- หน้าแรก
- คนอื่นฝึกแทบตาย ส่วนผมนอนสบายๆ ก็เป็นเทพ
- บทที่ 32 - วันที่ไม่มีเสี่ยวอู่
บทที่ 32 - วันที่ไม่มีเสี่ยวอู่
บทที่ 32 - วันที่ไม่มีเสี่ยวอู่
บทที่ 32 - วันที่ไม่มีเสี่ยวอู่
"เอาก็เอา ถือว่าพวกนายโชคดี ด้วยพลังวิญญาณของฉันตอนนี้ ต่อให้ต้องสร้างทั้งวันก็สนองพวกนายได้ ขอแค่จ่ายเงินมา"
หูจิ่วพยักหน้า มีเงินไม่เก็บก็โง่แล้ว ด้วยระดับมหาวิญญาณจารย์เลเวลยี่สิบ เขาสร้างหัวไชเท้าได้ครั้งละเกือบร้อยแท่ง วันนึงทำสักพันแท่งก็ไม่ใช่ปัญหา
เรื่องหาเงินไว จะมีใครเกินสายอาหารอีกมั้ย?
ถ้าไม่กลัวว่าเด่นเกินไปจะเป็นภัย เขาคงขยายฐานลูกค้าไปนานแล้ว
"มีเงินครับ พวกเรามีเงิน" เซียวเฉินอวี่ควักถุงทองออกมา ยัดใส่มือหูจิ่วทันที
"พวกเราก็มี นี่ส่วนของผม"
หลิวหลงกับหลิงเฟิงก็ไม่ยอมน้อยหน้า ควักถุงเงินออกมาบ้าง
แม้จะเจ็บปวดกระเป๋าตังค์ไปหน่อย แต่เพื่อความเร็วในการฝึกฝน พวกเขายอม
อีกอย่าง สามคนนี้เป็นลูกเศรษฐี แค่ซื้อหัวไชเท้าขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
"โอเค คนละสามสิบแท่ง หมดแล้วค่อยมาหาใหม่"
รับเงินแล้วก็ทำงาน หูจิ่วเสกหัวไชเท้าออกมาทีเดียวร้อยแท่ง ส่วนที่เกินถือว่าเป็นของแถม
ยังไงหัวไชเท้าเขาก็ไม่มีต้นทุน แค่เสียพลังวิญญาณนิดหน่อย พักเดี๋ยวเดียวก็ฟื้น
กว่าแก๊งเซียวเฉินอวี่จะกราบกรานขอบคุณและจากไป เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงค่ำ
ในหอพัก หวังเซิ่งและคนอื่นๆ เลิกเรียนกลับมาแล้ว
พอเจอกันก็ทักทายพูดคุยตามประสา
ในหอเจ็ดของนักเรียนทุนทำงาน หูจิ่วมีสถานะพิเศษ
คนพวกนี้ตอนนี้เป็นลูกน้องเสี่ยวอู่กันหมด และเขากับเสี่ยวอู่ก็สนิทกัน แถมพลังต่อสู้เขาก็ไม่ธรรมดา เลยมีมาดเหมือน 'รองหัวหน้าแก๊ง' กลายๆ
อืม จะเรียกว่าเกาะบารมีเมีย... เอ้ย เกาะบารมีเสี่ยวอู่กินก็ได้
เฮ้อ ชีวิตแมงดาช่างสุขขี!
......
วันรุ่งขึ้น เสี่ยวอู่เดินทำหน้าตาน่าสงสารมาหาเขา
"เสี่ยวจิ่ว ฉันต้องออกไปล่าวงแหวนแล้ว ครั้งนี้น่าจะไปนานครึ่งค่อนเดือน นายคงไม่อยากให้ฉันหิวใช่มั้ย รีบส่งหัวไชเท้ามาซะดีๆ!"
"ทำไมไปนานจัง เธอกินจุขนาดนี้ ต่อให้พกไปเยอะแค่ไหนก็คงอยู่ได้ไม่นานหรอก"
เจ้ากระต่ายน้อยนี่จริงๆ เลย ทั้งที่สร้างวงแหวนเองได้แท้ๆ ใช้เวลาแค่วันเดียว หาข้ออ้างมั่วๆ ก็ได้แล้ว ทำไมต้องหายไปนานขนาดนี้
ทันใดนั้น หูจิ่วก็พบว่าตัวเองเริ่มอาลัยอาวรณ์ซะแล้ว
"งั้นให้ฉันไปด้วยดีมั้ย! มีฉันไปด้วย เธออยากกินเท่าไหร่ก็ได้ กินให้พุงแตกไปเลย"
ความคิดแล่นปรู๊ด หูจิ่วลองหยั่งเชิงดู
ชัดเจนว่าครั้งนี้เสี่ยวอู่ต้องกลับป่าซิงโต่วแน่ๆ
ถ้าเสี่ยวอู่ยอมให้เขาไปด้วย เขาก็จะได้ 'บังเอิญ' ล่วงรู้ความลับของเธออย่างสมเหตุสมผล
พอเสี่ยวอู่สารภาพ เขาก็จะแสดงความป๋า บอกว่าไม่รังเกียจฐานะของเธอ แบบนี้ความสัมพันธ์คงก้าวหน้าไปอีกขั้น?
น่าเสียดาย แม้แผนจะดี แต่เสี่ยวอู่ไม่เล่นด้วย
เธอทำหน้าลำบากใจมองหูจิ่ว "ไม่ได้หรอกเสี่ยวจิ่ว ครั้งนี้ฉันกลับบ้านไปให้ญาติๆ ช่วยล่าสัตว์วิญญาณ พวกเขาไม่ชอบเจอคนแปลกหน้า ฉันกลัวว่าถ้าพวกเขาเห็นนายจะโกรธเอา"
นั่นไง แผนเปิดตัวลูกเขยล่มสลาย
หูจิ่วไม่ได้ตื๊อมากนัก พูดตามตรง ให้ไปเจอต้าหมิงเอ้อร์หมิงตอนนี้ เขาก็แอบสั่นสู้เหมือนกัน...
"งั้นก็ได้ รอแป๊บนะ เดี๋ยวฉันทำหัวไชเท้าให้เยอะๆ เลย กินประหยัดๆ หน่อยล่ะ!"
......
เสี่ยวอู่ไปแล้ว
พอไม่มีเสี่ยวอู่อยู่ข้างกาย เขารู้สึกไม่ชินอย่างแรง
ครึ่งปีมานี้ตัวติดกันตลอด จู่ๆ เสียงเจื้อยแจ้วข้างหูก็หายไป ใจมันเลยโหวงๆ
แต่สีหน้าอาลัยอาวรณ์ของเสี่ยวอู่ตอนจากไป ก็ทำให้หูจิ่วแอบฟินในใจ
ดูท่า ในใจเสี่ยวอู่เขาก็มีตัวตนไม่น้อยเหมือนกัน
สมแล้วที่เป็นโควตานักเรียนทุนหมู่บ้านเซิ่งหุน มีสวัสดิการแถมเป็นกระต่ายสาว...
ผ่านคาบเรียนช่วงเช้าอันน่าเบื่อหน่าย หูจิ่วก็นัดเจอถังซาน
"เสี่ยวซาน มาดวลกันหน่อย ไม่ได้สู้กันนานแล้ว!"
ตลอดมา หูจิ่วไม่ค่อยสนใจการต่อสู้ เขาเน้นแค่การบดขยี้ฝ่ายเดียว
คำท้าสู้ของถังซานหลายครั้งถูกเขาปฏิเสธ
มีเวลาว่าง เอาไปเที่ยวเล่นกับเสี่ยวอู่ไม่ดีกว่าเหรอ?
แต่ตอนนี้เสี่ยวอู่ไม่อยู่ เพื่อแก้เบื่อและเพื่อพัฒนาฝีมือ หูจิ่วเลยเป็นฝ่ายชวน
"นายจะสู้กับฉัน?" ถังซานมองเขาอย่างประหลาดใจ
สายตาเหมือนจะถามว่า สมองนายเพี้ยนไปแล้วเหรอ
"เสี่ยวซาน ฉันขอเตือนนะ อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น! ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เกรงใจ" หูจิ่วทำท่าโมโห
ในใจหมายมั่นปั้นมือ เดี๋ยวจะทุบถังซานให้หนัก เอาให้ลุกไม่ขึ้นสักครึ่งวัน
"โอเคๆ ฉันผิดเอง" เห็นหูจิ่วของขึ้น ถังซานก็ยอมรับผิดแต่โดยดี "แต่เสี่ยวจิ่ว นายรู้มั้ยว่าตอนนี้ฉันเลเวลเท่าไหร่?"
เจอคำถามนี้ หูจิ่วชะงักไปนิด นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ถังซานบอกว่าจะไปล่าวงแหวนกับต้าซือและผร. คำนวณเวลาแล้ว ดูเหมือนจะได้วงแหวนที่สองก่อนเขาซะอีก
"นี่..." ลองสัมผัสพลังวิญญาณในตัวถังซาน พบว่าเพิ่มขึ้นมากจริงๆ เลเวลยี่สิบเอ็ด เกือบจะยี่สิบสองแล้ว
"สู้ดิ กลัวที่ไหน เดี๋ยวจะทุบให้นายหาฟันไม่เจอเลยคอยดู" หูจิ่วกัดฟันกรอด จะสู้ได้ไม่ได้ก็ต้องลองดูก่อน
จำได้ว่าทักษะที่สองของถังซานคือ 'กาฝาก' ด้วยทักษะควบคุมพลังวิญญาณระดับหกของเขา การคลุมร่างกายด้วยชั้นพลังวิญญาณเป็นเรื่องพื้นๆ
ดังนั้น ถ้าเตรียมตัวดีๆ ทักษะที่สองของถังซานก็ไร้ประโยชน์
"ฮ่าๆ งั้นก็จัดมา! เสี่ยวจิ่ว แพ้แล้วอย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งนะ!" ถังซานหัวเราะร่า
ลึกๆ แล้ว ถังซานเองก็ไม่ค่อยยอมรับความพ่ายแพ้ เพลงค้อนวายุสะบั้นฝึกมาเหมือนกัน หูจิ่วบรรลุขั้นปรมาจารย์ไปแล้ว แต่เขายังทำคอมโบแปดสิบเอ็ดค้อนไม่ได้เลย
ไหนจะการควบคุมพลังวิญญาณ ฝึกมาพร้อมกัน หูจิ่วควบคุมได้ละเอียดระดับไมโคร ส่วนเขาเพิ่งจะเดินบนน้ำได้
ถ้าแค่นี้ยังพอทน เพราะพรสวรรค์แต่ละคนไม่เหมือนกัน ถังซานไม่ใช่คนแพ้ไม่เป็น
แต่ช่วยดูตารางฝึกของทั้งคู่หน่อยเถอะ
ถังซานแทบไม่มีเวลาเล่น ฝึกหนักหามรุ่งหามค่ำ ทุกวินาทีมีค่า
ส่วนหูจิ่ว วันๆ เอาแต่จู๋จี๋กับเสี่ยวอู่ ไม่เห็นจะฝึกอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
เจอแบบนี้เข้าไป จะให้ถังซานยอมรับได้ยังไง
หรือว่าหูจิ่วเป็นลูกรักพระเจ้า ส่วนเขาเป็นลูกเมียน้อย?
ข้าไม่ใช่คนที่มีพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิดเรอะ! หรือว่าจำผิด จริงๆ แล้วเสี่ยวจิ่วต่างหากที่เป็นพลังวิญญาณสมบูรณ์แต่กำเนิด! ถังซานสับสน!
......
เนินเขาหลังโรงเรียน
หูจิ่วและถังซานยืนประจันหน้ากัน
คนหนึ่งเอามือไพล่หลัง อีกคนกำค้อนแน่น
ราวกับยอดยุทธ์สองคนกำลังจะดวลเดือด
มาดให้สุดๆ!
"เสี่ยวจิ่ว พอเถอะ! ยืนเก๊กมาตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่จะบุก!" ถังซานเริ่มหมดความอดทน
"กา กา กา!"
อีกาบินผ่าน เหมือนจะเยาะเย้ยความติ๊งต๊องของทั้งคู่
"รีบร้อนอะไร วัยรุ่นต้องรู้จักใจเย็นๆ สิ" หูจิ่วพูดเนิบๆ
แต่ในมือกลับเหวี่ยงค้อนหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว เพลงค้อนวายุสะบั้น เริ่มทำงานแล้ว!
(จบแล้ว)