เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 ข้อตกลงการซื้อขาย

ตอนที่ 5 ข้อตกลงการซื้อขาย

ตอนที่ 5 ข้อตกลงการซื้อขาย


ตอนที่ 5 ข้อตกลงการซื้อขาย

หลังจากเดินออกมาจากร้านแล้วลมร้อนก็พัดผ่านเข้ามาจนทำให้หยางโปรู้สึกได้ถึงความสับสนที่เกิดขึ้น เงินลงทุน 200 หยวนของเขาเพียงแค่การเอ่ยปากพูดของเถ้าแก่เจี่ยก็ทำให้มันเหลืออยู่เพียงแค่ 50 หยวนเท่านั้น หากมันถูกขายออกไปให้กับเถ้าแก่จริงๆ เขาคงมีเงินกินข้าวอีกไม่กี่วันก่อนที่จะต้องอดข้าวไปอีกนาน แต่ตอนนี้...เขาควรจะทำยังไงดี ?

หรือจะไปขายให้กับร้านอื่น ? หยางโปส่ายหน้าพร้อมกับยิ้ม สำหรับสายตาของคนนอกมันเต็มไปด้วยสิ่งล่อใจที่จะร่ำรวยได้ภายในชั่วข้ามคืน แต่เมื่ออยู่ในจุดนั้นถึงจะเข้าใจมากพอเพราะมีคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในสภาวะยากลำบากก็มีอยู่ไม่น้อย และเป็นเจ้าของที่ไม่มีจรรยาบรรณที่ต่างก็ต้องการได้รับผลกำไร จึงทำให้พวกเขากดราคาให้ต่ำลง!

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะนำมันกลับไปที่ตลาดมืด ราคาก็คงจะไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำให้หยางโปรู้สึกกลุ้มใจมาก!

หลังจากเดินไปตามท้องถนนครู่หนึ่ง เขาก็เห็นร้านขายวัตถุโบราณร้านหนึ่ง ภายในร้านมีแสงไฟสว่างไสว เขากัดฟันแน่นก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้านด้วยความมั่นใจ หากเทียบกับการที่เขานำกลับไปขายที่ตลาดมืดในราคาที่ต่ำลง เขาคิดว่าหากโชคดีได้เจอกับร้านขายวัตถุโบราณแถวนี้ บางทีเขาอาจจะได้ราคาที่สูงขึ้นก็ได้ใครจะไปรู้!

ภายในร้านมีชายวัยกลางคนสองคนที่กำลังนั่งพูดคุยกัน หลังจากที่เห็นหยางโปเดินเข้ามา บทสนทนาของพวกเขาก็หยุดลงก่อนที่จะหันมามองเขา

"สวัสดี! " ชายวัยกลางคนที่มีหนวดเครากล่าวทักทาย หลังจากที่เห็นหยางโปพวกเขาก็สบตากันพร้อมกับยิ้มออกมา เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะว่าพวกเขาเห็นของในมือของหยางโปแล้วและพวกเขาก็พอจะเดาออกว่าหยางโปมาทำอะไรที่นี่

หยางโปพยักหน้า "เถ้าแก่ ผมมีเครื่องเคลือบลายครามหยีโหล่วจวินในยุคของจักรพรรดิยงเจิ้งในราชวงศ์ชิง เถ้าแก่ลองดูสิครับ

หยางโปรู้ถึงคุณธรรมของเถ้าแก่เหล่านั้นดี ถ้าหากว่าเขาแสดงความไม่มั่นใจเกี่ยวกับของที่เขาครอบครองมา เถ้าแก่เหล่านี้ก็คงจะกดราคาเขาจนต่ำลง แต่ถ้าหากเขาแสดงให้เห็นว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของเขา คนเหล่านี้ถึงจะสามารถมั่นใจได้!

ชายวัยกลางคนที่มีหนวดเคราเกิดอาการชะงักขึ้นก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะหายไป เขามองไปที่ใบหน้าของหยางโป ใครจะไปคิดว่าคนที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางที่มั่นใจราวกับเคยมีประสบการณ์แต่ก็ไม่รู้ว่านี่เป็นการแสร้งทำรึเปล่า

"เหล่าหลิว มีลูกค้ามาแล้วนายคุยรับแขกไปก่อนนะ เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันต่อ" ชายอีกคนที่ดูผอมบางพูดขึ้น ร่างกายของชายคนนี้มีความผอมแห้งราวกับเป็นไม้ไผ่ บนตัวของเขามีเสื้อผ้าหลวมๆที่ถูกสวมใส่อยู่ หลังจากที่เห็นเถ้าแก่ที่มีหนวดเคราชะงักไป เขาก็คิดว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลเกี่ยวกับเขา

ชายที่มีหนวดเครายิ้มขึ้นมาเล็กน้อย "ได้สิ งั้นฉันขอดูหน่อยนะ"

พูดจบเขาก็หันมาหาหยางโป "น้องชาย เข้ามาในร้านตั้งแต่หัวมืดแบบนี้ดูเหมือนว่าจะได้ของมาจากตลาดมืดสินะ ? ฉันอาจจะต้องพูดอะไรที่น่าเกลียดไปหน่อย แต่ตลาดมืดเป็นสถานที่ที่ทุกคนต่างก็เข้าใจเป็นอย่างดี ที่น่าสนใจฉันก็เห็นมามากแล้ว แต่คนที่จะเลือกซื้อมามีให้เห็นน้อยมาก ถ้าเครื่องลายครามหยีโหล่วจวินนี้มีจุดบกพร่องขึ้นมานายเองก็เตรียมใจไว้แล้วใช่ไหม ?"

หยางโปพยักหน้า "เถ้าแก่หลิวแค่ดูก็พอ ถ้าหากเถ้าแก่ดูแล้วเห็นว่ามันไม่ได้ ผมก็จะไม่พูดอะไร "

"ได้เลย น้องชายนี่ใจกว้างจริงๆเลยนะ! " ชายวัยกลางคนยิ้มพร้อมกับพูด

หลังจากที่หยิบแว่นขยายออกมาเขาก็หยิบไฟฉายขึ้นก่อนที่จะมองไปยังวัตถุตรงหน้า

หลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของชายผู้นั้นก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดของเขา เขาหันไปมองชายที่มีรูปร่างผอมบางราวกับไม้ไผ่ "นายมาดูสิ"

ชายผู้นั้นเห็นสีหน้าของชายที่มีหนวดเคราก็รู้ทันทีว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ ตอนที่หยางโปเดินเข้ามาในร้านพวกเขาทั้งสองก็คิดว่าของชิ้นนี้มาจากตลาดมืด ภายในใจก็คิดว่าสิ่งที่เด็กคนนี้นำมาจะต้องเป็นของปลอมแน่ๆ แต่หลังจากที่เห็นท่าทางของชายที่มีหนวดเคราแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็นเหมือนกับที่พวกเขาคาดเดาไว้

หลังจากที่หยิบของในมือมาจากชายที่มีหนวดเคราแล้ว ชายรูปร่างผอมบางคนนั้นก็ก้มมองลงวัตถุตรงหน้า

ชายที่มีหนวดเคราใช้เวลาที่ว่างอยู่หันไปมองหยางโปด้วยสายตาที่มีความรู้สึกประหลาดใจ "น้องชายแซ่อะไร ?"

"ผมแซ่หยางครับ" หยางโปพูดออกไปด้วยความมั่นใจโดยไม่มีการอ้อมค้อม แม้ว่าภายในใจของเขาจะเป็นกังวลแต่เขาก็รู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเผยออกมาให้เห็น

"น้องหยาง เนื่องจากนายสามารถเรียกชื่อของวัตถุนี้ได้อย่างชัดเจน แสดงว่านายก็คงจะเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องเคลือบลายครามหยีโหล่วจวินในยุคของจักรพรรดิยงเจิ้งในราชวงศ์ชิงนี้สินะ ?" ชายที่มีหนวดเคราเอ่ยปากถามขึ้น

หยางโปไม่ได้แสดงความน้อบน้อมแต่ก็ไม่แสดงความขี้ขลาดออกมา "หยีโหล่วจวินเป็นเครื่องลายครามจะพบเจอได้มากในช่วงต้นราชวงศ์หมิงและดูเพิ่มเติมได้ในช่วงต้นราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง แต่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคของจักรวรรดิยงเจิ้ง รูปแบบนี้มีความหรูหราและเต็มไปด้วยชีวิต เครื่องลายครามที่เลียนแบบในราชวงศ์ชิงได้รับความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในยุคของหยงเจิ้ง"

"ในตอนนั้นถางอิงที่เป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับเครื่องเคลือบต่างๆได้ส่งคนไปยังเหอหนานเพื่อทำการตรวจสอบวิธีการผลิตเครื่องเคลือบซงจวินฉือ หลังจากที่มีการทดลองและการผลิตที่มีจำนวนมาก ทั้งสีที่เคลือบและสิ่งอื่นๆต่างก็เพียงพอที่จะลอกเลียนแบบของผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาซงได้ ดังนั้นเครื่องลายครามหยีโหล่วจวินของยุคจักรวรรดิยงเจิ้งจึงดีกว่าถึงสองเท่า ซึ่งมันได้รับการสืบทอดมาจากตัวอย่างการเผาจากยุคโบราณ ซึ่งมันทำให้เกิดการสร้างสิ่งของที่สวยงามออกมาได้ "

"เครื่องลายครามหยีโหล่วจวินขัดเงาที่อยู่ในมือของผมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากซึ่งมันมากจนคาดเดาได้ยาก ปากขวดมีความกลมมน ผิวราบเรียบไปตามรูปทรงมีความสมบูรณ์เต็มรูปแบบซึ่งแสดงให้เห็นถึงรูปแบบชั้นสูงของราชวงศ์ซ่ง แถมยังมีกลิ่นอายของจักรวรรดิยงเจิ้งด้วย "

ชายมีหนวดเคราสบตากับชายรูปร่างผอมบางราวกับไม้ไผ่ด้วยท่าทางที่ประหลาดใจ พวกเขาทั้งสองมองเห็นถึงร่องรอยบางอย่างบนเครื่องลายครามชิ้นนี้ ทว่าเด็กหนุ่มอย่างหยางโปที่ซื้อมันมาจากตลาดมืดกลับสามารถพูดถึงข้อดีข้อเสียของมันได้ ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้ประหลาดใจจริงๆ

แต่...ชายที่มีหนวดเคราเป็นเถ้าแก่ร้านวัตถุโบราณ ไม่ใช่เถ้าแก่การกุศล เขาไม่มีทางที่จะจ่ายเงินสูงๆให้กับหยางโปเพราะคำพูดของเขา "ที่น้องหยางโปพูดมาก็ไม่ผิด เครื่องลายครามชิ้นนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเครื่องลายครามหยีโหล่วจวินแบบธรรมดาชิ้นอื่นๆ แถมมันยังมีรอยร้าวอีก กลัวว่ามันจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือมากนัก"

หยางโปรู้สึกประหลาดใจ เขาเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายพูดดีว่าเขายอมที่จะเสนอราคาแล้ว แต่เป็นเพราะหยางโปยังรู้สึกดีเขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า "เถ้าแก่หลิวจะเปิดราคาให้เท่าไหร่ครับ ?"

ใบหน้าของชายมีหนวดเครายิ้มขึ้นและเขาก็มองออกว่าหยางโปยังไม่มีประสบการณ์ หากมีประสบการณ์สักหน่อยในเวลานี้ก็คงจะต้องเผชิญหน้ากับการต่อรองราคาที่ห่ำหั่นกันแล้ว "น้องหยางนี่รวดเร็วจังเลยนะ แต่ฉันเองก็ไม่ใช่คนที่ยืดเยื้ออะไร เอาเป็นว่าฉันให้ 20,000 หยวนแล้วกัน! "

หยางโปรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นี่เพิ่มราคาถึงร้อยเท่าเลยนะเนี่ย ? แต่...ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงใบหน้าของเจ้าของร้านขายวัตถุโบราณที่คุ้นเคยได้ ไม่ว่าจะดีหรือชั่วแต่ตอนที่ทำธุรกิจค้าขายกันทุกคนต่างก็อยากจะได้ผลประโยชน์ให้มากกว่าอีกฝ่ายทั้งนั้น เครื่องลายครามหยีโหล่วจินชิ้นนี้ไม่ได้มีราคาแค่เพียง 20,000 หยวนเท่านั้น จากราคาที่อยู่ภายในใจของหยางโปอย่างน้อยๆของชิ้นนี้จะต้องมีราคาตั้งแต่ 100,000 หยวนจนถึง 150,000 หยวนเป็นอย่างต่ำ

แต่ตอนนี้เวลาค่อนข้างจะกระชั้นชิดไปหน่อย ถ้าหากนำไปประมูลก็คงจะได้ราคาอย่างที่เขาคิดไว้ แต่หากเป็นร้านขายวัตถุโบราณแล้วงั้นก็ต้องยอมให้อีกฝ่ายเชือดเชือนราคา แต่...เขาก็ยังอยากจะต่อรองราคาเพิ่มอีก เพราะหากเขาได้เงินมากขึ้นกว่านี้เงินที่เขามีก็จะเข้าใกล้ 850,000 หยวนมากขึ้น !

"เถ้าแก่หลิว เครื่องลายครามชิ้นนี้ที่จริงพ่อผมก็ไม่อยากจะให้ขายหรอก แต่ตอนนี้ที่บ้านผมกำลังจะซื้อบ้านใหม่ก็เลยอยากจะได้เงินไปตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ เอามาขายเขาก็ไม่ค่อยจะเต็มใจเท่าไหร่...แต่ถ้าหากของชิ้นนี้แลกมากับเงิน 20,000 หยวน ดูๆแล้วเหมือนว่ามันจะไม่พอใช้นะครับ"

ชายมีหนวดเคราได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจความหมายของหยางโปทันที เขารู้ว่านี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อแก้ตัว ทว่ามันยังเป็นการต่อรองราคาของอีกฝ่ายด้วย "น้องหยาง งั้นนายเสนอราคามาแล้วกัน"

หยางโปเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "60,000 หยวน! "

ชายที่มีรูปร่างผอมราวกับไม้ไผ่หันไปมองหน้าเถ้าแก่หลิวก่อนที่จะพบว่าอีกฝ่ายดูลังเลก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า "บ้านน้องหยางมีเรื่องด่วนต้องใช้เงิน...เหล่าหลิวนายก็ถือว่าช่วยๆเขาหน่อยก็แล้วกัน แต่จำนวนเงิน 60,000 หยวนมันสูงไปหน่อย ฉันว่า 50,000 หยวนก็แล้วกันนะถ้านายตกลงกับราคานี้ก็จัดการซื้อขายกันเลย ! "

หยางโปลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหันไปมองหน้าเถ้าแก่หลิว หลังจากที่ทั้งสองสบตากันก็พยักหน้า "ตกลง! "

จบบทที่ ตอนที่ 5 ข้อตกลงการซื้อขาย

คัดลอกลิงก์แล้ว