เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - แม่ทำเพื่อลูกทั้งนั้น

บทที่ 34 - แม่ทำเพื่อลูกทั้งนั้น

บทที่ 34 - แม่ทำเพื่อลูกทั้งนั้น


เสียงของเวินหน่วนแหบพร่าและสั่นเครือ

หวังย่าฉินจ้องมองเวินหน่วนแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะดีขึ้นกับลูกสาวก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เธอพูดเสียงขรึม

"เสี่ยวหน่วน ที่แม่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อตัวลูกเองนะ"

"เพื่อตัวหนูแล้วแม่จะค้นของหนูยังไงก็ได้งั้นเหรอ จะไปทำหน้าบึ้งใส่ครูที่โรงเรียนก็ได้งั้นเหรอ

จะไปดักรอเพื่อนที่มาถามการบ้านหนู จนโดนแจ้งตำรวจจับก็ได้งั้นเหรอ

หนูเห็นแม่คุยกับจี้เฟิงหนูก็กลัว เพราะหนูไม่รู้ว่าแม่จะทำอะไร

แม่ ทุกอย่างที่แม่ขอ หนูพยายามทำให้หมดแล้ว ทำไมยังต้องทำกับหนูแบบนี้อีก

หนูแค่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองบ้าง

หนูไม่ใช่ตุ๊กตาเชิดของแม่นะ!"

น้ำตาของเธอไหลออกมาไม่ขาดสาย มือขยุ้มผมตัวเองอย่างคนสติหลุด

เธอผู้ซึ่งเข้มแข็งและเย็นชามาตลอด วันนี้ร้องไห้เป็นครั้งที่สองแล้ว

อารมณ์ที่พังทลายอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อหวังย่าฉินอย่างเห็นได้ชัด

หวังย่าฉินกุมหน้าอกตัวเอง ใบหน้าซีดลงกว่าเดิมเล็กน้อย

"วัยนี้จะมีคนที่ชอบมันก็เรื่องปกติ แต่แม่ไม่อยากให้ลูกเสียการเรียนเพราะเรื่องแบบนี้ เสี่ยวหน่วน อย่าลืมที่รับปากแม่ไว้สิ แม่ไม่ทำร้ายลูกหรอก แม่แค่กลัวว่าลูกจะเดินหลงทางเหมือนพ่อของลูก"

พ่อ?

คำพูดเดิมๆ ท่าทีเดิมๆ เรื่องเดิมๆ

กี่ครั้งแล้ว? 50 ครั้ง? หรือ 100 ครั้ง?

หวังย่าฉินไม่เคยเปลี่ยน

เวินหน่วนมีความจำดีเลิศ วัยเด็กที่แสนเจ็บปวดเธอไม่มีวันลืมเลือน

ตอนเด็กๆ... เป็นยังไงนะ?

ดูเหมือนจะมีแต่การทะเลาะเบาะแว้งไม่จบไม่สิ้น แม่มักจะพูดถึงข้อเสียของพ่อให้เธอฟังเสมอ เธอเด็กเกินไป ไม่รู้หรอกว่าพ่อดีหรือไม่ดี

รู้แค่ว่าทุกครั้งแม่จะบอกว่าพ่อไม่ได้เรื่อง บอกว่าพ่อเอาเงินไปเลี้ยงผู้หญิงข้างนอกหมด

ครอบครัวเราถึงได้ลำบากขนาดนี้

จนกระทั่ง 5 ขวบ แม่วิ่งไปฟ้องโรงงานว่าพ่อกินหัวคิว พ่อเลยโดนไล่ออก

พ่อกลับมาบ้านก็ยังโดนแม่ถากถาง

เวินหน่วนยังจำสายตาสุดท้ายที่พ่อมองเธอได้ นั่นเป็นสายตาที่เธอไม่มีวันลืม

อาลัยอาวรณ์ รู้สึกผิด และแฝงด้วยความรังเกียจโลกใบนี้พร้อมกับความรู้สึกหลุดพ้น

พอไม่มีพ่อ แม่หวังย่าฉินก็แบกรับครอบครัวนี้ไว้คนเดียว

ส่วนสิ่งที่เวินหน่วนต้องเผชิญ คือการกดขี่ข่มเหงยาวนานเกือบ 10 ปี พูดผิดหูนิดเดียวก็ทุบตี ไม่สนว่าถูกหรือผิด

ถ้าเธอมีปัญหากับคนอื่น เธอต้องโดนตี

ถ้ามีข้อโต้แย้ง เถียงคำไม่ตกฟาก ก็ต้องโดนตี

เธอถึงขั้นจำลักษณะความโค้งงอของไม้กวาดด้ามเหล็กได้ ว่ามันเข้ากับรอยแผลบนตัวเธอได้พอดีเป๊ะ

ต่อมา หวังย่าฉินก็ค่อยๆ เลิกตีเธอ

ไม่ใช่เพราะหวังย่าฉินเปลี่ยนไป แต่เป็นเพราะแม่เป็นโรคหัวใจ ร่างกายไม่แข็งแรง ตีไม่ไหวแล้ว

หลังจากนั้น การควบคุมของหวังย่าฉินก็เปลี่ยนรูปแบบไป

ทำเพื่อลูกนะ รับปากแม่สิ ฉันเป็นแม่แกนะ

เธอถูกความรุนแรงและการปั่นหัว มาสิบกว่าปี คำพูดเดิมๆ เธอฟังมามากเกินพอ

นานวันเข้า สายตาที่เธอเคยอ่านไม่ออกของพ่อ เวินหน่วนก็เริ่มจะเข้าใจมันแล้ว... ความเบื่อโลก

เพราะรู้จักแม่ตัวเองดี ดังนั้นตอนที่จี้เฟิงมาที่บ้าน เธอถึงได้กังวลขนาดนั้น

ถึงได้พูดขัดจังหวะการสนทนาของจี้เฟิงกับหวังย่าฉินตั้งหลายครั้ง

ต่อหน้าจี้เฟิงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แม่ของเธอคงเป็นแค่คุณน้าผู้ใจดีล่ะมั้ง...

เวินหน่วนหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง

ในห้องแคบๆ นี้ เธอไม่มีที่ให้หลบหนีแม้แต่จะพักใจสักครู่

"แม่ หนูอายุสิบแปดแล้วนะ"

ปัง!

"เสี่ยวหน่วน? เสี่ยวหน่วน!"

เวินหน่วนกระแทกประตูวิ่งหนีออกมา เสียงของหวังย่าฉินดังไล่หลังมาจากในบ้าน สุดท้ายก็เงียบหายไป

สาวน้อยผู้สับสนเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนน เธอเดินออกมาจากชุมชนแออัด แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน

สุดท้ายก็ได้แต่นั่งยองๆ ลงที่ริมฟุตบาทข้างถนน แล้วเริ่มเหม่อลอย

หลังจากออกจากบ้าน เวินหน่วนก็หยุดร้องไห้แล้ว

ประสบการณ์หลายปีสอนให้เธอรู้ว่า น้ำตาปกป้องเธอไม่ได้

เธอหยิบมือถือออกมา จ้องมองรายชื่อผู้ติดต่อใน QQ เงียบๆ

ในนั้นมีแค่ไอดีเดียว สายลมแห่งฤดูร้อน

เธอไม่เคยติดต่อจี้เฟิงก่อนเลย ประวัติการแชทกับจี้เฟิงก็มีแต่เรื่องถามโจทย์การบ้าน

เวินหน่วนกดเข้าไปที่รูปโปรไฟล์ของจี้เฟิง พิมพ์ข้อความรัวๆ ไป 100 กว่าตัวอักษร

อ่านทวนดูสักพัก รู้สึกว่ามีบางประโยคไร้สาระ ก็ลบออกไปบางส่วน

ดูอีกที รู้สึกว่าไร้สาระทั้งหมดเลย

ลบหมดเกลี้ยง...

[อยู่ไหม]

[อยู่ มีอะไรเหรอ]

เวินหน่วนมองหน้าจอมือถือที่สว่างวาบ ไม่รู้จะตอบกลับยังไงดี

นั่นสิ เธอมีธุระอะไร?

จะไประบายความทุกข์กับจี้เฟิงเหรอ? เล่าเรื่องความกดดันและความรันทดตลอดสิบกว่าปีให้ฟัง?

เหอะๆ...

[ไม่มีอะไร]

[?]

ที่สวนสาธารณะ จี้เฟิงที่เพิ่งตอบข้อความมุมปากกระตุก

เขามองกระดานหมากรุกที่ใกล้จะแพ้ แล้ววางเงิน 1 หยวนลงบนกระดานด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"คุณตา ผมมีธุระด่วน ไว้ค่อยมาแก้มือนะ"

"อ้าว ไอ้หนุ่ม เอ็งใกล้จะแพ้แล้วชิ่งหนีนี่หว่า"

คุณตาที่นั่งเล่นหมากรุกด้วยทำหน้าเซ็ง แกได้บำนาญเดือนละ 5000 กว่าหยวน จะมาสนใจเงิน 1 หยวนทำไม

ผู้ชายจะแก่แค่ไหนหัวใจก็ยังเป็นวัยรุ่น ตาแก่อย่างเขาก็ไม่เว้น เขาแค่อยากจะไล่ต้อนจี้เฟิงให้จนมุมเท่านั้นเอง

เสียดายจี้เฟิงเห็นท่าไม่ดีก็ชิ่งหนีซะก่อน เสียมารยาทจริงๆ

คุณตายังอยากจะโวยวายต่ออีกสักหน่อย แต่ป้าๆ ที่มาเต้นแอโรบิคก็เข้ามาบดบังร่างของจี้เฟิงไปจนมิด

...

อีกด้านหนึ่ง เวินหน่วนมองเครื่องหมายคำถามบนหน้าจอ แล้วตกอยู่ในความลังเล

ความคิดเหมือนลานที่ขาด ต่อให้พยายามไขลานแค่ไหนก็มีแต่เสียง "แกรก แกรก แกรก" ดังออกมา เหมือนสมองที่ตื้อไปหมดของเธอในตอนนี้

ดูเหมือนเธอ... จะคุยกับคนไม่เป็น

โดยเฉพาะการแชทส่วนตัวผ่านมือถือแบบนี้

เวินหน่วนถอนหายใจ หันกลับไปมองตรอกทางเข้าชุมชนแออัด รู้สึกว่าอารมณ์เย็นลงไปเยอะแล้ว ก็เตรียมจะพักสักหน่อยแล้วค่อยกลับเข้าไป

สิบกว่าปีแล้ว อารมณ์แบบไหนเธอก็ผ่านมาหมด

ต่อให้เป็นเรื่องที่โกรธมากแค่ไหน ขอแค่ให้เวลาสักหน่อย เธอก็จัดการความรู้สึกตัวเองได้

เธอชินชาไปนานแล้ว

ขณะกำลังจะลุกขึ้น เวินหน่วนก็รู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ตรงหน้า

เธอเงยหน้าขึ้นอย่างระแวดระวัง ก็เห็นคนคนนั้นยื่นแก้วทรงกระบอกกลมๆ มาให้

เวินหน่วนรู้ว่ามันคือชานมไข่มุก จี้เฟิงเคยซื้อให้กู้เสวี่ยถิงบ่อยๆ แต่เธอไม่เคยได้กิน

ผู้มาเยือนยืนบังแสงไฟ แต่เวินหน่วนไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าเขาชัดๆ เธอก็รู้ว่าเป็นใคร

"มองอะไร? กินซะตอนที่มันยังร้อน"

"นาย... มาได้ไง"

"ฉันเดินเล่นอยู่ที่สวนสาธารณะ จริงๆ ก็อยู่ไม่ไกลหรอก"

"อ้อ"

เวินหน่วนก้มหน้า ซ่อนมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วแอบดูดชานมไปหนึ่งอึก

หวานจัง!

ดวงตาของเวินหน่วนเป็นประกายวิบวับ

สำหรับเธอแล้ว ของสิ่งนี้มันหวานจริงๆ อร่อยมาก

"ขอบคุณนะ"

จี้เฟิงเห็นท่าทางดีใจของเธอ คำพูดที่เตรียมไว้ก็จุกอยู่ที่คอพูดไม่ออก...

นั่นสิ น้ำตาลมันไม่ดี มีสารเสพติด ทำให้อ้วนง่าย แถมว่ากันว่าทำให้แก่เร็วด้วย

น้ำตาลมีข้อเสียร้อยแปดพันเก้า แต่มันหวานนี่นา!

ชีวิตมันขมขนาดนี้แล้ว จะกินอะไรหวานๆ หน่อยจะเป็นไรไป

"เธอชอบก็ดีแล้ว"

จี้เฟิงนั่งลงข้างๆ เวินหน่วน ไม่พูดอะไร นั่งตากลมเป็นเพื่อนเธอเงียบๆ

ลมยามค่ำคืนพัดมาเอื่อยๆ จริงๆ จี้เฟิงก็คิดจะถอดเสื้อคลุมให้เวินหน่วน

แต่รู้สึกว่าทำแบบนั้นมันจะดูเลี่ยนเกินไป เลยไม่ได้ทำ

ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างทั้งสองคนอีกครั้ง และดูเหมือนทั้งคู่จะชินกับความเงียบแบบนี้แล้ว

จี้เฟิงไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เวินหน่วนเองก็ไม่ได้อยากเล่า

ผ่านไปเนิ่นนาน เวินหน่วนค่อยๆ หลับตาลง สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วลืมตาขึ้น

"จี้เฟิง"

"หือ?"

"ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไป ฉันจะขยันทำงานนะ"

จี้เฟิงอ้าปากค้าง รอยยิ้มค่อยๆ เข้ามาแทนที่อารมณ์อื่นๆ

"เธอเก่งขนาดนี้ สงสัยฉันจะได้เกาะเธอดังแน่ๆ!"

(Salty : เหตุผลที่น้องชอบคิดสั้นและมีอาการซึมเศร้าก็เพราะเรื่องนี้สินะ T^T)

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 34 - แม่ทำเพื่อลูกทั้งนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว