- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมระบบแพทย์เทวะ กับสามีคลั่งรัก
- บทที่ 240 - เสี่ยวเทียน นายยินดีจะไหว้พี่กู้เป็นอาจารย์ไหม
บทที่ 240 - เสี่ยวเทียน นายยินดีจะไหว้พี่กู้เป็นอาจารย์ไหม
บทที่ 240 - เสี่ยวเทียน นายยินดีจะไหว้พี่กู้เป็นอาจารย์ไหม
บทที่ 240 - เสี่ยวเทียน นายยินดีจะไหว้พี่กู้เป็นอาจารย์ไหม
◉◉◉◉◉
“ฉันถามแล้วค่ะ เสี่ยวเทียนโตขึ้นก็ตั้งใจว่าจะไปทางด้านการแพทย์นี่แหละค่ะ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ให้เสี่ยวเทียนไหว้คุณหมอกู้เป็นอาจารย์ ก็คือทางเลือกที่ดีที่สุด”
ความสามารถของกู้เจียหนิง พวกเขารู้ดีอยู่แล้ว
สามารถเปิดการบรรยายได้ สามารถรักษาวัณโรคได้ สามารถได้ลงหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ สามารถถูกเบื้องบนจดจำและให้รางวัลได้ ความสามารถและอนาคตของคนคนนั้นต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
เป็นอาจารย์ของเสี่ยวเทียน ก็เหลือเฟือแล้ว
เพียงแต่…
“เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณหมอกู้จะเต็มใจหรือเปล่า จะมีความคิดที่จะรับศิษย์หรือเปล่า”
เรื่องที่จะรับศิษย์หรือไม่นั้น ไม่สามารถไปบังคับกันได้ ต้องดูวาสนา
“พรุ่งนี้พวกเราก็จะต้องเลี้ยงข้าวสองสามีภรรยาคุณหมอกู้ไม่ใช่เหรอคะ พรุ่งนี้ก็ลองถามดูได้นี่คะ” ฉินจือหงบอก
“ใช่ค่ะ ลองถามดูได้”
หลับสบายไปหนึ่งคืน ก็ถึงวันรุ่งขึ้น
วันนี้ ก็เป็นวันที่เซิ่งเจ๋อซีไม่ต้องฝึกซ้อมพอดี
วันนี้อากาศก็ดีด้วย ถึงแม้จะมีหิมะตก แต่ก็ไม่ได้หนักมาก อุณหภูมิก็ไม่ถือว่าต่ำมาก
ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่กู้เจียหนิงก็ยังไม่คิดจะพาลูกๆ ทั้งสองคนไปด้วย
เพราะว่า ยังเล็กอยู่ ถ้าหากออกไปข้างนอกแล้วหนาวจนแข็งเข้า เกิดป่วยขึ้นมาก็ไม่ดี
ดังนั้น ซิงซิงเยว่เยว่ก็เลยให้คุณย่าซางคอยดูแลอยู่ ส่วนกู้เจียหนิงก็ไปร้านอาหารของรัฐพร้อมกับเซิ่งเจ๋อซี
รอจนกระทั่งสองคนไปถึงร้านอาหารของรัฐ สองสามีภรรยาฉินจือหงก็พาฉินเทียน ฉินฉิง มารออยู่ก่อนแล้ว
“พี่กู้ครับ…” ฉินเทียนตาไว มองแวบเดียวก็เห็นกู้เจียหนิงที่เดินมาแต่ไกล รีบยกมือทักทาย
“ผู้พันช่วยเซิ่งครับ คุณหมอกู้” ฉินจือหงกับตู้หลานก็ทักทายสองสามีภรรยากู้เจียหนิงด้วย จากนั้นก็เชิญพวกเขานั่งลง
อันที่จริง ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยเจอกันที่เมืองหลวงแล้ว
ดังนั้นทั้งสองฝ่ายก็ไม่ถือว่าแปลกหน้ากัน
พอคุยกัน ก็ไม่มีอะไรน่าอึดอัด
ส่วนสองสามีภรรยาฉินจือหง วันนี้ที่เชิญพวกเขามา หนึ่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณกู้เจียหนิงอย่างเป็นทางการที่ตอนนั้นได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกฉินเทียน อีกหนึ่งก็คือกล่าวคำลา
เพราะว่า พวกเขาจะต้องไปเมืองหลวงแล้ว
“สหายฉินคะ เรื่องขอบคุณน่ะ เมื่อก่อนคุณกับพี่ตู้หลานก็พูดไปแล้ว ตอนนี้ก็ไม่ต้องพูดอีกแล้วค่ะ ก็ถือว่าฉันกับเสี่ยวเทียนมีวาสนากัน”
“อีกอย่าง ตอนนี้นับๆ ดูแล้ว พวกเราก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ การที่เพื่อนช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว” กู้เจียหนิงบอก
สำหรับสองสามีภรรยาฉินจือหง กู้เจียหนิงก็ยังคงรู้สึกดีด้วยมาก
เพื่อนคนนี้ก็คบหาได้จริงๆ
มีเพื่อนเพิ่มขึ้นหนึ่งคน ก็มีทางเลือกมากขึ้นอีกหนึ่งสาย
อีกอย่าง อนาคตของฉินจือหงกับตู้หลานก็ไม่ธรรมดา
ฉินจือหงกับตู้หลานได้ยินกู้เจียหนิงพูดว่า “เพื่อน” ดวงตาก็พลันเป็นประกาย “ใช่ครับ พวกเราเป็นเพื่อนกัน”
ฉินจือหงกับตู้หลานรู้ว่า สองสามีภรรยากู้เจียหนิงไม่ได้ใส่ใจกับการช่วยเหลือในครั้งนั้นจริงๆ ตอนนี้ก็เลยไม่พูดอะไรมาก แต่ก็ยังคงจดจำไว้ในใจ คนที่ช่วยเหลือสามารถลืมได้ แต่คนที่ได้รับการช่วยเหลือกลับลืมไม่ได้
หลังจากนั้น ตู้หลานก็พูดถึงเรื่องที่พวกเขาอีกไม่นานก็จะต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว
“เมืองหลวงก็ดีมากนะคะ ฉินเทียนกับฉินฉิงไปอยู่เมืองหลวง ก็จะได้รับการศึกษาที่ดีกว่าด้วย”
“อีกอย่าง พวกคุณก็ไม่ต้องแยกกันอีกแล้ว”
“ใช่ค่ะ ตอนนี้ฉันทนรับการที่ต้องแยกกับลูกๆ ไม่ได้อีกแล้วจริงๆ” ตู้หลานถอนใจพูด
การที่ต้องพรากจากกันเก้าปีนี้ ตู้หลานพอย้อนนึกกลับไป ก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องอาศัยความกล้าหาญแบบไหนถึงจะยืนหยัดมาได้
แต่ว่า ถ้าหากให้มีครั้งหน้าอีก เธอทนไม่ไหวแล้ว
ดังนั้น เธอไม่อยากจะแยกกับลูกๆ อีกแล้ว
ในไม่ช้า อาหารก็ยกมาเสิร์ฟ
ทั้งสองฝ่ายกินอาหารไปพลาง ก็คุยกันไปพลาง บรรยากาศก็ครื้นเครงดีมาก
ระหว่างนั้น ฉินเทียนกับฉินฉิงก็ยังถามถึงซิงซิงกับเยว่เยว่ด้วย เดิมทีพวกเขาก็ยังคิดว่า วันนี้จะได้เจอซิงซิงกับเยว่เยว่ด้วยซะอีก
แต่ว่า พอได้ยินกู้เจียหนิงบอกว่า กังวลว่าพวกเขาออกไปข้างนอกแล้วจะหนาวจนแข็ง ก็รู้สึกว่ามีเหตุผลจริงๆ
ฤดูหนาวช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว หนาวมาก หนาวมากๆ ฉินเทียนกับฉินฉิงรู้ซึ้งเป็นอย่างดี
โชคดีที่ ฤดูหนาวของปีนี้ ในที่สุดก็ไม่หนาวขนาดนั้นแล้ว
รอจนกระทั่งกินข้าวเสร็จ คุยกันเสร็จ ก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว
พอใกล้จะได้เวลาแยกย้าย ตู้หลานก็นึกถึงเรื่องที่คิดไว้เมื่อคืน
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังคงพูดว่า “คุณหมอกู้คะ ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากจะเสียมารยาทถามคุณหน่อยค่ะ”
กู้เจียหนิง “เรื่องอะไรเหรอคะ”
“ฉันอยากจะถามว่าคุณหมอกู้มีความคิดที่จะรับศิษย์บ้างไหมคะ”
กู้เจียหนิงได้ยินตู้หลานพูดแบบนี้ ก็ถามอย่างจนปัญญา จากนั้นพอเห็นสายตาอ่อนโยนของตู้หลานจับจ้องไปที่ฉินเทียนที่อยู่ข้างๆ
ก็บรรลุเลย
ในไม่ช้า ตู้หลานก็พูดว่า “ถ้า หากว่าคุณหมอกู้มีความคิดที่จะรับศิษย์ล่ะก็ พอจะเป็นไปได้ไหมคะที่จะพิจารณาเสี่ยวเทียนดู”
“แม่ครับ…” ฉินเทียนมองแม่ของตัวเองอย่างประหลาดใจ เขาไม่คิดเลยว่า แม่จะให้พี่กู้พิจารณารับเขาเป็นศิษย์ด้วย
ฉินเทียนเคยคิดอยากจะเป็นศิษย์ของกู้เจียหนิงไหม
พูดตามตรง ไม่เคยคิด
ไม่ใช่ว่าไม่อยาก แต่เขารู้สึกว่านั่นมันคือเรื่องเพ้อฝัน
รู้สึกว่าตัวเองยังดีไม่พอ ไม่คู่ควรที่จะเป็นศิษย์ของพี่กู้
แต่ว่า ต่อให้จะเป็นศิษย์ไม่ได้ แต่ได้เรียนรู้วิชาการแพทย์ตามพี่กู้ก็ยังดีอย่างที่สุด
เพียงแต่ ความคิดนี้ ฉินเทียนเก็บซ่อนไว้ในใจมาตลอด
เขาไม่คิดเลยว่า เพิ่งจะกลับมาได้ไม่นาน แม่ที่เพิ่งจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน กลับมองความคิดของเขาออก
ตอนนี้ยังจะให้พี่กู้พิจารณาเขาอีกด้วย
ฉินเทียนพูดไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไง
เขาคิดว่า บางทีนี่ก็คงจะเป็นแม่ล่ะมั้ง
แม่มักจะคิดถึงเรื่องของลูกๆ อยู่เสมอ
ตู้หลานดึงฉินเทียนที่ขอบตาแดงก่ำเล็กน้อยเข้ามาอยู่ข้างๆ
จากนั้นก็มองไปทางกู้เจียหนิง รอคอยคำตอบของกู้เจียหนิง
“คุณหมอกู้ไม่ต้องกดดันเลยนะคะ ฉันก็แค่เสนอแนะเท่านั้นเอง ถ้าหากคุณหมอกู้ยังไม่มีแผนที่จะรับศิษย์ ก็ไม่…”
“ได้สิคะ”
ตู้หลานไม่อยากให้กู้เจียหนิงลำบากใจ
กู้เจียหนิงคือผู้มีพระคุณของครอบครัวพวกเขา
ถ้าหากทำให้ผู้มีพระคุณลำบากใจ ก็จะไม่กลายเป็นการเนรคุณหรอกเหรอ
ดังนั้น ตู้หลานก็แค่เสนอแนะ ไม่ได้มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น
เธอก็แค่ หัวใจของคนเป็นแม่ ที่อยากจะเติมเต็มความปรารถนาในใจของลูกชายให้เป็นจริง
ในตอนที่เธอกำลังรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทเกินไปแล้ว ตั้งใจจะล้มเลิก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตอบตกลงของกู้เจียหนิง
ตู้หลานมองกู้เจียหนิงอย่างตกตะลึง แม้แต่ฉินเทียนก็ยังมองกู้เจียหนิงอย่างประหลาดใจ
กู้เจียหนิงยิ้มๆ ลูบหัวของฉินเทียน แล้วพูดว่า “อันที่จริง ก่อนหน้านี้ฉันก็มีความคิดที่จะรับฉินเทียนเป็นศิษย์อยู่เหมือนกันค่ะ”
“ฉันสังเกตดูแล้ว ฉินเทียนเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านการแพทย์มาก แถมยังเป็นเด็กฉลาดด้วย”
“วิชาการแพทย์เป็นสิ่งที่ต้องมีการสืบทอด ดังนั้นฉันก็อยากจะสืบทอดวิชาการแพทย์ของฉันต่อไปเหมือนกัน”
“ในเมื่อฉินเทียนมีพรสวรรค์ขนาดนี้ ฉันกับเสี่ยวเทียนก็ถูกชะตากันด้วย ถ้างั้นก็อย่าได้พลาดไปเลย”
“ถ้างั้น…”
กู้เจียหนิงมองไปทางฉินเทียน จ้องมองเขา แล้วถามอย่างจริงจัง “เสี่ยวเทียน นายยินดีจะไหว้พี่กู้เป็นอาจารย์ เป็นศิษย์ของพี่กู้ เรียนรู้วิชาการแพทย์ไปพร้อมกับฉันไหม”
ขอบตาของฉินเทียนที่แดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงก่ำมากขึ้นไปอีก น้ำตาแทบจะไหลรินออกมา
เขารีบพยักหน้าไม่หยุด ราวกับกลัวว่าถ้าช้าไปกว่านี้ก็จะพลาดไปอย่างนั้นแหละ แล้วพูดว่า “ยินดีครับ ยินดีครับ ผมยินดีครับ”
“ได้ ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้นะ อีกสองวันนี้ พวกเราก็มาทำพิธีรินน้ำชาคารวะอาจารย์กันง่ายๆ แล้ว จากนั้น นายกับฉันก็คืออาจารย์กับศิษย์กันแล้ว”
“ครับ”
[จบแล้ว]