- หน้าแรก
- ระบบสร้างเมืองอัจฉริยะ ผมจะเป็นเจ้าสัวที่บ้านนอก
- บทที่ 13 - ต้นกล้าแห่งทุนนิยมในหมู่บ้านตระกูลอวี๋
บทที่ 13 - ต้นกล้าแห่งทุนนิยมในหมู่บ้านตระกูลอวี๋
บทที่ 13 - ต้นกล้าแห่งทุนนิยมในหมู่บ้านตระกูลอวี๋
บทที่ 13 - ต้นกล้าแห่งทุนนิยมในหมู่บ้านตระกูลอวี๋
วันรุ่งขึ้น
หลิวต้านียน ผู้จัดการธนาคารสาขาอำเภอที่ยังรอกจัดการเรื่องโรงอิฐอยู่ที่สือหลี่อิ๋ง ออกมาหาซื้ออาหารเช้ากินริมถนน
ยังไม่ทันนึกว่าจะกินอะไร ก็ได้ยินชาวบ้านที่ต่อแถวซื้อปาท่องโก๋ซุบซิบกัน
"กระสอบใบเบ้อเริ่ม ข้างในมีแต่เงิน!"
"พี่บึ้กสองคนหามยังหลังแอ่น"
"แม่เจ้า ต้องมีหลายล้านแน่ๆ"
"นั่นสิ ใส่กระสอบปุ๋ยแบบนั้น ไม่กลัวหกเรอะ"
"หกแล้วเอ็งกล้าแย่งไหมล่ะ พี่บึ้กนั่นต่อยทีเดียว เอ็งคงต้องนอนหยอดน้ำข้าวไปครึ่งค่อนชีวิต"
"อวี๋หยางนี่ก็นิสัยดีนะ ตอนนั้นหวงหน้าปรุเคยไปยึดบ้านพ่อมัน รอบนี้อวี๋หยางพาคนไปตั้งเยอะ นึกว่าจะไปพังบ้าน ที่ไหนได้ คืนเงินต้นทบดอกแล้วก็กลับ"
"เป็นข้านะ พังบ้านมันไปแล้ว"
"นิสัยดี? เอ็งไม่เห็นสภาพหลิวโก่วจื่อรึไง อวี๋หยางคืนเงินเสร็จ เอาปึกแบงก์ร้อยฟาดหน้าจนปากบวมฉุ"
"ก็สมควร ปากหมานักนี่หว่า"
"ไม่รู้ว่าจางไห่จะเป็นไงบ้าง"
"จางไห่แกคนดี ไม่เคยรังแกใคร ไม่ต้องหนีหรอก ได้ข่าวว่าพ่ออวี๋ยืมแกมา 5 หมื่น อวี๋หยางคืนให้ตั้ง 6 หมื่น"
"นึกไม่ถึงว่าปลูกต้นอ่อนจะรวยขนาดนี้ ไม่กี่วันไอ้หนุ่มนั่นก็เป็นเศรษฐีแล้ว"
"นั่นสิ เงินเต็มกระสอบ ใช้หนี้หมดยังเหลืออีกตั้งค่อนกระสอบ เห็นแล้วอิจฉาตาร้อนผ่าวๆ"
หลิวต้านียนรู้เรื่องอวี๋หยางปลูกต้นอ่อน และรู้ว่ามีคนไปต่อคิวซื้อเยอะแยะ
แต่ไม่คิดว่าจะทำเงินได้มหาศาลขนาดนี้
แถมยังใช้หนี้นอกระบบจนหมดแล้วยังมีเงินเหลือ
ถ้ารู้แบบนี้ ธนาคารยึดโรงอิฐช้ากว่านี้อีกนิด ป่านนี้คงได้เงินกู้ 2 แสนคืนไปแล้ว ไม่ต้องมาปวดหัวกับโรงอิฐเน่าๆ นี่
"ความโลภแท้ๆ!"
หลิวต้านียนรู้ดีว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
ก็ตรงที่ผู้ใหญ่บ้านอวี๋บอกว่าจะซื้อโรงอิฐ 2 แสน 5 โดย 2 แสนเอาไปปิดยอดกู้ ส่วนเกิน 5 หมื่นเอามาแบ่งกันหลังไมค์
ไม่งั้นระดับผู้จัดการสาขาอย่างเขา จะเอาตัวลงมาเกลือกกลั้วทำไม
แต่ตอนนี้...
เหมือนติดดอยหุ้นเน่า ขายก็ไม่ได้ คายก็ไม่ออก
แน่นอน หลิวต้านียนไม่รีบร้อนขายโรงอิฐ
เพราะโรงอิฐมีมูลค่าทางบัญชีเป็นล้าน
ทิ้งไว้อย่างนั้นก็ถือเป็นทรัพย์สินรอการขาย เบื้องบนไม่ว่าอะไรหรอก
แค่ตอนนี้ไม่มีคนซื้อ เปลี่ยนเป็นเงินสดไม่ได้ก็เท่านั้น
หลิวต้านียนฟังชาวบ้านนินทา กินปาท่องโก๋กับซุปเผ็ดร้อนเสร็จ ก็ลุกเดินกลับโรงแรมจิ้งหรีด
เดินไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองฟ้า
หิมะตกแล้ว
...
บ้านตึกฝรั่งของผู้ใหญ่บ้าน
อวี๋หยางใช้เวลาทั้งคืน ไล่ปิดบัญชีหนี้นอกระบบที่พ่อกู้มาซ่อมโรงอิฐจนเกลี้ยง
พอจัดการเสร็จ ก็หลับเป็นตายด้วยความรู้สึกโล่งใจไร้หนี้สิน
ตื่นมาอีกทีก็เที่ยงวัน เปิดม่านดู ข้างนอกขาวโพลนไปหมด
"หิมะตก?"
ต้นอ่อนของเราต้องใช้แดด หิมะตกแบบนี้ ไม่เท่ากับทุบหม้อข้าวเราเรอะ
อวี๋หยางรีบคว้าเสื้อโค้ททหาร วิ่งหน้าตื่นไปที่ลานบ้านตัวเอง
แล้วก็เห็นพี่บึ้กแปดสิบกว่าชีวิต กำลังง่วนอยู่ใโรงเรือนพลาสติก
"เกือบลืมไป เมื่อวานมีชาวบ้าน 64 หลังคาเรือนยอมดัดแปลงเตียงเตา เท่ากับยึดบ้านได้ 64 หลัง ได้โควตาคนงานเพิ่มมา 64 คน"
"งั้นแสดงว่า คนงานหนึ่งคนถือครองที่ดิน 1 เฟิน เราขยายพื้นที่แปลงเกษตรสูตรอัปเกรดได้อีก 6.4 ไร่จีน"
"บวกกับของเดิม 2.5 ไร่จีน ผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า..."
อวี๋หยางคิดไปเดินไป เข้าไปดูต้นอ่อนในโรงเรือน
แปลกแฮะ มันยังโตอยู่
"ไหนบอกว่าต้องมีแสงแดดเพียงพอถึงจะโตไง นี่ไม่มีแดด ยังสังเคราะห์แสงได้อีกเหรอ"
พี่ใหญ่หันมามองเหมือนมองคนปัญญาอ่อน "ถ้าไม่มีแดด มันก็ต้องมืดตึ๊ดตื๋อเหมือนตอนกลางคืนสิ"
"เออ จริงว่ะ!"
อวี๋หยางบรรลุธรรม
ถึงหิมะตกไม่เห็นดวงอาทิตย์ แต่กลางวันมันก็มีแสง และแสงนั้นก็คือแสงอาทิตย์
จากนั้นอวี๋หยางก็สังเกตเห็นว่า ต้นอ่อนโตเร็วกว่าเดิมมาก
คราวนี้เขาไม่ถามพี่ใหญ่ แต่แอบสังเกตการณ์...
โซนซ้ายมีคนงาน 2 คน เวลาเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองลดลงครึ่งหนึ่ง จาก 30 วันเหลือ 15 วัน คาดว่าเวลาเก็บเกี่ยวต้นอ่อนก็น่าจะลดจาก 5 ชั่วโมง เหลือ 2.5 ชั่วโมง
โซนขวามีคนงาน 5 คน เวลาเก็บเกี่ยวลดฮวบ เหลือแค่ 6 วัน
โซนใต้มีคนงาน 10 คน แต่เวลาเก็บเกี่ยวก็ยังคงที่ที่ 6 วัน
อวี๋หยางเข้าใจแล้ว
หน้าที่ของคนงานคือเร่งการเจริญเติบโตของพืช
ถ้าในแปลงเดียวกัน เพิ่มจำนวนคนงาน ผลลัพธ์จะทบทวีคูณ แต่มีขีดจำกัดสูงสุด ไม่สามารถเสกให้โตในวิเดียวได้
อวี๋หยางขบคิดสักพัก ก็นึกถึงระบบสายพานการผลิต
ถ้าแบ่งแปลงเกษตรสูตรอัปเกรดออกเป็นแปลงย่อยๆ
ในพื้นที่หนึ่ง ใส่คนงานเข้าไปให้เต็มพิกัด เร่งสปีดให้ถึงขีดสุด
คือเก็บเกี่ยวได้ทุก 1 ชั่วโมง
โซน A โตเต็มที่ คนงานย้ายไปโซน B
เราส่งคนไปเก็บเกี่ยวโซน A พอโซน B โตเต็มที่ คนงานย้ายไปโซน C
เราส่งคนไปเก็บเกี่ยวโซน B พอโซน C โตเต็มที่ คนงานย้ายไปโซน D แล้วส่งคนไปลงปุ๋ยหมักที่โซน A...
เมื่อก่อนคือปลูกพร้อมกันหมด รอโต พี่บึ้กพักผ่อน ให้ลูกพี่ลูกน้องสองคนมาเก็บเกี่ยว เสร็จแล้วค่อยปลูกใหม่
แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นระบบสายพาน...
พี่บึ้ก 89 คน พื้นที่ 2.5 ไร่จีน เริ่มงานตี 5 เลิก 6 โมงเย็น ผลผลิตรวมน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า เผลอๆ แตะ 5 เท่า
ไม่รู้ว่าพวกพี่ชายจะยอมไหม
ทำงาน 5-6-7 นี่มันโหดกว่า 9-9-6 อีกนะเนี่ย
อีกอย่าง ผลผลิตพุ่งกระฉูดขนาดนี้ ต้องหาข้ออ้างมาบังหน้า
เช่น บอกว่าต้นอ่อนส่วนหนึ่งมาจากโรงเรือนพลาสติกที่ทุ่งรกร้างทางเหนือ เอามาพักไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิ
เช่น อาหกทำตัวถังรถไถเสร็จ ก็เริ่มขนของออกไปตอนกลางคืน
เช่น มีเงินแล้ว ก็ไปกว้านซื้อรถไถมือสองมาเพิ่ม สั่งทำตัวถัง ขยายกองคาราวานขนส่ง
ทำไมต้องมือสอง...
ยุคนี้ถนนหนทางมันห่วย ซื้อรถใหม่มาวิ่ง แป๊บเดียวก็กลายเป็นรถเก่า
อวี๋หยางพิจารณาถี่ถ้วนแล้ว เห็นว่าแผนนี้เวิร์ก
เลยเรียกพี่ใหญ่มาเริ่มวัดพื้นที่
พอแบ่งโซนเสร็จ ก็ให้โรงไม้เอาไม้อัดแผ่นใหญ่มากั้น
จากนั้นจ้างสะใภ้ในหมู่บ้านหลายสิบคน มาช่วยเก็บเกี่ยว ใส่ตะกร้า
จ้างแรงงานชายอีกสิบกว่าคน มาช่วยขนย้าย ขึ้นรถ
จ้างตาแก่มาช่วยหมักปุ๋ย ปูพื้น
ในเมื่อใช้ระบบสายพาน ค่าจ้างจะให้รายวันไม่ได้ ต้องเหมาจ่ายตามชิ้นงาน
เก็บเกี่ยวใส่เต็มตะกร้า ได้ 20 สตางค์
ขนย้ายขึ้นรถหนึ่งตะกร้า ได้ 10 สตางค์
ปูพื้นใส่ปุ๋ยหนึ่งแปลง ได้ 1 หยวน
อวี๋หยางประกาศผ่านเสียงตามสายให้รู้กันทั้งหมู่บ้าน
ไม่นาน ชาวบ้านลูกเด็กเล็กแดงก็แห่กันมาที่บ้านตึกฝรั่งของผู้ใหญ่บ้าน
"ซานหยวน ย่าเพิ่ง 65 ยังเป็นสะใภ้รุ่นสาวอยู่นะ"
"ย่าไปนั่งดูหนังบ้านอาหกเถอะครับ เดี๋ยวเรื่องกินเรื่องอยู่ผมเลี้ยงเอง"
"ซานหยวน ป้าออกมาทำงาน แล้วเตียงเตาที่บ้านจะทำยังไง"
"เหมือนของอาหกแหละครับ ปล่อยไว้ไม่ต้องยุ่ง ผมจะช่วยขายต้นอ่อนให้ สิ้นเดือนรอรับเงินอย่างเดียว"
และธุรกิจต้นอ่อนที่กำลังติดลมบน ก็ดึงดูดญาติพี่น้องฝั่งผู้ใหญ่บ้านให้เข้าหา
ลูกพี่ลูกน้องคนที่สองของผู้ใหญ่บ้าน ถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ข้าสมัครได้ไหม"
"ขอแค่นิสัยดี มือตีนคล่อง ขยันขันแข็ง ผมรับหมดครับ"
"เยี่ยม!"
แน่นอน การกระทำของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ ทำให้ญาติคนอื่นในตระกูลผู้ใหญ่บ้านหมั่นไส้
"ไอ้ขี้ข้า!"
"ไอ้คนทรยศ!"
"กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา!"
ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นสวนกลับ "ข้าไปถามพ่อค้าผักมาแล้ว เมื่อเช้า 750 ตะกร้า บ่าย 750 ตะกร้า เดี๋ยวโรงเรือนทางเหนือเสร็จอีก 5 หลัง วันนึงออกของ 7,500 ตะกร้า
ขนขึ้นรถตะกร้าละ 10 สตางค์ รับคนงาน 15 คน ถ้าข้าขยันๆ วันนึงได้ 50 หยวน งานดีๆ แบบนี้จะไปหาที่ไหน"
สีหน้าของญาติพี่น้องผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนทันที
ยุคนี้ เงินเดือนพนักงานในเมืองแค่ห้าร้อยหกร้อย
ในตำบลยิ่งต่ำเตี้ยเรี่ยดิน นอกจากออกไปทำงานก่อสร้างต่างถิ่น ถ้าทำงานแถวบ้าน วันนึงได้ 5 หยวนก็แทบจะกราบกรานฟ้าดินแล้ว
แต่นี่มีงานวันละ 50 หยวนกองอยู่ตรงหน้า...
"ผู้ใหญ่!"
"ผู้ใหญ่ครับ ผมขอสมัครด้วย!"
"ผู้ใหญ่ บ้านตึกของท่านนี่มันสวยจริงๆ!"
[จบแล้ว]