เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ดัชนีพิชิตนารี

ดัชนีพิชิตนารี

ดัชนีพิชิตนารี


“เวลาแบบนี้ยังจะพูดเล่นอีก...ระวัง! มองข้างหน้าสิ! คุกบ้านั่นพุ่งมาทางนี้แล้ว!” ซายะพูดเตือน

“หมายถึงเจ้านี่น่ะเหรอ” ราฟถามซายะขณะยื่นมือขวาออกไปจับคุกโลหิตได้อย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงกล่องลังที่ว่างเปล่าใบนึง

“นายแข็งแกร่งแค่ไหนกันแน่” ซายะมองชายหนุ่มแล้วถามออกมา

“ไม่รู้เหมือนกัน” ราฟตอบตามตรง เพราะเขาก็ไม่แน่ใจว่าความแข็งแกร่งของเขาอยู่ขั้นไหน

“เป็นไปได้ยังไง!? นี่คือยุทธภัณฑ์)ระดับ SS เลยนะ เพียงแค่พลังงานที่เปล่งออกมารอบตัวของมันก็รุนแรงกว่าลูกแก้วแห่งความมืดตอนนั้นตั้งไม่รู้กี่เท่า เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมากในเวลาไม่ถึงเดือนได้ยังไงกัน!?” วาเนสซกรีดร้อง เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น หญิงสาววาดมือซ้ายของเธฮเรียกใช้วิชาหนึ่งออกมา

“ดัชนีสูบโลหิต” ปรากฏลำแสงสีแดงเลือดที่เกิดจากการควบแน่นของปราณพุ่งออกมาจากนิ้วชี้และนิ้วกลางที่แนบชิดกันของหญิงสาว

“จงถูกดัชนีนี้สูบเลือดในกายเจ้าจนแห้งตายไปซะ!”

“โครตเท่ห์” ราฟที่มองท่าทางการใช้ออกด้วยดัชนีของวาเนสซ่าพูดออกมาอย่างตื่นเต้นขณะเอื้อมมือรับมันไว้ แทนที่ดัชนีนี้จะดูดเลือดของเขา มันกลับถูกราฟดูดกลืนแทน เพราะยังไง ดัชนีนี้ก็เป็นแค่ปราณที่ถูกควบแน่นเท่านั้น

“...” ซายะ

“ลองเจอนี่หน่อย” ราฟพูด ก่อนจะชี้นิ้วออกไปใส่อีกฝ่ายที่ตั้งท่าเตรียมรับมือเขา

“นี่ตือวิชาที่คิดเพื่อเธอสดๆเลยนะ รับไปซ้าาา ดัชนีพิชิตนารี รูปแบบที่หนึ่ง…”

“ทลายอาภรณ์!”

สิ้นเสียงของชายหนุ่ม ลำแสงสีดำปนขาวคล้ายดวงดาวที่เกิดจากปราณพิเศษของเขาก็พุ่งออกมาอาบร่างของวาเนสซ่า

ครู่ต่อมาก็ปรากฏร่างหญิงสาวผมแดงเพลิงที่กำลังตั้งท่าต่อสู้เช่นเดิมเพิ่มเติมคือเธอนั้น...

“ไอ้คนโรคจิต!” ซายะร้องออกมาก่อนจะวิ่งเข้าไปปิดตาของราฟ

“เอ่อ ได้ผลเกินคาดแฮะ ถึงจะไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ก็...ขอบคุณสำหรับอาหาร(ตา)คร้าบบบ” ราฟที่ถูกปิดตายังสามารถมองเห็นภาพตรงหน้าอยู่เพราะเนตรที่ดูดกลืนพลังมาจากพัคแทยัง

พลังแห่งการมองทะลุ!

พลังที่สามารถทำไห้ผู้ใช้สามารถมองเห็นจุดอ่อนของผู้ที่ถูกสังเกตได้ แต่เมื่อมาอยู่กับชายหนุ่มผมเทา มันกลับถูกนำมาใช้แบบผิดเป้าหมายเสียได้

ถ้าผู้คิดค้นพลังเนตรนี้รับรู้ เขาคงอิจฉา เอ๊ย สาปส่งผู้ใช้วิชานี้ในทางที่ผิดเป็นแน่

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด” วาเนสซ่ากรีดร้องออกมาเสียงดังเมื่อสังเกตุว่าเกิดอะไรชึ้นกับตัวของเธอ

“แก! ไอ้โรคจิต บ้ากาม ตัณหากลับ หื่นกระหาย อสูรกาย ปีศาจ มารร้าย!” หญิงสาวพ่นคำสรรเสริญราฟออกมารัวๆก่อนจะสร้างชุดออกมาจากปราณโลหิต

“อาภรณ์โลหิต” วาเนสซ่าสวมมันด้วยความเร็วชนิดที่ว่าเป็นสถิติโลกได้เลย

“เผ่ามารอย่างเธอว่าคนอื่นเป็นมารร้ายได้งั้นเหรอ ชิชะ ฉันแค่กะพลังผิดไปหน่อยเดียวเอง ตอนแรกแค่กะทำให้ชุดเธอเป็นรูเฉยๆ แต่ผลออกมาเป็นงี้ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ขอโทษที” ราฟยิ้มแห้งๆ

พอซายะเห็นว่าหญิงสาวสวมชุดเรียบร้อย เธอก็เอามือออกจากหน้าของราฟก่อนจะหันไปถลึงตาใส่เขาอย่างหงุดหงิด

“ขอโทษค้าบบบ” ราฟก้มหัวเอานิ้วชี้จิ้มกันอย่างสำนึกผิด พร้อมกับเลือดกำเดาที่ไหลออกมา

“สาบานนะว่านี่รู้สึกผิดแล้ว” ซายะกรอกตาคู่งามของเธอ

“เจ้า ทำให้ข้าอับอายขนาดนี้ จงตายซะ...ทะ ทำไมข้าขยับไม่ได้!?” วาเนสซ่าร้องเสียงหลงเพราะเธอไม่สามารถควบคุมร่างกายของเธอได้เลย

“ฮี่ๆ พอดีว่าฉันใช้การสกัดจุดผ่านดัชนีเมื่อกี้ด้วยอ่ะ ที่จะสร้างรูตรงเสื้อผ้าเธอตอนแรกแค่ของแถม” ราฟยิ้มกว้าง

“สารเลว เจ้าจะทำอะไรกับร่างกายที่ขยับไม่ได้ของข้า”

“จะทำอะไรได้ล่ะ นอกจาก...” ราฟย่างสามขุมเดินเข้ามาหาเธออย่างเจ้าเล่ห์จนหญิงสาวกลัวจนตัวสั่น เธอหลับตาปี๋ไม่กล้าคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของอสูรร้ายในคราบมนุษย์ตรงหน้า

ตึงงง

“เอ๊ะ?” เมื่อเธอลืมตาขึ้นก็พบว่าเธอถูกกระแสลมโอบตัวเธอขึ้นลอยไปในคุกโลหิต

“เจ้า!”

“อยู่อย่างนั้นไปก่อนละกัน ขอตัวแปป”ราฟฉีกยิ้มก่อนจะหันไปหาซายะ

“เธอสบายดีนะ”

“เอ่อ อื้ม” ซายะพยักหน้า

“ดีแล้ว ดีใจที่ได้เจอเธออีกครั้ง ส่วนผู้หญิงผมม่วงคนนั้นเธฮมากับเธอสินะ”

“อือ เธอเป็นคนที่ฉันเจอตอนอยู่ทะเลทรายน่ะ”

“รู้อยู่แล้วล่ะ...ตามฉันมา”

“เอ๊ะ นายรู้ได้ยังไง?”

“เดี๋ยวก็รู้”

เมื่อซายะอุ้มเพื่อนของเธอขึ้นมา ราฟก็เรียกประตูมิติขึ้นมาแล้วโยนคุกโลหิตที่มีหญิงสาวแสนสวยอยู่ในนั้นเข้าไป

“กรี๊ดดด ไอ้บ้า”

“ไปกันเถอะ” ราฟทำเป็นไม่สนใจเธอแล้วหันมาจับมือซายะเดินเข้าประตูมิติ

“...” ซายะมองมือของเธอที่ถูกจับอยู่โดยไม่พูดอะไรจากนั้นจึงเดินตามชายหนุ่มไป

.

.

.

วูบบบ

ตึงงง

ตุบ

“โว้ว อะไรกันวะเนี่ย ทำไมมีกรงยักษ์มาได้ล่ะ หือ ผู้หญิง? กลิ่นอายนี้ เผ่ามาร?” โลแกนพูดอย่างแปลกใจแล้วหันไปถามราฟ

“นายไปพาใครมาอีกเนี่ย แล้วก็ผู้หญิงที่นายจับมือมาอีก ร้ายนักนะเอ็ง หะ เห้ย! ยัยมิร่า!?” โลแกนลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาวผมม่วงที่สลบนอนยิ้มน้ำลายไหลบนไหล่ซายะอยู่

“คุณลุงรู้จักเธอด้วยเหรอคะ?” ซายะถามขณะวางร่างของมิร่าลงมาให้โลแกนประคอง

“อืม ยัยเด็กนี่คืออสูรแมวมายา ราชาอสูรระดับ SS ตนสุดท้ายที่อายุน้อยที่สุดในสถาบันวิจัยลับแห่งนี้” โลแกนตอบพลางหยิบต้นไม้ต้นหนึ่งออกมาโบกใส่จมูกของหญิงสาว

“อะ อสูรระดับ SS” ซายะพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ

“อ้าว เธอไม่รู้เหรอ ฉันนึกว่าเธอรู้ตั้งแต่ตอนเจอที่ทะเลทรายเมื่อ 5 วันก่อนแล้วซะอีก” ราฟถาม

“ก็ตอนนั้นฉันอยากได้สมาชิกทีมเลยรับเธฮมาเพราะมีพลังมายาที่ทำให้ใช้ซ่อนตัวจากสัตว์อสูรตอนที่ต้องนอนนี่ แถมพลังที่เธอแสดงออกมาก็แค่ระดับ A เอง”

“อสูรมายาสามารถจำแลงระดับพลังได้ดีตามความแข็งแกร่งของพลัง ไม่แปลกถ้าเธอจะไม่รู้” โลแกนอธิบาย

“แง๊วววว” จู่ๆมิร่าที่หลับอยู่ก็ลืมตาตื่นขึ้นแล้วคว้าไปที่ต้นไม้ต้นนั้นแล้วเอามาถูกัยหน้าของเธอทันที

“กัญชาแมวที่รัก ไม่ได้เจอกันนาน ฮิๆๆ” หญิงสาวพูดด้วยรอยยิ้มมีความสุขก่อนจะสัมผัสได้ว่าไม่ได้มีแค่เธออยู่ มิร่ากวาดสายตามองรอบๆ

“อ๊ะ ซายะจิ ลู่น้อย พี่หญืง ลุงบ้างาน แล้วใครอีกเยอะแยะเลยเนี่ย”

“...ยัยเด็กนี่ หายไปตั้งหลายวันกลับมาก็ไม่คิดจะขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงหน่อยเหรอ” โลแกนถามพร้อมกับส่ายหัว

จบบทที่ ดัชนีพิชิตนารี

คัดลอกลิงก์แล้ว