เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

จับมือ

จับมือ

จับมือ


“ที่พวกเราเป็นแบบนี้เพราะฝีมือเธออย่างนั้นเหรอ!?” นักข่าวคนหนึ่งถามขึ้นพร้อมกับกัดฟันกรอด

“อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ นี่เป็นคำเตือนไม่ให้คนอย่างพวกคุณมายุ่งกับผมเฉยๆเอง แต่ถ้ายังไม่สนใจคำเตือนของผมพวกคุณก็จะโดนแบบนี้...” ชายหนุ่มเดินไปแตะตัวพวกนักข่าวทุกคนด้วยความเร็วแสงเพื่อติดตราแสดงตำแหน่งก่อนจะโบกมือวูบหนึ่ง ทำให้พวกนักข่าวก็หายไปทันที จากนั้นชายหนุ่มก็ชูมือทั้งสองข้างขึ้นมากางแล้วเริ่มนับเลข

“1 2 3...10” เมื่อนับจบชายหนุ่มก็โบกมืออีกครั้งหนึ่ง

วูบบบ

ตูมมม!

จู่ๆร่างของพวกนักข่าวก็ปรากฏขึ้นอยู่เหนือพื้นดิน 10 เมตร ก่อนจะร่วงลงมาใส่พื้นจนเกิดแรงกระแทกเสียงดัง

“อ๊ากกกก!”

“อั่กกก...”

“เอื้อออ...”

“อะเหื้อออ...!” เสียงกรีดร้องโหยหวนของพวกนักข่าวดังขึ้นจนทำให้คนที่อยู่บริเวณรอบๆพากันหันมามอง

“นั่นเจ้าราฟนี่ แล้วพวกคนพกกล้องที่นอนกับพื้นนั่นใช่คนจากกิลด์นักข่าวรึเปล่า ดูเหมือนจะมีเรื่องกันนะ”

“สงสัยพวกนักข่าวจะมาหาจ่าวของราฟจอมเพี้ยนแล้วถูกเขาจัดการนั่นแหละ นี่ถ้าฉันเป็นนักข่าวแล้วรู้ว่าต้องมาทำข่าวปรมาจารย์ทลายไข่นั่นฉันปฏิเสธทันทีแน่ กลัวมันทำลายจ้อนน้อยแสนรักเหมือนเจ้ามาคัส บรื๋อ แค่นึกถึงวันนั้นก็ยังเสียวไม่หาย” หนึ่งในเพื่อนร่วมห้องของราฟที่เห็นเหตุการณ์พูดขึ้นเสียงสั่น

“แต่คิดแล้วก็อิจฉาชะมัด ทำไมจู่ๆเขาถึงแข็งแกร่งขึ้นขนาดนั้นล่ะ ถึงขนาดจัดการเทียนเฉินได้เนี่ย ฉันว่าเขาต้องไปค้นพบสมบัติในตำนานบางอย่างที่ทำให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาแน่ๆ” นักเรียนอีกคนพูดขึ้นด้วยใบหน้าอิจฉา

“อาจจะใช่ก็ได้ เพราะไม่นานมานี้เขายังเป็นแค่คนไร้พลังอยู่เลย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันว่าเขาเท่สุดๆไปเลยที่จัดการตระกูลหลักที่เลวร้ายอย่างตระกูลเทียนลงได้ แถมตอนที่เขาแบกตำหนักนภาครามขึ้นฟ้าเพื่อช่วยชาวเมืองจากการระเบิดในคลิปของหน่วยพิราบสีขาวก็ยังติดตาฉันอยู่เลย” นักเรียนสาวคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยใบหน้าแดงซ่าน

“เธอเป็นแฟนคลับของพัคแทยังไม่ใช่เหรอ คิดจะเปลี่ยนสายมาชอบคนน่ากลัวอย่างกับปีศาจแบบเจ้าราฟนี่นะ!?” เพื่อนสาวของเธอหันมาถาม

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันชอบพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้รึไง อีกอย่างพวกเขาสองคนเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันด้วยนี่ เป็นไปได้ฉันก็อยากได้พวกเขาทั้งสองคนมาเป็นสามีเลย คนหนึ่งสุภาพอ่อนโยนราวกับเทพบุตร อีกคนก็ร้ายกาจราวกับปีศาจ อร๊ายยย ฟินคร่าาา” หญิงสาวคนนั้นตอบพร้อมกับบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย

“ยัยนี่...” เพื่อนของเธอที่ได้ยินคำตอบถึงกับเอามือกุมหัว

.

.

.

ทางด้านราฟ

“ทีนี้จะยอมทำตามที่ผมบอกรึยัง ถ้าไม่ยอมอีกผมจะไปถล่มกิลด์พวกคุณเหมือนที่ทำกับตระกูลเทียนทีละแห่งเลยคอยดู อย่าคิดลองดีล่ะ เพราะผมจำหน้าของพวกคุณไว้หมดแล้ว” ราฟบอกพวกนักข่าวที่กำลังนอนช็อคพร้อมกับหอบหายใจถี่รัวไม่หยุดด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ยะ ยอมแล้ว พวกฉันจะไปบอกหัวหน้ากิลด์ของพวกฉันให้ อย่าให้พวกฉันหล่นลงมาจากท้องฟ้าอีกเลยนะ ขอร้องล่ะ แค่นี้ก็รู้สึกเหมือนไปท่องปรภพมาสามรอบแล้ว อะ อ้วกกก” หนึ่งในนักข่าวตอบรับพลางอ้อนวอนราฟเสียงสั่นเครือทั้งนำ้ตา ก่อนจะก้มหน้ากับพื้นอ้วกออกมา

“...” ราฟทีจมูกดีถึงกับต้องรีบเอามือปิดจมูกเพราะกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหลายที่ถูกปล่อยออกมาจากพวกนักข่าว

ราฟปรับสัมผัสของเขาให้เหมือนคนทั่วไปก่อนจะเกาหัวแล้วพูดต่อว่า

“ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พวกคุณเป็นแบบนี้ ตอนแรกกะจะส่งพวกคุณไปดำน้ำที่ทะเลสามเหลี่ยมปีศาจแต่ก็กลัวว่าจะถูกอสูรรุมทึ้งซะก่อนเลยส่งขึ้นไปเล่นบันจี้จั๊มแทนน่ะ แหะๆ”

“...”

‘เจ้าเด็กนี่มันเกิดในคาสิโนแล้วโตในคุกรึไงวะ ทำไมถึงคิดเรื่องโหดร้ายได้หน้าตาเฉยแบบนี้’ พวกนักข่าวรวมถึงนักเรียนไอรีนทีได้ฟังพากันคิดคล้ายกันโดยไม่ได้นักหมาย

“เอาล่ะๆ ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วก็รีบกลับไปเถอะครับ ผมมีธุระต้องไปต่อ ขอตัวล่ะ” เมื่อพูดจบราฟก็หายตัวไปจากสายตาของทุกคน ทิ้งให้พวกนักข่าวนอนฟุบอยู่แบบนั้น

“เราไปช่วยพวกเขากันก่อนเถอะ” หนึ่งในนักเรียนพูดขึ้นขณะก้าวออกมา

“โห นายแม่งโคตรแมนเลยว่ะ นับถือๆ” นักเรียนที่เหลือพากันยกนิ้วให้เขาก่อนจะพากันเดินเข้าไปช่วยด้วย

“เปล่าหรอก แค่เหม็นกลิ่นพวกเขา พาตัวพวกเขาไปส่งห้องพยาบาลให้ไวเลย ขืนรอฝ่ายเก็บกวาดได้มีกลิ่นติดสวนหน้าหอพวกเราแน่ ถ้าเป็นงั้นจริงสาวๆไม่เดินมาเฉียดหอพวกเราแน่”

“...”

“นับว่ามีเหตุผล รออยู่อยู่ล่ะพวกนาย มาช่วยเก็บขยะ เอ๊ย พาพวกนักข่าวไปห้องพยาบาลเร็ว อุ๊บ พวกพี่แกปล่อยของจากตรงไหนบ้างวะเนี่ย”

“พวกพี่ท่านกินอะไรกันมาครับเนี่ย ว่างๆไปตรวจลำไส้บ้างนะ อุ๊บบบ ใครก็ได้ไปเอาหน้ากากกันพิษมาหน่อย!”

“ฮึกๆๆ” เหล่านักข่าวได้แต่ก้มหน้ารับคำบ่นของพวกนักเรียนไอรีนทั้งน้ำตา

‘เซราฟ ดาร์เซีย ต่อให้ตายตูก็จะไม่มาหาเอ็งอีก!’ และนี่ก็คือสิ่งที่บรรดานักข่าวคิดเหมือนกัน

.

.

.

[ห้องของราฟ]

ฟุบบบ

“เอาล่ะ ไปกันเถอะครับลิลิธ ว่าแต่หนูโกโก้จะไปในร่างไหนเหรอ”

ราฟที่พึ่งมาถึงบอกลิลิธก่อนจะหันมาถามโกโก้

“หนูอยากไปในร่างเด็กค่าาา หนูจะกินของอร่อยให้หมดเลยยย” โกโก้พูดเสียงร่าเริงบนตักของลิลิธ เด็กน้อยเริ่มคุ้นชินกับการแทนตัวแบบนี้แล้ว ทำให้ราฟมองเธออย่างเอ็นดู

ดูเหมือนแม้แต่จักรพรรดิโลหิตผู้น่าเกรงขามก็ยังต้องแพ้ให้กับความน่ารักของเด็กสาว

“เคจ้า ถ้างั้นไปกันเลยนะ” ราฟใช้สองมือจับมือโกโก้และลิลิธคนละข้างก่อนจะเทเลพอร์ตไปจากห้อง

.

.

.

[ย่านการค้าไอรีน]

ฟุบบบ

“ถึงแล้วครับ” ราฟหันมาบอกลิลิธก่อนจะอุ้มโกโก้ขึ้นมาตามความเคยชิน จากนั้นชายหนุ่มก็ยื่นมืออีกข้างไปหาลิลิธ

“?” ลิลิธมองดูมือที่ยื่นมาอย่างสงสัยแล้วเงยหน้าขึ้นมามองราฟ

“จับมือไงครับ คนรักกันเค้าก็ทำกันทั้งนั้นแหละ”

“...” ลิลิธที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านนี้แต่ก็เคยได้ดูซีรีย์เลิฟคอมเมดี้ของแดนมนุษย์มาบ้างทำให้เธอรู้สึกเขินหนักมากเพราะไม่เคยทำมันมาก่อน

จบบทที่ จับมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว