เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

โอสถแปลงอสูร

โอสถแปลงอสูร

โอสถแปลงอสูร


วันต่อมา

“เอาล่ะ ฉันชื่อโพชาน เป็นครูที่จะมาสอนวิชาการปรุงยา ขอให้พวกเธอเปิดไฟล์ไปที่หน้า 4 เริ่มจาก...”

ราฟที่มาเรียนเพียงเพื่อแค่สัมผัสกับบรรยากาศของการเรียนนั้นได้ยินเสียงอันแสนจะเฉื่อยชาของครูคนหนึ่งดังขึ้น

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปดู เขาก็พบกับชายวัยกลางคนสวมชุดกาวน์ไว้เคราใบหน้าง่วงนอนตลอดเวลากำลังอธิบายเรื่องการปรุงยาโดยไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีใครฟังหรือไม่

ราฟที่เห็นแบบนั้นก็ยักไหล่ ก่อนจะฟุบลงกลับไปนอนต่อ

.

.

.

1 ชั่วโมงต่อมา

“ราฟ...ตื่น” คาร์ลสะกิดราฟจนเขาตื่นขึ้น

“อื๋อ หมดคาบแล้วเหรอ” ราฟถามด้วยความงัวเงียพลางบิดขี้เกียจ

“ใช่ที่ไหนล่ะ ครูโพชานเขาให้นักเรียนในห้องของพวกเราปรุงยาระดับ C มา 1 อย่าง ภายใน 1 ชั่วโมง ถ้าทำไมได้คือสอบตก บัดซบ! ฉันไม่คิดเลยว่าครูแกจะโหดขนาดนี้ แค่ยาฟื้นฟูร่างกายระดับ F ฉันยังไม่รู้เลย ตั้งแต่ต้นคาบแกก็พูดแต่เรื่องของประวัติศาสตร์การปรุงยาเท่านั้น นี่มันแกล้งกันชัดๆ!” คาร์ลบ่นออกมาด้วยความหัวเสีย

“หือ ยาเหรอ” ราฟทวนคำของคาร์ล ก่อนจะคิดในใจว่า

‘พิษของเราถ้าสลับคุณสมบัติมันก็เป็นยาแล้วนี่ จะใช้ได้มั้ยนะ เห้อ ไม่อยากแสดงพลังเลยแฮะ แต่ถ้าไม่ทำอะไรก็สอบตกยกห้อง ซวยอีก...เอาก็เอาวะ’

“นี่ ยาระดับ C ที่ดังๆมีตัวไหนบ้างอ่ะ” ราฟถามคาร์ล

“หะ ก็ยาเปลี่ยนร่างไง...” คาร์ลตอบ

ราฟที่ได้ยินคำตอบของคาร์ลก็หลับตาลงก่อนจะกลั่นปราณพิษในร่างออกมาแบบไม่ให้มีใครจับได้ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าวัตถุดิบที่ถูกวางไว้ให้ทดลองมาขยำๆไปมา แล้วใช้ปราณสายฟ้าเผาพวกมันออกหมดจนเหลือแค่เม็ดยาที่ถูกกลั่นจากปราณของเขาเท่านั้น

“แต่ยาระดับ C ทำได้แค่เปลี่ยนชิ้นส่วนอย่างแขนขา มากสุดก็ครึ่งตัว...” คาร์ลที่พึ่งพูดจบก็เห็นว่าราฟยื่นเม็ดยาสีม่วงเข้มมาให้เขา

“ลองเอาไปส่งครูเขาดูสิ” ราฟพูดยิ้มๆ

“อะ เอ่อ โอเค ฉันจะลองส่งให้ครูเช็คดู...ถึงจะใช้ไม่ได้ยังไงแต่ถ้าอยู่ในเวลา 1 ชั้วโมงก็ส่งให้ครูเขาได้เรื่อยๆล่ะนะ” คาร์ลรับมันไว้ก่อนจะเดินไปส่งยาให้โพชาน

“หาววว เย็นนี้ทำอะไรกินดีนะ” ราฟพึมพำออกมาคนเดียวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงงัวเงียอยู่

“นะ นี่มัน!”

ทันใดนั้นเสียงตกใจของโพชสนก็ดังขึ้น ก่อนที่เขาจะตะโกนออกมาว่า

“ใครทำยานี่!”

“เอ่อ ราฟเป็นคนทำครับ” คาร์ลตอบเสียงค่อยเพราะความตกใจ

“ราฟ? เจ้าเด็กหัวเทาที่ซัดเจ้าหนูมาคัสนั่นน่ะเหรอ ฮ่าๆๆ ไม่คิดเลยว่าจะปิดบังศักยภาพไว้อีกแบบนี้ ดี ดี ดี พวกเธอสอบผ่านกันหมดทุกคนแล้ว แถมไม่ต้องมาเรียนกับฉันในคาบต่อไปแล้ว ถ้ามีอะไรสงสัยก็มาถามได้ตลอด ไปขอบคุณเขาด้วยล่ะ” โพชานพูดออกมาด้วยรอยยิ้มตอนนี้แววตาของเขาไม่ได้เหม่อลอยอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“เอ่อ ครูครับ แล้วยาที่ราฟทำคือยาอะไรเหรอครับ” เพื่อนในห้องคนหนึ่งถามโพชาน

“มันเป็นยาที่ฉันเคยเห็นจากตำราศาสตร์แห่งการปรุงยาโบราณที่มีชื่อว่า ‘โอสถแปลงอสูร’ น่ะ”

“ฮะ!? ยาที่สามารถทำให้ผู้ที่กินมันเข้าไปสามารถกลายร่างเป็นอสูรระดับ S ที่เคยเห็นได้ 3 นาทีน่ะเหรอครับ/คะ!?” นักเรียนในห้องตะโกนออกมาเสียงดัง

“ใช่ นั่นล่ะ สูตรยานี้หายสาปสูญไปนานหลายพันแล้วเพราะพวกจักรพรรดิอสูรหวาดกลัวพลังของมันเลยไล่ทำลายสูตรยาจนหมด คนที่ครอบครองตัวยาตอนนี้อยู่ก็มีแค่พวกคนระดับสูงของตระกูหลักเท่านั้น ถึงส่วนใหญ่จะมีไว้เพื่ออวดบารมีเฉยๆก็เถอะ แต่ไม่ว่ายังไงคุณสมบัติของยานี่น่ะ อยู่ในระดับ S เลยล่ะ อีกอย่างมันใช้ในการรับมือกับคลื่นอสูรได้เป็นอย่างดีด้วย คิดดูสิ แค่คนธรรมดาไม่มีพลังกินไปก็สามารถใช้พลังของอสูรระดับ S ได้ คราวนี้คลื่นอสูรก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป” โพชานหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“งั้นตอนนี้ราฟก็ได้ช่วยโลกไว้แล้วน่ะสิครับ?”

“ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเหมือนจะมีแค่เขาที่รู้สูตร มันอาจจะผลิตได้ไม่เยอะก็ได้ เพราะไม่อย่างนั้นมนุษย์ก็คงไม่ต้องลำบากในการรับมือกับคลื่นอสูรมาตลอดหลายพันปีแบบนี้...ว่าแต่เขาหายไปไหนแล้วอ่ะ ฉันอยากขอร้องให้เขาขายสูตรของมันให้กับสมาคม...” โพชานหันไปมองหาชายผมเทาแต่ก็ไม่เห็น

“เอ่อ...เขากลับไปตั้งแต่ได้ยินที่ครูบอกว่าไม่ต้องมาเรียนแล้วล่ะครับ” นักเรียนคนหนึ่งที่นั่งใกล้ๆราฟตอบด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

“...”

.

.

.

“เห้อ หิวชะมัดเลยแฮะ แต่เราใช้พลังในการกลั่นเม็ดยาไปแล้ว แบบว่าเสียดายพลังจังวุ้ย งั้นซื้อกลับไปกินดีกว่า หุๆ กินไรดีน้าาา” ราฟที่กำลังเดินพร้อมกับประสานมือที่ท้ายทอยพูดกับตัวเองคนเดียวด้วยรอยยิ้ม

“ราฟ!”

“ไผเอิ้นฟะ” ราฟที่หันหัวไปตามเสียงถึงกับเกือบสะดุดขาตัวเอง

“ป๊าดดด” จากนั้นคำอุทานก็ดังออกมาจากปากของชายหนุ่มผมเทา

“เห้ย พัคแทยัง เรเชล นี่พวกนายไปทำอะไรมากันเนี่ย ทำไมสาวๆพวกนั้นถึงถืออาวุธครบมือเหมือนจะไล่ฟันใครยังไงอย่างงั้นเลยอ่ะ” ราฟตะโกนถามหนุ่มตาทองกับสาวผมบลอนด์ด้วยรอยยิ้มซุกซนเหมือนเห็นเรื่องสนุก

“ราฟ! ช่วยพวกเราที” พัคแทยังที่กำลังวิ่งหน้าตื่นมาทางเขาพูดขึ้น

“เห้ย ช่วยอะไร ทำไมถึงคิดว่าฉันจะช่วยนายได้ฟะ อย่าลากฉันไปเกี่ยวข้อกับพวกนายด้วยสิเฟ้ย” ราฟที่เห็นอย่างนั้นก็สับตีนหมาวิ่งหนีอีกคน

“เรื่องของพวกฉันบ้าอะไรกันล่ะไอ้คนบ้าพลัง นี่มันคือเรื่องของเจ้าหน้าหล่อนี่ชัดๆ ฉันแค่จะมาขอให้เขาฝึกการต่อสู้ด้วยก็เท่านั้น แต่พอผู้หญิงพวกนั้นเห็นฉันอยู่กับเขา ก็พาลคิดว่าฉันจะมาจีบเขาโดยไม่เข้า ’สมาคมว่าที่สะใภ้ของพัคแทยัง’ ก่อนแล้วก็ไม่ฟังอะไรจากฉันเลยด้วย คิดแต่จะตามเอาเรื่องฉันให้ได้เนี่ย” เรเชลแหวออกมาขณะวิ่ง

“อุ๊บ ฮ่าๆๆ นี่พัคแทยัง นายมีสมาคมกับเขาด้วยเหรอ สุดยอด ฉันว่าถ้าเป็นงี้ต่อไปเรื่อยๆล่ะก็สมาคมของนายอาจใหญ่กว่าสมาคมผู้พิทักษ์ก็ได้นะ ก๊ากๆๆ” ราฟหัวเราะเสียงดังลั่นจนทั้งสองคนรู้สึกอยากหาอะไรมายัดปากเจ้าบ้านี่เหลือเกิน

“ไม่ใช่เรื่องตลกนะ ฉันจะใช้ชีวิตอย่างสงบได้ยังไงถ้ายังต้องเป็นแบบนี้อีกต่อไปเรื่อยๆ” พัคแทยังเอ่ยเสียงเศร้า

“อืม...” ราฟครุ่นคิดสักครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มกว้างออกมา

“ฉันมีวิธี แต่นายจะตกลงกับข้อเสนอของฉันรึเปล่านั่นก็อีกเรื่องนะ”

“ว่ามาเลย” พัคแทยังถามด้วยแววตาจริงจัง

“คืองี้...”

จบบทที่ โอสถแปลงอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว