- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 181 - ศึกจ้าวยุทธภพที่มีต้นเหตุจากแป้งทอดไส้เนื้อชิ้นเดียว
บทที่ 181 - ศึกจ้าวยุทธภพที่มีต้นเหตุจากแป้งทอดไส้เนื้อชิ้นเดียว
บทที่ 181 - ศึกจ้าวยุทธภพที่มีต้นเหตุจากแป้งทอดไส้เนื้อชิ้นเดียว
บทที่ 181 - ศึกจ้าวยุทธภพที่มีต้นเหตุจากแป้งทอดไส้เนื้อชิ้นเดียว
เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทางการได้ปรับเปลี่ยนระบบวันหยุดนักขัตฤกษ์
ทำให้วันชาติ วันตรุษจีน และวันแรงงาน มีวันหยุดยาวติดต่อกันถึงเจ็ดวัน
ด้วยเหตุนี้ วันแรงงานปี 2000 จึงกลายเป็น 'สัปดาห์ทองวันแรงงาน' ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ
เมื่อเทียบกับผู้คนในอีกมิติหนึ่งที่อาจจะนอนอยู่บ้านเฉยๆ หรือออกไปรถติดบนทางด่วน
ผู้คนในมิตินี้มีความสุขมากกว่านั้นเยอะ
อย่างน้อยครอบครัวที่มีเงินออกมาท่องเที่ยวก็สามารถสนุกสนานกันได้อย่างเต็มที่
เหมือนอย่างที่ 'สำนักงานเขตสือหลี่อิ๋ง'
เพียงแค่มาที่ทางเข้าจุดใดก็ได้ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ จ่ายค่าผ่านประตูคนละ 200 หยวน แล้วรับบัตรผ่านชั่วคราว คุณก็สามารถเที่ยวชมเขตโรงงานซานหยวนได้อย่างอิสระตลอดเจ็ดวัน
แถมในช่วงเวลานี้ยังได้กินข้าวหม้อใหญ่ฟรี พักหอพักพนักงานฟรี และสัมผัสประสบการณ์สถานที่ท่องเที่ยวสุดยอดอีกมากมายฟรีๆ
อย่างเช่นสนามบินเพื่อการเกษตรฮวงโหทางตะวันตกของตำบลหาญไก ที่นี่คุณสามารถนั่งเครื่องบินโดยสาร Y8 ฟรี เพื่อร่อนไปบนผิวน้ำแม่น้ำเหลืองนาน 10 นาที
อย่างเช่น 'ระเบียงชมวิว' พลิกสมุทรเป็นนาหม่อน ที่นี่ถ้าโชคดีคุณจะได้ชมสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ แต่ถ้าโชคไม่ดีคุณก็ยังได้ชมผลงานชั้นยอดที่จิตรกรรระดับโลกทิ้งเอาไว้หลังจากมาวาดภาพที่นี่
อย่างเช่นวัดพระพุทธที่มีชื่อเสียงก้องโลก อาหารเจ วัดวาอาราม เจดีย์พระพุทธ คัมภีร์ฝูถัว...
อย่างเช่นย่านที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของสือหลี่อิ๋ง โถงการค้า ทราบมาว่ายอดผู้เข้าชมต่อวันที่มาลงทะเบียนสินค้า รับสินค้า ดูราคาตลาด สืบข่าวธุรกิจ ทำธุรกรรมการเงิน จดทะเบียนบริษัท หรือจดทะเบียนภาษี ทะลุ 30,000 คนไปแล้ว ยอดซื้อขายต่อวันก็แตะ 1.1 พันล้านใบแดง จนได้รับการยกย่องว่าเป็น 'ตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์' แห่งตะวันออก
อย่างเช่น 'โถงนิทรรศการเกษตรซานหยวน' ที่รวบรวมสินค้าหมื่นพันรายการ ที่นี่คุณไม่เพียงแต่จะได้ทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ของซานหยวนการเกษตร แต่ยังสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ เนื้อสัตว์สัตว์น้ำ ของใช้ในชีวิตประจำวัน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เสื้อผ้าหมวกรองเท้า หรือสิ่งทอในครัวเรือน...
อย่างเช่นสี่แยกทางด่วนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสือหลี่อิ๋ง เมื่อคุณมายืนอยู่ที่นี่แล้วมองไปที่สือหลี่อิ๋ง คุณจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าคำว่าเอกลักษณ์มันเป็นยังไง
อย่างเช่นห้างสรรพสินค้าสือหลี่ที่ขยายเป็น 5 แห่ง เมื่อเทียบกับโถงนิทรรศการซานหยวน ที่นี่คุณจะได้รับบริการขายที่เป็นทางการและยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศ
อย่างเช่นโรงเรือนพลาสติกนับหมื่นหลังที่เหมือนเขาวงกต ที่นี่คุณสามารถถ่ายรูป เพลิดเพลินกับผักผลไม้อินทรีย์ และเรียนรู้ 'เทคนิคการเพาะปลูกซานหยวน' ตามไกด์นำเที่ยว
อย่างเช่นทะเลสาบผิงตงที่มีเต่าเดินเพ่นพ่าน บึงน้ำเหลียงซานที่กว้างใหญ่ไพศาล...
อย่างเช่นทุ่งแตงบนคันดิน ทุ่งปศุสัตว์แบบดั้งเดิม ฐานการเพาะเลี้ยงต่างๆ...
อย่างเช่นประตูสวรรค์ทักษิณ เขตท่องเที่ยวตงเยว่ เขตภูเขาทางใต้...
อย่างเช่นเมืองไล่กัง เมืองซินไท่...
ถ้าคุณแค่มาเที่ยว เงิน 200 หยวนนี้จะทำให้คุณได้เปิดหูเปิดตา
ถ้าคุณตกงาน เงิน 200 หยวนนี้ก็เพียงพอจะทำให้คุณหางานที่ตรงสายได้
แต่ถ้าคุณหนีตั๋วเข้ามา ไม่เกินสิบนาที ธงตรวจการสุดมหัศจรรย์จะหาตัวคุณเจออย่างง่ายดาย แล้วยัดข้อหาต่างๆ ให้คุณ เบาสุดก็หมดตัว หนักสุดก็ติดคุกหัวโต
(การลงทะเบียนเข้าโรงงานเทียบเท่ากับการได้รับการยอมรับจากหอคอย กำแพงเมือง และยูนิตอื่นๆ หากไม่ลงทะเบียน ยูนิตเหล่านี้จะระบุว่าเป็นผู้บุกรุก)
แน่นอนว่า 200 หยวนเป็นแค่ค่าผ่านประตู ที่รับประกันว่าคุณจะไม่อดตายและไม่หนาวตายในเขตโรงงานซานหยวนการเกษตร
แต่ถ้าคุณอยากสัมผัสบริการที่ดีกว่า เช่น กินบาร์บีคิว ดื่มเบียร์สด พักบนเรือหอสูงในทะเลสาบผิงตง หรือซื้อสินค้าต่างๆ
พอเปิดกระเป๋าตังค์ ถ้าไม่มีสักหมื่นหรือแปดพัน ก็คงเอาไม่อยู่
ดังนั้นในวันแรกของสัปดาห์ทองวันแรงงาน ซานหยวนการเกษตรต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศไปถึง 120,000 คน ยอดขายรวมสูงถึง 3.4 พันล้านหยวน
ส่วนกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ...
สำนักงานเขตสือหลี่อิ๋งที่รับผิดชอบโครงการท่องเที่ยว เห็นซานหยวนการเกษตรเสียหายหนักจากสงครามการค้า เลยต้องกัดฟันเขียนรายงานว่าขาดทุนไป 200 ล้านหยวน และหวังว่าเมืองไท่ซื่อจะให้เงินอุดหนุน
ผู้ว่าเมืองไท่ซื่อได้รับรายงานก็หน้านิ่วคิ้วขมวด รายงานต่อมณฑลตงซานว่าขาดทุนไป 500 ล้านหยวน ขอเงินอุดหนุน
ผู้ว่ามณฑลตงซานได้รับรายงานก็ไม่ดูเลย โยนไปให้ลุงต่ง
ลุงต่งพรินต์รายงานออกมาสองชุด ชุดหนึ่งส่งให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อขอเงินอุดหนุน 1 พันล้าน อีกชุดส่งให้ระบบท่องเที่ยวเพื่อขอเงินอุดหนุนอีก 1 พันล้าน
จากนั้นก็ติดต่อผู้ใหญ่บ้านหวงแห่งสำนักงานเขตสือหลี่อิ๋ง ให้เติมศูนย์เข้าไปในรายงานฉบับแรก กลายเป็น 2 พันล้าน
แบบนี้หัวกับท้ายก็ตรงกันพอดี
พร้อมกับไม่ลืมดุด่าผู้เฒ่าหวง "ขนาดเศรษฐกิจใหญ่โตขนาดนั้น เพื่อเสียสละผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ จะมาขาดทุนแค่นั้นได้ยังไง วันหลังถ้ากล้าทำตัวเลขหลอกลวง เบื้องบนปิดบังเบื้องล่างอีก ฉันจะยิงแกทิ้งซะ!"
"..."
ผู้ใหญ่บ้านหวงรู้สึกน้อยใจมาก
ผู้ใหญ่บ้านหวงเลยทิ้งงานไม่ทำโอทีแล้ว พาผู้ช่วยและหัวหน้าฝ่ายดึงดูดการลงทุนออกมาเดินเล่นผ่อนคลาย
ทันใดนั้นเอง
เขาก็เห็น 'หลู่จื้อเซิน' ที่กำลังเล่นกับนักท่องเที่ยวดูเหมือนจะหิว ยื่นมือไปคว้าแป้งทอดไส้เนื้อที่เตรียมไว้ให้พนักงานกินฟรี
แต่อีกด้านหนึ่ง ทหารสวรรค์โพกผ้าเหลืองที่ลงมาจากเขาตงเยว่ฝั่งตะวันออกตอนไหนก็ไม่รู้ ดูเหมือนจะหิวเหมือนกัน ก็ยื่นมือไปคว้าแป้งทอดไส้เนื้อชิ้นเดียวกัน
แล้วเวลาก็เหมือนจะหยุดนิ่ง
คนหนึ่งจับด้านซ้ายของแป้งทอดไส้เนื้อ อีกคนจับด้านขวา ต่างฝ่ายต่างหรี่ตามองหน้ากัน
ตอนนั้นเป็นต้นเดือนพฤษภาคม อากาศเริ่มร้อน
บวกกับพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากพร้อมใจกันแอบเปิดฝาตู้แช่แข็งที่เตรียมไว้...
ชั่วพริบตา ผู้คนที่เดินไปมาก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือก... ไม่สิ มันคือรังสีสังหาร
แล้วก็สังเกตเห็นชายฉกรรจ์สองคนที่กำลังจ้องตากันอย่างดุเดือด
ในความรับรู้ของนักท่องเที่ยว ผู้รับบท 'หลู่จื้อเซิน' คือพระนักรบที่สำนักงานเขตสือหลี่อิ๋งเชิญมาจากวัดพระพุทธ
แต่ทหารสวรรค์โพกผ้าเหลืองไม่ใช่คนของสถานที่ท่องเที่ยว เขาเป็นนักพรตที่เร้นกายอยู่บนเขาตงเยว่
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายมาเจอกัน...
มีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว!
นักท่องเที่ยวจำนวนมากพากันเข้ามามุงดู
ทันใดนั้น
'หลู่จื้อเซิน' ก็ปล่อยมือ ย้ายกระบองจันทร์เสี้ยวเหล็กไหลหนักหกสิบสองชั่งในมือซ้ายไปถือด้วยมือขวา
'ทหารสวรรค์โพกผ้าเหลือง' เห็นดังนั้น ก็วางแป้งทอดไส้เนื้อกลับไปที่แผง แล้วหยิบอาวุธมาตรฐานของพลปาหินจากด้านหลังออกมา มันคือค้อนทุบหินขนาดมหึมา
"เชี่ย จะตีกันเหรอ?"
"จริงหรือหลอกเนี่ย?"
"ไม่มั้ง? กระบองนั่นหนักมากนะ ฉันเคยไปขอหลวงพี่ลองยกดู ต้องใช้สองมือถึงจะยกขึ้น เอามาใช้เป็นอาวุธได้ไง?"
"น่าจะแค่ขู่ๆ กันมั้ง..."
ยังพูดไม่ทันจบ
'หลู่จื้อเซิน' ก็พุ่งตัวเข้าไป กระบองฟาดลงมา ตักเสย แล้วทุบด้วยด้านจันทร์เสี้ยว
'ทหารสวรรค์โพกผ้าเหลือง' ก็ตอบสนองรวดเร็วเช่นกัน ค้อนทุบหินยกขึ้นกันปัดป้อง และสวนกลับ
ขณะเดียวกัน ศอก เข่า และข้อเท้าของทั้งคู่ก็ปะทะกันอย่างต่อเนื่อง...
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมาก กระบวนท่าที่ลายตาชุดนี้เกิดขึ้นในชั่วลมหายใจเดียว
แล้วทั้งสองก็แยกย้ายสวนทางกัน
นักท่องเที่ยวที่มุงดูอยู่อ้าปากค้างไปพักใหญ่ มองดูรอยแตกและรอยเท้าบนพื้นปูนซีเมนต์ แล้วสูดปากด้วยความตกใจ
พวกพี่แกไม่เพียงแต่เอาจริง แต่ยังงัดวิชาจริงออกมาใช้ด้วย
ประเด็นคือ...
นี่มันจะเก่งเกินไปแล้วมั้ง?
ละครทีวียังไม่กล้าแสดงแบบนี้เลย
แต่ไม่ว่านักท่องเที่ยวจะคิดยังไง ทั้งสองคนที่หยั่งเชิงกันเสร็จแล้ว ก็เริ่มเข้าใจฝีมือของอีกฝ่าย
ดังนั้น การแสดงที่แท้จริงจึงเริ่มขึ้น
กระบองเหวี่ยงเป็นวงกลม กวาดแนวนอน
ค้อนทุบหินพุ่งขึ้นฟ้า ผ่าลงมากลางกระบาล
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นแสบแก้วหู
เสียงหมัดกระทบเนื้อหนักหน่วงดั่งเสียงฟ้าร้อง
นักท่องเที่ยวที่มุงดูอยู่ตะลึงงัน จนตัวชาไปหมด
ในที่สุด
'หลู่จื้อเซิน' อาศัยฟุตเวิร์กที่คล่องตัวกว่า ซัดหมัดเข้าที่หน้าอกของ 'ทหารสวรรค์โพกผ้าเหลือง' จนกระเด็นไปหลายเมตร ชนะศึกครั้งนี้ไป
จากนั้นก็เก็บกระบอง หยิบแป้งทอดไส้เนื้อ แล้วหันหลังเดินจากไป
'ทหารสวรรค์โพกผ้าเหลือง' นอนอยู่บนพื้น เหม่อลอยไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระอักเลือดออกมา เอามือกุมหน้าอกลุกขึ้น แล้วเดินโซซัดโซเซเข้าไปในรถไฟเหอเสีย
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ได้แต่มองตาค้าง
แต่ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ
ผ่านไปเนิ่นนาน
"เชี่ย!"
"เชี่ย!"
"เชี่ยยยย!"
"นี่มันยอดฝีมือของจริงนี่หว่า!"
"ฉันจะเรียนกังฟู ฉันต้องเรียนกังฟูให้ได้!"
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เซ็งแซ่ นักข่าวช่องตะวันออก 1 ที่ประจำการอยู่ที่ถนนสือหลี่อิ๋ง ก็ถือก้านไมค์พาทีมกล้องวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
"สวัสดีครับพี่น้อง ตรงไหนตีกันครับ?"
"ตีเสร็จแล้ว"
"เสร็จแล้ว?"
"ใช่ หลู่จื้อเซินชนะ"
"ใครถ่ายไว้บ้าง ผมรับซื้อราคาสูง"
พอได้ยินเสียงตะโกน ที่เกิดเหตุก็เงียบกริบลงทันที
เรื่องมันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป แถมไม่ค่อยมีใครพกกล้องมา ก็เลยไม่มีใครบันทึกฉากเด็ดขนาดนี้ไว้ได้เลย
"พระเจ้าช่วย พลาดข่าวใหญ่ไปแล้ว!"
สองชั่วโมงต่อมา
ขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วสือหลี่อิ๋งกำลังทึ่งกับฝีมือของยอดยุทธ์ หรือไม่ก็สงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
ทหารสวรรค์โพกผ้าเหลืองที่ถูกซัดจนกระอักเลือด ก็พาเพื่อนทหารสวรรค์โพกผ้าเหลืองอีกสองคนเดินลงมาจากรถไฟเหอเสีย
"สวัสดี เห็นไอ้หลู่จื้อเซินนั่นไหม?"
"เชี่ย ไปตามพวกมา!"
"ใครรู้บ้างว่าหลู่จื้อเซินอยู่ที่ไหน?"
"ฉันเห็น อยู่ริมทะเลสาบตะวันออก กำลังกินแตงโมอยู่!"
"ไป!"
ทหารสวรรค์โพกผ้าเหลืองทั้งสามคนสูงราวๆ สองเมตรสิบห้า ซึ่งก็สะดุดตาอยู่แล้ว
ตอนนี้โพกหัวด้วยผ้าเหลือง ใส่ชุดเหลือง ยิ่งสะดุดตาเข้าไปใหญ่
โดยเฉพาะตอนนี้นักท่องเที่ยวกำลังคุยเรื่องตีกัน พอเห็นสามทหารสวรรค์ตามหาหลู่จื้อเซิน ก็รีบชวนเพื่อนฝูงตามไปดูด้วยความตื่นเต้น
แล้ว...
รปภ.โรงงานกว่าสิบคน เป่านกหวีดเหล็ก เข้ามาขวางทั้งสามคนไว้ "ทั้งสามท่าน กรุณาอย่าก่อเรื่องในเขตโรงงาน"
"หลีกไป"
สามทหารสวรรค์จัดการ รปภ. ทั้งหมดร่วงลงไปกองกับพื้นในชั่วพริบตา
ความเร็วระดับที่นักท่องเที่ยวมองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น
ไม่นานนัก
ฝูงชนมหาศาลก็เบียดเสียดกันจนแน่นถนนหลักกว้าง 220 เมตรของสือหลี่อิ๋ง
คนฉลาดหน่อยก็รีบควักเงินซื้อตั๋วขึ้นไปบนหอคอย
คนที่ฉลาดกว่าก็ยอมจ่ายแพงกว่า ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชมวิวระหว่างหอคอย
ในที่สุด
สามทหารสวรรค์ก็เจอ 'หลู่จื้อเซิน' ที่กำลังกินแตงโมอยู่ข้างแผงแม่ค้าหวัง
สามพี่น้องคนจริงไม่พูดเยอะ วิ่งตะบึงเข้าไปง้างหมัดซัด ตูม ตูม ตูม
'หลู่จื้อเซิน' สู้กับทหารสวรรค์คนเดียวยังตึงมือ ตอนนี้โดนลอบกัด แถมต้องเจอถึงสามคน เลยทิ้งกระบอง กระโดดหนีลงทะเลสาบผิงตง
สามทหารสวรรค์ดูเหมือนจะว่ายน้ำไม่เป็น ได้แต่มองดูหลู่จื้อเซินว่ายน้ำมุ่งหน้าไปยังเขตท่องเที่ยวบึงน้ำเหลียงซาน
ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากคิดว่าเรื่องจบแล้ว...
เรือรบไม้ของฝ่ายบึงน้ำเหลียงซานลำหนึ่งผ่านมาพอดี หลู่จื้อเซินปีนขึ้นไป ตะโกนอะไรบางอย่าง
สักพัก เรือเล็กก็แล่นฉิวเข้ามา
บนเรือมีบู๊ซ่ง หลินชง หยางจื้อ ยืนตระหง่าน
นักท่องเที่ยวเห็นดังนั้น ก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
มีเรื่องสนุกให้ดูอีกแล้ว
และแล้ว
สี่วีรบุรุษแห่งบึงน้ำเหลียงซาน ปะทะเดือด สามจอมพลังแห่งตงเยว่
ดาบปะทะค้อน ทวนปะทะค้อน หมัดหนักปะทะหมัด...
ฉากต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดพล่าน ยิ่งกว่าหนังกำลังภายในเรื่องไหนๆ ในประวัติศาสตร์
จนนักท่องเที่ยวที่มุงดูอยู่ต่างอ้าปากค้าง มองตาไม่กระพริบ
ในที่สุด
สามทหารสวรรค์ก็ทิ้งค้อนทุบหิน วิ่งโซซัดโซเซหนีขึ้นรถไฟเหอเสีย หนีกลับไปทางเขาตงเยว่
แต่ไม่ถึงสองชั่วโมง
สามทหารสวรรค์ก็ไปตามนักพรตตัวผอมสูงห้าคนที่วิชาตัวเบาล้ำเลิศ สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้มาช่วย
หนึ่งในนักพรตมีฝีมือธนูเป็นเลิศ ยิงต่อเนื่องสามดอก ไล่ต้อนสี่วีรบุรุษแห่งบึงน้ำที่กำลังกินแตงโมจนต้องถอยร่น
แต่ไม่นานนัก
ฮัวหยง ฉินหมิง กวนเซิ่ง ลู่อี้จวิน และคนอื่นๆ รวมสิบเอ็ดคนก็นั่งเรือเล็กตามมาสมทบอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองฝ่ายยิงธนูใส่กัน ต่อสู้ระยะประชิด ฟันแทงกันจริงๆ...
นักท่องเที่ยวมองดูเหตุการณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไง
จะบอกว่าปลอม แต่บรรยากาศในสนามมันจริงจนน่ากลัว ถึงขั้นโรงพยาบาลแถวนั้นส่งรถพยาบาลมารอ
จะบอกว่าจริง... คนที่เล่นเป็นวีรบุรุษแห่งเขาเหลียงซานพวกนี้ ดันหน้าตาบุคลิกตรงปกเป๊ะๆ
ผ่านไปพักใหญ่
สามจอมพลังและห้านักพรตแห่งตงเยว่ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ โดนฝูงชนชาวเหลียงซานที่แห่กันมาเพิ่มกดดัน จนถูกจับมัดตัวในที่สุด
ทันใดนั้น
ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง นักพรตหนวดเครารุงรัง มีน้ำเต้าเหล้าห้อยเอว มือซ้ายลากกระบี่หนักติดโซ่ตรวน พริบตาเดียวก็พุ่งมาถึงริมทะเลสาบ
กระบี่หนักยาวสองเมตร ฟาดลงมาจากด้านบน ผ่าเรือเล็กของบึงน้ำเหลียงซานขาดเป็นสองท่อนในดาบเดียว
จากนั้นก็ปลดโซ่ เหวี่ยงกระบี่หนักไปกระแทกเรือเล็กอีกลำ ทำให้ชาวบึงน้ำเหลียงซานหมดทางหนีทีไล่
แล้วโซ่ก็ตึงดึงกระบี่หนักกลับมา นักพรตหนวดเครารุงรังบิดตัว สันกระบี่ตบหลินชงกระเด็น ด้ามกระบี่กระแทกบู๊ซ่งสลบ ฝ่ามือซัดหยางจื้อจนมึน...
เพียงไม่กี่วินาที ก็จัดการผู้เข้าร่วมศึกฝ่ายบึงน้ำเหลียงซานไปกว่ายี่สิบคน
นักท่องเที่ยวมองดูแผ่นหลังของ 'เซียนกระบี่เมามาย' แล้วตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
จากหนังกำลังภายในกลายเป็นหนังเทพเซียนแล้วเหรอ?
ทันใดนั้น
เสียงร้องโหยหวนก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ
"ท่านเจ้าอาวาส พวกนักพรตจมูกวัวมันรังแกถึงหน้าบ้านแล้ว!"
เห็นเณรน้อยคนหนึ่ง กลิ้งโค่โล่หนีตายวิ่งไปทางวัดพระพุทธ
จนถึงตอนนี้ นักท่องเที่ยวถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า วีรบุรุษแห่งบึงน้ำเหลียงซานล้วนเป็นพระนักรบปลอมตัวมา
พวกพ้องโดนตบ ก็เท่ากับพระนักรบโดนตบ วัดพระพุทธจะยอมได้ยังไง?
อีกด้านหนึ่ง
เจ้าอาวาสวัดพระพุทธได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ก็มองไปที่คนขอความช่วยเหลือด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ในวัดเรามีพระนักรบไหม เอ็งไม่รู้แก่ใจหรือไง?
ยังจะมาขอให้ข้าช่วยอีก
"อามิตตพุทธ เดี๋ยวอาตมาขอถามพระพุทธองค์ก่อน"
ครู่ต่อมา
พระนักรบกว่าสามร้อยรูป ถือพลองเหล็กผสม วิ่งกรูไปยังทะเลสาบผิงตง
หมายมั่นปั้นมือจะจัดการเซียนกระบี่เมามายให้ได้
ทว่า
เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังขึ้น
"ตำรวจมาแล้ว หนีเร็ว!"
ฮืออออ
พระนักรบวิ่งหนี
นักพรตวิ่งหนี
นักท่องเที่ยวก็เผลอวิ่งหนีตามไปด้วย
...
วันต่อมา
วันที่ 5 พฤษภาคม
เหลือเวลาอีกสองวันจะหมดช่วงสัปดาห์ทอง
ตำรวจเมืองไท่ซื่อ องค์กรท่องเที่ยวเมืองไท่ซื่อ และสำนักงานเขตสือหลี่อิ๋ง ได้ทยอยออกประกาศ
เนื้อหาประกอบด้วย:
ประกาศตำหนิและปรับเงิน 'บริษัทรักษาความปลอดภัยซานหยวน' ที่รับผิดชอบงาน รปภ. ในเขตโรงงาน เป็นเงิน 500,000 หยวน
ประกาศตำหนิและปรับเงินวัดพระพุทธที่รับผิดชอบงาน 'แสดงบทบาทสมมติ' ในเขตท่องเที่ยวบึงน้ำเหลียงซาน เป็นเงิน 500,000 หยวน
จับกุมผู้เข้าร่วมการทะเลาะวิวาท ได้แก่ ซื่อเหมา ซื่อเชียง ซื่อกงอี้ ซื่อกงจิ่ง...
จับกุมสามพี่น้องจอมพลังตระกูลจาง ห้าพี่น้องตระกูลซุน และจ้าวหยวนเฉาที่อ้างตัวเป็นเซียนกระบี่เมามาย
พร้อมกันนี้ หลังจากได้รับประกาศจากทางการ ซานหยวนการเกษตรก็หยุดกิจการเพื่อปรับปรุงแก้ไขทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
เช้าวันเดียวกัน
สำนักงานโรงงานซานหยวนการเกษตรประกาศคืนค่าผ่านประตู 30 หยวนให้นักท่องเที่ยว และขอเชิญบุคคลภายนอกทั้งหมดออกจากพื้นที่ก่อน 5 โมงเย็น ปิดโรงงานทั้งหมด
แต่ผลจากการประกาศของทางการ กระบวนการวิวาทครั้งนี้ รวมถึงวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ ก็แพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศชั่วข้ามคืน ลามไปถึงต่างประเทศ
วินาทีนี้
ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดซานหยวน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หรือโฆษณาโจมตี อะไรก็ถูกกลบมิด
มีเพียงคำว่า: เชี่ย! Fuck! My God Kungfu Kungfu!!!
...
เซี่ยงไฮ้ ยูนิลีเวอร์
ความจริงแล้วรัมส์เฟลด์ไม่ได้อยากทำให้ชื่อ 'ซานหยวน' เหม็นโฉ่ด้วยการยิงโฆษณาด้านลบใส่ผลิตภัณฑ์ของซานหยวน
เพราะถ้าคุณทำแบบนี้ คนอื่นก็จะทำแบบนี้กับคุณบ้าง
ที่เขาทำแบบนั้น หลักๆ เป็นเพราะแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของตะวันออกเกือบจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ส่วนยูนิลีเวอร์กับพรอคเตอร์แอนด์แกมเบิลแห่งตะวันออกก็ถอดสินค้าออกทั้งหมด
นี่เรียกว่าอะไร?
นี่เรียกว่าการผูกขาด
โดยเฉพาะเมื่อซานหยวนเคมีภัณฑ์ใช้วิธีรุนแรงในระหว่างการแข่งขัน หลายพื้นที่ก็เริ่มไม่พอใจซานหยวนเคมีภัณฑ์อยู่แล้ว
ถึงตอนนั้น ฟ้องเมื่อไหร่ก็ชนะเมื่อนั้น
ถ้ายิ่งบวกกับโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงพวกนี้เข้าไป ซานหยวนต้องจบเห่แน่ๆ
แต่ทว่าในขณะที่แผนการกำลังจะสำเร็จ และซานหยวนกำลังจะเข้าข่ายพฤติกรรมผูกขาด
เขาให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องซานหยวน แต่ฝ่ายกฎหมายกลับบอกเขาว่า "ขอโทษครับ ตะวันออกไม่มีกฎหมายป้องกันการผูกขาด"
"ไม่มี?!"
"ไม่มีครับ"
"..."
นี่มันน่าอับอายมาก
พูดตามตรง รัมส์เฟลด์ควรจะให้ทีมที่ปรึกษาจัดการแผนโฆษณาด้านลบ
ทีมที่ปรึกษาต้องรู้อยู่แล้วว่าตะวันออกไม่มีกฎหมายป้องกันการผูกขาด
ปัญหาคือ ยูนิลีเวอร์ฝังรากลึกในตะวันออก ทีมที่ปรึกษาส่วนใหญ่เป็นคนตะวันออก
เขาไม่ไว้ใจคนพวกนี้
และในจังหวะนี้เอง
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดซานหยวนก็ถอดสินค้าออกทั้งหมด และฉวยโอกาสขายธุรกิจในแต่ละพื้นที่ทิ้ง ทำให้แผนโฆษณาด้านลบชกโดนแต่อากาศ
รัมส์เฟลด์เห็นว่าเสียเงินเปล่า เลยตัดสินใจเล่นตามน้ำ ทุ่มเงินโฆษณาด้านลบเพิ่มขึ้นอีก กะจะทำให้ชื่อ 'ซานหยวน' เน่าเฟะไปเลย
ใครจะไปคิด
การยกพวกตีกันด้วยมีดจริงดาบจริง จะดึงดูดความสนใจของผู้คนมหาศาลขนาดนี้
แถมเพราะโฆษณาด้านลบ ยิ่งทำให้ซานหยวนการเกษตรได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีก
ถึงขนาดที่ 'เฒ่าอวี๋ซานหยวน' ก็ยังออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง
"คุณอวี๋ครับ พอจะเปิดเผยได้ไหมครับว่า คุณไปจ้างปรมาจารย์กังฟูพวกนี้มาจากไหน?"
"พวกเขาไม่ใช่พนักงานที่บริษัทเราจ้างมาครับ แต่เป็นคนที่ได้ลิ้มรสอาหารของซานหยวนการเกษตร แล้วสมัครใจมาอยู่ด้วย ขอแค่มีข้าวกินฟรีสามมื้อ"
"นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้วครับ"
"ใช่ครับ ต่อมาผมได้คุยกับพวกเขา ถึงได้รู้ว่าผักผลไม้ เนื้อสัตว์สัตว์น้ำที่บริษัทเราเพาะพันธุ์มา มี 'รสชาติ' ที่โลกภายนอกไม่มี ถ้าใช้คำพูดของคนฝึกยุทธ มันน่าจะเรียกว่า 'สารสกัดจากธัญพืช' ซึ่งมีผลต่อร่างกายมนุษย์สำคัญยิ่งกว่าโปรตีนและวิตามิน โดยเฉพาะสำหรับคนฝึกยุทธ การกินเป็นประจำจะช่วยเสริมสร้างและยกระดับ พลัง ลมปราณ และจิตวิญญาณ ได้ดียิ่งขึ้น
เหมือนคำโบราณว่าไว้ จนเรียนหนังสือ รวยเรียนมวย ไม่มีเงินอย่าริฝึกมวย
ไม่ใช่แค่เพราะคนจนหาเคล็ดวิชาไม่ได้ แต่เพราะคนจนไม่มีเงินซื้ออาหารเสริมและสมุนไพร
แต่อาหารของซานหยวนการเกษตร สามารถทดแทนสิ่งเหล่านี้ได้
ดังนั้นวัดพระพุทธเลยย้ายมา พวกนักพรตก็มารวมตัวกันที่เขาตงเยว่
จนเกิดเหตุการณ์ตีกันขึ้น ตรงนี้ผมรับประกันว่าจะเข้มงวดการจัดการให้มากขึ้น ถ้าจำเป็นจะขอกำลังทหารเข้ามาดูแล"
นักข่าว: "คุณอวี๋ครับ ช่วงนี้มีโฆษณาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดซานหยวนที่ใช้คำโฆษณาเกินจริงมากๆ โผล่ขึ้นมาเยอะเลย คุณมีความเห็นยังไงกับเรื่องนี้ครับ?"
"ไม่มีความเห็นครับ เพราะพวกผู้เชี่ยวชาญพูดถ่อมตัวไปหน่อย จริงๆ แล้วของใช้ทำความสะอาดบ้านเรา ไม่เพียงแต่บรรเทามะเร็งได้ แต่ยังมีผลดีกว่านั้นอีก เช่น ใช้ต่อเนื่องแล้วจะคงความหนุ่มสาวตลอดไป"
"..."
รัมส์เฟลด์รู้ดีว่า ถ้าเป็นก่อนเกิดเหตุตีกัน โฆษณาด้านลบก็คือโฆษณาด้านลบจริงๆ
แต่พอเกิดเหตุตีกัน สมรรถภาพร่างกายที่เวอร์วังขนาดนั้น ทักษะการต่อสู้ที่เหลือเชื่อขนาดนั้น...
ความไม่ธรรมดาต่างๆ นานา ผลักดันให้ซานหยวนการเกษตรพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน
ยิ่งกว่าอาหารเสริมเสียอีก น่าคลั่งไคล้ยิ่งกว่า
ที่สำคัญที่สุดคือ ซานหยวนการเกษตรไม่ได้โกหก
เพราะพวกเขาเพาะพันธุ์ผักผลไม้และเนื้อสัตว์สัตว์น้ำ โดยใช้เทคโนโลยีปรับปรุงพันธุกรรม ไม่ใช่ 'เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรม'
เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมคือการเอายีนเด่นของสิ่งมีชีวิต A ย้ายไปใส่สิ่งมีชีวิต B เกิดเป็นสิ่งมีชีวิต AB ใหม่ ซึ่งร่างกายมนุษย์ยากจะดูดซึมสารอาหารจากสิ่งมีชีวิต AB เพราะมนุษย์ในวิวัฒนาการไม่เคยกินสิ่งมีชีวิต AB มาก่อน ต่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารจากสิ่งมีชีวิต AB ได้ ก็เป็นการดูดซึมสารอาหารที่ไม่รู้จัก ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้จัก
แต่เทคโนโลยีปรับปรุงพันธุกรรมคือการเอายีนดีของสิ่งมีชีวิต A มาปรับปรุงให้ดีที่สุด เนื่องจากมนุษย์บริโภคสารอาหารจากสิ่งมีชีวิต A มาตลอด สิ่งมีชีวิต A ที่ปรับปรุงแล้ว จะให้สารอาหารที่ดียิ่งขึ้นแก่มนุษย์ หรือแม้แต่กระตุ้นให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น
เหมือนคุณกิน 'แตงกวาเหี่ยวๆ' จนชิน จู่ๆ ได้กิน 'แตงกวาสดกรอบ' จะรู้สึกยังไง? จะเจริญอาหารไหม?
ดังนั้น ไม่มีทางโจมตีจุดนี้ได้
ไม่งั้นก็ต้องล้มล้างวิชาพันธุศาสตร์และวิศวกรรมพันธุศาสตร์ทั้งหมด
รัมส์เฟลด์พ่นลมหายใจยาว จุดบุหรี่สูบ
บังเอิญทีวีที่เพิ่งติดตั้งเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมตะวันออก กำลังฉายสามก๊ก
ในจอภาพ สองทัพกำลังปะทะกัน ฝ่ายหนึ่งตะโกนลั่น
เขาหันไปถามล่าม "พวกเขาตะโกนว่าอะไร?"
"เสียฮูหยินแล้วยังเสียไพร่พลอีก"
ล่ามกลัวรัมส์เฟลด์ไม่เข้าใจ เลยพูดภาษาอังกฤษซ้ำอีกรอบ
รัมส์เฟลด์: "..."
...
ฮ่องกง สำนักงานใหญ่ ADM เอเชียแปซิฟิก
สมองของมิสซิสสมิธเริ่มตามอวี๋หยางและรัมส์เฟลด์ไม่ทัน
ดังนั้นในสงครามสื่อรอบนี้ พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิลอเมริกาเหนือเลยนิ่งดูเชิง
ตอนนี้พอเห็นปฏิบัติการของรัมส์เฟลด์...
เธอหันไปมองล่าม "นี่เรียกว่าอะไร?"
"ขโมยไก่ไม่สำเร็จแถมเสียข้าวสารอีกกำมือ"
มิสซิสสมิธคิดตาม จู่ๆ ก็คิดถึงซานหยวนเคมีภัณฑ์ที่ตัวเองปั้นมากับมือ เจ็บจี๊ดที่หน้าอก "คุณถูกไล่ออกแล้ว"
"???"
...
กระแสคลั่งไคล้วรยุทธ์ที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ควันหลงสงครามค่อยๆ สงบลง
แต่ใครๆ ก็รู้ว่า นี่คือความสงบก่อนพายุจะมา เพราะการแข่งขันรอบต่อไปจะรุนแรงยิ่งกว่า
อาจจะเกิดขึ้นในวงการน้ำมันพืช
อาจจะเกิดขึ้นในวงการธัญพืช
อาจจะเกิดขึ้นในวงการเครื่องจักรหนัก
หรืออาจจะเกิดขึ้นในวงการอื่นๆ
วันที่ 7 พฤษภาคม
วันที่สองที่ซานหยวนการเกษตรหยุดผลิตและหยุดงาน
เครื่องบิน J11B ประสิทธิภาพสูงลำแรก หลังจากติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์การบินที่ซานหยวนเฮฟวี่อินดัสทรี ก็ได้ทำการบินทดสอบเหนือแม่น้ำเหลือง
ไม่นานนัก
ข้อมูลการทดสอบก็ถูกส่งไปยังปักกิ่ง
น้ำหนักบินขึ้นสูงสุดของ J11B เพิ่มจาก 19 ตัน เป็น 28 ตัน
น้ำหนักบรรทุกอาวุธ เพิ่มจาก 8 ตัน เป็น 12 ตัน
รัศมีปฏิบัติการรบ เพิ่มจาก 1,000 กิโลเมตร เป็น 1,800 กิโลเมตร
ความเร็วในการบิน เพิ่มจาก 1.3 มัค เป็น 2.2 มัค
เบื้องบนได้รับรายงาน ดีใจจนไม่ยอมให้ฉางลู่ พลหอกที่เป็นนักบินทดสอบระดับเทพ บินกลับมา สั่งให้ขับ J10B ประสิทธิภาพสูงลำนั้นตรงไปปักกิ่งเลย
"คนของผม นั่นคนของผมนะ!"
อวี๋หยางไม่อยากปล่อยฉางลู่ไปแน่นอน
ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายรู้อะไรเยอะเกินไป
แต่เพราะคนพวกนี้พอออกจากฐานที่มั่นฝ่ายเราแล้ว ชอบไปก่อเรื่อง
เหมือนพวกพี่อ้วนดำที่คุ้มกันเลี่ยวเผิงเฟย ถอนรากถอนโคนอิทธิพลต่างชาติในฮ่องกงไม่พอ ยังเกือบทำวงการบันเทิงพังพินาศ
ตอนนี้ได้ขับ J11B ประสิทธิภาพสูง ใครจะไปรู้ว่าจะบินไปจูบปากกับกองเรือที่ 5 ที่ลอยลำอยู่แถวทะเลตะวันออกเฉียงใต้หรือเปล่า
ตามปกติ มันน่าจะสะใจมาก
ปัญหาคือ ฝ่ายเราในมิตินี้ ยังไม่ได้แข็งแกร่งเท่าอีกมิติหนึ่ง
ตอนนี้ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายอดทนรอเวลา ไม่ใช่ไปอวดเบ่ง
น่าเสียดายที่เบื้องบนเลือกที่จะเมินเฉยต่อการประท้วงของลูกพี่ใหญ่อวี๋
"หน้ามืดตามัวกันหมดแล้ว!"
อวี๋หยางถอนหายใจด้วยความเสียดาย กลับไปที่สำนักงานโรงอิฐ
พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นทีวีจอใหญ่บนผนัง กำลังฉายรายการที่ทายาทแพทย์แผนจีนชื่อดังกำลังโม้เรื่องโฟมล้างหน้าซานหยวน
ตอนนี้โฆษณาด้านลบที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงพวกนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับบริษัทเราแล้ว
ปัญหาคือ อีกฝ่ายดันเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์สั่งซื้อของบริษัทเรา เป็นเบอร์อื่น แล้วเปลี่ยนผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย เป็นชื่ออื่น
คาดว่าน่าจะเป็นพ่อค้าหน้าเลือดเห็นว่าในตลาดไม่มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดซานหยวน เลยกะจะฉวยโอกาสรวย
"นี่มันขายของปลอมหน้าด้านๆ เลยนี่หว่า?!"
อวี๋หยางเรียกเลขาโรงงานมา "ไปถล่มบริษัทนี้ให้เละ แล้วส่งตัวเจ้าของกับผู้ถือหุ้นเข้าคุกซะ"
"ได้ครับประธานอวี๋"
"เดี๋ยว พอพวกมันเข้าคุกแล้ว ให้คนของเราไปเทคโอเวอร์บริษัทนี้ แล้วถือใบอนุญาตของซานหยวนของใช้ประจำวัน ไปเคลียร์กับสถานีโทรทัศน์ ถ้าสถานีไม่ยอม ก็ถล่มแม่ง แต่ถ้าสถานียอม เราก็เปลี่ยนแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดซานหยวน เป็นแบรนด์ยูนิลีเวอร์ หรือแบรนด์พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิลแห่งตะวันออก ไม่ต้องโม้สรรพคุณแล้ว แต่ปรับสูตรแทน เช่น ทำให้ เฮดแอนด์โชว์เดอร์ปลอม ใช้ดีกว่า เฮดแอนด์โชว์เดอร์ของจริง"
"เอ่อ ได้ครับ!"
"แล้วก็ เอาโฆษณาด้านลบอื่นๆ มาแก้แบบเดียวกันให้หมด"
"ครับ!"
"กินบูมเมอแรงของข้าซะเถอะ!"
...
วันที่ 8 พฤษภาคม
รัมส์เฟลด์ตื่นนอนขึ้นมา ตกใจแทบช็อกที่เห็นผลิตภัณฑ์ของพรอคเตอร์แอนด์แกมเบิลแห่งตะวันออกและยูนิลีเวอร์ที่ถอดออกจากชั้นวางไปแล้ว กลับมาโผล่พรึ่บพรั่บในโฆษณาด้านลบ
ไม่สิ ตอนนี้จะเรียกว่าโฆษณาด้านลบไม่ได้แล้ว
เพราะพวกผู้เชี่ยวชาญไม่ได้โม้สรรพคุณเกินจริง
แต่กลับมาสอนวิธีใช้อย่างถูกต้องด้วยสีหน้าจริงจัง
ดูเหมือนจะไม่มีปัญหา
ปัญหาคือ เบอร์โทรสั่งซื้อกับผู้ผลิตมันไม่ใช่นี่หว่า!
ไม่สิ นี่มันเหมือนจะเป็นโฆษณาที่ฉันจ่ายเงินลงไปเองนะ!
...
อีกด้านหนึ่ง
ฮ่องกง สำนักงานใหญ่ ADM เอเชียแปซิฟิก
คู่สามีภรรยาสมิธมองดูโฆษณาผลิตภัณฑ์พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิลอเมริกาเหนือที่ถาโถมเข้ามาในทีวี
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ไม่รู้สิ!"
[จบแล้ว]