เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ถ้ำแรกทิวา

ถ้ำแรกทิวา

ถ้ำแรกทิวา


“ฮู่ว...เกือบโดนเห็นซะแล้วเรา”

หลังจากที่วาเนสซ่าและไลคาออนจากไปสักพัก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากยอดไม้ที่อสูรโลหิตในร่างแวร์วูฟแหงนหน้าขึ้นมองเมื่อครู่ ก่อนที่เจ้าของเสียงจะทะยานร่างออกมาจากยอดไม้ลงสู่ผืนดิน

“กลิ่นอายมารจากสองตนนั้นแรงสุดๆไปเลย โดยเฉพาะยัยแว่นนั่นที่ได้ยินเจ้าหมาป่าพูดว่าเป็นถึงศิษย์เอกของจักรพรรดิโลหิต...ถ้าให้เดาพวกนั้นน่าจะอยู่ระดับ S หรืออาจจะถึง SS?” เจ้าของร่างบางกล่าว ผมสีแดงเพลิงยาวถึงกลางหลังพลิ้วไหวตามสายลมอุ่นๆที่พัดมาจากภูเขาไฟลูกมหึมา ใบหน้าสวยคมใช้ดวงตาสีเหลืองอำพันมองไปยังทิศทางที่มารทั้งสองตนจากไป ก่อนจะมองไปทางที่เรเชลมุ่งหน้าไป จากนั้นเจ้าตัวก็ถอนหายใจออกมา

“เห้อ...คิดว่าจะได้มาปั่นหัวคนเล่น แต่ดูเหมือนการแข่งขันนี้จะถูกพวกมารระดับสูงแทรกแซงซะแล้วสิ งั้นฉันขอแยกตัวเก็บคะแนนให้มากที่สุดก่อนละกัน พลังของฉันใช้กับพวกมารระดับนี้ที่มีพลังต้านทานการควบคุมจิตใจไม่ได้ซะด้วย ซวยชะมัด!” กล่าวจบหญิงสาวผมแดงเพลิงก็รวบรวมปราณไว้ที่ฝ่าเท้าแล้วใช้ออกด้วยท่าร่างของตนพุ่งตัวไปคนละทิศทางกับเรเชลและมารทั้งสอง

.

.

.

‘ถะ...ถึงแล้วขอรับนายท่าน...อะ อ้วก!’ เสียงอันแสนอิดโรยของเด็กชายดังขึ้นในหัวของพัคแทยัง

ฟุบ!

ชายหนุ่มตาทองหยุดการเคลื่อนไหวแล้วหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาสถานที่ที่โมจิเรียกว่าถ้ำ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เห็นถ้ำที่ว่า

พัคแทยังก้มมองลูกเสือน้อยที่กำลังอาเจียนอยู่บนพื้น

“เอ่อ ขอโทษทีนะ ฉันไม่เคยพาใครเดินทางด้วยท่าร่างนี้มาก่อนเลยไม่รู้ว่ามันจะทำให้นายรู้สึกแย่แบบนี้” พัคแทยังมองเพื่อนใหม่ของเขาด้วยความรู้สึกผิด แต่ก็กล่าวต่อด้วยใบหน้าอันอ่อนโยนว่า

“งั้นคราวหน้าฉันจะวิ่งให้เร็วกว่านี้ละกัน นายจะได้ไม่ต้องรู้สึกแย่นานเกินไป” หลังจากพูดด้วยใบหน้าประหนึ่งนักบุญจบชายหนุ่มก็ถามโมจิที่ตอนนี้ตัวแข็งค้างด้วยความช็อคไปหลังจากได้ยินประโยคของชายหนุ่มเมื่อครู่

“แล้วไหนถ้ำแรกทิวาล่ะ”

‘อ่ะ เอ่อ...รอข้าสักครู่ขอรับ ถ้ำที่นี่มีการวางกลไกระบบเสียงและภาพมายาไว้ ถ้าไม่พูดรหัสลับประตูถ้ำจะไม่เปิดให้ใครเห็นและเข้าไปได้ เป็นสิ่งประดิษย์ของเจ้าคนสติเฟื่องนั่น’

โมจิกล่าวจบก็หันหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง จากนั้นมันก็คำรามด้วยเสียงที่สมกับเป็นทายาทแห่งราชันย์พยัคฆ์ว่า

“อุแง๊ววว!”

“...” พัคแทยังมองโมจิด้วยสีหน้าตะลึง คิ้วของเขาถึงกับกระตุกเบาๆ เพราะเสียงที่เขาได้ยินในหัวเพราะการสื่อสารทางจิตดังขึ้นมาว่า

‘ฟ้ารู้...ดินรู้...โลกหล้ารู้...ข้ารู้...อสูรที่งดงามที่สุดคือท่านไป๋เสวี่ยฉี!’

หลังจากสิ้นเสียงของโมจิ ทันใดนั้นประตูหยกที่มีลวดลายของพยัคฆ์สีทองกำลังคำรามด้วยท่วงท่าน่าเกรงขามบานหนึ่งก็เผยออกมาจากความว่างเปล่า จากนั้นบานประตูก็เปิดออกให้หนึ่งคนหนึ่งเสือได้เดินทางเข้าไป

เมื่อพัคแทยังได้เดินเข้าประตูแล้ว สิ่งที่อยู่ภายในก็ได้ทำให้พัคแทยังตกตะลึงอีกครั้ง

“เอาไว้ฉันค่อยถามนายละกันว่ารหัสลับนั่นใครเป็นคนคิด” ชายหนุ่มหันมากล่าวกับโมจิก่อนจะเดินไปยังทิศทางหนึ่ง

สิ่งที่อยู่ภายในประตูหยกนั้นคือมิติขนาดเล็กที่มีเกาะขนาดเล็กที่รายล้อมด้วยทะเลสาบมรกตในใจกลางถ้ำ โดยมีตำหนักที่เป็นปฏิมากรรมอันแสนงดงามตั้งอยู่พร้อมด้วยเหล่าสิงสาราสัตว์และเหล่าสกุณาที่มีขนาดตัวใหญ่เกินปกติกำลังขับขานเสียงของพวกมันอย่างไพเราะราวกับเป็นบทเพลงจากธรรมชาติ แสงจากดวงอาทิตย์จำลองบนเพดานถ้ำทำให้ความงดงามของสถานที่แห่งนี้ที่แม้จะเทียบไม่ได้กับวังลอยฟ้าอย่าง ‘นภาสวรรค์’ ของเผ่าเทวะที่เขาเคยอยู่ แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นตั้งแต่ลงมายังโลกมนุษย์เลยทีเดียว

“อย่าคิดที่จะทำร้ายพวกเขาเชียวนะนายท่าน เพราะอสูรที่อยู่ที่นี่มีระดับอย่างต่ำก็ S แล้ว พวกเขาคือราชาอสูรที่เบื่อหน่ายสงครามกับมนุษย์แล้วถูกเจ้าคนสติเฟื่องชักชวนให้มาอาศัยที่นี่ ถ้าพวกเขาร่วมมือกันต่อให้เป็นนายท่านที่มีพลังแห่งสุริยันในตำนานก็ยากที่จะชนะโดยไร้บาดแผล” เสียงของเด็กชายดังขึ้น เมื่อพัคแทยังหันไปมองเขาก็เห็นเด็กชายผมขาวในชุดจีนโบราณคนหนึ่งกำลังจับชายเสื้อของเขาอยู่

“นายคือ...โมจิ?”

“ขอรับ ข้าสามารถอยู่ในร่างจำแลงของมนุษย์ได้เมื่อกลับมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยสร้อยคอจำแลงกายของเจ้าคนสติเฟื่องนั่น มันจะดูดซับพลังปราณทิวาจากดวงอาทิตย์จำลองในถ้ำแห่งนี้ไว้เป็นแหล่งพลังงานของสร้อย แต่อสูรตนอื่นในนี้ชื่นชอบการอยู่ในร่างหลักมากกว่า พวกเขาเลยไม่ค่อยแปลงกายเป็นมนุษย์เท่าไหร่ขอรับ”

“อ้อ” พัคแทยังพยัคหน้า ก่อนจะกลับไปชื่นชมความงดงามของสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง

“เจ้าเด็กดื้อ!”

ชายหนุ่มดื่มด่ำกับธรรมชาติในสถานที่แห่งนี้ได้ไม่นาน เสียงหวานที่ฟังดูเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้นมาจากข้างในตำหนัก ก่อนที่จะมีร่างงามระหงส์ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของทั้งสอง

“อะจึ๋ย! ท่านแม่...แหะๆ” หลังจากได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคย เด็กน้อยผมขาวก็รีบเข้าไปหลบอยู่หลังเจ้านายของตนโดยโผล่หน้าออกมามองผู้มาใหม่เล็กน้อย

“ไม่ต้องมาแหะๆเลย! เจ้าแอบหนีออกจากถ้ำไปตั้งแต่เช้าแล้วกลับมาด้วยสภาพเต็มไปด้วยฝุ่นเนี่ยนะ ข้าได้ยินจากเหยี่ยววายุว่าเจ้าไปมีเรื่องกับพวกผู้เข้าแข่งขันด้วยนี่!” หญิงสาวที่พึ่งปรากฏตัวออกมากล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห

เธอเป็นหญิงสาวผมขาวราวหิมะ ใบหน้าสวยคมสมกับเป็นพยัคฆ์สาว ผิวขาวเนียนและรูปร่างอันสมบูรณ์แบบในชุดจีนโบราณทำให้เสน่ห์ของเธอนั้นยากนักที่ชายใดจะต้านทาน

พัคแทยังมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสนใจ เขารู้สึกคุ้นเคยกับหญิงสาวอย่างแปลกประหลาด แต่ก็ไม่กล้าถาม เขาจึงเลือกที่จะยืนอยู่เงียบๆและปล่อยให้สองแม่ลูกสนทนากันต่อไป

“ง่า ท่านแม่ ยกโทษให้ข้าด้วย ข้าแค่อยากไปดูการแข่งขันของมนุษย์ใกล้ๆแค่นั้นเอง...โอ๊ย!” ยังไม่ทันพูดจบ เด็กน้อยก็ต้องเอามือกุมหัวเพราะถูกกำปั้นของหญิงสาวเขกไปหนึ่งที

จบบทที่ ถ้ำแรกทิวา

คัดลอกลิงก์แล้ว