- หน้าแรก
- ยามสายลมฤดูร้อนพัดมา
- บทที่ 32 - ผู้คุมเกมการโปรโมต
บทที่ 32 - ผู้คุมเกมการโปรโมต
บทที่ 32 - ผู้คุมเกมการโปรโมต
จนกระทั่งจี้เฟิงที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงกว่าจัดการความรู้สึกตัวเองได้ บรรยากาศในห้องผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาถึงเอ่ยปากขึ้นมาช้าๆ
"พักสักแป๊บแล้วเรามาเริ่มกันเลย"
"อื้อ"
พอจัดการอารมณ์เสร็จ จี้เฟิงก็ลากเวินหน่วนมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เริ่มคุยเรื่องการเปลี่ยนทราฟฟิกให้เป็นเงิน
แสงตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศตอนนี้ช่างเหมือนกับตอนนั้น
เพียงแต่สลับบทบาทกันระหว่างครูกับนักเรียน
จี้เฟิงชี้ไปที่ระบบหลังบ้านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง
"เธอบอกว่าเธอไปศึกษาเรื่องการโปรโมททราฟฟิกมาบ้างแล้ว ถ้าอย่างนั้นพื้นฐานเราข้ามไปก่อน เริ่มจากที่เธอพูดเมื่อกี้ วิธีการหาเงินที่แท้จริงของการเป็นนายหน้าเถาเป่า"
"อืม"
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมื่อกี้ใช้ความกล้าทั้งหมดที่มีพูดความในใจออกไปจนหมดแม็กแล้วหรือเปล่า
เวินหน่วนตอนนี้เลยดูเจียมเนื้อเจียมตัวสุดๆ
"เธอรู้ไหม ทำไมฉันถึงต้องการทราฟฟิกจำนวนมหาศาล ที่เสถียรและระยะยาว"
จี้เฟิงเห็นเวินหน่วนส่ายหน้า ก็พูดต่อ
"ร้านค้าเตรียมสินค้า คนโปรโมทกินค่าคอมมิชชั่น แฟนคลับได้ซื้อของถูก ฟังดูเหมือนจะเป็นวงจรที่สมบูรณ์แบบใช่ไหม"
น้ำเสียงของจี้เฟิงในตอนนี้ทั้งนุ่มนวลและเนิบช้า เผยรัศมีของผู้คุมเกมออกมาอย่างชัดเจน
เขาเห็นเวินหน่วนหลบสายตา ก็ถามขึ้นกะทันหัน
"เวินหน่วน ฟังอยู่หรือเปล่า"
"ห๊ะ? ฟังอยู่ๆ รู้สึกว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้น แต่เหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่าง"
เสียงของเวินหน่วนแผ่วลงเรื่อยๆ สาวน้อยผู้เย็นชาในยามปกติ ตอนนี้กลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ นั่งฟังจี้เฟิงบรรยายเงียบๆ อยู่ข้างๆ
พอมีปฏิกิริยาตอบรับ จี้เฟิงก็พยักหน้า
"ใช่ จริงๆ แล้วในวงจรนี้มันมีห่วงโซ่ที่ขาดหายไปอันหนึ่ง และเป็นห่วงโซ่ที่สำคัญที่สุดด้วย"
"คืออะไรเหรอ"
"นายหน้าเถาเป่าที่มีทราฟฟิก จะไปดีลกับร้านค้าได้ยังไง"
คิ้วสวยๆ ของเวินหน่วนขมวดเข้าหากัน เธอพอจะนึกอะไรออกลางๆ แต่ถ้าไม่มีคนชี้แนะ อาศัยแค่ความฉลาดอย่างเดียวคงคิดให้ทะลุปรุโปร่งได้ยาก
"..."
เห็นเวินหน่วนงุนงง จี้เฟิงก็ไม่เล่นลิ้น
"บัญชีแนวที่ปรึกษาปัญหาชีวิต แฟนคลับมากสุดก็หลักหมื่น น้อยหน่อยก็ไม่กี่พัน คนที่เปลี่ยนสถานะมาเป็นลูกค้าจริงในกลุ่ม QQ หรือ WeChat ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่
นายหน้าตัวคนเดียวพลังไม่พอ ความสามารถไม่ถึง ไม่มีทางดันยอดขายสินค้าตัวเดียวให้ปังได้แน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการดันทั้งหมวดหมู่สินค้า ถ้าไม่มีพลังในการโปรโมทมากพอ ก็สร้างเอฟเฟกต์ยอดขายไม่ได้
มองในมุมกลับกัน นายหน้าตัวคนเดียวไม่มีพาวเวอร์ เขาก็ไม่มีทางไปกำหนดการเลือกสินค้าของร้านค้าได้ พลังของสองฝ่ายไม่เท่ากัน ความเชื่อใจก็ไม่เกิด เวลานี้แหละ ที่ต้องการตัวกลาง ต้องการผู้รวบรวมทราฟฟิก หรือจะเรียกว่า 'ผู้คุมเกมการโปรโมต' ก็ได้"
พอจี้เฟิงพูดคำนี้ออกมา เวินหน่วนก็เข้าใจทันทีว่าเขาหมายถึงอะไร
ผู้คุมเกมการโปรโมต!
เหมือนพวกพ่อค้าคนกลางที่ไปรับซื้อผลไม้เหมาสวน แล้วเอามาขายส่งในเมืองหรือเปล่า?
"ตัวแทนจำหน่าย?"
"ฉลาด แต่จริงๆ แล้วสองอย่างนี้มีความคล้ายคลึงกันมาก แต่ 'ผู้คุมเกมการโปรโมต' มีอำนาจที่แท้จริงมากกว่าพ่อค้าคนกลางพวกนั้นเยอะ"
เวินหน่วนไม่ค่อยเข้าใจ เธอรู้สึกว่าตำแหน่งของสองอย่างนี้คล้ายกันมาก
ถูกสายตาของจี้เฟิงจ้องมอง เวินหน่วนทำตัวไม่ถูก แต่เธอก็ยังพยายามโฟกัสกับเรื่องงาน
"ทำไมล่ะ"
"เหตุผลง่ายมาก เมื่อเธอมีทราฟฟิกในมือมากพอ หรือกระทั่งมีทราฟฟิกที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย นิยามของเรื่องราวก็จะเปลี่ยนไปอย่างเงียบเชียบ
อำนาจในการสั่งการโปรโมทสินค้าหมวดนี้ จะตกมาอยู่ในมือเธอ เธอสามารถกำหนดการเลือกสินค้าของร้านค้า กำหนดราคา และกำหนดค่าคอมมิชชั่นได้ เพราะทราฟฟิกในเถาเป่ามันกระจุกตัวเกินไป เธอถึงขั้นขู่ร้านค้าได้ด้วยซ้ำ
จะทำไหม? ไม่ทำ? ได้ เธอไม่ทำ คนอื่นทำ
ถ้าร้านข้างหลังทำแล้วยอดขายพุ่ง ร้านข้างหน้าก็จะได้รับผลกระทบ หลายครั้งร้านค้าจะถูกบีบให้ต้องยอมทำอย่างเลี่ยงไม่ได้ นี่แหละคือเสน่ห์ของทราฟฟิก และเป็นสิ่งที่เจ้าพ่ออินเทอร์เน็ตทุกคนต่างวิ่งไล่ล่า"
เวินหน่วนฟังจนเคลิ้ม เธอเปิดแอปเถาเป่าในมือถือ
ลองเลือกหมวดเสื้อผ้าผู้หญิงมั่วๆ มาสักหมวด เลือกแบบที่คล้ายๆ กัน
เห็นยอดขายอันดับหนึ่งกับอันดับสองต่างกันแค่ไม่กี่สิบตัว คิดแป๊บเดียวก็เข้าใจความหมายของจี้เฟิง
อันดับหนึ่ง ย่อมถูกเลือกก่อนอันดับสองเสมอ นี่เป็นเรื่องแน่นอน
และผู้ถือครองทราฟฟิก มีความสามารถที่จะเสกให้อันดับสองกลายเป็นอันดับหนึ่งได้
"รู้สึกน่ากลัวยังไงไม่รู้"
จี้เฟิงยิ้มไม่พูดอะไร ชาติก่อนสถานการณ์ที่ทราฟฟิกควบคุมทุกอย่างมีให้เห็นเกลื่อนกลาด กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
(Salty : สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในจีนตั้งแต่ช่วง 2012 แต่กำลังเกิดขึ้นในไทยตอนนี้เลย ดูอย่างเจ้าใหญ่ๆ ที่ไลฟ์สดขายสินค้าใน TikTok ก็ได้ คนจะแห่ไปซื้อสินค้ากับเจ้าใหญ่ๆ มากกว่านายหน้าตัวเล็กๆ เพราะได้ราคาถูกกว่าและโปรโมชั่นเยอะกว่า เกิดจากการที่เจ้าใหญ่ๆ มีทราฟฟิคในมือที่สามารถต่อรองราคากับร้านค้าได้ อย่างในบ้านเราก็ คุณวิน คุณพริมรี่พาย ซึ่งเจ้าใหญ่ๆ ในที่นี้ก็คือ ผู้คุมเกมการโปรโมต นั่นเอง :D)
อย่างเช่น เหม่ยต้วน (แอปสั่งอาหาร) ร้านค้าถูกบีบให้จัดโปรโมชั่น ถูกบีบให้ลดราคา ถูกบีบให้แจกส่วนลด
แถมยังโดนหักหัวคิว สุดท้ายร้านค้าขายออนไลน์แทบไม่เหลือกำไร แต่ก็จำใจต้องทำ
นี่แหละคือการถูกทราฟฟิกบีบบังคับ เพียงแต่ทราฟฟิกของ เหม่ยต้วน มันมหาศาลเกินไป เอามาเทียบกับเขาไม่ได้
(Salty : แอปสั่งอาหารในไทยตอนนี้ก็ใช้กลยุทธ์เดี๋ยวกัน ช่วงแรกยอมขาดทุนจัดโปรโมชั่นส่วนลดเยอะๆ จัดส่งฟรี พอได้ทราฟฟิคลูกค้าเยอะๆ คนเริ่มสั่งอาหารจากแอปเป็นหลัก ก็ผลักภาระตรงนี้ให้ร้านขายอาหารรับไปแทน เพราะถ้าร้านขายอาหารไม่ขายผ่านแอปก็ขายไม่ออก เพราะลูกค้าที่จะซื้ออาหารก็สั่งผ่านแอปกันหมด :D)
คนของจี้เฟิงตอนนี้ บัญชีพี่สาวที่ปรึกษาหรือคำคมชุบชูใจไม่กี่สิบไอดี แฟนคลับรวมกันแค่ไม่กี่แสน
หมวดสินค้าที่พอจะมีอิทธิพลได้ จริงๆ มีแค่สองอย่าง คือ ผู้หญิง และ แม่และเด็ก
แต่แค่นี้ ก็พอให้เขากอบโกยได้แล้ว
เวินหน่วนนั่งย่อยข้อมูลเงียบๆ อยู่พักใหญ่ จี้เฟิงก็ไม่เร่ง เขาเปิดหน้าจอระบบหลังบ้านของตัวเองเงียบๆ แล้วกวักมือเรียกเวินหน่วนมาดู
พอเห็นตัวเลขบนหน้าจอ รูม่านตาของเวินหน่วนก็หดเล็กลงทันที
237,452...
นี่คือค่าคอมมิชชั่น!
ต้องเป็นค่าคอมมิชชั่นแน่ๆ เวินหน่วนรู้ แต่เธอก็ยังอยากจะยืนยัน
"ทำไม... ถึงเยอะขนาดนี้"
เธอหยิบสมุดบัญชีที่โต้วติงจดด้วยลายมือไก่เขี่ยขึ้นมาดู ยอดรวมค่าคอมมิชชั่นของ 9 คนนั้นมีแค่ 1 แสน 9 หมื่นกว่า
"ทำไมค่าคอมมิชชั่นของนาย ถึงเยอะกว่าพวกเขาทุกคนรวมกันซะอีก"
คำถามว่าทำไมสองครั้งซ้อน ยังไม่เพียงพอที่จะแสดงความตกใจของเวินหน่วนในตอนนี้
เธอแค่ไม่เข้าใจ...
"ไม่เข้าใจเหรอ"
"อื้อ" เวินหน่วนพยักหน้า เธอตั้งใจเรียนมาหลายปี แต่เรื่องหาเงินเธอกลับไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
แม่ของเธอก็ขยันมาก แต่ความขยันไม่ได้ทำให้รวย มีแต่จะนำมาซึ่งความเจ็บป่วย
ตอนนี้พอเห็นตัวเลขหลังบ้านของจี้เฟิง เธอถึงได้ตระหนักว่า การหาเงินไม่ใช่เรื่องของความขยัน แต่มันคือช่องว่างของข้อมูล
จี้เฟิงโบกมือเบาๆ ให้เธอสงบสติอารมณ์ลงก่อน
พอเห็นเธอหายตกใจแล้ว เขาถึงเริ่มอธิบาย
"ค่าคอมมิชชั่นของนายหน้าเถาเป่าแบ่งเป็น A กับ B ฝั่ง A คือส่วนที่จ่ายให้ผู้คุมเกมการโปรโมต ยอดรวมคือ (ค่าธรรมเนียมตายตัว) + (ส่วนแบ่งที่น้อยกว่าของนายหน้าทั่วไป)
ฝั่ง B คือส่วนที่นายหน้าทั่วไปได้รับ ก็คือส่วนที่พวกเพื่อนๆ ข้างนอกของฉันได้ ยอดรวมคือ 20%-40% ของยอดขาย
นี่คือสาเหตุที่ทำไมค่าคอมฯ ฉันถึงสูงกว่ายอดรวมของพวกนั้น"
"ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า แต่ทำไมยอดรวมถึงสูงกว่าได้ล่ะ"
"ของบางอย่างในเถาเป่า กินเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งมันไม่คุ้มหรอก อย่างเช่นทิชชู่ 3 ห่อ 5 หยวน ผ้าขนหนู 2 หยวน พวงกุญแจ 1 หยวน อะไรพวกนี้
ของราคาถูกพวกนี้ ต่อให้หักคอมฯ 40% ก็ได้แค่ 50 เหมา หรือ 1 หยวน ดังนั้นเขาไม่ดูส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์กันหรอก เขาดูที่ค่าธรรมเนียมตายตัว"
วันนี้เวินหน่วนเจอเรื่องช็อกมาเยอะแล้ว เธอลางสังหรณ์ว่าคำถามและคำตอบต่อไปจะยิ่งทำให้เธอช็อกกว่าเดิม
แต่เธอก็ยังอยากถาม
"แล้วของราคาถูกพวกนี้ นายคิดเท่าไหร่"
"จริงๆ ก็เรทพอๆ กันแหละ หนึ่งยอดขายจริง คิด 5 หยวน"
"..."
เวินหน่วนนั่งนิ่งอึ้งอยู่บนเก้าอี้ เงียบไปนานสองนาน
หนึ่งยอดขายจริง ของราคา 1 หยวน แต่เก็บค่าหัวคิว 5 หยวน? เรื่องแบบนี้มีร้านค้ายอมทำด้วยเหรอ?
เอาเถอะ จริงๆ ตัวเลขหลังบ้านของจี้เฟิงก็ให้คำตอบไปแล้ว
สถานะของจี้เฟิง ไม่ใช่นายหน้าเถาเป่ามาตั้งแต่แรก เขาขี้เกียจมานั่งทำทราฟฟิกยิบย่อยพวกนี้เอง
เขาคือผู้คุมเกมการโปรโมต!
"เพราะงั้น นายเลยไม่แคร์เลยว่าพวกนั้นจะหาค่าคอมมิชชั่นได้เท่าไหร่ เพราะพวกนายวิ่งกันคนละลู่อยู่แล้ว นายถึงขั้นอยากให้พวกเขาหาได้เยอะๆ ด้วยซ้ำ ใช่ไหม"
"ก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น ฉันเป็นคนจิตใจดีนะ ก็หวังดีกับพี่น้องเหมือนกันแหละน่า"
(จบแล้ว)