เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สดับดารา

สดับดารา

สดับดารา


“ฮะๆ” เฮเมร่าหัวเราะเบาๆ หนึ่งในคนรู้จักของเธอก็เป็นคนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงแบบเด็กคนนี้อยู่เหมือนกันเลยทำให้เธอไม่คิดอะไรมากนัก

“ที่ฉันมาที่นี่ด้วยตัวเองก็เพราะว่าดันเจี้ยนนี้มีพลังงานจากบรรพกาลที่ไม่สามารถวัดระดับได้แผ่ออกมา ฉันเลยไปตกลงกับพวกสมาคมผู้พิทักษ์ว่าจะมาตรวจสอบด้วยตัวเองพร้อมกับกิลด์น่ะ...ก็นะ สถานที่อันตรายแบบนี้หัวหน้าดีๆที่ไหนจะให้ลูกน้องมาเสี่ยงกันเองล่ะ” เฮเมร่ากล่าวด้วยรอยยิ้มพลางหันไปมองเหล่าสมาชิกที่ยิ้มให้เธอเหมือนกัน

“เป็นคนที่มึความเป็นผู้นำสุดๆไปเลยนะครับ” ราฟที่ได้ฟังถึงกับยกนิ้วโป้งให้หญิงสาว ก่อนจะหันไปมองหลินอิงอิงที่กำลังมองมาทางเขาแล้วพูดกับเธอยิ้มๆว่า

“อย่าทำหน้ามุ่ยแบบนั้นสิ มันทำให้ผมอยากเข้าไปหยิกแก้มครูเล่นนะครับ”

เมื่อได้ยินในสิ่งที่ราฟพูด หลินอิงอิงก็ชมวดคิ้วแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์ เจ้าเด็กบ้านี่ไม่แกล้งเธอสักวันมันจะเฉาตายรึไงนะ เธอเกลียดตัวเองจริงๆที่โดนเขาแกล้งบ่อยขนาดนี้แล้วยังทนได้อีก หรืออาจเป็นเพราะเธอชินกับเรื่องแบบนี้แล้วก็ได้

“เอาล่ะ ในเมื่อพวกเธอมากันแล้วงั้นก็ไปกันเถอะ กิลด์อื่นเข้าไปข้างในกันก่อนแล้ว” เฮเมร่าเอ่ย ก่อนจะบอกให้สมาชิกกิลด์เดินตามเธอเข้าไป

“ค่ะ” หลินอิงอิงรับคำก่อนจะดึงแขนเสื้อของราฟเดินตามพวกเฮเมร่าไป

“นี่ ครูหลิน ทำไมสมาคมผู้พิทักษ์ถึงให้บัตรดันเจี้ยนที่ระบุความอันตรายไม่ได้มาเป็นรางวัลของครูในโรงเรียนที่ชนะการแข่งขันเอาชีวิตรอดกันล่ะ แล้วทำไมครูถึงรู้จักกับคุณหัวหน้ากิลด์สุดสวยคนนี้อ่ะ” ในระหว่างที่ทุกคนกำลังเดินทางเข้าไปในป่าทมิฬ ราฟที่เดินรั้งท้ายกับหลินอิงอิงยื่นหน้าเข้ามากระซิบถามหญิงสาว

“จริงๆพวกเขาก็ให้สิทธิ์ฉันเข้าดันเจี้ยนที่พึ่งค้นพบใหม่นั่นแหละ แต่ไม่ใช่ที่นี่ ตั๋วสำรวจดันเจี้ยนของจริงเป็นแค่ระดับ S เท่านั้น แต่พอพี่แอนนาเห็นความแข็งแกร่งของนาย และเห็นว่านายอยากตามฉันมาสำรวจดันเจี้ยน เธอเลยส่งพวกเรามาที่นี่เพื่อช่วยสำรวจดันเจี้ยนนี้แทน แล้วเธอก็ได้ติดต่อกับพี่เฮเมร่าเป็นการส่วนตัวไว้ก่อนแล้วว่าจะส่งพวกเรามาน่ะ” หลินอิงอิงตอบราฟ ก่อนจะพูดต่อว่า

“...ส่วนเรื่องที่ว่าฉันรู้จักกับพี่เฮเมร่าเพราะว่าตระกูลของฉันเป็นพันธมิตรกับกิลด์แสงดาราน่ะ แค่นี้นายก็น่าจะรู้แล้วนะว่าทำไมพวกฉันถึงรู้จักกัน”

“เพราะความสัมพันธ์ของทางบ้านเลยทำให้พวกครูรักกัน?” ราฟเอียงหัวถามด้วยใบหน้าใสซื่อ

“ใช่...นี่นายจะบ้าเหรอ ฉันไม่เคยมีแฟนซักหน่อยย่ะ!” หลินอิงอิงหันมาแหวใส่ราฟ

“ใจเย็นซี่ ผมหมายถึงพวกครูเคยเป็นเพื่อนรักกันไงครับ ฮั่นแน่...คิดลึกนะครับเนี่ย แล้วที่ว่าไม่เคยมีแฟนนี่จริงเหรอครับ อะแฮ่ม ถ้าอย่างงั้นมาเป็นแฟนกับผมมั้ยครับ แล้วครูก็จะได้มาเป็นนายหญิงของโกโก้จริงๆไง มามะ เรามาเริ่มจากการกอดกันก่อนเลยก็แล้วกันนะครับ!” ราฟฉีกยิ้มหลับตาพร้อมกับผายมือออกมาทางหญิงสาว

“หยุดเลย ถ้าเข้ามาฉันถีบจริงๆด้วย” หลินอิงอิงกลอกตามองชายหนุ่มก่อนจะเดินตามพวกเฮเมร่าต่อไปโดยไม่สนใจราฟอีก

“ชิชะ ไม่เล่นด้วยเลยเหรอ วัยรุ่นเซ็ง” ราฟยิ้มบางๆก่อนจะเดินตามหญิงสาวไป

“รอผมด้วยคร้าบครูหลินนน”

“เงียบ!”

“...” ราฟรีบทำท่ารูดซิบปากตามที่ครูสาวสั่งอย่างว่าง่าย

‘นี่พวกเขามาสำรวจหรือมาเดทกันวะครับ/คะ!?’ เหล่าสมาชิกกิลด์แสงดาราที่ได้ยินเสียงของทั้งคู่จากที่ไกลๆพากันคิดในใจพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พร้อมกับความสงสัยที่ว่าทำไมหัวหน้าของพวกเขาถึงยอมให้นักเรียนผมเทาเข้าร่วมในการสำรวจครั้งนี้ด้วย ทั้งที่ตอนแรกคุยกันไว้ว่าจะไล่กลับไปทันทีตั้งแต่ตอนที่เจอหน้าตรงทางเข้าเพื่อความปลอดภัยของเด็กคนนี้เองแท้ๆ

“นี่ยัยแอนนาส่งคนแปลกๆมาให้ฉันงั้นเหรอเนี่ย เห้อ จะรอดมั้ยนะงานนี้” เฮเมร่าที่หันมามองการหยอกล้อของหนุ่มสาวทั้งสองแล้วถอนหายใจออกมา

ระหว่างทาง พวกราฟได้เจอเข้ากับศพของสัตว์อสูรที่ยังใหม่อยู่ ดูเหมือนว่าพวกมันจะถูกกิลด์อื่นที่เข้ามาก่อนจัดการเพื่อเปิดทาง แต่ถึงพวกมันจะตกตายกันไปมากมายแล้ว แต่ในตอนนี้พวกราฟก็ยังคนโดนพวกสัตว์อสูรที่มีรูปร่างเหมือนสัตว์ต่างๆที่กลายเป็นสีดำทั้งตัวเข้ามาโจมตีกันอย่างไม่ขาดสาย

“มันเยอะเกินไป ดูท่าพวกมันคงบ้าคลั่งเพราะกิลด์ก่อนหน้าไปฆ่าพวกมัน” หนึ่งในสมาชิกกิลด์แสงดาราพูดพลางฟันดาบใส่อสูรทมิฬรูปร่างหมูป่าจนขาดครึ่ง

“นั่นสินะ จะมามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่ไม่ได้ ถ้างั้น...” หญิงสาวผมดำพูดเบาๆขณะฟาดฝ่ามือใส่อสูรวัวจนร่างระเบิดเป็นละอองเลือด ก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้า

“สดับดารา!” เฮเมร่าเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับชูมือชวาขึ้นฟ้าแล้ววาดลงมาสู่พื้นดิน จากนั้นก็มีแสงสว่างส่องลงมาจากฟ้าพุ่งลงมาใส่พื้นที่บริเวณรอบๆของเธอหลายกิโลเมตรจนความมืดในป่าทมิฬมลายหายไป แต่ถ้าหามองดูดีๆจะพบว่าความมืดที่เพิ่งจะสลายไปเมื่อครู่นั้นกำลังฟื้นตัวกลับมาอย่างช้าๆ

กี๊ซซซ!

โฮกกก!

ก๊าซซซ!

หลังจากแสงที่ส่องลงมาจางหายไป ก็มีเสียงร้องโหยหวนของเหล่าสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ภายในป่าทมิฬที่ถูกแสงนี้เข้าไปดังออกมา ก่อนที่ทุกคนจะเห็นร่างของพวกมันนับพันตัวสลายกลายเป็นฝุ่นไป

"ฟิ้ววว...สุดยอดดด นี่มันสะดวกสุดๆไปเลยนะเนี่ย ทีเดียวเกลี้ยงเลน อย่างนี้เค้าเรียกว่า Godlike!” ราฟที่พึ่งเตะหว่างขาของอสูรวานรทมิฬตนหนึ่งจนมันทำสีหน้าบิดเบี้ยวแล้วลงไปนอนกลิ้งกับพื้นมองการโจมตีนี้อย่างอึ้งๆ สงสัยเขาต้องไปคิดท่าที่มันสะดวกแบบนี้บ้างแล้วสินะ

“ตั้งแต่ที่เจ้าบ้าการทดลองนั่นประกาศว่าสามารถควบคุมบาเรียให้พลังจากนอกโลกที่นอกเหนือไปจากพวกอสูรต่างมิติให้ทะลุเข้ามาได้ พลังดาราของฉันก็แรงขึ้นหลายเท่าเลยนะเนี่ย แต่ถึงยังไงก็ยังไม่อยู่ในระดับเดียวกับเทวีสุริยาอยู่ดีสินะ” เฮเมร่าบ่นเบาๆโดยไม่สนใจคำพูดแปลกๆของชายหนุ่มผมเทา

จบบทที่ สดับดารา

คัดลอกลิงก์แล้ว