เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หญิงสาวในชุดเมด

หญิงสาวในชุดเมด

หญิงสาวในชุดเมด


ฟุบบบ

“ฮู่ว ให้ตายเถอะ โหดกันชะมัดเลยแฮะสาวๆพวกนี้” ราฟกบ่นหลังจากเคลื่อนย้ายมิติกลับมาถึงห้องของเขา ก่อนจะมองโกโก้ที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่

“หนูโกโก้จ๋า อีกไม่นานป๊าจะต้องออกไปสำรวจดันเจี้ยนนะ อยากไปด้วยกันป่าว” ราฟเดินเข้าไปอุ้มหมาน้อยขึ้นมากอดแล้วเอาหน้าถูไปมา

“ดันเจี้ยนเหรอ ท่านหมายถึงมิติขนาดเล็กที่มีพวกอสูร ยั้วเยี้ยเต็มไปหมดเหรอคะ ข้าไม่ชอบมันอ่ะ ข้าขออยู่ห้องดีกว่า” โกโก้ตอบราฟ ก่อนจะเห่าออกมาใส่ราฟ

“บ๊อกๆ นายท่าน ข้าเห็นวาเนสซ่าเล่นเกมตอนนั้นแล้วข้าอยากเล่นบ้างอ่ะ แต่เท้าของข้ามันกดจอยไม่ได้ ท่านพอจะทำให้ข้าเล่นเกมแบบนั้นได้มั้ยคะ?” โกโก้พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ฮึกๆ เจ้าตัวน้อยของเราติดทีวีกับเกมมากกว่าเจ้าของอีก ช่างปวดใจอะไรเยี่ยงนี้ แต่เพื่อความสุขของหนูโกโก้แล้ว ป๊ายอมได้ทุกอย่างเลยจ้า แปปนะ...ปราณมายา กายาแปลง” ราฟยื่นมือออกไปจับหัวน้อยๆของเจ้าอสูรหมื่นพิษตัวน้อยก่อนที่มันจะกลายร่างเป็นเด็กสาวอายุราวๆ 10 ขวบหน้าตาน่ารักน่าชัง ผมสีดำ ผิวสีน้ำผึ้งสวย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองราฟด้วยแววตาใสซื่อ

“อุว๊าววว นายท่าน ท่านทำให้ข้ากลายร่างเป็นมนุษย์ได้โดยไม่ต้องโตเป็นอสูรร่างโตเต็มวัยก่อนได้ด้วยเหรอคะ ขอบคุณค่า~” โกโก้พูดพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกอดราฟแต่ก็ล้มลงเสียก่อน

“โอ๊ย~”

“โว้ว อย่าเพิ่งรีบขยับร่างกายแบบนั้นสิ หนูพึ่งจะมีร่างมนุษย์นะ เพราะงั้นหัดเดินก่อนดีกว่า” ราฟพูดขณะเข้าไปประคองร่างเด็กน้อยไม่ให้หน้าทิ่มพื้นแล้วจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้

“งือ ทำไมการเดินสองเท้ามันยากอย่างนี้นะ” โกโก้บ่นขณะค่อยๆก้าวเท้าอย่างช้าๆตามที่ราฟบอก

“ฮ่าๆๆ เดี๋ยวก็ชินน่า...เห็นมะ เริ่มเดินได้แล้ว คราวนี้ลองวิ่งดูนะ”

“ค่าาา~”

.

.

.

[ห้องฝึกฝนของโรงเรียนไอรีน]

“ฟู่ววว ในที่สุดเราก็รับแรงโน้มถ่วงได้ 30 เท่าจากปกติซะที” พัคแทยังพูดขึ้นขณะนอนเปลือยท่อนบนกางแขนแผ่หราอยู่กลางห้องฝึกพร้อมกับเหงื่อที่ไหลท่วมร่างของเขา

จากนั้นชายหนุ่มตาทองก็กำหมัดซ้ายชูขึ้นแล้วพูดว่า

“กว่าจะมีความแข็งแกร่งเท่ากับราฟเราต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่กันนะ สงสัยต้องไปถามวิธีฝึกกับเขาแล้วล่ะมั้ง เผื่อจะพัฒนาเร็วขึ้น” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะหันไปมองเวลาตรงจอแสดงผลของห้องฝึก

“สี่ทุ่มแล้วงั้นเหรอ เห้อ ถ้าเป็นตอนกลางวันเราคงหายเหนื่อยได้ในทันทีไปแล้ว ตอนนี้พลังแสงอาทิตย์ที่เก็บไว้ในร่างก็หมดไปกับการฟื้นฟูร่างกายตอนฝึกแล้วด้วย ช่างเถอะ กลับไปนอนพักเอาแรงดีกว่า” เมื่อพัคแทยังพูดจบเขาก็ลุกขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วสวมเสื้อยืดที่วางอยู่บนพื้นก่อนจะเดินออกจากห้องฝึกฝนไป

แกร๊ก

หลังจากที่พัคแทยังกลับมาถึงห้อง เขาก็แสกนบัตรนักเรียนของเขาเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วล็อคมัน แต่เมื่อชายหนุ่มตาทองเปิดไฟแล้วหันไปมองในห้อง เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“ไม่ได้เจอกันตั้งครึ่งเดือน ทำไมนายถึงทำหน้าแบบนั้นกับฉันล่ะ” ชเวซูจีพูดออกมาพร้อมกับกะพริบตาสีฟ้าคู่งามปริบๆด้วยความใสซื่อ

“เธอมาที่นี่ได้ยังไง ฉันนึกว่าเธอหายไปไหนซะอีก แล้วนี่เธอใส่ชุดอะไรน่ะ” พัคแทยังถามพลางขมวดคิ้วมองดูหญิงสาวในชุดสีดำสวมผ้ากันเปื้อนสีขาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงของเขาอยู่

“ฉันก็ใช้พลังมิติมารอต้อนรับนายน่ะสิ ส่วนนี่ก็...ชุดเมดไง” ชเวซูจีตอบหน้าตายพลางหมุนตัวบนเตียงให้ชายหนุ่มดู ก่อนที่เธอจะขมวดคิ้วแล้วชี้หน้าของชายหนุ่ม “แล้วนี่นายไปไหนมาตั้งหลายชั่วโมงห๊ะ ฉันได้ยินว่านายจะกลับมาถึงโรงเรียนตอนเบ่ายสามก็เลยมารอในห้องตั้งแต่เที่ยง สุดท้ายนายก็ไม่มาซักที ฉันเลยต้องรอจนถึงเมื่อกี้นี้เนี่ย! อ๊ะ กลิ่นนี้มัน...กลิ่นเหงื่อ? แต่ไม่มีกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง...นายไปออกกำลังกายมางั้นเหรอ? ยังบ้าการฝึกฝนเหมือนเดิมนะ ถ้างั้นฉันให้อภัย” ชเวซูจีพยักหน้าพูดเองเออเองก่อนจะตบมือลงบนเตียงแล้วพูดต่อว่า “นายคงจะเหนื่อย ถ้างั้นอยากจะมากินรามยอนกับฉันบนเตียงมั้ย?”

“...” พัคแทยังรีบหันหลังเตรียมหนีทันที ถึงเขาจะไม่สนใจเรื่องชายหญิงยังไง แต่มีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจความหมายที่ผู้หญิงคนนี้ต้องการจะสื่อ

‘เห้อ สงสัยต้องไปขอนอนกับราฟซะแล้ว’ พัคแทยังคิดในใจก่อนจะหยิบบัตรเตรียมเปิดประตู

กึก!

พัคแทยังขมวดคิ้วหันกลับมามองชเวซูจีที่ตอนนี้เคลื่อนไหวมายืนอยู่ข้างหลังของเขาพร้อมกับจับมือเขาไว้ไม่ให้ขยับ

“ปล่อยฉัน เธอยากนอนที่นี่ก็นอนไปสิ ฉันจะไปนอนข้างนอก”

“ชิ ที่ฉันมาก็เพราะอยากมานอนจับมือแล้วก็กอดนายเฉยๆเองนะ ไม่เห็นจะต้องคิดมากเลย” ชเวซูจีเดาะลิ้น ก่อนจะทำตาโตมองมือที่เธอจับอยู่

“ว่าแต่ทำไมฉันรู้สึกว่ามีแรงมากกว่านายอ่ะ จริงสิ ปกตินายจะปัดมือของฉันออกได้ง่ายๆทันทีเลยนี่ จะว่าไปมือนายนี่ใหญ่จังเลยน้า” หญิงสาวกล่าวจบก็จับมือทั้งสองข้างของพัคแทยังมากุมแก้มของเธอไว้

“ยัยนี่...เธอไม่คิดมากแต่ฉันคิด ปล่อยนะ...ประกายแสงสุริยัน!” พัคแทยังไม่เหลือแรงที่จะต่อต้านชเวซูจีเพราะเขาเพิ่งเสร็จจากการฝึกหนักมา เขาจึงเรียกใช้วิชาของเขาเพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็นแสงเตรียมหลบหนีออกจากการจับกุมของหญิงสาว

“...” พัคแทยังขมวดคิ้ว ชายหนุ่มลองใช้วิชาอื่นแต่เขาก็ไม่สามารถใช้พลังพิเศษของเขาหรือวิชาอะไรได้เลย

“นายไม่สามารถใช้พลังในห้องนี้ได้หรอก เพราะฉันใช้พลังมิติประเภทเขตแดนสร้างพื้นที่สลายพลังในห้องนี้ไว้แล้ว เป็นไงล่ะ ฉันฝึกมันเพื่อเอามาใช้กับนายโดยเฉพาะเลยนะ ก็ฉันบอกแล้งไง ว่าสักวันนายต้องเป็นของฉัน! และดูจากท่าทีของนายแล้ว ตอนนี้นายคงไม่มีแรงสู้ฉันสินะ คิกๆ” ชเวซูจียิ้มอย่างยั่วยวน ก่อนจะเหวี่ยงร่างของพัคแทยังลงบนเตียงแล้วสวมกอดเขา ก่อนจะหลับตานอนทันทีโดยไม่ได้ทำอะไรต่อ

“...” พัคแทยังที่โดนจับกดอยู่เลิกคิ้ว

“เธอทำอะไรน่ะ” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

“ก็พี่ซอนมินบอกฉันว่าถ้าอยากแต่งงานกับใครให้นอนจับมือแล้วกอดเขาไว้ให้แน่นจนถึงเช้า แล้วนายก็จะเป็นของฉัน” ชเวซูจีลืมตาแป๋วเงยหน้าตอบชายหนุ่ม

“...อยากทำอะไรก็ตามใจ” พัคแทยังถอนหายใจในใจอย่างโล่งอก

‘ต้องขอบคุณชเวซอนมินที่สอนเรื่องเข้าใจผิดให้ยัยนี่ล่ะนะ ถ้าเป็นอย่างนี้ค่อยโล่งใจหน่อย ปล่อยไว้แบบนี้ก็แล้วกัน ยังไงก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมตอนนี้เรายังสู้แรงยัยนี่ไม่ไหวอีก’ เมื่อชายหนุ่มคิดจบ เขาก็หลับตาลงนอนในอ้อมกอดของชเวซูจีอย่างช่วยไม่ได้

จบบทที่ หญิงสาวในชุดเมด

คัดลอกลิงก์แล้ว