เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ขอบคุณที่รับฉันนะ

ขอบคุณที่รับฉันนะ

ขอบคุณที่รับฉันนะ


.

.

.

[ห้องพักของซายะ]

ในตอนนี้ซายะและเรเชลกำลังนั่งบนโซฟาในห้องดูทีวีด้วยสีหน้าที่เหม่อลอยกันทั้งคู่

“นี่ซายะ เธอชวนฉันมาห้องของเธอเพื่อให้นั่งดูทีวีโดยไม่พูดอะไรเนี่ยนะ” เรดชลถามเพื่อนสาวของเธอด้วยน้ำเสียงยานคางขณะเอื้อมมือไปหยิบรีโมทกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ

“ก็ห้องพยาบาลห้ามคนเข้าเยี่ยมเพราะตอนนี้เต็มไปด้วยพวกผู้บาดเจ็บจากงานประลองผู้พิทักษ์นี่ แถมปีนี้คนบาดเจ็บยังเยอะกว่าปีก่อนๆหลายเท่าอีก พวกเราเลยทำได้แค่กลับมารอที่ห้องกันก่อน และฉันก็ไม่อยากไปห้องที่มีแต่ดาบแขวนไว้เต็มห้องของเธอด้วย” ซายะตอบเสียงเรียบก่อนจะถามเพื่อนสาวของเธอต่อว่า

“แล้วนี่เธอว่าเขาจะฟื้นขึ้นตอนไหน?”

“หึ อย่างหมอนั่นแค่วันเดียวก็หายแล้วมั้ง คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ สามารถอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับแรงโน้มถ่วง 100 เท่าได้สบายๆ ฉันแค่ก้าวเข้าไปในห้องตอนหมอนั่นฝึกอยู่ถึงกับขาหักเลย” เรเชลกล่าวพลางเอื้อมมือจับไปที่เท้าของเธอ

“และมันก็เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายเหมือนอย่างที่คนในโรงเรียนคิดกัน...ถึงตอนแรกที่เจอกันจะดูเหมือนพวกโรคจิตชอบโชว์ แต่มันก็เป็นเพราะฟ้าผ่าล่ะนะ” ประโยคสุดท้ายเรเชลลดเสียงจนซายะไม่ได้ยิน เมื่อพูดถึงตรงนี้หญิงสาวผมบลอนด์ก็นึกไปถึงร่างแกร่งอันเปลือยเปล่าอีกครั้ง พาลทำให้หน้าของเธอขึ้นสีทันที

“จะบอกว่าเธอเรื่มรู้สึกดีกับเขาตอนนั้นสินะ”

“ก็ใช...” เรเชลหยุดตอบคำถามที่แทรกเข้ามาแล้วหันหน้าไปหาซายะด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“ยัยซายะ! นี่เธอหลอกถามฉันเหรอ!?”

“ก็เธอชอบเผลอพูดความจริงตอนกำลังเหม่ออยู่นี่นา ฉันไม่พลาดนาทีทองแบบนี้หรอก” ซายะเผยยิ้มหวานออกมาแบบที่ไม่เคยมีใครในโรงเรียนเคยเห็นเว้นแต่คนที่เธอไว้ใจ และเรเชลก็คือหนึ่งในนั้น

“...และดูจากสีหน้าของเธอแล้วก็คงจะชอบเขาจริงๆสินะ” “...” เรเชลไม่ตอบคำถามของซายะ สักพักเธอก็ถามกลับไปว่า

“แล้วเธอล่ะ ชอบหมอนั่นได้ยังไง? อย่าปฏิเสธเชียวนะ ฉันเป็นเพื่อนเธอมาตั้งกี่ปี ฉันรู้จักเธอเหมือนที่เธอรู้จักฉันนั่นแหละ”

“...” ซายะเงียบไปสักพักหลังได้ยินคำถาม เธอถอนหายใจออกมาก่อนจะตอบว่า

“จะเรียกว่าชอบเลยมันก็อาจเร็วไปหน่อยนะ ตอนแรกฉันเกลียดเขาเพราะถูกติดตามไปถึงห้องพัก เธอน่าจะรู้ว่ามันน่าขนลุกแค่ไหน ช่วงนั้นฉันเลยพยายามสร้างปัญหาให้เขาทุกอย่างเพื่อความสบายใจที่เห็นแก่ตัวของฉันแต่เขาก็สามารถผ่านมันไปได้อย่างสบายๆ และพอฉันให้คนไปสืบจริงๆแล้วเหมือนเขาแค่ชอบฉันเลยตามดูอยู่ห่างๆแบบคนขี้ขลาดเท่านั้น ไม่ได้ทำอะไรที่น่ากลัวอย่างแอบติดตั้งกล้องหรือพยายามจะทำไม่ดีกับฉัน มันเหมือนกับพวกแฟนคลับแปลกๆล่ะมั้ง”

“...ต่อมาฉันพบว่าท่าทีของเขาที่เหมือนกับว่าจะชอบฉันในตอนแรกเปลี่ยนไปเหมือนกับเป็นคนละคนในช่วงที่เขากักตัวจนถึงวันที่พี่อิงอิงพาเขาออกมา พอรวมกับความแข็งแกร่งที่พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดของเขามันเลยทำให้ฉันคิดว่าเขาทำสัญญาแลกพลังกับมาร แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา...”

“...และอาจเป็นเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ใช่สมาชิกตระกูลหลักคนแรกที่กล้าพูดกับฉันเหมือนกับคนธรรมดาไม่ใช่คุณหนูตระกูลหลักล่ะมั้ง มันเลยทำให้ฉันคิดว่าเขาน่าสนใจขึ้นมา แถมเขายังมาช่วยฉันในเวลาที่มีอันตรายตอนอยู่กลางทะเลทรายอีก” ซายะพูดไปยิ้มไปก่อนจะหุบยิ้มเมื่อนึกถึงคนที่สั่งจัดการเธอ

‘เจ้าเทียนจวินนั่น...แค่ฉันปฏิเสธงานแต่งงานก็ถึงกับต้องส่งคนมาฆ่าฉัน ดีที่หมอนั่นช่วยไว้ได้ทัน คอยดูเถอะ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!’ หญิงสาวคิดในใจอย่างโกรธแค้น ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นถึงทายาทของผู้นำตระกูลหลักอันดับหนึ่งของแดนมนุษย์ เธอคงส่งคนในตระกูลไปจัดการแล้ว

“แหม ฉันแค่ถามว่าชอบตานั่นได้ยังไง เธอก็ร่ายซะยาวเลยนะ” เรเชลพูดยิ้มๆพลางหัวเราะคิกคัก

“ก็เพราะเป็นเธอไงฉันเลยพูดยาวขนาดนี้เพื่อให้เธอเข้าใจ เธอยังจะมาแซวฉันอีกนะ นี่แน่ะ!” ซายะขมวดคิ้วก่อนจะเข้าไปจักจี้เเรเชลที่นั่งข้างๆเธอจนนักดาบสาวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“ฮ่าๆๆ ยัยนี่ กล้าเล่นทีเผลอเหรอ โอ๊ย พอแล้ว ปวดท้องไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆ” เรเชลพูดด้วยเสียงเหนื่อยอ่อน เธอกำลังคิดที่จะทำเพื่อนของเธอกลับ แต่ประตูห้องของเธอก็ดันมีเคาะเข้ามาก่อน

ก๊อกๆๆ

“...” เรเชลและซายะหันมามองหน้ากัน ทั้งสองหยุดเล่นกันก่อนที่ซายะจะเป็นคนเดินไปกดจอภาพเพื่อดูกล้องที่ติดอยู่หน้าประตูว่าใครมา

ตี๊ดดด

“โห...หอพักที่นี่สุดยอดไปเลยแฮะ สวยกว่าคอนโดหลัก 10 ล้านที่เราเคยเห็นอีก อยากซื้อไว้อยู่บ้างจัง...อ๊ะ มีกล้องติดด้วย! โห้ยยย ยัยประธานนน เห็นฉันอ้ะป่าววว ช่วยเปิดประตูให้หน่อยยย”

“หือ ทำไมเหมือนฉันได้ยินเสียงหมอนั่นล่ะ เขามาที่นี่ได้ยังไง” เรเชลถามเพื่อนสาวที่ขมวดคิ้วเรียวสีขาวดุจหิมะแน่น

“เหมือนจะเป็นเขา แต่อาจเป็นตัวปลอมรึเปล่า? เขาไม่น่าจะหายเร็วแบบนี้นี่ ตอนนี้พึ่งจะผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมงเลย...” ซายะยังไม่ทันพูดจบ คนที่ยืนอยู่หน้าห้องก็ฉีกยิ้มกว้างแล้วพูดขึ้นมาว่า

“เน่ๆ ฉันได้ยินที่พวกเธอคุยกันนะ เรื่องที่ว่าฉันเป็นตัวจริงหรือตัวปลอมน่ะ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ก็ได้ อืม...นี่คุณประธานที่น่ารักของฉัน เธอยังจำเรื่องที่เราสองคนพนันกันไว้ที่สมาคมผู้พิทักษ์ได้อยู่รึเปล่า เรื่องที่ว่าถ้าเธอแพ้เธอจะหอมแก้มฉั...”

ตี้ดดด

“เข้ามา!”

“วะ เหวอออ!”

ไม่ทันรอให้ชายหนุ่มพูดจบ ซายะรีบเปิดประตูแล้วจับมือของเขาเหวี่ยงเข้าห้องของเธอไปก่อนจะปิดประตูด้วยใบหน้าแดงก่ำ

ปังงง!

‘เจ้าหมอนี่ยังจำเรื่องนั้นได้อยู่อีกเหรอ!? ฉันอุตส่าห์ไม่พูดถึงมันแล้วนะ!’ ซายะมองราฟที่เธอเหวี่ยงเข้าห้องก่อนจะพูดอะไรไม่ออก

“โอ๊ะๆๆ” ราฟที่ในมือถือถุงอะไรบางอย่างโยนถุงนั้นไปวางบนโต๊ะอาหารอย่างแม่นยำ ก่อนจะเซไปนั่งตักเรเชลที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วใช้สองมือโอบคอของเธอไว้อย่างเบามือ

“นะ นาย!” เรเขลตัวแข็งค้างหน้าขึ้นสีไป ส่วนซายะก็มองภาพตรงหน้านิ่งๆอย่างตกตะลึง

“แหมๆ ขอบคุณที่รับฉันไว้นะยัยนักดาบ พอดีพึ่งหายดีจากการถูกโจมตีด้วยความรักจากพวกเธอเลยทำให้การทรงตัวยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วนี่พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่เหรอ คงคิดถึงฉันอยู่ใช่มั้ยล่ะ อะโฮะๆๆ” ราฟฉีกยิ้มกว้างพลางเอามือปิดปากพูดด้วยจริตท่าทางที่สุดแสนจะน่าถีบ

“...” หญิงสาวทั้งสองเงียบกันไปชั่วครู่

เรเชลที่ตั้งสติได้ลุกขึ้นยืนจากโซฟาจนราฟหัวโขกเข้ากับที่วางแขน ก่อนที่ทั้งสองสาวจะตะโกนออกมาเสียงดังจนราฟต้องรีบเอามือปิดหูว่า

“ใครจะคิดถึงนายกัน...ไอ้คนกะล่อนเอ๊ย!”

จบบทที่ ขอบคุณที่รับฉันนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว