เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

การร่วมมือกันของผู้พิทักษ์ระดับสูง

การร่วมมือกันของผู้พิทักษ์ระดับสูง

การร่วมมือกันของผู้พิทักษ์ระดับสูง


“จริงๆเราก็ตีฝ่าพวกนั้นไปได้ แต่ถ้าเราทำอย่างนั้นชีวิตแสนสงบสุขในโรงเรียนของเราก็คงจบลง เพราะอาจถูกสืบมาถึงตัวเรา งั้นไม่ทำดีกว่า” ชายหนุ่มผมเทาคิด

“แต่ก่อนอื่นเลย...”ราฟเด็ดใบไม้ใกล้ๆมาร้อยต่อกันเป็นที่คลุมท่อนล่างไว้ จากนั้นเขาก็กวาดตาไปรอบๆมองหาบางอย่าง

“อ๊ะ เจอแล้ว เอาตัวนี้แหละ” ราฟสร้างก้อนพลังงานขนาดเท่าลูกแก้วเล็กๆที่มีคุณสมบัติของพิษผสมกับสายฟ้าที่เขาปรับแต่งไว้ออกมา ก่อนจะดีดมันออกไปยังที่ๆหนึ่ง

ตุบ

กาาา!?

ทันใดนั้นเสียงร้องของนกตัวหนึ่งก็ดังขึ้น นกตัวนั้นคืออีกาสีดำสนิทที่หลังจากโดนก้อนพลังงานของราฟเข้าไป ตัวของมันที่มีขนาดจาก 1 เมตรก็ขยายขนาดขึ้นเป็น 5 เมตรทันที ดวงตาของมันแดงก่ำและมีสายฟ้ากระจายอยู่ทั่วร่าง

“สวยงาม ใช้พิษเพิ่มขนาดของมันและใช้ปราณสายฟ้าเปลี่ยนแปลงเซลล์ของมันสร้างอสูรพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ขอตั้งชื่อมันว่า อีกาอัสนี หุๆ ให้มันรับบทเป็นสิ่งที่ตกลงมาจากท้องฟ้าละกัน โชคดีนะอีกาน้อย” ราฟพูดจบเขาก็นิ่งเงียบและไม่ขยับเพราะได้ยินเสียงเท้าของผู้คนมากมายที่กำลังเข้ามายังจุดที่เขาอยู่

“ตรงนี้แหละที่อุกกาบาตตกลงมา” มีใครคนหนึ่งพูดขึ้น เขาเป็นชายสวมแว่นตาร่างผอมในชุดบัณฑิตที่ดูฉลาดรอบรู้

“แล้วอุกกาบาตไปอยู่ที่ไหนกัน?” ชายร่างใหญ่สูงสองเมตรที่มาด้วยกันถามชายสวมแว่น

“ฉันจะไปรู้เหรอเจ้าสมองกล้ามนี่ พวกเรามาพร้อมกันไม่ใช่รึไง” ชายสวมแว่นเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ

“เออเนอะ ฮ่าๆๆ”

“พวกนายอย่าทำเป็นเล่นไป อาจมีใครบางคนได้อุกกาบาตไปแล้วก็ได้” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด เธอเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าน่ารัก แต่ปราณที่ราฟสัมผัสได้จากตัวเธอนั้นมากกว่าคนสองคนข้างๆเธอรวมกันเสียอีก

‘ผู้ใช้พลังระดับ S 2 และ SS 1 คน เป็นผู้พิทักษ์รึกลุ่มอื่นกันนะ’ ราฟคิดในใจหลังจากเห็นทั้งสามคน ส่วนคนอื่นๆที่ตามมานั้นมีพลังอย่างมากที่สุดก็ระดับ A ทำให้ราฟโล่งใจเพราะการแอบหนีจะได้ง่ายขึ้น

“กิลด์แสงดาราถึงกับให้ผู้บงการอย่างคุณอลิซมาเองเลยเหรอเนี่ย ดูท่าว่ากิลด์อันดับ 1 จะอยากได้อาวุธระดับ SSS อีกชิ้น จะไม่โลภไปหน่อยเหรอ?” เสียงชายหนุ่มที่มีลักษณะเหมือนคุณชายเจ้าสำราญดังขึ้นขณะสะบัดพัดในมือไปมา มืออีกข้างกำลังสวมกอดหญิงสาวที่งดงามและนุ่งผ้าน้อยชิ้นอยู่

“ชเวซอนมินแห่งตระกูลชเว” ชายสวมแว่นในชุดบัณฑิตพูดขึ้นด้วยใบหน้าจริงจัง

“ตระกูลชเวที่เป็นตระกูลอันดับ 4 อ่ะนะ” ชายร่างใหญ่ถามก่อนที่จะฉีกยิ้มกว้างขณะจ้องมองไปที่ชเวซอนมินด้วยดวงตาที่ร้อนแรง

“สะ สายตาแบบนั้นมันอะไรกัน ถึงโลกนี้จะยอมรับเพศที่สามกันแล้วแต่ฉันก็ไม่สนใจผู้ชายหรอกนะ” ชเวซอนมินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดจนชายร่างใหญ่คิ้วกระตุก

“ใครจะชอบแกฟะ ฉันก็ชอบผู้หญิงโว้ย เลิกพูดมากแล้วมาสู้กัน”

“เหอะ ฉันไม่เกลือกกลั้วกับคนบ้าพลังที่ดูไร้สมองอย่างนายหรอก เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มันเจริญใจกว่านี้ดีกว่า” ชายหนุ่มเจ้าสำราญกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะลูบเอวสาวข้างกายไปมา

“แก!” ชายร่างใหญ่คำรามออกมาขณะที่มีไอน้ำลอยออกมาจากตัวเขา

“หยุดเลยลุค” หลังจากเสียงหวานพูดขึ้น ร่างกายของชายร่างใหญ่หรือลุคก็นิ่งค้างไป

“ทางเราต้องขออภัยคุณชายชเวกับความก้าวร้าวของสมาชิกเราด้วย” อลิซโค้งตัวเป็นการขอโทษ

“เอ่อ ไม่เป็นไร” ชเวซอนมินมองหญิงสาวตรงหน้าที่ใช้เพียงแค่คำพูดก็สามารถจัดการชายที่ตัวใหญ่กว่าเธอหลายเท่าได้อย่างง่ายดายด้วยความตกใจ มือที่ลูบเอวหญิงสาวข้างกายถึงกับหยุดชะงัก

“กิลด์อันดับ 1 กับตระกูลชเวงั้นเหรอ ดูท่าตระกูลที่เหลือยังมาไม่ถึงสินะ ดี ดี ดี” เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้น เขาเป็นชายวัยกลางคนท่าทางคล้ายเมามาย ในมือถือขวดน้ำเต้าที่น่าจะใส่เหล้าไว้

“จอมสุราจินหู่(พยัคฆ์ทองคำ) สมาคมตัดสินใจส่งผู้บริหารขี้เมาอย่างคุณมาเลยเหรอ” ลุคที่พึ่งหลุดจากพลังของอลิซถามขึ้น

“ก็นะ คนอื่นมันยุ่งอยู่กับการบุกยึดพื้นที่จากอสูรคืนจนต้องให้ชายแก่คนนี้มาแทนน่ะ” จินหู่ตอบด้วยรอยยิ้มของคนเมาก่อนยกน้ำเต้าที่เต็มไปด้วยสุราขึ้นมาดื่ม

“เอาล่ะ อุกกาบาตหายไปสินะ พวกเจ้ามีใครที่มีพลังแกะรอยคนร้ายที่มาถึงนี่เป็นคนแรกบ้างมั้ย” จอมสุราถามคนทั้งสี่

“ฉันทำเอง” ชายสวมแว่นตอบก่อนที่จะเอื้อมมือไปข้างหน้า จากนั้นอักขระสีดำสนิทก็ออกมาจากฝ่ามือของเขาแล้วลอยขึ้นไปบนฟ้า

“อักขระแห่งความตาย...วิชาอัญเชิญวิญญาน” หลังจากชายสวมแว่นพูดจบ เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังออกมาจากทุกทิศทาง จากนั้นก็มีวิญญานชายหญิงหลายตนปรากฏขึ้นแล้วลอยมาวนรอบตัวของชายสวมแว่น กลิ่นอายแห่งความตายกระจายไปทั่ว

“หาตัวคนที่มาถึงที่นี่เป็นคนแรก” ชายสวมแว่นพูดกับวิญญานที่วนรอบตัวเขาอยู่

“เป็นพลังที่สยองเหมือนเดิม” ลุคพึมพำ

“ช่างเป็นพลังที่ไม่งดงามเอาซะเลย” ชเวซอนมินบ่นออกมา ส่วนอลิซและจินหู่มองด้วยสายตาเรียบเฉย

“สมแล้วที่ได้รับฉายาผู้คุมวิญญาน” อลิซยิ้มออกมา

“เจอแล้ว!” ไม่นานชายสวมแว่นก็เงยหน้ามองขึ้นไปยังยอดต้นไม้ต้นหนึ่ง

.

.

.

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วินาที

ราฟที่หลบอยู่บนยอดไม้มองการกระทำของทั้งห้าคนด้วยใบหน้าจริงจัง

‘มีระดับ S กับ SS มาเพิ่ม 2 คนเหรอ แต่ละคนท่าทางเอาเรื่องทั้งนั้น ซวยจริงๆเลยวันนี้’ ราฟถอนหายใจ

‘หวังว่าพวกเขาจะหลงกลคิดว่าอุกกาบาตที่ตกมาคืออีกาอัสนีนะ’

‘หือ...ชิบหาย! โลกนี้มีหมอผีด้วยเหรอวะ!?’ ราฟอ้าปากค้าง

“เจอแล้ว!” จากนั้นชายสวมแว่นที่ทำท่าราวกับกำลังรับฟังเหล่าวิญญานอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองมายังยอดไม้ที่ราฟอยู่

“เชี่ย!? พลังอะไรวะ โครตโกง แค่ถามวิญญานก็รู้ความจริงแล้ว” ราฟพึมพำออกมาก่อนที่จะใช้วิชาท่าร่างไร้เงา ที่เป็นวิชาเคลื่อนที่ที่เขาเรียนมาตอนอยู่ห้องฝึกซ้อมจนเชี่ยวชาญหลบหนีออกจากตรงนั้นทันที

วูบบบ

สิ่งที่คนทั้งห้าที่อยู่ด้านล่างเห็นคือเงาร่างสายหนึ่งที่พุ่งตัวหลบหนีไป

“ความเร็วแบบนี้...ยอดฝีมือ!? อย่างที่คิด อุกกาบาตถูกเขาชิงไปแล้วสินะ” อลิซพูดก่อนจะหันไปมองลุค

“ตามเงานั่นไป”

“รับทราบ” ลุคฉีกยิ้มกว้างขณะตอบรับ ก่อนที่ทั้งร่างของเขาจะเต็มไปด้วยไอความร้อนที่แผ่ออกมารอบร่างของเขา จากนั้นชายร่างใหญ่ก็ย่อตัวลงแล้วพุ่งตัวออกไปยังทิศทางที่เงาร่างนั้นหนีไปด้วยความเร็วเหนือเสียงจนเกิดคลื่นโซนิคตามมา

ตูมมม

“เป็นพลังที่ไร้ซึ่งความสวยงาม แต่ก็ทรงพลังใช้ได้ล่ะนะ” ชเวซอนมินพูดขึ้นขณะที่มือข้างที่ว่างของเขาเอื้อมมือไปข้างหน้าและดูดกลืนแรงกระแทกที่มาทางเขาให้หายไป จนสามารถป้องกันตัวเขาและหญิงสาวข้างกายไว้ได้อย่างง่ายดาย

ชายสวมแว่นก็ใช้อักขระของเขารวมตัวกันเป็นโล่เพื่อปกป้องตัวเขาและอลิซไว้ ส่วนจอมสุราจินหู่ที่ไม่ได้ใช้พลังอะไร เขากลับเลือกที่จะเอาขวดน้ำเต้าไปซ่อนไว้ด้านหลังแล้วบ่นออกมา

“เจ้านั่นมันไม่สนคนที่อยู่รอบข้างเลยรึไง น้ำเต้าของข้าเกือบแตกเพราะแรงกระแทกนี่เลยนะ”

“ยังคงเป็นวิชากายาทองคำที่แข็งแกร่งเช่นเคย” อลิซกล่าวชื่นชมด้วยรอยยิ้ม

“ยอเกินไปแล้ว พวกเราก็ตามเงานั่นไปกันเถอะ แล้วค่อยมาคุยเรื่องส่วนแบ่งกัน” จินหู่บอกด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำจากสุรา

ทั้งสามคนที่เหลือตอบรับ แล้วหันไปสั่งลูกน้องของแต่ละคนให้ตามมาสมทบทีหลัง ก่อนที่พวกเขาจะใช้วิชาท่าร่างของตนพุ่งตามลุคไป

จบบทที่ การร่วมมือกันของผู้พิทักษ์ระดับสูง

คัดลอกลิงก์แล้ว