เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ความพิโรธของจักรพรรดิโลหิต

ความพิโรธของจักรพรรดิโลหิต

ความพิโรธของจักรพรรดิโลหิต


“...ว่าแต่เจ้าเกรย์สันมันสำนึกผิดที่หนีออกไปลองใช้พลังที่โลกมนุษย์แล้วรึยังนะ นี่ก็ผ่านมาจะเดือนนึงแล้วด้วย” หญิงสาวผมดำรัตติกาลที่มีใบหน้าสวยสดงดงามราวสวรรค์สร้างพูดกับตัวเอง ในตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์รูปหัวกะโหลกสีทองอร่ามโดยที่มือข้างขวาท้าวคาง ส่วนมือซ้ายกำลังสะบัดกระดูกสันหลังเล่นไปมา กระดูกสันหลังนี้เป็นของดยุคเผ่ามารตนหนึ่งที่พึ่งจะเข้ามาประกาศแย่งชิงตำแหน่งผู้ปกครองอาณาเขตแล้วถูกเธอกระชากหัวออกลงไปนอนกองกับพื้นเมื่อครู่

“มองอะไรของเจ้า เห็นแล้วขวางลูกตาข้าจริงๆ” หญิงสาวมองหัวบนพื้นที่เป็นของดยุคคนดังกล่าวที่ยังคงมีชีวิตอยู่ เพราะถึงยังไงเป็นมารโลหิตที่มีพลังชีวิตที่สูงสุดในแดนมาร และยังเป็นถึงดยุคที่เป็นผู้ใช้พลังระดับ SSS ขั้นสูง แค่หัวหลุดจากตัวแค่นี้นั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ตอนนี้ดยุคที่มีพลังแข็งแกร่งเป็นรองเพียงเหล่าจักรพรรดิมารคนนั้นกำลังทำหน้าไม่อยากจะเชื่อเหมือนกับไม่รู้ว่าตนเองแพ้ได้อย่างไร

“เจ้ามัน...”

ไม่ทันที่ดยุคคนนั้นจะพูดอะไรออกมา เมื่อสิ้นเสียงของหญิงสาว ลิลิธก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ ก่อนที่ร่างและหัวของดยุคมารจะระเบิดออกเป็นละอองเลือดแล้วสลายหายไปในอากาศราวกับไม่เคยมีตัวตนนี้อยู่

พับๆๆๆ

หลังจากที่ลิลิธดีดนิ้วไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงกระพือปีกชองนกตัวหนึ่งกำลังพุ่งมาทางเธอด้วยความเร็วเสียง

“หืม...ไอมารนี้ เมฟิสโตงั้นเหรอ”

ฟิ้วววว

“ท่านอาจารย์! เกิดเรื่องขึ้นแล้ว ท่านรีบไปช่วยศิษย์น้องหญิงเร็ว ตอนนี้นางถูกมนุษย์ที่ทรงพลังจับตัวไป แฮ่กๆ”

“เมื้อกี้เจ้าพูดว่าไงนะ!?” ลิลิธที่ได้ยินคำกล่าวของเมฟิสโตในร่างเหยี่ยวโลหิตก็ปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรงเป็นวงกว้างจนผู้คนทั่วทั้งเขตปกครองที่ 2 ถูกแรงกดดันจนหายใจไม่ออก บางคนที่เป็นมารระดับต่ำทนรับมันไม่ไหวก็ถึงกับสลบเหมือดทันที

“เอ่อ ใจเย็นก่อนท่านอาจารย์ จิตสังหารของท่านจะทำชาวเมืองตายกันหมดนะขอรับ” เมฟิสโตที่ใช้วิขาโลหิตผันแปรทำให้ร่างของเขาหลอมรวมกับเหยี่ยวกลายพันธุ์ในตอนแรกเปลี่ยนร่างของเหยี่ยวเป็นร่างเดิมของเขาก่อนจะฝืนร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ร้องห้ามปรามความโกรธของจักรพรรดิมารที่อาจแผ่แรงกดดันจนทำให้คนทั้งเขตปกครองที่ 2 ตายยกเมืองได้

“มันเป็นใครกัน!? ผู้ที่จับศิษย์เอกของข้าไป ข้าจะไปกระชากหัวมันออกมา!” ลิลิธคำรามอย่างน่าเกรงขาม ดวงตาที่เฉยชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นกระหายเลือด

‘เอาแล้วไง จอมฉีกกระชากผู้น่าพรั่นพรึงแห่งแดนมาร กลับมาแล้ว’ เมฟิสโตคิดในใจพร้อมกับขนที่ลุกชัน

“ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเป็นใครเหมือนกัน แต่พอมันสีมผัสพลังที่ข้าใช้ควบคุมวิชาปั่นป่วนโลหิตมันก็สามารถใช้วิชานี้ย้อนกลับมาทำลายร่างหลักของข้าได้ด้วยการดีดนิ้วเหมือนที่อาจารย์ทำได้ แต่ยังดีที่ข้ารอบคอบเลยแอบแบ่งไอมารทั้งไว้ในจุดปลอดภัยจึงรอดมาได้ ท่านเคยมีลูกศิษย์ลับๆที่แดนมนุษย์รึเปล่า” เมฟิสโตถามอาจารย์ของเขาในสิ่งที่เขาคาใจ

“ไม่ ตลอดสองพั...ห้าร้อยปีที่ข้ามีชีวิตอยู่ข้ารับแค่พวกเจ้าสามคนเป็นศิษย์เท่านั้น เรื่องที่มันอาจฝึกวิชาในตำนานอย่างวิชากลืนฟ้าก็ลืมไปได้เลยเพราะเจ้าบ้าปีศาจกลืนฟ้านั่นไม่ยอมสอนให้ใครแน่ มันต้องมีพลังพิศดารอะไรสักอย่าง และจะต้องเป็นพลังระดับสุดยอดมากๆ เพราะมันสามารถเข้าใจในวิชาที่สัมผัสได้ถึงระดับที่ข้าเข้าใจในทันที ถ้าอย่างนั้นก็ไม่แปลกที่เจ้าจะพ่ายแพ้” ลิลิธสลายจิตสังหารของเธอแล้ววิเคราะห์พลังของบุคคลที่ลูกศิษย์ของเธอกล่าวถึงอย่างใจเย็นสมกับเป็นหนึ่งในจักรพรรดิมารที่ปกครองอาณาเขตของตนมาได้ตลอดหลายพันปี

“ท่านจะทำยังไงต่อ?” เมฟิสโตถามอย่างร้อนรน เพราะเป็นห่วงศิษย์น้องของเขา ถึงเขาจะโหดร้ายกับคนอื่น แต่กับศิษย์น้องของเขา ไม่ว่าจะเป็นวาเนสซ่าหรือเกรย์สัน เขาก็ห่วงใยราวกับทั้งสองน้องแท้ๆ

“...” ลิลิธไม่ตอบคำถามของเขา เธอยื่นนิ้วชี้ของเธอไปกรีดกลางหน้าผากของเมฟิสโตจนเลือดออกแล้วแช่นิ้วค้างไว้ครู่หนึ่งก่อนจะดึงกลับโดยมีมารหนุ่มทำหน้างงอยู่

“เมื่อครู่ท่านทำอะไรเหรอ?” เมฟิสโตถามด้วยความสงสัย

“เลิกทำหน้างงแล้วโคจรปราณฟื้นฟูได้แล้ว ข้าเพียงใช้วิชาสำนึกโลหิตตรวจสอบความทรงจำของเจ้าก็เท่านั้น”

“สะ สมแล้วที่เป็นท่านอาจารย์” เมฟิสโตกล่าวชมพลางลอบปาดเหงื่อ อาจารย์ของเขาคงไม่ได้ค้นความทรงจำส่วนอื่นที่เขาไปมีชู้กับภรรยาของขุนนางมารทั้งหลายหรอกนะ

“อืม จากที่ข้าเห็นจากความทรงจำของเจ้า มนุษย์คนนี้เป็นตัวอันตรายอย่างแท้จริง ทั้งที่อายุน้อยขนาดนี้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปมันอาจลงมือทำลายแดนมารของเราก่อนที่พวกเทพอสูรโบราณจะบุกมาก็ได้ ข้าต้องรีบกำจัดมันโดยเร็วที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!” ลิลิธกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“แล้วท่านจะไปจัดการมันตอนไหนกัน?” เมฟิสโตถามอย่างตื่นเต้น

จักรพรรดิโลหิตแสยะยิ้มก่อนจะใช้แหวนมิติสร้างประตูขึ้นมา ภาพอีกด้านคือโรงเรียนไอรีนที่เธอเห็นมันจากตราที่ติดบนหน้าอกของชายหนุ่มผมเทาในความทรงจำของเมฟิสโต

“ตอนนี้เลย”

“ฮะ เอาจริงเหรอท่านอาจารย์ ที่นั่นมีวัลคีรี่อยู่นะ ไหนข้อห้ามให้จักรพรรดิมารอย่างท่านข้ามอาณาเขตของมนุษย์เพื่อความปลอดภัยอีก”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ข้าจะเร้นกายเข้าไปสังหารมนุษย์นั่นคนเดียวแบบไม่ทำให้ยัยเด็กจากตระกูลกาเซียรับรู้ได้” ลิลิธกล่าวอย่างมั่นใจก่อนจะพูดเสริมว่า

“...และถึงจะมีใครจับได้ ข้าก็แค่บอกว่าเจ้าคนหัวเทานั่นจับศิษย์ข้าไปแล้วมารับกลับ แล้วมีเรื่องทะเลาะกันนิดหน่อยจนเผลอสังหารมันไปก็เท่านั้นเอง...”

“...ส่วนเจ้าก็ไปดูเจ้าเด็กบ้านั่นด้วย เดี๋ยวมันแอบหนีไปอีก” หญิงสาวหันมากำชับ

“ขอรับ!” เมฟิสโตรับคำอย่างมีความสุข ที่นี้ศิษย์น้องของเขาก็จะปลอดภัยแล้ว เพราะอาจารย์ของเขาเป็นผู้ลงมือเอง

โอกาสสำเร็จเรียกได้ว่าเต็มร้อย!

จบบทที่ ความพิโรธของจักรพรรดิโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว