- หน้าแรก
- คนอื่นฝึกแทบตาย ส่วนผมนอนสบายๆ ก็เป็นเทพ
- บทที่ 200 - ถังซานไม่ใช่คน
บทที่ 200 - ถังซานไม่ใช่คน
บทที่ 200 - ถังซานไม่ใช่คน
บทที่ 200 - ถังซานไม่ใช่คน
"พี่จิ่ว จริงจังหน่อย" ถังซานมองหูจิ่วที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ขมวดคิ้วพูดว่า "ความหมายของข้าคือ พอเนตรปีศาจสีม่วงยกระดับถึงขั้นที่สาม เมล็ดพันธุ์ผักกาด ดวงตาคู่นี้ของข้าจะมองเห็นสิ่งที่แตกต่างออกไป"
"อ้อ เจ้าเห็นอะไรล่ะ?" สีหน้าหูจิ่วเริ่มจริงจังขึ้นมาบ้าง ถังซานพูดมาขนาดนี้ เขาก็เดาจุดประสงค์ออกแล้ว
แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่! เสี่ยวอู่กินดอกสารราตรีคะนึงหาไปแล้ว แถมระดับพลังก็อยู่ขั้นราชาวิญญาณ ทำไมถังซานยังมองออกถึงตัวตนที่แท้จริงได้อีก?
หรือว่าเสี่ยวอู่กินดอกสารราตรีคะนึงหาของปลอมเข้าไป?
"ข้าเห็นว่าเสี่ยวอู่... นางไม่ใช่คน" ถังซานลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กัดฟันพูดความจริงออกมา
เขาคิดว่า ในเมื่อตัวเองค้นพบความจริงนี้ ก็ไม่ควรปิดบังพี่น้องที่ดีที่สุด
แม้ข่าวนี้อาจทำให้พี่น้องของเขารับไม่ได้ชั่วขณะ แต่เขารู้สึกว่า หูจิ่วมีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริง
"นั่นไง!" หูจิ่วหน้ามืดครึ้ม มองถังซานอย่างไม่สบอารมณ์ "เจ้าสิไม่ใช่คน!"
ไอ้บ้า พระเอกก็คือพระเอก ขนาดนี้ยังเปิดโปรมองทะลุได้อีก!
"พี่จิ่ว ข้าพูดจริงนะ เสี่ยวอู่นางไม่ใช่คนจริงๆ นางเป็นสัตว์วิญญาณ!" ถังซานรีบอธิบาย แสดงเจตนาว่าไม่ได้ด่า
"อื้ม ข้ารู้ เสี่ยวอู่ไม่ใช่คน แล้วมันยังไงล่ะ?" หูจิ่วได้สติ ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "เจ้ามีเนตรปีศาจสีม่วง ข้าก็มีเคล็ดวิชาเนตรวิญญาณ ในสายตาข้า ความจริงเจ้ากับเสี่ยวอู่ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอก"
เห็นรอยยิ้มประหลาดของหูจิ่ว รูม่านตาถังซานหดแคบ ร่างกายถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว "หรือว่า..."
"พี่จิ่ว ท่านรู้อะไรใช่ไหม รีบพูดมา ท่านรู้อะไรกันแน่?" คำพูดของหูจิ่ว ทำให้ถังซานสังหรณ์ใจไม่ดี
"เอาเถอะ ถึงรู้แล้วจะทำไง เราเลือกเกิดไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?" หูจิ่วยกมือขึ้นกดอากาศลง บอกให้ถังซานใจเย็นๆ
"ไม่ว่าเสี่ยวอู่จะเป็นอะไร หรือเจ้าจะเป็นอะไร สำหรับข้ามันไม่สำคัญ ในสายตาข้า เสี่ยวอู่คือคนรักของข้า เจ้าคือพี่น้องของข้า ส่วนชาติกำเนิด... มันไม่ได้สำคัญขนาดนั้นจริงๆ"
"ใครถามเรื่องนี้ ข้าถามท่านว่า แม่ของข้าเป็นตัวอะไร?" ถังซานพูดอย่างหงุดหงิด
เขามีลางสังหรณ์ว่า หูจิ่วต้องรู้เรื่องบางอย่างที่เขาไม่รู้แน่นอน
"เหอะ ก็คำเดิม เจ้าอ่อนแอเกินไป รีบแข็งแกร่งขึ้นเถอะ รอเจ้ามีฝีมือเดี๋ยวก็รู้ทุกอย่างเองแหละ!" ไม่ใช่หูจิ่วไม่อยากบอก หลักๆ คือกลัวโดนถังฮ่าวตบ
"ไม่ต้องมาไม้นี้ รีบพูดมา!" ถังซานคว้าไหล่หูจิ่ว ไม่ยอมให้เขาหนี
"เฮ้ย เจ้าเสี่ยวซาน เดี๋ยวนี้หัดเป็นอันธพาลแล้วเหรอ" หูจิ่วมองเขาอย่างเซ็งๆ กะจะเก๊กหล่อแล้วหนีสักหน่อย ดันหนีไม่พ้น ซวยชะมัด
"ก็ได้ๆ กลัวเจ้าแล้ว" หูจิ่วสะบัดแขนถังซานออกอย่างจนใจ "เจ้าฉลาดไม่ใช่เหรอ? ลองนึกถึงวิญญาณยุทธ์ของเจ้าดูสิ"
"วิญญาณยุทธ์?" ถังซานปล่อยมือหูจิ่ว ก้มมองมือตัวเอง นึกย้อนไปถึงตอนหกขวบ วันที่ปลุกวิญญาณยุทธ์ พ่อเคยพูดกับเขาไว้
'จำไว้ ในอนาคตของเจ้า ต้องใช้ค้อนในมือซ้ายปกป้องหญ้าในมือขวา ตลอดไป'
ถังซานนึกถึงคำพูดที่พ่อกอดเขาเป็นครั้งแรก
"ค้อนนี่มาจากท่านพ่อ งั้นก็หมายความว่า หญ้าเงินครามของข้า..." ถังซานพึมพำกับตัวเอง มองหูจิ่วด้วยแววตาตื่นเต้น
"ใช่แล้ว เจ้าเดาไม่ผิด" หูจิ่วพยักหน้า พ่อเจ้ามันคนจริง แม้แต่หญ้ายังไม่เว้น
ดังนั้นเราควรเอาเยี่ยงอย่าง ใจกว้างเท่าไหร่ โลกก็กว้างเท่านั้น
"หญ้าเงินคราม หญ้าเงินคราม ที่แท้แม่ของข้าก็คือหญ้าเงินคราม..." ได้คำตอบแล้ว ถังซานไม่สนแล้วว่าเสี่ยวอู่จะเป็นตัวอะไร ในสายตามีเพียงวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามของตัวเอง
"พอได้แล้ว เลิกฟุ้งซ่าน คิดไปก็ไร้ประโยชน์ เดี๋ยวพวกนั้นจะเป็นห่วงเอา" หูจิ่วตบไหล่ปลอบใจถังซาน
ด้วยคุณสมบัติของเขตแดนน้ำแข็งและไฟของเขา ไม่แน่อาจช่วยให้อาอิ๋นคืนชีพเร็วขึ้นก็ได้!
พอกลับไป ทั้งสองก็เจอสายตาเป็นห่วงของทุกคนจริงๆ
หูจิ่วยักไหล่ บอกว่าไม่มีอะไร
"พี่จิ่ว เมื่อกี้ตอนท่านไม่อยู่ ท่านผอ.มาบอกว่าให้ท่านเริ่มเข้าเรียนปกติพรุ่งนี้ นี่คือชุดเครื่องแบบของโรงเรียน" ลูกพี่ไต้หอบชุดเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าปนเหลืองอึ๋ยๆ สองชุดเข้ามา
หูจิ่ว: "..."
"ท่านผอ.ของเรามีรสนิยมทางศิลปะบกพร่องหรือเปล่า? มิน่าล่ะผ่านมาตั้งหลายปีถึงยังหาเมียไม่ได้!" หูจิ่วอึ้งไปครู่ใหญ่ รู้สึกสิ้นหวังกับรสนิยมของฟู่หลันเต๋อ
"ใช่สิ ข้าได้ยินแม่สองมังกรบอกว่า นางสั่งสอนท่านผอ.ไปยกหนึ่งเพราะเรื่องนี้ด้วยนะ!" เสี่ยวอู่ย่นจมูก แสดงความไม่พอใจต่อชุดเครื่องแบบนี้
ความจริงอย่าว่าแต่เสี่ยวอู่เลย ทั้งโรงเรียน ไม่มีใครพอใจกับชุดนี้สักคน
ข่าววงในบอกว่า ชุดสีนี้ราคาถูก ฟู่หลันเต๋อผู้ขี้งกปฏิเสธทุกเสียงคัดค้าน ยืนกรานจะเปลี่ยนเครื่องแบบเป็นสีนี้ให้ได้
"แม่สองมังกร?" หูจิ่วมองเสี่ยวอู่อย่างสงสัย ไม่มั้ง ไม่เจอกันแค่ครึ่งเดือน เสี่ยวอู่มีแม่เพิ่มมาอีกคนแล้วเหรอ? แถมยังเป็นแม่มังกรคลั่งคนนั้นอีก!
"ใช่สิ ข้ากับรองผอ.หลิวเอ้อร์หลงถูกชะตากันมาก นางเลยรับข้าเป็นลูกบุญธรรม ต่อไปถ้าเจ้ากล้ารังแกข้า ข้าจะฟ้องแม่สองมังกร ให้มาสั่งสอนเจ้า" เสี่ยวอู่ชูกำปั้น แกว่งไปมาอย่างข่มขู่
"ฮ่าๆ จะเป็นไปได้ไง!" หูจิ่วชำเลืองมองจูจู๋ชิงอย่างร้อนตัว
จูจู๋ชิงเหมือนรู้สึกได้ สบตาหูจิ่วแวบหนึ่ง แล้วหลบสายตาไปอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
"บ้าเอ้ย ยัยมังกรคลั่งนี่เป็นอะไร อยู่ดีๆ เที่ยวรับลูกสาวซั่วๆ หาผัวปั๊มลูกเองกับฟู่หลันเต๋อสิวะ!" หูจิ่วสบถในใจ
พอนึกถึงหลิวเอ้อร์หลง หูจิ่วก็นึกถึงเรื่องที่คุยกับฟู่หลันเต๋อเมื่อคราวก่อน ไม่รู้ว่าสองคนนั้นพัฒนาไปถึงไหนแล้ว
ตกกลางคืน ตอนคุยเล่นกับเสี่ยวอู่ หูจิ่วเลยลองถามดู
"อ๋อ เจ้าหมายถึงท่านผอ.เหรอ ไม่รู้เป็นไง ช่วงนี้เขาชอบมาเกาะแกะแม่สองมังกร บอกว่าเพื่อความปลอดภัยของโรงเรียน อยากจะสร้างทักษะผสานวิญญาณยุทธ์กับนางใหม่อีกครั้งน่ะ!" เสี่ยวอู่เล่า
"อ้อ แล้วพวกเขาทำสำเร็จไหม?" หูจิ่วถามอย่างอยากรู้
"แน่นอนว่าสำเร็จสิ! เจ้าไม่เห็น แม่สองมังกรกับท่านผอ.ผสานวิญญาณยุทธ์กันได้จริงๆ ด้วยนะ!" เสี่ยวอู่จ้อไม่หยุด "วิญญาณยุทธ์ที่พวกเขาผสานออกมาคือมังกรไฟมีปีก กลิ่นอายของมังกรไฟตัวนั้นแข็งแกร่งมาก พอๆ กับกลิ่นอายของตู่กูโปเลย"
ได้ยินดังนั้น หูจิ่วตาเป็นประกาย คิดไว้แล้วไม่มีผิด
การคาดเดาของเขาถูกต้อง ในเมื่อเมื่อก่อนสามคนยังผสานวิญญาณยุทธ์กันได้ ตอนนี้แค่สองคนยิ่งง่ายเหมือนปอกกล้วย
เผลอๆ หูจิ่วสงสัยว่า ฟู่หลันเต๋อนั่นแหละคือกุญแจสำคัญที่ทำให้สามเหลี่ยมเหล็กทองคำผสานวิญญาณยุทธ์ได้
และตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาเดาถูก แม้จะขาดอาจารย์ใหญ่ไป หลิวเอ้อร์หลงกับฟู่หลันเต๋อก็ยังใช้ทักษะผสานวิญญาณยุทธ์ได้เหมือนเดิม
"ดูท่าท่านผอ.ฟู่หลันเต๋อต้องขอบคุณข้านะเนี่ย!" หูจิ่วเอามือประสานท้ายทอย ในใจกลับคิดว่าความสัมพันธ์ของหลิวเอ้อร์หลงกับฟู่หลันเต๋อพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว
(จบแล้ว)