เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 - ช่วยเหลือหนิงหรงหรง

บทที่ 110 - ช่วยเหลือหนิงหรงหรง

บทที่ 110 - ช่วยเหลือหนิงหรงหรง


บทที่ 110 - ช่วยเหลือหนิงหรงหรง

"เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนพร้อมแล้วก็ไปกันเถอะ ออกเดินทางเดี๋ยวนี้ พยายามไปให้ถึงที่หมายก่อนค่ำ ไม่งั้นเราต้องนอนกลางป่ากัน" จ้าวอู๋จี๋มองต้าซือที่ยังอยากคุยกับหนิงหรงหรงด้วยความรำคาญ ตะโกนขัดจังหวะเสียงดัง

"งั้นก็ออกเดินทาง! เพื่อให้พวกเจ้าได้รับการฝึกฝนที่ดียิ่งขึ้น เราจะไม่นั่งรถม้า วิ่งไปป่าซิงโต่วกัน" ฟู่หลันเต๋อมองทุกคน สายตาหยุดที่หนิงหรงหรงและจูจู๋ชิงครู่หนึ่ง

"เฮ้อ กะแล้วต้องเป็นแบบนี้"

หม่าหงจวิ้นถอนหายใจเบาๆ ในฐานะศิษย์ก้นกุฏิ เขารู้นิสัยฟู่หลันเต๋อดีที่สุด ไอ้อ้างว่าฝึกฝนน่ะโกหกทั้งเพ ความจริงคือเสียดายเงินค่ารถม้าต่างหาก

คนอื่นเตรียมใจมาแล้ว ปฏิกิริยาเลยไม่รุนแรงนัก

"ป่าซิงโต่วอยู่ไกลไหม?" หนิงหรงหรงถามหม่าหงจวิ้นอย่างสงสัย สังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล

"วิ่งไป ออกตอนนี้ ถึงตอนค่ำ ระหว่างทางห้ามโอ้เอ้ เจ้าว่าไกลไหมล่ะ" หม่าหงจวิ้นกลอกตาไปมา

"อะไรนะ ไกลขนาดนั้น ข้าไม่ไปแล้ว" หนิงหรงหรงส่ายหน้าหน้าตื่น วิ่งทั้งวัน ใครจะไปทนไหว

"เจ้าเป็นสายสนับสนุน ย่อมต้องรู้ว่าไม่ว่าเวลาปกติหรือในสนามรบ สายสนับสนุนต้องมีเพื่อนคุ้มกัน ไม่งั้นจะรอดยาก" ฟู่หลันเต๋อหยุดเดิน หันมามองหนิงหรงหรงด้วยสายตาเคร่งขรึม พูดเสียงเรียบ

"ดังนั้น ในฐานะวิญญาณจารย์สายสนับสนุน เจ้าต้องรู้จัก 'หนี' เพราะต่อให้เพื่อนคุ้มกันดีแค่ไหน ก็ต้องมีช่องโหว่ เวลาเผชิญหน้าศัตรู สิ่งเดียวที่สายสนับสนุนทำได้คือหนี"

"ถ้าไม่หนี ก็มีแต่ตาย ในเมื่อเป็นสายสนับสนุนเหมือนกัน คนอื่นวิ่งได้ ทำไมเจ้าวิ่งไม่ได้?"

"ตอนนี้ บอกข้ามา เจ้าจะวิ่งไปพร้อมกับพวกเราไหม?"

"วิ่งก็วิ่งสิ!" โดนฟู่หลันเต๋อยุเข้าให้ หนิงหรงหรงเกิดความทระนงในศักดิ์ศรี คนอื่นทำได้ นางก็ต้องทำได้

แค่วิ่ง จะยากแค่ไหนกันเชียว?

"ดี งั้นออกเดินทาง!" ฟู่หลันเต๋อดีดปลายเท้า ร่างพุ่งออกไปไกลลิบ

ข้างหลัง จ้าวอู๋จี๋ยิ้มกว้าง "เจ้าพวกตัวแสบ ตื่นตัวกันหน่อย วอร์มอัพร่างกาย เริ่มได้"

ต้าซือกำหมัดเงียบๆ ตั้งท่า แล้วออกวิ่งเหยาะๆ อย่างไม่รีบร้อน

จริงๆ แล้ว การฝึกความอึดรอบนี้ เป็นบททดสอบใหญ่สำหรับเขาเหมือนกัน ถ้าตามเด็กๆ ไม่ทัน คงขายหน้าแย่

เดิมทีฟู่หลันเต๋อบอกว่าจะพาเขาไปด้วย แต่ต้าซือหยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่ยอมรับความช่วยเหลือ ยืนกรานจะวิ่งเอง

"ฮ่าๆ งั้นก็วิ่งกันเลย!" ไต้มู่ไป๋หัวเราะลั่น ตามหลังจ้าวอู๋จี๋ไปเป็นคนแรก

จากนั้น ถังซาน หม่าหงจวิ้น ออสการ์ และคนอื่นๆ ก็ทยอยออกวิ่งตามไป

หูจิ่วยิ้มบางๆ วิ่งเหยาะๆ เคียงคู่ไปกับเสี่ยวอู่

ด้วยสมรรถภาพร่างกายตอนนี้ การวิ่งแค่นี้ไร้ผลสำหรับเขา ต่อให้วิ่งวันรุ่งคืนค่ำก็ไม่หอบ

กายาคงกระพันขั้นเจ็ด แข็งแกร่งขนาดนั้นแหละ

นี่ขนาดไม่ได้เดินพลังกายาคงกระพันนะ แค่ความแข็งแกร่งพื้นฐานที่ได้จากการฝึกก็เหลือเฟือแล้ว

ในบรรดาทุกคน หนิงหรงหรงที่มีระดับพลังวิญญาณต่ำสุด ร่างกายก็อ่อนแอที่สุด

แต่นางก็ไม่ใช่คนโง่ ทักษะวิญญาณที่สองเพิ่มความเร็ว 30% ทำให้วิ่งได้ไม่ช้าเลย แซงหน้าออสการ์ไปเทียบเท่าหม่าหงจวิ้นได้สบาย

"เจ้าม้าน้อย ไม่ไหวเลยนะ ออสการ์เป็นสายอาหารก็ช่างเถอะ แต่เจ้าเป็นสายโจมตีหนักดันวิ่งแพ้สายสนับสนุน ต่อไปออกไปข้างนอกอย่าไปบอกใครเชียวนะว่าเป็นลูกน้องข้า" หูจิ่วเห็นภาพนั้นก็อดแขวะหม่าหงจวิ้นไม่ได้

"ใช่ๆ ขนาดผู้หญิงสายสนับสนุนยังวิ่งแพ้ เจ้าอ้วน เจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่ไหม!" เสี่ยวอู่โหดกว่า เล่นงานที่ตัวบุคคลเลย

"อ๊าก! ใครบอกว่าข้าวิ่งแพ้ ข้าต่อให้นางต่างหากเล่า" หม่าหงจวิ้นหน้าแดงก่ำ ตะโกนลั่นด้วยความโกรธ เร่งฝีเท้าสลัดหนิงหรงหรงทิ้งไปไกลในพริบตา

"ไอ้อ้วนบ้า ใครขอให้เจ้าต่อให้ ฝากไว้ก่อนเถอะ คอยดูข้าจะจัดการเจ้ายังไง" หนิงหรงหรงมองตามหลังหม่าหงจวิ้นตาเขียวปัด แล้วไม่ลืมหันมาค้อนหูจิ่วตัวต้นเรื่องด้วย

"ฮ่าๆ!" หูจิ่วขำกับสายตาหนิงหรงหรง ขนาดค้อนตายังดูมีจริตจะก้าน สมกับที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีจากตระกูลใหญ่

ทางด้านไต้มู่ไป๋ วิ่งไปวิ่งมาก็เริ่มเบนเข็มเข้าหาจูจู๋ชิง

แต่จูจู๋ชิงไม่แม้แต่จะมอง ขยับตัวหนีไปวิ่งข้างหน้ากับเสี่ยวอู่เงียบๆ

เสี่ยวอู่กระพริบตาปริบๆ หมายความว่าไง จะมาแย่งผู้ชายข้าอีกแล้ว?

เห็นดังนั้น เสี่ยวอู่เลยเนียนสลับตำแหน่งกับถังซาน แถมยังแอบผลักเขาเบาๆ ส่งไปทางจูจู๋ชิง

ยังไม่ทันเข้าใกล้จูจู๋ชิง ถังซานก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต รีบลูบแขนตัวเองแล้วถอยฉากมาวิ่งข้างหูจิ่วเงียบๆ

ส่วนออสการ์ที่รั้งท้าย มองแผ่นหลังหนิงหรงหรงด้วยความเคลิบเคลิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหล

"ข้าไม่ไหวแล้ว ไม่วิ่งแล้ว!" หนึ่งชั่วโมงผ่านไป หนิงหรงหรงหยุดวิ่งด้วยความโมโห ไม่สนความสกปรก นั่งแปะลงบนก้อนหินข้างทาง

หูหูจิ่วกระดิกเบาๆ ชิงตัดหน้าออสการ์ ใช้วิชาเคลื่อนย้ายพริบตามาโผล่ตรงหน้าหนิงหรงหรง

ควักหัวไชเท้าสีขาวออกมา ร้องเรียกลูกค้า

"ขายหัวไชเท้าจ้า หัวไชเท้ากรอบอร่อย ฟื้นฟูพละกำลัง ขจัดสถานะผิดปกติ รักษาอาการบาดเจ็บจ้า!"

"เอามา ข้าจะกิน!" หนิงหรงหรงค้อนขวับ ยื่นมือเล็กๆ ออกมา

"เฮ่ๆ ห้าเหรียญทองครับ" หูจิ่วยิ้มแฉ่ง ยื่นหัวไชเท้าให้

"ฮึ! พ่อค้าหน้าเลือด!" หนิงหรงหรงคว้าหัวไชเท้าไปกัดเต็มแรงด้วยความแค้น ราวกับเห็นหัวไชเท้าเป็นตัวหูจิ่ว

"อึ๋ย!" หูจิ่วหนีบขา รู้สึกหวิวๆ ช่วงล่างชอบกล

"เอ๊ะ หัวไชเท้าเจ้านี่ฟื้นฟูดีใช้ได้เลยนี่!" พอกินเข้าไป หนิงหรงหรงรู้สึกว่าหัวไชเท้ากลายเป็นกระแสอุ่นวนเวียนทั่วร่าง ขาที่เมื่อยล้ากลับมามีแรงทันที

"แน่นอน ข้าเป็นวิญญาณจารย์สายอาหาร การฟื้นฟูคืองานถนัดของข้า" หูจิ่วเชิดหน้าอย่างภูมิใจ

"รงรง ข้าก็เป็นสายอาหารนะ ไส้กรอกข้าก็ฟื้นฟูได้ แถมถูกกว่าด้วย" ออสการ์มองหูจิ่วด้วยสายตาตัดพ้อ แล้วหันไปทำคะแนนกับหนิงหรงหรง

"ไปไกลๆ เลย เก็บไส้กรอกยักษ์ของเจ้าไว้กินเองเถอะ เรื่องคราวที่แล้วข้ายังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ ระวังตัวไว้" หนิงหรงหรงถลึงตาใส่ออสการ์อย่างดุเดือด ก็ไอ้หมอนี่แหละที่ทำให้นางขายหน้าประชาชี

"ออสการ์ เขาไปกันไกลแล้ว เจ้ายังไม่รีบวิ่งอีก เดี๋ยวก็ตามไม่ทันหรอก" หูจิ่วหวังดีเตือนสติ

"หา! แย่แล้ว!" ออสการ์ที่กำลังหน้าแตก รีบเงยหน้ามอง แป๊บเดียวกลุ่มใหญ่ทิ้งห่างจนไม่เห็นฝุ่น

ไม่สนอะไรแล้ว เขาร้องลั่นแล้วสับตีนแตกวิ่งตามไป

"ไง ไม่อยากวิ่งแล้วเหรอ?" หูจิ่วมองตามหลังออสการ์ไป แล้วหันมายิ้มถามหนิงหรงหรง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 110 - ช่วยเหลือหนิงหรงหรง

คัดลอกลิงก์แล้ว