เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - ปรับทุกข์บนดาดฟ้า

บทที่ 13 - ปรับทุกข์บนดาดฟ้า

บทที่ 13 - ปรับทุกข์บนดาดฟ้า


กู้เสวี่ยถิงยืนอึ้ง แม้ช่วงนี้จี้เฟิงจะปฏิเสธเธอมาหลายครั้งแล้ว

แต่เธอก็ยังทำใจยอมรับท่าทีของจี้เฟิงในตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี

"ทำไม? ทำไมเราต้องเป็นแบบนี้ด้วย? หรือเพราะฉันปฏิเสธนาย เราก็เลยเป็นเพื่อนกันต่อไม่ได้งั้นเหรอ? ทำไมนายต้องทำกับฉันแบบนี้?"

จี้เฟิงมุมปากกระตุก ผู้หญิงที่มั่นหน้ามั่นโหนกนี่มันน่ากลัวจริงๆ!

เขาไม่พูดอะไร กู้เสวี่ยถิงก็ยังไม่ยอมจบง่ายๆ

"ยัยนั่นเก่ง แล้วฉันด้อยกว่าตรงไหน?"

จี้เฟิงรู้สึกว่าในเมื่อเธอถามมาขนาดนี้ เขาก็ควรจะตอบตามความจริง

"เธอได้ที่หนึ่งของระดับชั้น ส่วนเธอได้ที่สาม สูงต่ำเห็นกันชัดๆ อยู่แล้วนี่"

หัวหน้าห้องหลี่หลงเห็นจี้เฟิงปฏิเสธกู้เสวี่ยถิง ก็รีบเดินเข้ามาแทรก

"เสวี่ยถิง เธอดูสิ เวินหน่วนกับจี้เฟิงเขาเริ่มเข้าขากันแล้ว พวกเราเข้าไปตอนนี้มีแต่จะไปกวนเปล่าๆ สู้เราสองคนมาจับคู่กัน คอยกระตุ้นซึ่งกันและกันดีกว่า"

กู้เสวี่ยถิงอารมณ์บ่อจอยอยู่แล้ว พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ ก็ของขึ้นทันที

"พวกเขามีความเข้าขาอะไรกัน? ตาบอดหรือไง?"

หลี่หลงโดนกู้เสวี่ยถิงตบหน้ากลางตลาดถึงสองครั้ง สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดง

เพื่อนๆ รอบข้างที่คอยกินเผือกชมละครฉากใหญ่ถึงกับต้องเม้มปาก กลัวว่าจะเผลอหลุดขำออกมา

จี้เฟิงเริ่มรำคาญ โบกมือไล่ทั้งสองคน

"เฮ้ยๆ ถอยไปห่างๆ หน่อย มายืนเกะกะอะไรตรงนี้? วันนี้แบทแมนไม่มาทำงานเหรอ? กอธแธมเลยอิสระเสรีงั้นสิ?"

กู้เสวี่ยถิงไม่รู้ว่าแบทแมนกับกอธแธมหมายถึงอะไร แต่ฟังดูแล้วไม่น่าจะใช่คำชม

"จี้เฟิง นายอย่าเป็นแบบนี้ได้ไหม ฉันไม่อยากให้เป็นแบบนี้ เรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนได้ไหม?"

เสียงของกู้เสวี่ยถิงเริ่มสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้

ถ้าเป็นจี้เฟิงคนก่อน เจอไม้นี้เข้าไปคงเข่าอ่อนยวบยาบ น่าเสียดายที่ตอนนี้...

"มีแต่คนชวนให้ทำดี มีแต่คนชวนให้ทำเลว สองอย่างนี้ฉันพอเข้าใจได้ แต่คนที่ชวนให้ไปตาย เธอเป็นคนแรกจริงๆ นี่เธอกะจะให้ฉันตายจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย..."

"จี้เฟิง"

"ไสหัวไปซะ เธอทำให้ฉันเสียเวลาเรียนไปตั้ง 9 นาทีแล้ว"

พอจี้เฟิงดุ กู้เสวี่ยถิงก็รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หลี่หลงจะเข้าไปประคอง แต่กลับโดนเธอสะบัดออกอย่างแรง

จากนั้นเธอก็ตะคอกใส่หลี่หลง

"นายออกไปให้ห่างฉันเลยนะ ไอ้ขี้ข้า!"

พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องเรียนไป

หลี่หลง: ???

เขายืนงงในดงตีนอยู่พักหนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่

ส่วนจี้เฟิงหันกลับมาเริ่มเรียนกับเวินหน่วนต่อ

หลังจากคลื่นลมสงบ ห้องเรียนก็กลับสู่ความปกติ

มีเพียงหัวหน้าห้องหลี่หลงที่ดูเหมือนตัวตลก

เขามองจี้เฟิงด้วยความหวาดระแวง ต่อหน้าจี้เฟิงตำแหน่งหัวหน้าห้องไม่มีความหมายอะไรเลย

ครั้นจะไปทำอะไรจี้เฟิง ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้

แต่ถ้าเป็นเวินหน่วนล่ะ?

สายตาของหลี่หลงเริ่มฉายแววอำมหิต

วันเสาร์ วันเรียนวันสุดท้ายของสัปดาห์ ตอนกลางวันทุกคนยังคงตั้งหน้าตั้งตาเรียน จนกระทั่งถึงตอนเย็น

จี้เฟิงที่เพิ่งไปเข้าห้องน้ำมา เตรียมจะชวนเวินหน่วนไปกินข้าวโรงอาหารตามปกติ

แต่ที่นั่งริมหน้าต่างตรงนั้นกลับว่างเปล่า

ตอนแรกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร คิดว่าจะนั่งรอสักหน่อย

แต่นั่งลงได้ไม่นาน หูของจี้เฟิงก็ได้ยินเสียงซุบซิบ

"เวินหน่วนโดนตาแก่หวงเรียกตัวไปเหรอ?"

"อือ ได้ยินว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับจี้เฟิงน่ะ"

"รักในวัยเรียน?"

"ใช่ สงสัยคงจะโดนเรียกผู้ปกครอง งานนี้เวินหน่วนซวยหนักแน่"

"ไม่รู้เวินหน่วนคิดอะไรอยู่ ถึงได้ไปขลุกอยู่กับหมอนั่นทั้งวัน"

จี้เฟิงลุกพรวดขึ้นมา คนที่กำลังเม้าท์มอยรีบหุบปากฉับ

จี้เฟิงเดินเข้าไปหาหนึ่งในนั้น แล้วถามยิ้มๆ

"ใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้?"

"เอ่อ หัวหน้าห้องน่ะ"

"หลี่หลง?"

จี้เฟิงไม่ถามอะไรต่อ เดินดุ่มๆ ออกจากห้องเรียน แล้วไปเดินวนอยู่หน้าห้องพักครู

เขาไม่ใช่ประธานาธิบดีจอมเผด็จการหรือพระเอกนิยายที่จะบุกเข้าไปช่วยคนอะไรเทือกนั้น มันเวอร์เกินไป

ที่มานี่ก็เพื่อดูว่าเวินหน่วนอยู่ไหม

จากการคลุกคลีกันมาหลายวัน จี้เฟิงพบว่าเวินหน่วนเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างเก็บกด จะมีความมั่นใจก็เฉพาะตอนสอนการบ้านเท่านั้น

พูดตามตรง นิสัยแบบเวินหน่วนไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แม้จะขยันเรียน แต่เธอมักจะมีออร่าความสิ้นหวังแผ่ออกมา จี้เฟิงก็ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า

"จี้เฟิง มาทำอะไรตรงนี้?"

เห็นคนที่เดินสวนมา จี้เฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย

หาเวินหน่วนไม่เจอ แต่ดันมาเจอไอ้หมอนี่ หัวหน้าห้องหลี่หลง

จี้เฟิงเริ่มมีน้ำโห แต่เขาขี้เกียจจะปะทะคารมกับหลี่หลง

"เวินหน่วนล่ะ?"

"ไม่รู้สิ อาจจะโดนอาจารย์หวงดุจนจิตตกไปแล้วมั้ง เห็นว่าวันจันทร์หน้าจะเชิญผู้ปกครองด้วย เมื่อกี้ยังร้องไห้อยู่เลย ป่านนี้คงกำลังสำนึกผิดอยู่แหละ"

พอพูดถึงเรื่องสำนึกผิด หลี่หลงก็มองจี้เฟิงด้วยสายตาสะใจ

แต่ตอนนี้ใจของจี้เฟิงพะวงอยู่แต่กับเวินหน่วน พอได้ยินว่าเมื่อกี้เวินหน่วนร้องไห้ จี้เฟิงก็สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที

นิสัยของเวินหน่วนจริงๆ แล้วค่อนข้างสุดโต่ง

ความโดดเดี่ยว การเข้าสังคมไม่ได้ เป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวของเธอ

ชาติก่อนหลังจากแม่เสีย และสอบเอนทรานซ์ไม่ติด เธอเลือกที่จะฆ่าตัวตายในโรงเรียน

เธอไม่เคยเป็นดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่เติบโตอย่างเข้มแข็งท่ามกลางมรสุม

ตรงกันข้าม นิสัยของเวินหน่วนเปราะบางมาก ดังนั้นเวลาจี้เฟิงกินข้าวหรือเรียนกับเธอ เขาจะทำตัวโผงผาง ร่าเริง เพื่อดูแลความรู้สึกของเวินหน่วนให้มากที่สุด

นอกจากเพื่อชดเชยความผิดในชาติก่อนแล้ว เขาก็ทนไม่ได้จริงๆ ที่จะทำร้ายดอกไม้ที่เปราะบางดอกนี้

โดนหลี่หลงยั่วโมโหแบบนี้ จี้เฟิงสูดหายใจลึก ชี้หน้าด่า

"ขอให้เธอไม่เป็นอะไร ไม่งั้นแกเจอดีแน่"

"เอ่อ จี้เฟิง โรงเรียนมีกฎระเบียบนะ..."

"กฎพ่อมึ*สิ กูจะไปตามหาคน ไสหัวไป"

ทิ้งคำพูดหยาบคายไว้ จี้เฟิงก็เดินออกจากตึกเรียนไปเลย

เขาไปที่โรงอาหาร สนามกีฬา แม้แต่ห้องน้ำหญิงก็ยังฝากคนเข้าไปดู แต่ก็คว้าน้ำเหลว

จี้เฟิงยืนเท้าเอวอยู่กลางสนาม จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงลมหนาวในยามค่ำคืน

เงยหน้ามองท้องฟ้าโดยสัญชาตญาณ

ภายใต้แสงจันทร์ เขาเหมือนจะเห็นเงาคนแวบๆ อยู่บนดาดฟ้าตึกเรียน

"เชี่ย ไม่จริงมั้ง?"

จี้เฟิงสบถออกมา รีบวิ่งกลับไปที่ตึกเรียน แล้วพุ่งขึ้นไปบนดาดฟ้า

แสงจันทร์นวลผ่อง สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า ราวกับปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดไว้ในบรรยากาศแห่งความฝัน

เด็กสาวในชุดนักเรียนนั่งอยู่ริมระเบียงดาดฟ้า เหม่อมองท้องฟ้าเงียบงัน

แม้แสงจันทร์จะงดงามเพียงใด แต่เธอกลับทำให้ภาพวาดนี้ดูเจิดจรัสยิ่งกว่า

เสี้ยวหน้าของเด็กสาวอ่อนโยนและละเอียดอ่อน ราวกับหยกขาวที่ถูกหยุดเวลาไว้ในยามราตรี

ลมกลางคืนพัดผ่านเส้นผมยาวสลวยของเธอเบาๆ

ทำให้อยากจะเอานิ้วสางเข้าไป สัมผัสความนุ่มลื่นของเรือนผมสีดำขลับนั้น

เกลี้ยกล่อมเหรอ? กล่อมให้ลงมาจะมีประโยชน์อะไร

ถ้าเธอคิดสั้น ครั้งหน้าเธอก็จะโดดอยู่ดี

จี้เฟิงเปลี่ยนบุคลิกจากที่เคยโผงผาง เดินไปนั่งข้างๆ เวินหน่วนเงียบๆ ไม่พูดอะไรสักคำ

พอจี้เฟิงนั่งลง กลายเป็นเวินหน่วนที่ไม่ค่อยพูดเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

"จี้เฟิง"

"หือ?"

"เส้นทางชีวิตสายนี้ มันยาวไกลเหลือเกิน"

จี้เฟิงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ผิดปกติของเวินหน่วน เขาไม่กล้าวู่วาม

"ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ?"

"หนังสือปรัชญาพวกนั้นบอกว่า ชีวิตก็เหมือนเส้นทางสายหนึ่ง ระหว่างทางต้องเผชิญกับอุปสรรคพายุฝน"

"อืม ก็มีหนังสือหลายเล่มเขียนแบบนั้นแหละ"

"แต่การเดินก็คือการเดิน จะเดินก็ต้องหัดเดินก่อน ต้องสร้างถนน ต้องใส่รองเท้า ต้องใส่ถุงเท้า ต้องใส่เสื้อผ้า บางทีก็ต้องสวมหมวก บางทีต้องเดินต้านลม ต้องฝ่าฝน บางทีต้องคอยหลบ คอยหลีก"

"เหนื่อยจังเลย!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 13 - ปรับทุกข์บนดาดฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว