เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 ตลาดมืด

ตอนที่ 3 ตลาดมืด

ตอนที่ 3 ตลาดมืด


ตอนที่ 3 ตลาดมืด

เช้าวันรุ่งขึ้น หยางโปก็ลุกขึ้นจากเตียงตั้งแต่เช้าหลังจากพับผ้าห่มและจัดระเบียบเตียงนอนของเขาแล้ว เขาก็อาบน้ำแต่งตัวก่อนที่จะล็อคประตูห้องและเดินออกจากห้องไป

ตอนนี้ท้องฟ้ายังคงมืดสนิทอยู่เพราะเวลาในตอนนี้คือตี 3 หยางโปก้าวเท้าผ่านใต้แสงจันทร์พร้อมกับไฟฉายที่อยู่ในมือของเขา หลังจากเดินไปครู่หนึ่งเขาก็เลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กๆที่อยู่ทางซ้ายมือ เดินไปได้ 10 ก้าว เขาก็ได้ยินเสียงของความเร่งรีบรวมถึงความคึกคักที่อยู่ด้านในพร้อมกับแสงที่สาดส่องไปมา

ถนนโบราณที่กู่เต๋อจายตั้งอยู่ใกล้กับตลาดโบราณวัตถุฉาวเทียนกงเพียงแค่ 2-3 ร้อยเมตรเท่านั้น ก่อนหน้านี้หยางโปมักจะมาเดินเล่นในตลาดมืดอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่มีเงินในมือจึงทำให้เขาไม่เคยได้ซื้อของที่นี่เลย และนี่เป็นครั้งแรกที่เขานำเงินจำนวน 200 กว่าหยวนซึ่งเป็นเงินเก็บของเดือนนี้ทั้งหมดมาที่แห่งนี้!

จะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่ครั้งนี้แหละ ถ้าหากดวงตาของเขายังหลอกเขาจริงๆ เขาก็คงไม่มีอะไรที่จะพูดแล้วล่ะ!

เพื่อพ่อ คงต้องสู้กันซักตั้ง!

แม้ว่าเขาจะเรียกความมุ่งมั่นให้กับตัวเองแล้ว แต่หยางโปก็ยังค้นหารอบๆ อย่างระมัดระวัง ภายในตลาดมืดมีของจำนวนมาก มีทั้งภาพวาด เครื่องเซรามิค เครื่องหยก เครื่องทอง เครื่องเงิน อิฐในราชวงศ์ฉิน ขวดใส่ยานัตถุ์จีน แม้แต่ภาชนะสามขาในยุคชุนชิวจ้านกั๋วที่ห้ามไม่ให้ทำการประมูลก็สามารถพบเห็นได้ที่นี่ สำหรับเรื่องที่จะแยกว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอมก็ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่าจะแยกแยะได้หรือไม่

หยางโปรู้ดีว่าความรู้ของตัวเองยังถือว่าผิวเผินมาก เพราะยังมีของอีกหลายอย่างที่ไม่สามารถจะประเมินราคาของมันได้ ดังนั้นเขาจึงต้องตรวจสอบทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง

เขาเดินผ่านแผงลอยแต่ละร้านพร้อมกับหยิบของที่สนใจขึ้นมาดู โดยที่ไม่ได้ใช้ความสามารถพิเศษที่มีอยู่ มันเป็นเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าสิ่งๆนั้นจะสามารถใช้ได้นานขนาดไหน แต่เมื่อคิดๆดูแล้วมันคงจะช่วยเขาได้ไม่นานเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากเขาไม่สามารถหาของจริงได้นั่นก็เท่ากับว่าเขาต้องขาดทุน!

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่

หยางโปลุกขึ้นยืนก่อนที่จะมองไปรอบๆ ในเวลาอันรวดเร็วเขาก็พบกับเป้าหมาย...ผู้ดูแลชวี!

ชวีหย่วนหยางคือรองผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์จินหลิง เขาเคยมาที่กู่เต๋อจาย 3 ครั้งจึงทำให้หยางโปจำเขาได้

หยางโปจ้องมองไปที่เงาของผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ชวี พร้อมกับเดินตามเขาไป เขาอยากจะใช้กลยุทธ์ในการจับตามอง จากการดูพฤติกรรมของชวีหย่วนหยางที่เดินดูสินค้าแล้วของเหล่านั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นของแท้ หลังจากนั้นเขาก็ค่อยใช้ความสามารถในการประเมินของเขา หากทำเช่นนี้เขาก็สามารถที่จะลดเวลาในการใช้ความสามารถนั้นให้น้อยลงได้

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเดินตามคนอื่น จึงทำให้หยางโปดูไม่ค่อยจะคุ้นชินกับการทำเช่นนี้เท่าไหร่นัก เขาสังเกตุมองจากระยะไกลและเป็นเพราะกลัวว่าจะพลัดหลงกับอีกฝ่าย ระหว่างที่แกล้งหยิบจับของเพื่อให้ดูไม่มีพิรุธเขาก็สังเกตุท่าทางและการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง

ชวีหย่วนหยางหยิบขวดยานัตถุ์ขึ้นมาเขาใช้เวลาจ้องมองมันอยู่นานก่อนที่จะวางลงแล้วหันไปมองไปที่จานล้างหมึกพร้อมกับภาพวาดสองแผ่นตรงหน้า

การเลือกที่ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ของอีกฝ่ายทำให้หยางโปรู้สึกสับสน แต่โชคดีที่เขามีความอดทนเพียงพอ เป็นเพราะจำนวนเงินอันน้อยนิดที่อยู่ในมือของเขา หากเขาต้องสูญเสียเงินจำนวนนี้ไปเพียงครั้งเดียวเขาก็ต้องรออีกครั้งคือเดือนหน้า แต่เขาไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้น มันยังมีความหวังสำหรับการรักษามะเร็งตับในระยะแรกของพ่อ แต่หากต้องเลื่อนออกไปเรื่อยๆ นั่นก็เท่ากับเพิ่มความริบหรี่ให้กับความหวังของเขา!

ในเวลาอันรวดเร็ว หยางโปก็สังเกตุเห็นมือทั้งสองข้างของชวีหย่วนหยางที่หยิบเครื่องลายครามที่เป็นเหมือนกับชะลอมของชาวประมงขึ้นมาพร้อมกับท่าทางที่ดูมีความลังเลจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

หยางโปใจเต้นแรงขึ้นขณะที่เขาก้าวเดินตามต่อไป เขาหรี่ตาลงก่อนที่จะพบเส้นแสงที่มีความอ่อนนุ่มลื่นไหลจากขอบของเครื่องลายครามที่กระจายออกมาจากทั้งสี่มุม ความสามารถเหล่านี้โดดเด่นเป็นพิเศษในช่วงเวลาตอนกลางคืนซึ่งแสงนั้นได้รวมตัวกันอยู่ที่บริเวณคอขวด และมันมีการรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาอันรวดเร็วแสงเหล่านั้นก็จับตัวกันแน่นก่อนที่จะกลายเป็นแสงที่กระจายไปรอบๆ

หยางโปจ้องมองไปที่ตรงหน้าพร้อมกับรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา แสงที่เกิดขึ้นนี้มีความหนามากกว่าแสงที่เกิดขึ้นตรงบริเวณแก้วเซรามิคเจ็ดสีซึ่งอยู่ในยุคของจักรวรรดิเต้ากวงก่อนหน้านี้ จากสิ่งเหล่านี้สามารถพูดได้ว่ามันอาจจะเป็นของที่เกิดขึ้นก่อนยุคของจักรวรรดิเต้ากวงเสียอีก!

หลังจากตกใจกับสิ่งที่เห็นเขาก็เกิดความกังวลขึ้น เพราะหยางโปเริ่มกลัวว่าชวีหย่วนหยางอาจจะอ้าปากเอ่ยเพื่อซื้อมันไป

เขายืนอยู่ข้างๆชวีหย่วนหยางจึงทำให้ไม่กล้าที่จะหันหน้าไปมอง จึงทำได้เพียงแค่จ้องมองหยกชิ้นเล็กๆที่อยู่ตรงหน้าของเขา หลังจากที่ชวีหย่วนหยางยังคงเงียบเสียงเขาก็หมุนตัวเดินออกไป หยางโปเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกก่อนที่จะรีบหยิบเครื่องลายครามนั้นขึ้นมา

เครื่องลายครามชิ้นนี้มีรูปร่างเหมือนกับชะลอมจับปลา ซึ่งมีการเคลือบด้วยสีม่วงอ่อน ดูๆไปแล้วก็ยังถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความบกพร่องที่มีสีเคลือบที่ไม่สม่ำเสมอ ทว่าช่วงสองปีมานี้หยางโปก็ไม่ได้เรียนโดยเสียเปล่า เขาสามารถเข้าใจได้ในทันทีว่านี่คือเตาเผาเครื่องลายครามที่เลียนแบบมาจากราชวงศ์ซ่ง ในเครื่องลายครามเตาเผาที่เลียนแบบสมัยราชวงศ์ชิงถือว่ามีชื่อเสียงมากที่สุด เนื่องจากเป็นยุคก่อนจักรวรรดิเต้ากวง แม้ว่าจะอยู่ในยุคของจักรวรรดิเจี่ยชิง แต่มันก็ยังสามารถสร้างเงินได้ หลังจากที่ดูถึงรายละเอียดทั้งหมดอย่างละเอียดก็พบว่าไม่มีความเสียหายจุดอื่นๆ จึงทำให้หยางโปรู้สึกสบายใจขึ้นมา

หยางโปเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะถามเจ้าของแผง "เถ้าแก่ อันนี้ราคาเท่าไหร่ ?"

เจ้าของแผงผู้นี้อายุ 30 กว่าปี คางของเขาถูกประดับไปด้วยเคราพร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกาย "น้องชาย นายคงจะรู้จักคนที่เดินมาดูเครื่องลายครามชิ้นนี้ก่อนหน้านายสินะ? "

หยางโปส่ายหน้า "ใครเหรอ? "

เจ้าของแผงยิ้ม "น้องชายไม่รู้จักเขาเหรอ ? คนนั้นคือผู้ดูแลชวีของพิพิธภัณฑ์จินหลิงเลยนะ! "

หยางโปทำราวกับว่าไม่เข้าใจ "อ่อเหรอ ? แล้วสรุปว่าเครื่องลายครามนี้ขายยังไง ?"

เจ้าของแผงลอยมองหยางโปราวกับว่าจะมองพิรุธบนใบหน้าของเขา "ผู้ดูแลชวีมาดูของชิ้นนี้แล้ว แน่นอนว่าเครื่องลายครามนี้จะต้องเพิ่มราคา ก่อนหน้านี้ราคาอยู่ที่ 20,000 หยวนตอนนี้เพิ่มขึ้นเป็น 40,000 หยวนแล้ว! "

หยางโปขมวดคิ้วเข้าหากัน แม้ว่าเขาจะคาดการณ์ไว้แล้วแต่เขาก็ไม่คิดว่าราคาจะสูงขนาดนี้ นี่มันเพิ่มขึ้นมาถึงเท่าตัวเลยนะ!

"50 หยวน" หยางโปต่อราคา

"นี่น้องชาย...ราคานี้โหดร้ายเกินไปแล้วมั้ง! " เจ้าของแผงพูดขึ้น

หยางโปส่ายหน้าก่อนที่จะพูดด้วยความมั่นใจ "เถ้าแก่ นี่ก็ไม่ใช่วันแรกที่ผมมาที่นี่ ที่บ้านเพิ่งจะมีการตกแต่งใหม่ พ่อให้ผมมาเลือกของกลับไปตกแต่งบ้านสักสองชิ้น เถ้าแก่ก็ลดราคาให้ผมหน่อยเถอะ! "

เจ้าของแผงเงียบไปครู่หนึ่ง "800 หยวน! "

หยางโปรู้สึกดีใจขึ้นมาเพราะเขารู้แล้วว่าการต่อรองราคามีความหวังแล้ว "100 หยวน มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว! "

เจ้าของแผงครวญคราง "ร้านเล็กๆแบบนี้ที่จริงก็ไม่ได้กำไรอะไรมากมายเลย จะยอมให้ราคานี้เป็นครั้งแรก เอาไป 500 เหรียญแล้วกัน ! "

หยางโปแตะไปที่กระเป๋าของเขา เขาจะมีเงินขนาดนี้ได้ยังไงกัน คิดเช่นนั้นก็หันกลับไปพูดต่อว่า "ก็ยังแพงอยู่ดี งั้นผมไปดูร้านอื่นก็แล้วกัน"

พูดจบ หยางโปก็หันหลังเตรียมเดินออกไป ทว่าภายในใจของเขาก็ยังนึกอยู่ว่าเขาจะต้องซื้อเครื่องลายครามหยีโหล่วจวินให้ได้ ในเวลานี้เขาเองก็กลัวว่าถ้าหากเจ้าของแผงไม่รั้งเขาไว้เขาก็คงจะพลาดท่าเสียท่าเข้าแล้ว

เขาแอบนับเลข 1-3 ในใจโดยไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของเจ้าของแผงดังขึ้น "น้องชาย เสนอราคามา! "

"150 หยวน! "

"ไม่ได้ไม่ได้! ราคานี้ต่ำเกินไป! " เจ้าของแผงยังไม่ยอมที่จะปล่อยราคานี้

หยางโปไม่ได้ต้องการที่จะทำให้มันยุ่งเหยิงเกินไป เพราะเขากลัวว่าหากทำให้มันยุ่งเหยิงไปกว่านี้อาจจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ เขาจึงพูดขึ้นว่า "200 หยวน! ตกลงที่ราคานี้! "

"ได้! " เจ้าของแผงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบตกลงกลับมาแต่ก็ยังพูดขึ้นอีกว่า "ไอ้น้องชาย นี่เป็นเพราะเพิ่งจะเปิดร้านขายหรอกนะถึงได้ให้ราคานายต่ำขนาดนี้ ! "

"ขอบคุณมากนะเถ้าแก่! ผมอยู่แถวนี้แหละ วันหลังผมจะมาใหม่นะ! " หยางโปหยิบเงินออกมายื่นให้กับเจ้าของแผงก่อนที่จะหยิบเครื่องลายครามจากร้านมา พร้อมกับความรู้สึกภายในใจที่อดทนรอไม่ไหวอีกต่อไป!

เขาอุ้มเครื่องลายครามหยีโหล่วจวินในมือด้วยความระมัดระวังพร้อมกับวางแผนขั้นต่อไปของเขา เครื่องลายครามชิ้นนี้จะต้องขายออกไปให้เร็วที่สุด ตอนนี้บนตัวเขาเหลือเงินไว้สำหรับกินข้าวเพียงแค่วันสองวันเท่านั้น ถ้าหากว่าเราไม่สามารถที่จะขายมันออกไปได้ เขาคงจะต้องหิวตายแน่ๆ และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือเครื่องลายครามชิ้นนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขั้นตอนต่อไปของแผนการของเขา!

"นี่ เจ้าหนูเดี๋ยวก่อน! " ระหว่างที่หยางโปกำลังเดินกลับนั้นเขาก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกขึ้น เขาเงยหน้ามองก่อนที่จะเกิดอาการตกตะลึงขึ้นมา เพราะคนที่เขาเห็นตรงหน้าคือผู้ดูแลชวีที่กำลังหรี่ตายิ้มพร้อมกับมองมาที่เครื่องลายครามในมือของเขา

จนทำให้หยางโปต้องกอดเครื่องลายครามในมือของเขาจนแน่น !

จบบทที่ ตอนที่ 3 ตลาดมืด

คัดลอกลิงก์แล้ว