- หน้าแรก
- ปัญญาท้าลิขิตสวรรค์ สู่วิถีอมตะด้วยการรังสรรค์เคล็ดวิชามโนภาพ
- บทที่ 028 สือเพ่ยจิ่วยืมดาบฆ่าคน เว่ยเจิ้งหมิงอำมหิต
บทที่ 028 สือเพ่ยจิ่วยืมดาบฆ่าคน เว่ยเจิ้งหมิงอำมหิต
บทที่ 028 สือเพ่ยจิ่วยืมดาบฆ่าคน เว่ยเจิ้งหมิงอำมหิต
บทที่ 028 สือเพ่ยจิ่วยืมดาบฆ่าคน เว่ยเจิ้งหมิงอำมหิต
หลังจากหลินฉางชิงบังคับรถม้าออกจากอำเภอเฟิงเล่อ เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่คนของเว่ยเจิ้งหมิงไม่ได้ตามมา
เดิมทีเขาตั้งใจจะทดสอบฝีมือตัวเองเสียหน่อย
นึกไม่ถึงว่าเว่ยเจิ้งหมิงจะขี้ขลาดตาขาวขนาดนี้
ในเวลาเดียวกัน!
ณ คฤหาสน์ตระกูลเว่ย เว่ยเจิ้งหมิงเพิ่งกลับมาถึง สือเพ่ยจิ่วก็เข้ามารายงานด้วยท่าทีร้อนรนและหวาดกลัว "คุณชาย ข้าน้อยไร้ความสามารถ ทำมันหลุดมือไปขอรับ..."
"ไม่ได้เรื่อง!"
เว่ยเจิ้งหมิงถลึงตามองสือเพ่ยจิ่วอย่างดุร้าย ก่อนจะคว้ากาน้ำชาในมือฟาดใส่หน้าผากสือเพ่ยจิ่วเต็มแรง
เพล้ง...
กาน้ำชาแตกกระจาย หน้าผากของสือเพ่ยจิ่วแตกยับ เลือดไหลอาบหน้า น้ำชาร้อนลวกราดรดซ้ำลงบนแผล ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนใบหน้าบิดเบี้ยว
ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
แต่สือเพ่ยจิ่วกัดฟันแน่น ไม่กล้าร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว เขาทรุดตัวลงคุกเข่าเสียงดังตุ้บ ร้องขอความเมตตาทันที "คุณชาย โปรดไว้ชีวิตด้วย..."
"สือเพ่ยจิ่ว นอกจากขอชีวิตแล้ว เจ้าทำอะไรเป็นบ้าง?"
สีหน้าของเว่ยเจิ้งหมิงเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดที่ทำร้ายคนสนิท เขาขบกรามกรอด "เรื่องแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ ข้าจะเลี้ยงเจ้าไว้ทำไม?"
"คุณชาย ได้โปรดไว้ชีวิต ให้โอกาสข้าน้อยอีกสักครั้งเถอะขอรับ"
หน้าของสือเพ่ยจิ่วยิ่งดูไม่ได้ เขารีบพูดรัวเร็ว "คุณชายอยากได้แหล่งผลิตศาสตราวุธของหลินฉางชิง แต่ไอ้หมอนั่นมันไม่รู้ดีชั่ว
ในเมื่อเป็นแบบนี้ ไม้อ่อนไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ไม้แข็ง
เราบีบบังคับให้มันร่วมมือกับเราได้โดยตรง..."
"พูดง่ายนะ จะร่วมมือยังไง? ฆ่ามันเหรอ? ข้าอยากได้ของในมือมัน ไม่ใช่ชีวิตมัน"
เว่ยเจิ้งหมิงกล่าวเสียงเย็น
"งั้นเราต้องเริ่มจากคนรอบข้างมันขอรับ"
สือเพ่ยจิ่วรีบเสนอ "ตัวมันเองอาจไม่แคร์ แต่ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงล่ะ
ถ้าเราเอาพ่อของมัน หรือแม้แต่คนทั้งหมู่บ้านชิงซานมาขู่
คุณชายคิดว่ามันจะยอมร่วมมือกับเราไหม?
ถึงตอนนั้น ไม่แน่ว่าอาจจะบีบให้มันแนะนำช่างตีศาสตราวุธที่อยู่เบื้องหลังให้เรารู้จักได้ด้วย..."
ประกายตาของเว่ยเจิ้งหมิงสว่างวาบทันที สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขามองสือเพ่ยจิ่วแล้วถาม "เจ้าจะทำยังไง?
อย่าคิดจะใช้คนของตระกูลเว่ย ตอนนี้ตระกูลเว่ยกับตระกูลเฉินเหมือนน้ำกับไฟ
ขยับตัวนิดเดียว ตระกูลเฉินรู้ตัวแน่"
"ไม่ต้องลงมือเองหรอกขอรับ ข้าน้อยพอมีเส้นสายกับเขาชิงเฟิงอยู่บ้าง คืนนี้ข้าน้อยจะไปที่เขาชิงเฟิง..."
สือเพ่ยจิ่วรีบอธิบาย "ถ้าดึงเขาชิงเฟิงเข้ามาเกี่ยว ต่อให้เกิดเรื่องใหญ่โต เราก็ลอยตัว ไม่ดึงความสนใจจากตระกูลเฉินด้วย"
"เขาชิงเฟิง!"
เว่ยเจิ้งหมิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ผ่านไปครู่ใหญ่จึงเอ่ยเสียงขรึม "ดี คุณชายจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง
หวังว่าคราวนี้ เจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังอีก"
"ขอบพระคุณคุณชาย วางใจได้เลยขอรับ ครั้งนี้สำเร็จแน่นอน"
สือเพ่ยจิ่วดีใจจนเนื้อเต้น รีบรับคำ "คุณชาย ข้าน้อยจะไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้ คืนนี้จะรีบออกจากเมืองไปเขาชิงเฟิง..."
"อืม!"
เว่ยเจิ้งหมิงโบกมือไล่
เห็นดังนั้น สือเพ่ยจิ่วไม่กล้าพูดมาก รีบลุกขึ้นถอยออกไป แต่ทันทีที่หันหลัง แววตาอำมหิตและเคียดแค้นก็วูบผ่านในดวงตาลึกๆ
สิ่งที่สือเพ่ยจิ่วไม่รู้คือ ทันทีที่เขาเดินจากไป สีหน้าของเว่ยเจิ้งหมิงก็เปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมทันที
เขากวักมือเรียกไปทางอีกด้านของลานบ้าน
ไม่นาน ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาในชุดผ้าป่านหยาบๆ ก็เดินเข้ามา
เขาถามเว่ยเจิ้งหมิงอย่างนอบน้อม "คุณชายมีอะไรให้รับใช้ขอรับ?"
"สือเพ่ยจิ่วไว้ใจไม่ได้แล้ว เจ้าไปสืบดูให้ละเอียดว่าความสัมพันธ์ของมันกับเขาชิงเฟิงเป็นยังไงกันแน่"
เว่ยเจิ้งหมิงสั่งเสียงเย็น "สถานการณ์ที่เขาชิงเฟิงซับซ้อนมาก ข้าไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยง"
"ในเมื่อคุณชายไม่อยากมีปัญหากับเขาชิงเฟิง ทำไมถึงยอมให้สือเพ่ยจิ่วไปส่งข่าวให้เขาชิงเฟิงล่ะขอรับ...?"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
"เปล่า เจ้าเข้าใจผิดแล้ว สือเพ่ยจิ่วต่างหากที่สมคบกับเขาชิงเฟิง ไม่ใช่ข้า ข้าไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย"
เว่ยเจิ้งหมิงยิ้มแล้วส่ายหน้า
"เข้าใจแล้วขอรับ!"
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายทันที "คุณชายวางใจ ข้าจะสืบความสัมพันธ์ระหว่างสือเพ่ยจิ่วกับเขาชิงเฟิงให้กระจ่าง
แล้ว... จะจัดการกับสือเพ่ยจิ่วยังไงดีขอรับ?"
"ยังไงซะ เขาก็รับใช้ข้ามานานหลายปี ถึงไม่มีผลงานก็ยังมีความดีความชอบอยู่บ้าง"
เว่ยเจิ้งหมิงหลับตาลง สีหน้าหมองลงเล็กน้อย แฝงแววเศร้าสร้อย "ก็... ให้ศพเขาสวยๆ หน่อยแล้วกัน!
อ้อ แล้วก็ส่งครอบครัวเขาตามไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย เขาจะได้ไม่เหงาระหว่างเดินทางไปปรโลก..."
...
ราตรีมาเยือน
หลินฉางชิงบังคับรถม้ากลับถึงหมู่บ้านชิงซานในที่สุด
หลินหย่งฟาน หลินหู และคนอื่นๆ เห็นหลินฉางชิงกลับมาอย่างปลอดภัยก็พากันโล่งอก
หัวใจที่เต้นระทึกก็สงบลงเสียที
"เจ้าเสือ เรียกคนมาช่วยขนสมุนไพรเข้าไปหน่อย"
หลินฉางชิงยิ้มบอกหลินหู แล้วมองไปทางห้องตีเหล็กที่มีช่างและลูกมือทำงานกันวุ่นวาย คิ้วขมวดเล็กน้อย "ท่านพ่อ... โรงงานตีเหล็กแห่งใหม่คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?"
ห้องตีเหล็กของบ้านหลินฉางชิงถือว่ากว้างขวางพอสมควร
แต่ทว่า!
ต่อให้กว้างแค่ไหน การยัดคนสิบยี่สิบคนเข้าไปทำงานพร้อมกันก็ยังแออัดอยู่ดี
ไม่เพียงแต่ทำให้งานล่าช้า แต่เสียงยังดังหนวกหู รบกวนการพักผ่อนและการฝึกตนของหลินฉางชิง เขาจึงปรึกษากับหลินหย่งฟานและหลินอวิ๋นถังแต่เนิ่นๆ เพื่อหาที่ดินว่างในหมู่บ้าน
สร้างโรงงานตีเหล็กแห่งใหม่
ที่สามารถรองรับคนงานนับร้อยได้พร้อมกัน หลินฉางชิงมองการณ์ไกลถึงการพัฒนาหมู่บ้านชิงซานในอนาคต จึงเจาะจงเลือกพื้นที่โล่งกว้างและเหลือที่ว่างไว้ด้านข้างอีกมาก
เตรียมไว้สำหรับการขยายตัวในภายหน้า
"คืบหน้าเร็วมาก อีกไม่เกินสิบวันก็เสร็จ ไม่ต้องห่วง! ท่านหัวหน้าตระกูลมาคุมงานเอง ไม่มีปัญหาแน่นอน"
หลินหย่งฟานรีบตอบ "ช่วงนี้ก็ทนๆ ไปก่อนนะลูก!"
"ดีเลย!"
พอรู้ว่าหลินอวิ๋นถังคุมงานเอง หลินฉางชิงก็วางใจเปราะหนึ่ง แต่ก็ตั้งใจว่าจะไปดูด้วยตาตัวเองพรุ่งนี้
ไม่ใช่ไม่ไว้ใจหลินอวิ๋นถัง แต่โรงงานตีเหล็กแห่งใหม่นี้หลินฉางชิงออกแบบตามโมเดลสายการผลิตโรงงานในชาติก่อน ซึ่งต่างจากโรงตีเหล็กทั่วไปในโลกนี้อย่างสิ้นเชิง
แม้จะมีแบบแปลนให้ แต่เพื่อความชัวร์ ไปดูเองดีกว่า
ระหว่างคุยกัน หลินหูก็เกณฑ์คนมาขนสมุนไพรลงจากรถม้าเข้าไปเก็บในห้องยาที่หลินฉางชิงเตรียมไว้สำหรับปรุงยาและอาหารยาโดยเฉพาะ
"ฉางชิง สมุนไพรเยอะขนาดนี้ คงหมดเงินไปหลายตังค์สินะ!"
หลินหูถามขึ้นลอยๆ หลังจากขนของเสร็จ
"ไม่เท่าไหร่หรอก แค่ 320 ตำลึงทองเอง..."
หลินฉางชิงยิ้มบางๆ
"ห๊ะ เท่าไหร่นะ? 320 ตำลึงทอง... คุณพระ นั่นมันสามหมื่นสองพันตำลึงเงินเลยไม่ใช่รึ?" หลินหูและคนอื่นๆ อ้าปากค้าง ตกตะลึงจนตาแทบถลน มองไปที่ห้องยาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทันที
"แม่เจ้าโว้ย สมุนไพรพวกนี้แพงขนาดนี้เลยเหรอ?"
"สามหมื่นกว่าตำลึง! แพงชิบหาย ขายหมู่บ้านชิงซานทิ้งยังได้ไม่ถึงครึ่งเลยมั้ง?"
"อย่าพูดเลย ตอนนี้ข้าขาอ่อนไปหมดแล้วเนี่ย"
...
กลุ่มคนที่ตามหลินหูมาต่างกลืนน้ำลายดังเอือก
แม้แต่หลินหย่งฟานกับหลินหู ตอนนี้ในหัวก็วิงเวียนไปหมด
"ฉางชิง สมุนไพรพวกนี้ล้ำค่าขนาดนี้ ทิ้งไว้ที่นี่จะไม่ปลอดภัยนะ ให้พวกเราผลัดกันมาเฝ้ายามให้เจ้าช่วงนี้ดีไหม?"
มีคนเสนอขึ้นมา
"ใช่ๆๆ ต้องเฝ้า ต้องเฝ้า" หลินหูก็พยักหน้าเห็นด้วย
"เฝ้าบ้าอะไรล่ะ"
หลินฉางชิงยิ้มแห้งๆ "สมุนไพรพวกนี้ราคา 320 ตำลึงทอง มีแค่พวกเราที่รู้ ถ้าพวกเจ้าไม่พูด ใครจะไปรู้?
ขืนพวกเจ้ามาเฝ้ายามดึกๆ ดื่นๆ ไม่เท่ากับบอกชาวบ้านว่าข้างในมีของมีค่า เชิญชวนให้คนมาขโมยรึไง?"
"เออ จริงด้วยแฮะ!"
หลินหูพยักหน้า แล้วหันขวับไปถลึงตาใส่คนอื่นๆ ทันที "ได้ยินกันแล้วใช่ไหม? ฉางชิงบอกว่ามีแค่พวกเราที่รู้ ห้ามใครแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด แม้แต่พ่อแม่ที่บ้านก็ห้ามบอก
ถ้าใครปากโป้ง ข้า หลินหู ไม่ปล่อยไว้แน่..."
"ไม่บอก ไม่บอกเด็ดขาด พี่หูวางใจได้"
"ใช่ๆ พวกข้าจะไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว"
คนอื่นๆ รีบส่ายหัวปฏิเสธ เอามือทุบอกรับประกัน
หลินฉางชิงหัวเราะเบาๆ ความจริงเขาไม่ได้กังวลเรื่องนี้เลย สมุนไพรอยู่ในบ้านเขา ถ้าใครมีความสามารถเข้ามาขโมยไปได้จริงๆ เขาก็ขอนับถือจากใจเลย
แต่ความตื่นตูมของพวกหลินหูก็ช่วยเตือนสติเขา
เขาจึงเอ่ยเสียงเข้ม "เจ้าเสือ ช่วงสองสามวันนี้ กำชับคนในหมู่บ้านให้ระวังตัวกันหน่อย โดยเฉพาะต้องระวังคนนอก..."