เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ดินแดนที่ล่มสลาย

ดินแดนที่ล่มสลาย

ดินแดนที่ล่มสลาย


[ห้องของราฟ]

ฉ่าาา

แคร่กๆ

ฟุบ

“อึก” เสียงที่เกิดจากการทำอาหารของราฟได้ทำให้เกิดเสียงกลืนน้ำลายของสองคนและหนึ่งอสูรดังตาม

“หมอนี่บอกว่าเมนูนี้พวกนี้เรียกว่าอะไรนะ?” เรเชลถามพัคแทยังทั้งๆที่สายตาของเธอยังไม่ละไปจากการทำอาหารของชายหนุ่มผมเทาตรงหน้าที่กำลังตัดอาหารเมนูสุดท้ายใส่จาน

“ผัดกะเพราเนื้อวัวสับ ต้มยำกุ้ง ปูผัดผงกะหรี่ ส้มตำไทย...อึก ราฟนายไปหาสูตรพวกนี้มาจากไหน พวกฉันไม่เคยได้ยินเลยว่ามีอาหารน่ากินแบบนี้อยู่บนโลกด้วย” พัคแทยังที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะขั้นสุดยอดถามออกมา

“ใช่ ตอบฉันมาเลยนะ แค่ได้กลิ่นของพวกมันฉันก็น้ำลายไหลแล้ว” เรเชลเร่งคำตอบ

ราฟมองหญิงสาวที่เพิ่งบอกเขาด้วยความมั่นใจว่าตัวเองลิ้นเทพด้วยความขบขัน

“มันเป็นอาหารจากไทยน่ะ พวกนายไม่รู้จักเหรอ”

“หะ!? ไทยเหรอ นั่นมันดินแดนที่ล่มสลายเมื่อหลายร้อยปีก่อนนี่ หลังจากคลื่นอสูรปรากฏตอนนี้ก็เป็นแค่หมู่เกาะเล็กๆ แต่ได้ยินว่าคนในประเทศที่เหลือรอดจากการล่มสลายที่เกิดจากปัญหาภายในและคลื่นอสูรนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก นอกจากความแข็งแกร่งที่ยากคาดเดาว่าคืออะไรของไทยแล้ว ฉันก็ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมีอาหารที่น่าอร่อยแบบนี้อยู่ด้วยนะเนี่ย” เรเชลที่ชอบประวัติศาสตร์โลกพูดออกมาด้วยความตื่นเต้นที่ได้รับความรู้ใหม่

“แล้วนายไปรู้วิธีทำอาหารพวกนี้มาได้ยังไงอ่ะ” พัคแทยังถามราฟ

“อ้อ ฉันเจอมันขายอยู่ในร้านขายของเก่าน่ะ เจ้าของร้านบอกอ่านไม่ออกเลยขายให้ฉันถูกๆ” ราฟแหลหน้าตายเช่นเคย

“นายจะโชคดีไปแล้วเกินไปแล้ว ว่าแต่...ที่นายทำอาหารให้พวกฉันกินนี่คิดแผนอะไรไว้ล่ะ” เรเชลที่ถึงแม้จะหิวจนอยากพุ่งเข้าไปตักอาหารตรงหน้าเข้าปาก แต่ก็ยังคงสงสัยกับแผนการของชายผมเทา

“สมกับเป็นคุณหนูแห่งตระกูลหลัก...ถึงจะติงต๊องนิดๆก็เถอะ” ประโยคสุดท้ายราฟพูดออกมาเบาๆแต่ก็ยังทำให้เรเชลได้ยิน

“แก๊ ว่าใครติงต๊องยะ”

“เข้าเรื่องกันเลยนะ...”

“ฉันอยากให้เธอช่วยหาวัตถุดิบให้หน่อย ธุรกิจของตระกูลเธอคือตามล่าวัตถุดิบนี่นะ พอดีฉันจะเปิดร้านอาหารไว้ทำหลังเกษียณตอนแก้ไขปัญหาบนโลกนี้หมดแล้วน่ะ”

“หลังเกษียณ? นี่นายอายุเท่าไหร่เอง คิดถึงการเกษียณแล้ว?” เรเชลมวดคิ้ว ก่อนจะถอนหายใจออกมา

“ก็ได้ ฉันมีลางสังหรณ์ว่ามันต้องทำเงินได้มหาศาลแน่...ตกลง! แต่ฉันขอ 20% แทนค่าหาวัตตุดิบนะ นี่จะเป็นธุรกิจครั้งแรกของฉัน อย่าทำให้เสียล่ะ”

“อื้ม เรื่องรายละเอียดไว้ค่อยคุยกันอีกที ตอนนี้มากินกันเถอะ โกโก้คะ มากินข้าวกานนน” ราฟพูดจบเขาก็หยิบจานไก่ย่างตัวนึงให้โกโก้ที่มีโต๊ะแยกให้นั่งข้างๆเขา ก่อนที่จะเดินเสิร์ฟอาหารทั้งหมดลงบนโต๊ะอาหาร

“ฉันรอคำนี้มานานแล้ว!” เรเขลพูดขึ้นด้วยความดีใจ

พักแทยังที่หลังจากได้ยินคำของราฟก็กลืนน้ำลายรอบที่สิบ ก่อนจะเริ่มหยิบช้อนตักข้าวผัดกะเพราขึ้นมาแล้วเอาเข้าปาก

ทันใดนั้นใบหน้าที่แสนหล่อเหลาของเขาก็เหมือนจะมีแสงสีทองส่องออกมาบางๆ

“อร่อยยย” พัคแทยังพูดโดยไม่สนใจภาพลักษณ์ขณะตักอาหารจานอื่นมากินด้วยความรวดเร็ว

เรเชลในตอนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากพัคแทยังเท่าไหร่นัก

‘ไม่คิดว่าพวกเขาจะชอบขนาดนี้แฮะ แต่อย่างว่าแหละนะ อาหารส่วนใหญ่บนโลกนี้ถึงจะเหมือนกับโลกเก่าของเรา แต่หลังจากคลื่นอสูรปรากฏสูตรอาหารทั้งหลายก็ได้ถูกพวกมันทำลายไม่ก็หายสาบสูญไปหลายร้อยหลายพันปีแล้ว”

หลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเสร็จ ราฟก็มองทั้งสองคนที่ทำเหมือนกำลังแข่งขันชิงแชมป์กินจุกันอยู่ด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะลงมือกินเช่นกัน

.

.

.

หลังจากกินอิ่มพัคแทยังที่ถึงแม้จะกินไปมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ทำให้ท้องของเขาป่องออกมาแต่อย่างใดซึ่งเป็นผลมาจากปราณสุริยันที่คอยเผาผลาญไขมันและพลังงานส่วนเกินออกไปจนหมดหันไปมองโกโก้ด้วยสายตาแปลกๆแล้วเอ่ยถามราฟ

“ฉันว่าจะถามตั้งนานแล้ว นายเอาอสูรระดับ S เข้ามาในห้องได้ยังไง”

เคร้ง

เสียงกระดูกปีกไก่ในมือของเรเชลที่ยังคงละเอียดละไมการการรับรสไก่ย่างอยู่ดังขึ้นทันทีที่พัคแทยังพูดจบ

“ระ ระดับ S? เด็กคนนี้อ่ะนะ!?” เรเชลอ้าปากหวอจนหมดงามเหลือแต่ความน่ารักแบบตลกๆ

“หืม เด็กคนนี้ไม่ใช่ระดับ A เหรอ ส่วนคำถามของนาย...เพราะฉันใช้วิชาซ่อนปราณกับโกโก้ไว้น่ะ”

“อ้อ เข้าใจละ เด็กคนนี้คงวิวัฒนาการหลังมาอยู่กับนายสินะ นายให้อะไรมันกินเหรอ” พัคแทยังถามด้วยความสงสัย

“สายฟ้าของฉันน่ะ” ราฟตอบขณะเกาคางโกโก้ที่กำลังทำหน้าเคลิ้มแล้วล้มลงกับพื้นนอนแผ่เพื่อหวังให้ราฟทำมันต่อไป

“น่าร๊ากกก” เรเชลที่อยากเข้าไปกอดโกโกร้องออกมา แต่เธอทำไม่ได้เพราะตอนนี้มือทั้งสองข้างกับลังถือไก่ย่างอยู่

“...” พัคแทยังที่เห็นแบบนั้นก็อดไปได้เอื้อมมือไปเกาพุงโกโก้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

‘นะ นายท่าน ข้าคิดว่าจะตายเพราะสำลักความสุขแล้ว สหายของนายท่านคนนี้ช่างหล่อเหลายิ่งนัก ยิ่งกว่าท่านพ่อของข้าอีก บ๊อกๆ’ โกโก้ส่งกระแสจิตมาให้ราฟได้ยินแค่คนเดียวด้วยน้ำเสียงเคลิบเคลิ้ม

‘...’ ราฟ

.

.

.

“งั้นฉันไปก่อนนะ พวกนายน่าจะทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ใช่มั้ย” หลังจากที่กินอาหารกันอิ่มไม่นาน เรเชลก็บอกลาทั้งสองคน

“อืม” พัคแทยังพยักหน้า

“ไว้เจอกันใหม่ยัยนักดาบ” ราฟพูดยิ้มๆ

“บ๊อกๆ” โกโก้เห่าบ๊ายบายหญิงสาว

เมื่อเรเชลออกไป พัคแทยังก็หันมาถามว่า

“แล้วพวกเราจะเริ่มกันยังไง”

“นายก็แค่อัดพลังของนายมาใส่ฉันเท่าที่ทำได้ก็พอ”

“โอเค...” พัคแทยังซัดพลังของเขาใส่ราฟทันที

ซูมมม

“แม่เจ้าโว้ย พลังโครตบริสุทธิ์เลย อร่อยเหาะ” ราฟที่ได้สัมผัสกับพลังของพัคแทยังยิ้มกว้างออกมา รสชาติของมันที่กำลังแทรกซึมไปทั้วร่างของเขาทำให้รู้สึกเหมือนกินช็อคโกแลตเคลือบคาราเมลเข้าไป

ฟุบ

“หู้ว” พัคแทยังพ่นลมออกมาด้วยความเหนื่อยหอบ เขามองชายผมเทาตรงหน้าที่ถึงจะรับพลังของเขาเข้าไปเต็มที่แต่กลับไม่เป็นอะไรเลยด้วยสายตาอึ้งๆ

“พูดตามตรงเลยว่านายคือหนึ่งในคนที่ฉันไม่อยากเป็นศัตรูที่สุด เพราะนายคือหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งและรับมือยากที่สุดในอนาคตแน่นอน” พัคแทยังยิ้มออกมาก่อนชมราฟอย่างจริงใจ

“ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นศัตรูกับเพื่อนดีๆอย่างนายหรอก ฉันแค่รู้วิธีใช้ให้ประสิทธิภาพมากที่สุดน่ะ อย่างของนายฉันว่าพลังมันน่าจะทำให้เป็นอมตะได้เลยนะ ขอแค่นายได้สัมผัสแสงแดดก็คงไม่มีวันตาย”

“เพื่อน!? นายมองฉันเป็นเพื่อนงั้นเหรอ” พัคแทยังหันมาถามราฟด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ทำไมล่ะ ตอนนี้เราไม่ใช่เพื่อนกันเหรอ รึนายไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉัน?” ราฟถามด้วยความงุนงงกับท่าทางของขายหนุ่มตาทองตรงหน้า

“ไม่ๆ ฉันแค่ดีใจที่นายบอกว่าพวกเราเป็นเพื่อนกัน เพราะฉันไม่เคยมีเพื่อนเลย เมื่อก่อนเอาแต่เรียนการต่อสู้ตลอดน่ะ” พัคแทยังเกาแก้มอายๆแล้วพูดอย่างมีความสุข ก่อนจะพูดต่อว่า

“เรื่องพลังของฉัน...ฉันยังไม่เคยตายมาก่อน ปกติใช้แค่ฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บ แต่ยังไงขอให้มันเป็นตามที่นายพูดละกัน” พัคแทยังลุกขึ้นก่อนจะบอกลาราฟแล้วขอตัวกลับไปนอน

“โอ้ว โอเค บาย”

“บาย ไว้เจอกัน”

จบบทที่ ดินแดนที่ล่มสลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว