- หน้าแรก
- ยามสายลมฤดูร้อนพัดมา
- บทที่ 6 - ห้องเรียนที่ไม่ได้เจอกันนาน
บทที่ 6 - ห้องเรียนที่ไม่ได้เจอกันนาน
บทที่ 6 - ห้องเรียนที่ไม่ได้เจอกันนาน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
จี้เฟิงที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาโพลง ไม่ใช่เพราะนาฬิกาปลุก แต่เป็นนาฬิกาชีวิตที่ทำจนเป็นนิสัยมาหลายปีปลุกเขาให้ตื่น
เขาไม่ได้ผ่อนคลายแบบนี้มานานมากแล้ว
มองดูเวลาตีห้าครึ่ง จี้เฟิงทำหน้ามุ่ย เอาผ้าห่มคลุมโปงแล้วพึมพำกับตัวเอง
"ไม่อยากลุกเลย รู้สึกเหมือนผ้าห่มมันมีชีวิต คอยดึงรั้งไม่ยอมให้ฉันลุกไปไหน
สงสัยมันคงรักและเป็นห่วงฉัน อยากให้ฉันนอนต่ออีกหน่อย
เจ้าผ้าห่มนี่มันร้ายนัก มันช่างอ่อนโยนเหลือเกิน
เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ นอนต่ออีกสักงีบดีกว่า"
แต่พอล้มตัวลงนอนอีกครั้ง จี้เฟิงกลับนอนไม่หลับซะอย่างนั้น
"เฮ้อ ไม่มีวาสนาได้นอนตื่นสายสินะ"
ถอนหายใจแล้วลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเป็นชุดลำลองแนวสปอร์ต สวมหมวก ใส่หูฟัง
จี้เฟิงย่องออกจากบ้านเบาๆ เริ่มต้นกิจวัตรการออกกำลังกายพื้นฐานที่ทำมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว นั่นคือการวิ่ง
จะว่าไป ร่างกายของเขาในตอนนี้ก็ไม่ได้แย่อะไร
ข้อแรกคือยังหนุ่ม ข้อสองคือตีรันฟันแทงบ่อย ข้อสามคือกำลังภายในยังแกร่ง รักเดียวใจเดียว เป็นทาสรักที่ไม่เคยเสียบริสุทธิ์
สรุปก็คือ ตอนนี้เขามีพื้นฐานทางร่างกายอยู่พอตัว
ไม่ใช่พวกขี้ก้างหรืออ้วนลงพุงที่วิ่งไม่กี่ก้าวก็หอบแฮก
หลังจากจับจังหวะร่างกายได้แล้ว จี้เฟิงก็ค่อยๆ เพิ่มความเร็ว วิ่งมุ่งหน้าไปทางสวนสาธารณะฝั่งตะวันออก
พอถึงสวนสาธารณะ เขาก็ถอดหูฟังออกเงียบๆ
เพลงในโลกนี้ไม่ค่อยโดนใจ หรือจะบอกว่าเพลงเพราะๆ มีน้อยเกินไปก็ได้ รู้สึกว่าร้องเองยังมันส์กว่า
หลังจากทบทวนเส้นทางการวิ่งในความทรงจำ จี้เฟิงก็เริ่มวิ่งเหยาะๆ อีกครั้ง
วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว สุดทางเดินในสวนสาธารณะก็ปรากฏร่างที่คุ้นเคย
เป็นเวินหน่วนที่เขาขี่รถไปส่งเมื่อคืนนั่นเอง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีชุดกีฬาหรือเปล่า เธอสวมชุดพละเก่าๆ สีซีดจนขาว
สีเขียว น่าจะเป็นชุดของตอน ม.4
มันดูคับไปหน่อย ใส่แล้วไม่ค่อยพอดีตัว
จี้เฟิงมองเวินหน่วน อ้าปากค้าง ลังเลอยู่ไม่กี่วินาที สุดท้ายก็ตัดสินใจก้มหน้า วิ่งผ่านเธอไปเงียบๆ
ตอนที่สวนกัน จี้เฟิงไม่ได้พูด เวินหน่วนก็เช่นกัน
จี้เฟิงไม่รู้ว่าเวินหน่วนเห็นเขาไหม เพราะเขาก้มหน้าอยู่ตลอด
เนื่องจากคนหนึ่งอยู่ซ้าย คนหนึ่งอยู่ขวา ทั้งคู่แทบจะไม่ได้เฉียดใกล้กันเลยด้วยซ้ำ
รอบแรกเป็นแบบนี้ รอบที่สองก็ยังเหมือนเดิม
พอรอบที่สาม เขาก็ไม่เห็นเงาของเวินหน่วนแล้ว
"กลับไปแล้วเหรอ?" แคะขี้มูกทีหนึ่ง จี้เฟิงเลิกคิดมากแล้วออกกำลังกายต่อ
วิ่งเสร็จ จี้เฟิงก็เดินไปตรงโซนเครื่องออกกำลังกาย เล่นบาร์เดี่ยว บาร์คู่ แล้วก็วิดพื้นอีกนิดหน่อย
ขอแค่ร่างกายแข็งแรงก็พอ เรื่องอื่นไม่รีบ
กลับบ้านอาบน้ำ บอกลาแม่ แล้วลงมาหาร้านขายซาลาเปา
"เฮียครับ เอาหก... เอ้ย สิบลูกเลยดีกว่า ซาลาเปาสิบลูก ซุปไข่อีกสองถ้วยครับ กลับบ้าน"
"ได้เลย ซาลาเปาสิบ ซุปไข่สอง"
ซื้อข้าวเช้าเสร็จ จี้เฟิงก็กลับมาคร่อมเจ้ามอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งคู่ใจ
พอจะออกรถก็ชะงักไป เขาเอาข้าวเช้าแขวนไว้ก่อน แล้วจัดการดึงริบบิ้น ไฟประดับ และพวงมาลัยตรงแฮนด์รถออก
จากนั้นก็ไม่สนใจว่ารถจะเป็นรอยหรือเปล่า จัดการลอกสติ๊กเกอร์ลายพร้อยพวกนั้นออก แล้วโยนทิ้งถังขยะไปพร้อมกัน
มองดู "รถคันใหม่" ของตัวเอง จี้เฟิงถึงได้พยักหน้าอย่างพอใจแล้วขี่ไปโรงเรียน
...
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตึกเรียนชั้น ม.6 จี้เฟิงก็เห็นป้ายประกาศตัวเบ้อเริ่มแปะอยู่ที่ทางเดิน
[เหลือเวลาอีก 101 วัน ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย]
เห็นจำนวนวันที่เหลือ จี้เฟิงถึงกับมุมปากกระตุก
ทำไมไม่ให้เกิดใหม่หลังสอบเสร็จฟะ? ให้มาสอบตอนนี้ ความน่าจะเป็นที่จะทำได้แค่เขียนชื่อตัวเองมีสูงมาก
ความรู้น่ะ ถ้าไม่ได้ใช้มันก็จะค่อยๆ เลือนหายไปจริงๆ
ส่วนความทรงจำเดิมของร่างนี้ในชาตินี้... สมองกลวงเปล่า อย่าไปพูดถึงมันเลย
"ด้วยผลการเรียนระดับฉัน สงสัยคงต้องเข้าโรงงานไปขันน็อตแล้วมั้ง!"
ในใจรู้สึกรันทดนิดๆ จี้เฟิงหิ้วถุงซาลาเปาเดินเข้าห้องเรียน ก็ได้ยินเสียงนินทาลอยมาเข้าหู
"พวกนายรู้หรือเปล่า เมื่อวานจี้เฟิงพาตัวเวินหน่วนไปแหละ"
"จริงดิ?"
"จริง ฉันเห็นกับตาเลย"
"ไม่รู้ว่าพาเวินหน่วนไปทำอะไร รักก่อนวัยอันควรเหรอ? แต่จี้เฟิงชอบกู้เสวี่ยถิงไม่ใช่เหรอวะ?"
"สมองนายคิดได้แค่เรื่องชู้สาวหรือไง? กระจอกว่ะ ฮ่าๆๆ"
คนพูดชื่อหวังเจิง เขาหัวเราะอยู่ดีๆ ก็สังเกตเห็นว่าเพื่อนที่อยู่ตรงหน้าหยุดหัวเราะกันหมด แล้วหันหน้าหนีไปอ่านหนังสือกันอย่างเคร่งเครียด
ความรู้สึกแบบนี้... เหมือนตอนครูประจำชั้นเดินมาไม่มีผิด
หวังเจิงหันกลับไปมอง ร่างกายก็สั่นสะท้านทันที
"เอ่อ จี้... จี้เฟิง นายมาแล้วเหรอ?"
"คุยกันสนุกเชียวนะพวกนาย ตัวเอกในหัวข้อสนทนาชื่อแซ่เดียวกับฉันเป๊ะเลย บังเอิญจริงๆ ว่ามั้ยเพื่อน?"
จี้เฟิงยิ้มแย้ม แต่หวังเจิงสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้ว
เขาเอามือกุมหัวฟุบลงกับโต๊ะ
"ฉะ... ฉัน ขอโทษ เบามือหน่อยนะ"
ชื่อเสียของจี้เฟิงคงไม่ต้องย้ำ จำไม่ได้หรอกว่าเมื่อก่อนเคยซ้อมไอ้หมอนี่หรือเปล่า
แต่กลัวจนหัวหดขนาดนี้ น่าจะมีมูลเหตุจูงใจ
"พูดบ้าอะไรของนาย? คนอย่างจี้เฟิงเคยรังแกเพื่อนนักเรียนด้วยเหรอ? อย่ามาใส่ร้ายกันได้มั้ย?"
จี้เฟิงตบไหล่หวังเจิงเบาๆ แล้วเดินผ่านเขาไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง เริ่มลงมือจัดการซาลาเปา
เพิ่งกินไปได้สองลูก ร่างที่คุ้นเคยในความทรงจำก็พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความโมโห
"จี้เฟิง เมื่อคืนนายหายหัวไปไหนมา? ฉันเรียกนายทำไมไม่มา?"
"คุณกู้พูดเรื่องอะไรครับเนี่ย? เมื่อคืน? เมื่อคืนฉันติวหนังสืออยู่นะ?"
กู้เสวี่ยถิงมุมปากกระตุก
"ติวหนังสือ? ติวบ้าติวบออะไร เมื่อคืนฉันโทรหานาย ทำไมนายไม่รับสาย? แถมยังปิดเครื่องอีก รับปากว่าจะมาก็ไม่มา"
กู้เสวี่ยถิงทำท่าจะหยิบมือถือออกมา แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ามือถือยังจำนำอยู่ที่คาราโอเกะจวินหาว
จี้เฟิงเองก็ไม่เกรงใจ หยิบมือถือตัวเองออกมา เปิดหน้าแชทระหว่างเขากับกู้เสวี่ยถิงให้ดู
สะอาดเอี่ยมอ่อง โล่งโจ้งไม่เหลือซาก
"คุณกู้เมาค้างหรือเปล่า ดูสิ เมื่อคืนเราคุยกันที่ไหน?
อย่ามาใส่ร้ายกันนะครับ ผมเป็นนักเรียนที่ดี ไม่ไปสถานที่อโคจรอย่างคาราโอเกะจวินหาวหรอก"
กู้เสวี่ยถิง: ???
เธอยังไม่ได้พูดชื่อคาราโอเกะจวินหาวเลยนะ?
ไอ้หมอนี่ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?
เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับเวินหน่วนกันแน่?
หรือว่าเขาไปกิ๊กกั๊กกับเวินหน่วนแล้ว เลยคิดว่าจะมาเล่นตัวใส่เธอได้?
"จี้เฟิง ถ้านายยังทำตัวแบบนี้ ฉันจะไม่คุยด้วยแล้วนะ"
"เสวี่ยถิง อีกครึ่งปีเราก็จะบรรลุนิติภาวะกันแล้ว อายุสิบเจ็ดสิบแปด เลิกพูดจาเหมือนเด็กเจ็ดแปดขวบสักทีเถอะ
เธอเองก็มีแฟนแล้ว มาสนิทสนมกับฉันแบบนี้ ไม่กลัวเยี่ยนหงฮ่าวหึงเอาหรือไง?
อ้อใช่ มีธุระอะไรก็ไปหาเยี่ยนหงฮ่าวสิ มาหาฉันทำไม? ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเธอสักหน่อย"
พอพูดถึงเยี่ยนหงฮ่าว กู้เสวี่ยถิงก็เริ่มร้อนรน
"หงฮ่าวเขา... เขาก็ยุ่งเรื่องเรียน..."
"ไม่ต้องมาติดอ่าง เรื่องของเขาไม่เกี่ยวกับฉัน แล้วฉันก็ไม่อยากรู้ด้วย"
ได้ยินคำพูดของจี้เฟิง กู้เสวี่ยถิงก็เงียบกริบ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ความเงียบดำเนินต่อไป จนกระทั่งจี้เฟิงจ้องมองที่ว่างทางขวามืออยู่พักใหญ่
แล้วจู่ๆ เขาก็เรอออกมา
เอิ๊ก!~
จากนั้นเขาก็ยื่นซาลาเปาในมือมาให้ ทำลายความเงียบ
"เสวี่ยถิง ซาลาเปานี่ เธอจะกินมั้ย?"
กู้เสวี่ยถิงมองซาลาเปาที่จี้เฟิงยื่นมาให้ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
นั่นไงล่ะ จี้เฟิงก็ยังเป็นจี้เฟิงวันยังค่ำ เขายังแคร์ความรู้สึกเธอเสมอ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
เห็นจี้เฟิงเสียงอ่อนลง กู้เสวี่ยถิงตัดสินใจว่า ขอแค่คืนนี้จี้เฟิงไปจ่ายตังค์ให้เธอ ไปเอามือถือคืนมา เรื่องเมื่อคืนเธอจะยกโทษให้ก็ได้
"อืม ฉันยังไม่ได้กินพอดี" พูดจบ กู้เสวี่ยถิงก็ยื่นมือออกไปหาจี้เฟิง
จี้เฟิงสีหน้าผ่อนคลาย ในที่สุดก็ไม่เสียของ เขาชี้ไปที่ซาลาเปากับซุปไข่
"อันนี้ 1 หยวน อันนี้ 3 หยวน เอาเท่าไหร่?"
(จบแล้ว)