- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมระบบแพทย์เทวะ กับสามีคลั่งรัก
- บทที่ 25 - เกิดเรื่องแล้ว
บทที่ 25 - เกิดเรื่องแล้ว
บทที่ 25 - เกิดเรื่องแล้ว
บทที่ 25 - เกิดเรื่องแล้ว
◉◉◉◉◉
เปาซานเยี่ยนขมวดคิ้ว ดูเหมือนกำลังคิดถึงความจริงในคำพูดของกู้เจียหนิง
อันที่จริงกู้เจียหนิงก็รู้ว่าคำพูดเหล่านี้ของตนไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่ แต่นางมั่นใจว่าเปาซานเยี่ยนจะหวั่นไหว
แน่นอนว่าวินาทีต่อมาก็ได้ยินเปาซานเยี่ยนถามว่า "เจ้าจะช่วยข้าได้อย่างไร"
ดวงตาของกู้เจียหนิงฉายแววเจ้าเล่ห์ ขยับเข้าไปใกล้อีกก้าวหนึ่ง แล้วกระซิบแผนการให้ฟัง
เมื่อเห็นเปาซานเยี่ยนฟังจบแล้วหน้าตาเคร่งขรึม ดูเหมือนจะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก กู้เจียหนิงก็พูดว่า "ถ้าจะทำตามขั้นตอนการแต่งงานปกติ เจ้าก็น่าจะรู้ว่าเวินจู๋ชิงไม่มีทางแต่งงานกับเจ้า"
"ดังนั้น ต้องใช้วิธีพิเศษเท่านั้น"
"แต่ ข้าคิดว่าขั้นตอนไม่สำคัญ ผลลัพธ์สำคัญที่สุด"
"ขอเพียงแต่งงานกันแล้ว คนอยู่ที่บ้านเจ้า ทุกอย่างก็แล้วแต่เจ้าจะจัดการ"
เมื่อเห็นคิ้วที่ขมวดของเปาซานเยี่ยนคลายออก กู้เจียหนิงก็รู้ว่าตนได้จี้ใจดำของนางแล้ว
แต่เปาซานเยี่ยนไม่ได้ตกลงในทันที
"ได้ ข้าให้เวลาเจ้าคิดหนึ่งวัน ก่อนเวลานี้ของวันพรุ่งนี้ เจ้าให้คำตอบข้า"
กู้เจียหนิงไม่รีบร้อนที่จะให้เปาซานเยี่ยนตอบในตอนนี้ แต่นางก็เพิ่มความกดดันเข้าไปเล็กน้อย "แน่นอนว่าถ้าเจ้าปฏิเสธ ข้าก็จะไปหารือกับคนอื่น"
พูดจบ กู้เจียหนิงก็หันหลังเดินจากไป
นางไม่ได้หันกลับไปมองข้างหน้า แต่นางรู้สึกได้ว่าสายตาของเปาซานเยี่ยนยังคงจับจ้องมาที่นาง
จนกระทั่งนางเลี้ยวโค้ง สายตาที่จับจ้องอย่างใกล้ชิดนั้นถึงจะหายไป
กู้เจียหนิงถอนหายใจเบาๆ
นางคิดว่าเปาซานเยี่ยนมีแนวโน้มที่จะตกลงเก้าในสิบส่วน
เพราะนางที่เกิดใหม่มาแล้วรู้ดีว่าความรักที่เปาซานเยี่ยนมีต่อเวินจู๋ชิงนั้น เป็นความรักที่คลั่งไคล้และถึงขั้นวิปริตต่อคนประเภทเวินจู๋ชิง
เพียงแต่ชาติก่อนเปาซานเยี่ยนเกรงกลัวรากฐานของบ้านสกุลกู้ในหมู่บ้านไหวฮวา ดังนั้นจึงไม่ได้ลงมือกับเวินจู๋ชิงที่นางชอบ
หลังจากนั้น นางกับเวินจู๋ชิงแต่งงานกัน ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้
แต่...
เปาซานเยี่ยนก็หันไปหาคนอื่นแทน
พูดอีกอย่างก็คือ คนคนนั้นสำหรับเปาซานเยี่ยนแล้วก็เหมือนกับตัวแทนของเวินจู๋ชิง
กู้เจียหนิงเดินผ่านศูนย์ปัญญาชนหนุ่มสาว ก็พอดีเห็นปัญญาชนหนุ่มร่างผอมบางหน้าตาน่ารักคนหนึ่งกำลังอุ้มฟืนมัดหนึ่งเดินเข้าไป
พอเห็นกู้เจียหนิงก็พยักหน้าให้ แล้วยิ้มอย่างเขินอายและสุภาพ
กู้เจียหนิงก็พยักหน้าให้ แล้วมองดูแผ่นหลังของเขา
ปัญญาชนหนุ่มคนนี้ปีนี้อายุสิบเจ็ดปี ชื่อลู่เหวยเซียน
ชาติก่อน หลังจากที่นางกับเวินจู๋ชิงแต่งงานกันได้ไม่นาน ลู่เหวยเซียนไม่รู้เป็นอย่างไรถึงได้แต่งงานกับเปาซานเยี่ยน และยังเป็นเขยเข้าบ้านเปาอีกด้วย
ลู่เหวยเซียนมาเป็นปัญญาชนหนุ่มสาวที่หมู่บ้านไหวฮวาตอนอายุ 15 ปี ตอนนี้ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว
ว่ากันว่าหลังจากที่เขามาชนบทก็อ่านหนังสืออยู่ตลอด คิดว่าหลังจากนี้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาอีกครั้ง เขาอยากจะพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับเมือง
ดังนั้น ไม่มีใครคิดว่าเขาจะแต่งงานกับเปาซานเยี่ยน และยังเป็นเขยเข้าบ้านอีกด้วย
ชาติก่อนลู่เหวยเซียนมีจุดจบอย่างไรนะ
เขาตาย...
ตายหลังจากที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาได้ไม่นาน ถูกคนพบว่าเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุบนภูเขา
จนกระทั่งต่อมาภายหลัง ทุกคนถึงได้รู้ว่าลู่เหวยเซียนจริงๆ แล้วถูกเปาซานเยี่ยนตีจนตาย
บ้านเปามียีนของโรคอารมณ์สองขั้วอยู่ตลอด ควบคุมอารมณ์ได้ยาก พอป่วยขึ้นมาก็จะชอบตีคน
ในช่วงหลายปีที่แต่งงานกับเปาซานเยี่ยน ลู่เหวยเซียนถูกเปาซานเยี่ยนและแม่ของนางหรือก็คือเปาอิงจื่อทำร้ายร่างกายมาตลอด
ลู่เหวยเซียนอยากจะต่อสู้ แต่ก็สู้กำปั้นของแม่ลูกบ้านเปาไม่ได้
แถมยังหาคนมาช่วยตัดสินให้ไม่ได้อีกด้วย
ครั้งสุดท้าย เพราะลู่เหวยเซียนแสดงความต้องการที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย กลัวว่าลู่เหวยเซียนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้แล้วหลุดจากการควบคุม เปาซานเยี่ยนที่โกรธจัดก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ ตีลู่เหวยเซียนจนตายโดยตรง
กลัวว่าจะถูกคนพบ ก็เลยแบกศพลู่เหวยเซียนที่ตายแล้วไปไว้ในป่า แสร้งทำเป็นอุบัติเหตุ
ส่วนลู่เหวยเซียน ตอนที่เขามาชนบทก็เป็นเด็กน่าสงสารที่ไม่เป็นที่ต้อนรับของที่บ้านอยู่แล้ว ดังนั้นจึงมาชนบทแทนพี่ชายที่แก่กว่า
ไม่มีใครสนใจว่าเขาจะกลับเมืองหรือไม่ จะอยู่ดีกินดีอย่างไร
แม้แต่ลู่เหวยเซียนจะตายที่ชนบท คนบ้านลู่ก็ไม่มีใครมาสักคน
ดังนั้น การตายของลู่เหวยเซียนในตอนนั้นจึงถูกสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุ จนกระทั่งหลายปีต่อมาเปาซานเยี่ยนก่อคดีอีกครั้งและถูกจับ เรื่องนี้ถึงได้ถูกเปิดเผยออกมา
และตอนที่ลู่เหวยเซียนทำไมถึงได้เป็นเขยเข้าบ้านเปาซานเยี่ยน ก็เป็นเพราะการวางแผนของฝ่ายหลัง
กู้เจียหนิงคิดว่า เวินจู๋ชิงคนหนึ่ง เปาซานเยี่ยนอีกคนหนึ่ง สองคนนี้ล้วนเป็นคนเลว
ถ้าสองคนเลวนี้ได้อยู่ด้วยกัน ก็ถือว่าเป็นการจัดการกันเอง จะได้ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
นางอยากจะเห็นจริงๆ ว่า เวินจู๋ชิงจะถูกเปาซานเยี่ยนทุบตี หรือเปาซานเยี่ยนจะถูกเวินจู๋ชิงที่เจ้าเล่ห์และเสแสร้งหลอกลวงกันแน่
อันที่จริง ก่อนที่จะไปหาเปาซานเยี่ยนในวันนี้ กู้เจียหนิงก็ลังเลอยู่บ้าง
ถึงแม้เวินจู๋ชิงจะทำกับนางและครอบครัวของนางในชาติก่อนไว้มาก เป็นคนเลวอย่างแท้จริง แต่ชาตินี้ ทุกอย่างยังไม่เกิดขึ้นนี่นา
นางจะลงมือก่อนเพื่อเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นกับเวินจู๋ชิงดีไหม
เกิดเวินจู๋ชิงในชาตินี้ไม่เหมือนกับชาติก่อนล่ะ
กู้เจียหนิงไม่ได้ใจอ่อนกับเวินจู๋ชิง แต่ก็มีความกังวลเพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง
แต่ในไม่ช้า ก็เกิดเรื่องหนึ่งขึ้น ทำให้กู้เจียหนิงไม่มีความกังวลอีกต่อไป
ในบ่ายวันเดียวกับที่นางไปหาเปาซานเยี่ยน แม่ของนางเหยาชุนฮวาก็รีบร้อนกลับมาจากข้างนอก
ตอนนั้น กู้เจียหนิงเพิ่งจะฝังเข็มให้พี่สะเพใภ้ใหญ่หยางม่านมั่นเสร็จ เพิ่งจะออกมาจากห้องของพี่สะใภ้ใหญ่ ก็ถูกแม่ของนางจับมือไว้
สีหน้าของเหยาชุนฮวาดูตื่นตระหนกและกังวล ระหว่างคิ้วเต็มไปด้วยความกังวล แม้แต่มือก็ยังสั่นเล็กน้อย "ลูกเอ๋ย ทำอย่างไรดี เกิดเรื่องแล้ว หมูที่แม่เลี้ยงไว้เกิดเรื่องแล้ว"
กู้เจียหนิงรีบเข้าไปลูบหลังแม่ของนาง "ท่านแม่ อย่าเพิ่งรีบร้อนค่ะ หายใจเข้าลึกๆ ก่อน ท่านค่อยๆ บอกข้ามาว่าหมูเหล่านั้นเป็นอะไรไปคะ"
เหยาชุนฮวาหายใจเข้าลึกๆ แล้วจับมือลูกสาวเล่าเรื่องให้ฟัง
หมู่บ้านไหวฮวามีฟาร์มหมูขนาดเล็กอยู่แห่งหนึ่ง ในนั้นจะเลี้ยงหมูประมาณ 10 ตัวทุกปี แน่นอนว่าหลายปีมานี้ไม่ใช่ของส่วนตัวแต่เป็นของส่วนรวมของหมู่บ้านไหวฮวา ปลายปีทุกปียังต้องส่งครึ่งหนึ่งไปให้ทางคอมมูน ส่วนที่เหลือครึ่งหนึ่งถึงจะนำไปเชือดหรือขายเพื่อแลกเงินให้แก่ชาวบ้าน
จะว่าไปแล้ว การเลี้ยงหมูในฟาร์มหมูไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร ทุกวันยังมีคะแนนให้ 10 คะแนน ปลายปีเชือดหมูยังจะได้เนื้อหมูเพิ่มอีกหลายชั่ง
ก็เพราะท่านพ่อกู้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะภรรยาของเขาเหยาชุนฮวาถึงได้รับหน้าที่นี้
สิ่งที่เหยาชุนฮวาต้องทำก็คือเก็บหญ้าหมูและทำความสะอาดคอกหมูทุกวัน งานไม่ถือว่าหนัก มีเวลาว่างนางก็ยังสามารถกลับบ้านมาทำอาหารหรือพักผ่อนได้
ตอนนั้นมีคนอิจฉาเหยาชุนฮวาที่ได้งานเลี้ยงหมูนี้ไม่รู้เท่าไหร่
เหยาชุนฮวาทำงานในฟาร์มหมูมา 3 ปีแล้ว ตอนแรกชาวบ้านมีความเห็นกับเรื่องที่นางได้งานนี้อยู่บ้าง แต่พอถึงสิ้นปีหมูเหล่านั้นถูกเลี้ยงจนอ้วนท้วนสมบูรณ์ คนอื่นๆ ก็ไม่มีความเห็นอะไรแล้ว
สามปีมานี้ เหยาชุนฮวาเลี้ยงหมูได้ดีมาตลอด ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุอะไรเลย
แต่วันนี้...
พอเหยาชุนฮวาไปถึงคอกหมู ก็พบว่าหมู 9 ตัวในนั้นดูไม่ค่อยปกติ
ดูซึมๆ ไม่ค่อยร่าเริง ตอนแรกเหยาชุนฮวาคิดว่าหมูหิว ก็เลยรีบไปเก็บหญ้าหมูมาให้พวกมันกิน
ผลคือ หมูเหล่านี้ที่ปกติเห็นหญ้าหมูแล้วจะแย่งกันกิน กลับไม่ยอมกินหญ้าหมูเลย
บางตัวกินไปได้ไม่กี่คำก็คายออกมา
ถ้าเป็นแค่เรื่องนี้ เหยาชุนฮวาก็คงจะไม่ตื่นตระหนก
[จบแล้ว]