง บริษัทนี้ก็พร้อมจะส่งคนมาเสียบแทนแม่ทัพนายกองระดับกลางและสูงได้ทันที

หรือแม้แต่เปลี่ยนระบบการบริหารของประเทศขนาดกลางและเล็กได้ทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็นการเงิน เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเมือง ฯลฯ

"คุณฟิลด์ครับ จากการวิจัยของเราพบว่า ซานหยวนการเกษตรดูเหมือนจะครอบครองเทคโนโลยีนำวิถีด้วยเครือข่ายไร้สายความถี่สูง ทำให้ขีปนาวุธกว่า 300 ลูก สามารถแปรขบวนเป็นรูปภาพนี้ได้"

"มีแผนรับมือไหม?"

"รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่ก็ปิดระบบสื่อสารเงียบ"

"งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรนิ"

"ไม่ๆๆ นั่นแหละคือปัญหาใหญ่ที่สุดครับ"

"หมายความว่าไง?"

"ถ้าเราทำการรบกวนสัญญาณ หรือปิดระบบสื่อสารเงียบ กองทัพเราก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ท่านก็รู้ เจ-11บี ของเจ้าอ้วนดำถนัดการบินประชิดตัวที่สุด ถึงตอนนั้น ถ้าต้องวัดกันด้วยการรบระยะสายตากลางอากาศ ฝ่ายเราจะเสียเปรียบเต็มประตู"

"..."

"ดังนั้นฝ่ายเราต้องการวิธีแก้ปัญหาแบบเฉพาะเจาะจง เช่น ปัดฝุ่นโครงการเครื่องบินสอดแนมแบล็คเบิร์ด และเครื่องบินทิ้งระเบิดวัลคีรี ใช้ความเร็วเข้าสู้กับเทคนิค"

"อวี๋ซานหยวนถนัดที่สุดคือการลากศัตรูที่แข็งแกร่ง ลงมาอยู่ในระดับเดียวกับเขา แล้วเขาก็จะใช้ประสบการณ์อันโชกโชน หรือความได้เปรียบที่เหนือกว่าเอาชนะศัตรู

ถ้าเราปัดฝุ่นแบล็คเบิร์ดกับวัลคีรี เขาจะเปิดตัวขีปนาวุธพิสัยกลาง-ใกล้ความเร็ว 5 มัค หรือ 6 มัค ออกมาทันที อย่าสงสัยในข้อสันนิษฐานนี้ ซานหยวนวัสดุก่อสร้างมีเม็ดพลาสติกระเบิด โรงงานเหล็กสามารถหล่อตัวถังขีปนาวุธได้ พวกเขาถึงขั้นผลิตแบบแมสโปรดักชั่นได้ด้วยซ้ำ...

ดังนั้นถ้าเราปัดฝุ่นแบล็คเบิร์ดกับวัลคีรี แล้วสร้างสายการผลิตขึ้นมา ก็เท่ากับเอาเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ไปละลายแม่น้ำเล่น"

แม้รัมส์เฟลด์จะไม่ได้ปะทะกับอวี๋หยางโดยตรงแล้ว แต่เขารู้จักเด็กหนุ่มคนนั้นดีมาก "จริงสิ ไอ้พวก 'เอฟ-15 เก๊' พวกนั้น สรุปแล้วมันคือเครื่องบินอะไร?"

"น่าจะเป็นเครื่องบินความเร็วสูงเพดานบินสูงที่ดัดแปลงมาจากมิก-25 ความเร็วสูงสุดเกิน 3 มัคครับ"

มิก-25? บางทีที่อวี๋ซานหยวนพยายามจะซื้อสำนักออกแบบมิโคยันจากหมีน้ำแข็งอย่างไม่ลดละ ก็เพื่อจะเอามิก-25 มาปรับปรุง แล้วบีบให้เรากระโดดลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดไว้ บังคับให้เราปัดฝุ่นแบล็คเบิร์ดกับวัลคีรีสินะ"

รัมส์เฟลด์จุดไฟป์ "แต่ยังไงซะ มิก-25 ก็ล้าสมัยไปแล้ว และของที่ซานหยวนการเกษตรโชว์ออกมา ดูเหมือนจะร้ายกาจ แต่จริงๆ แล้วใช้ได้แค่ตั้งรับ ไม่มีผลกระทบกับเรามากนัก"

รองประธานแรนด์คอร์ปอเรชั่นเข้าใจทันที

แม้ความเร็วของคลื่นวิทยุจะเท่ากับแสง

แต่เวลาส่งข้อมูล มันจะมีดีเลย์

ระบบนำวิถีด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูงพิเศษ ต้องมีเครือข่ายแลนบนท้องฟ้าคอยสนับสนุน และต้องมีศูนย์ข้อมูล

ถ้าเครื่องบินรบ -> เครื่องบินสอดแนมที่เป็นเครือข่าย -> ศูนย์ข้อมูล ทั้งสามฝ่ายอยู่ห่างกันมาก การสื่อสารก็จะเกิดความหน่วง

ถ้าเกิน 2000 กิโลเมตร ความหน่วงอาจถึง 2 วินาที

เหมือนผู้ประกาศข่าวในทีวีคุยกับนักข่าวภาคสนาม พอต่อสายติด อีกฝั่งต้องรอตั้งกี่วินาทีกว่าจะตอบโต้

แต่ในสนามรบ อย่าว่าแต่ดีเลย์ 1 วินาทีเลย แค่ 0.1 วินาที ก็อาจเกิดหายนะได้

ดังนั้นเทคโนโลยีชุดนี้ของซานหยวนการเกษตร จึงมีข้อจำกัดมหาศาล บางทีอาจใช้ได้แค่ในแผ่นดินใหญ่ทางตะวันออกเท่านั้น

รัมส์เฟลด์พูดขึ้นอีกครั้ง "พวกคุณมีข้อเสนอดีๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพอเมริกาเหนือให้กะทัดรัดลงบ้างไหม?"

"คุณฟิลด์ครับ ทางเรายังคงคัดค้านข้อเสนอนี้ของคุณ เพราะจุดเด่นของเราคืออำนาจการยิงที่เหนือกว่า ถ้าขาดการสนับสนุนจากอาวุธหนัก ทหารเราจะตายเยอะมาก"

"โอเค ดูเหมือนผมจะใจร้อนเกินไป"

รัมส์เฟลด์ถอนหายใจ มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างกังวล "ครั้งนี้กองเรือบรรทุกเครื่องบินสองกองเรือ โดนขีปนาวุธล้ำสมัยถล่มไปกว่า 900 ลูก พวกคุณทำบัญชีความเสียหายกับรายการสูญเสียหรือยัง?"

"900 กว่าลูก? ท่านครับ 300 กว่าลูกก็เวอร์พอแล้วนะ"

รองประธานแรนด์คอร์ปอเรชั่นพูดจบ พอเงยหน้าเห็นสายตาอำมหิตของอีกฝ่าย ก็รีบกลับคำทันที "เรียนท่านครับ ทำบัญชีเสร็จแล้ว ฝ่ายเราใช้ฮอร์เน็ตขึ้นบินทั้งหมด 233 เที่ยวบิน เสียหาย 7 ลำ เรือบรรทุกเครื่องบินรวมถึงเรือลาดตระเวนและเรือพิฆาต ยิงขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศไป 275 ชุด รวม 1100 ลูก เพื่อสกัดกั้น..."

"ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศใช้น้อยไป สกัดกั้น 900 ลูก อย่างน้อยต้องใช้สองเท่า เราถึงจะไร้รอยขีดข่วน"

"รับทราบครับท่าน!"

"ทำบัญชีเสร็จแล้ว รีบส่งไปที่สำนักงานการเงิน เพื่อให้พวกเขารายงานสภาคองเกรส"

"รับทราบครับท่าน!"

...

บริษัทซานหยวนยา สาขาสำนักงานใหญ่

อวี๋หยางกลับมาที่หอพักพนักงาน เลขาโรงงานที่ติดตามมาด้วยรีบเดินเข้ามารายงาน

"ประธานอวี๋คะ ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทางกลุ่มลงทุนคาร์ไลล์โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทเราผ่านธนาคารตะวันออกสำนักงานใหญ่ จำนวน 500 ล้านดอลลาร์ หมายเหตุว่า 'ซื้อหมา' ค่ะ"

"ตอบกลับไปว่า หมาขึ้นราคาแล้ว ขอ 1 พันล้านดอลลาร์"

"รับทราบค่ะ"

คุณดูสิ นี่แหละความรู้ใจ

เราช่วยผู้เฒ่าบุชล้างบัญชี ผู้เฒ่าบุชก็แบ่งส่วนแบ่งให้เรา

อวี๋หยางทอดถอนใจ นั่งลงบนโซฟา หยิบรายงานที่ศูนย์บัญชาการซานหยวนการเกษตรจากประเทศผู้ค้าน้ำมันส่งมาให้

แม้ฝ่ายเรากับอเมริกาเหนือจะไม่ได้ลงมือกันจริงๆ แค่หยอกล้อกันเล่น

แต่ผ่านการทดสอบและพิสูจน์หลายครั้ง ความจริงก็ปรากฏว่า อเมริกาเหนือในยุคนี้แข็งแกร่งกว่าอีกโลกหนึ่งมาก

อย่างน้อยระบบป้องกันเอจิส ก็สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธฮอว์กรุ่นปรับปรุงแล้วปรับปรุงอีกได้กว่า 300 ลูก

แถมระบบป้องกันเอจิส ยังมีเมทริกซ์การ์ดจอ 4 ชุดคอยปกป้องอยู่เบื้องหลัง ศูนย์ข้อมูลไท่ซื่อเจาะไม่เข้าเลย

นั่นหมายความว่า กองกำลังของเราที่วางไว้ในทะเลแดง อย่าว่าแต่จะเอาชนะกองเรือบรรทุกเครื่องบินสองกองเรือเลย เผลอๆ จะโดนอีกฝ่ายเก็บเรียบ

ดังนั้นเวลาเทคโนโลยีล้าหลังกว่า ก็ต้องเน้นการโจมตีแบบปูพรม

กองเรือบรรทุกเครื่องบินสองกองเรือสกัดได้ 300 กว่าลูก งั้นเราเพิ่มเป็น 600 ลูกล่ะ? 900 ลูกล่ะ? 3000 ลูกล่ะ?

เมื่อพลังโจมตีมากกว่าพลังป้องกัน ขีปนาวุธฮอว์กรุ่นปรับปรุงฯ ก็ต้องเจาะเกราะได้แน่

"ตายห่า ฉันจะโดนอเมริกาเหนือขู่จนเป็นโรคกลัวอำนาจการยิงไม่พอหรือเปล่าเนี่ย?"

อวี๋หยางกระดก 'เพาเซียว' ย้อมใจ แล้วเปิดดูรายงานต่อ

จริงๆ เขาไม่ค่อยรู้เรื่องการทหารเท่าไหร่ แต่พวกพี่ๆ เขารู้ โดยเฉพาะพวกนักรบที่เปลี่ยนอาชีพเป็นทหารยุคสำรวจทางทะเล (DLC) ความเข้าใจในสงครามสมัยใหม่ของพวกเขาลึกซึ้งกว่าเขาที่เป็นหัวหน้าใหญ่เยอะ

อย่างเช่นระบบเอจิส

ผ่านการทดสอบแล้วว่า ระยะติดตามผลหวังผลคือ 26 กิโลเมตร ความเร็วในการจับเป้าสูงสุด 2.8 มัค

หมายความว่า ถ้าวัตถุบิน หรือขีปนาวุธ มีความเร็วเกิน 2.8 มัค ระบบเอจิสจะตอบสนองไม่ทัน ติดตามไม่ได้ และล็อกเป้าไม่ได้

แน่นอนว่าความเร็วของมิก-25 รุ่นสมรรถนะสูง สามารถทำได้ถึง 3 มัคสบายๆ แต่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบควบคุมการยิงที่ล้าหลัง ที่ความเร็วขนาดนั้น ก็จับเป้าเรือบรรทุกเครื่องบินไม่ได้เหมือนกัน

พูดง่ายๆ คือ

ฟิ้ว...

มิก-25 รุ่นสมรรถนะสูงบินโฉบผ่านไป

นักบินมองเห็นเรือเรแกน

ทหารบนเรือเรแกนก็มองเห็นมิก-25

แต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของทั้งสองฝ่าย ต่างตอบสนองไม่ทัน

ตอบสนองไม่ทัน ก็ล็อกเป้าไม่ได้ ก็ยิงขีปนาวุธไม่ได้

แล้วก็ ฟิ้ว...

มิก-25 บินกลับมาอีกรอบ

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของทั้งสองฝ่ายก็ยังตอบสนองไม่ทันเหมือนเดิม

อวี๋หยางเข้าใจแล้วว่าทำไมชาติตะวันตกในสมัยก่อนถึงกลัวมิก-25 นักหนา

คืนนั้น

น่านฟ้าทะเลใต้

ฟิ้ว...

เรดาร์เรือเรแกนตรวจพบวัตถุบินไม่ระบุสัญชาติ

แต่จนกระทั่งทั้งกองเรือเปิดสัญญาณเตือนภัย ระบบป้องกันเอจิสก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

ผู้บัญชาการเรือเรแกน มองดูเสียงคำรามที่หายไปในความมืดด้วยสีหน้ามืดมน

จากนั้น

ฟิ้ว...

"..."

ฟิ้ว...

"..."

คืนนี้ ทั้งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเรแกน ตั้งแต่บนลงล่าง นอนไม่หลับกันทั้งกอง

วันรุ่งขึ้น

อเมริกาเหนือประกาศปัดฝุ่นโครงการเครื่องบินสอดแนมแบล็คเบิร์ด และเครื่องบินทิ้งระเบิดวัลคีรี

ในเวลาเดียวกัน

มิก-25 รุ่นสมรรถนะสูง ปรับราคาขึ้นเป็นลำละ 100 ล้านดอลลาร์

เบื้องบน: "..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 271 - พ่อค้าหน้าเลือดอวี๋ซานหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว