- หน้าแรก
- คนอื่นฝึกแทบตาย ส่วนผมนอนสบายๆ ก็เป็นเทพ
- บทที่ 1 - ปลุกวิญญาณยุทธ์
บทที่ 1 - ปลุกวิญญาณยุทธ์
บทที่ 1 - ปลุกวิญญาณยุทธ์
บทที่ 1 - ปลุกวิญญาณยุทธ์
หมู่บ้านเซิ่งหุน
สำนักวิญญาณยุทธ์
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่มีความเย่อหยิ่งจางๆ บนใบหน้ากำลังทำพิธีปลุกวิญญาณยุทธ์ให้กับกลุ่มเด็กน้อย
"วิญญาณยุทธ์ของเจ้าคือหัวไชเท้า"
"พลังวิญญาณแต่กำเนิดระดับสอง"
"หัวไชเท้า... หึ ก็ไม่เลว เดินทางมาตั้งหลายหมู่บ้าน ในที่สุดก็เจอเด็กที่มีพลังวิญญาณเสียที"
ซู่หยุนเทายิ้มบางๆ ขณะมองเด็กชายตรงหน้าชื่อ 'หูจิ่ว' ถึงแม้มันจะเป็นวิญญาณยุทธ์ขยะที่ดูไร้ประโยชน์ แต่ขอแค่มีพลังวิญญาณก็สามารถฝึกฝนได้ หากพยายามมากพอก็ยังมีโอกาสกลายเป็นวิญญาณจารย์
"ขอบคุณครับท่านวิญญาณจารย์!" หูจิ่วโค้งคำนับด้วยความเคารพ ในใจลิงโลดด้วยความยินดีเล็กๆ
เขาข้ามมิติมายังโลกนี้ได้สามเดือนแล้ว ตั้งแต่รู้ว่าที่นี่คือทวีปโต้วหลัว เขาก็กินไม่ได้นอนไม่หลับทุกวัน กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ไร้พลังวิญญาณ พลังวิญญาณระดับสองแม้จะไม่สูงส่ง แต่ขอแค่ฝึกได้ก็พอ ส่วนที่เหลือ... ก็ต้องพึ่ง 'ตัวช่วย' แล้วล่ะ
ในฐานะผู้ข้ามมิติ จะขาดของวิเศษโกงๆ แบบนั้นไปได้ยังไงกัน!
หลังจากถอยกลับมายืนข้างๆ หูจิ่วก็เริ่มสงสัย ตามบทแล้วพี่ชายซู่หยุนเทาคนนี้เวลาเจอใครมีพลังวิญญาณมักจะชักชวนเข้าสำนักวิญญาณยุทธ์ไม่ใช่เหรอ? ทำไมกับเขาถึงได้เฉยชานักล่ะ?
ทำไมไม่ชวนข้า?
รังเกียจเหรอ?
ต้องรังเกียจแน่ๆ!
พลังวิญญาณระดับสองแล้วมันทำไม! ตัวท่านเองก็พลังวิญญาณระดับสองเหมือนกันไม่ใช่รึไง!
แค่เป็นวิญญาณยุทธ์สัตว์ป่า แล้วจะมาดูถูกวิญญาณยุทธ์เครื่องมือหรือไงฮะ?
"สมฉายามหาปราชญ์ตาบอด ตาถั่วจริงๆ!" หูจิ่วแอบบ่นอุบอิบในใจขณะมองซู่หยุนเทาที่กำลังทำพิธีให้เด็กคนสุดท้าย
ไม่ต้องบอกก็รู้ เด็กคนสุดท้ายนั่นต้องเป็นพระเอกแน่นอน ตามสูตรแล้วตัวละครสำคัญมักจะออกมาปิดท้ายเสมอ
และพระเอกของโลกนี้ก็คือ 'ถังซาน' ผู้มีวิญญาณยุทธ์คู่และพลังวิญญาณเต็มขั้นแต่กำเนิดระดับสิบ
ในขณะนั้นเอง พิธีปลุกวิญญาณของถังซานก็มาถึงจุดสำคัญ หญ้าเงินครามต้นเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนมือซ้ายของเขา ในขณะเดียวกัน หูจิ่วก็สังเกตเห็นว่ามือขวาของถังซานกำแน่น นั่นคงเป็นค้อนเฮ่าเทียนอันเลื่องชื่อสินนะ!
เสียดายที่เจ้าหนู่นั่นซ่อนมิดชิดเกินไป หูจิ่วเลยอดเห็นรูปร่างของค้อนเฮ่าเทียนเลย
การปลุกวิญญาณของถังซานดูอลังการมาก จุดแสงสีทองในค่ายกลมีมากกว่าคนอื่น ซู่หยุนเทาตาเป็นประกายทันที เขาคิดว่าตัวเองค้นเจออัจฉริยะเข้าให้แล้ว
แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าดันเป็นหญ้าเงินคราม
"วิญญาณยุทธ์ขยะอีกแล้ว... เอาล่ะ พวกเจ้าออกไปได้แล้ว" ซู่หยุนเทาถอนหายใจ โบกมือไล่อย่างผิดหวัง
ยิ่งคาดหวังมากก็ยิ่งผิดหวังมาก พอเห็นถังซานปลุกได้หญ้าเงินคราม ซู่หยุนเทาก็หมดอารมณ์จะทดสอบพลังวิญญาณต่อ
"ท่านน้า ท่านยังไม่ได้ทดสอบพลังวิญญาณให้ข้าเลยนะครับ!" ถังซานผู้ไม่รู้อาย เอ่ยปากขอรับการทดสอบด้วยสีหน้าจริงจัง
ซู่หยุนเทาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ตอบอย่างรำคาญว่า "ไม่ต้องทดสอบหรอก ข้าไม่เคยเห็นใครที่มีวิญญาณยุทธ์ขยะอย่างหญ้าเงินครามแล้วจะมีพลังวิญญาณสักคน"
"ให้ข้าลองเถอะครับ ท่านน้า!" ถังซานยังคงยืนกราน
สุดท้ายซู่หยุนเทาก็ทนลูกตื๊อไม่ไหว ยอมทดสอบให้
"อะไรนะ... พลังวิญญาณเต็มขั้นแต่กำเนิด!!"
พี่ชายซู่ช็อกตาตั้ง
แล้วเขาก็กลับเข้าสู่โหมดตาถั่วอีกครั้ง
"น่าเสียดาย... น่าเสียดายจริงๆ พลังวิญญาณเต็มขั้นดันไปอยู่กับหญ้าเงินคราม วิญญาณยุทธ์ขยะแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร!"
ในสายตาของเขา นอกจากวิญญาณยุทธ์สัตว์ป่าและอาวุธแล้ว อย่างอื่นล้วนเป็นขยะทั้งสิ้น
หลังจากทดสอบถังซานเสร็จ ซู่หยุนเทาก็เดินออกจากกระท่อมไม้ไปดื้อๆ ทิ้งให้เด็กๆ ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
พอซู่หยุนเทาไปแล้ว หูจิ่วก็ถูกเด็กคนอื่นรุมล้อมทันที ในฐานะหลานชายของผู้เฒ่าแจ็ค หัวหน้าหมู่บ้าน แถมยังปลุกวิญญาณยุทธ์ได้อีก เขาจึงกลายเป็นคนเก่งในสายตาเด็กๆ ไปโดยปริยาย
"เอาล่ะๆ อย่ามุงกัน ท่านปู่รออยู่ข้างนอก ออกไปกันเถอะ" หูจิ่วโบกมือยิ้มๆ เขาไม่มีอารมณ์มาเล่นกับเด็กพวกนี้หรอก
เขาสบตากับถังซานแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินนำออกจากสิ่งที่เรียกว่าสำนักวิญญาณยุทธ์แห่งนี้
ปลุกวิญญาณสำเร็จแล้ว เขาต้องกลับไปวางแผนชีวิตเสียหน่อย
วิญญาณยุทธ์หัวไชเท้า... จะพัฒนายังไงต่อดีนะ
ภายนอกสำนักวิญญาณยุทธ์ ผู้เฒ่าแจ็คมองหูจิ่วที่เดินนำออกมาด้วยสายตาคาดหวัง ในมือของหลานชายมีใบรับรองจากซู่หยุนเทา ชื่อแรกบนกระดาษแผ่นนั้นคือชื่อของหูจิ่ว
หูจิ่วคือหลานชายตัวน้อยของเขา รอคอยมาเนิ่นนาน ในที่สุดหมู่บ้านก็มีวิญญาณจารย์อีกครั้ง แถมยังเป็นหลานแท้ๆ ของเขาอีก จะไม่ให้ดีใจได้ยังไง
"เสี่ยวจิ่ว ให้ปู่ดูหน่อย เจ้าจะเป็นวิญญาณจารย์ได้จริงๆ เหรอ?" หูจิ่วยังเดินไม่ถึงตัว ผู้เฒ่าแจ็คก็ปรี่เข้ามาถามด้วยความตื่นเต้น
"ครับปู่ ข้าปลุกพลังได้แล้ว ดูสิ!" หูจิ่วแบมือขวา หัวไชเท้าขนาดจิ๋วปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ
"ดี! ดีมาก! ดีจริงๆ!" ผู้เฒ่าแจ็คกุมมือหลานชายแน่น พูดอะไรไม่ออกด้วยความตื้นตัน
ผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้เฒ่าแจ็คถึงไล่เด็กคนอื่นกลับบ้าน แล้วจูงมือหูจิ่วเดินไปส่งถังซานด้วยกัน
ระหว่างทาง ผู้เฒ่าแจ็คก็ได้รู้ว่าถังซานปลุกได้หญ้าเงินคราม และเป็นเด็กที่มีพลังวิญญาณเต็มขั้น
"เสี่ยวซาน เจ้าอยากไปเรียนวิธีฝึกฝนที่โรงเรียนวิญญาณจารย์ไหม? ที่นั่นมีแต่วิชาความรู้ที่ถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับวิญญาณยุทธ์นะ"
"ปู่แจ็ค เรื่องนี้ข้าต้องถามท่านพ่อก่อนครับ!" ถังซานที่เดินอยู่ขวามือตอบกลับ
'เจ้าเด็กนี่ ขี้ระแวงชะมัด'
หูจิ่วแอบนินทาถังซานในใจ
เขากับถังซานไม่ได้สนิทกันมาก สามเดือนที่ผ่านมาเขามัวแต่ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตใหม่ แทบไม่มีเวลาไปสุงสิงกับถังซานเลย
"ได้ งั้นเจ้ากลับไปปรึกษาพ่อเจ้าก่อนเถอะ" ผู้เฒ่าแจ็คก็ถามไปตามมารยาท จริงๆ ในใจแกตัดสินใจยกโควตานักเรียนทุนทำงานแลกเรียนของหมู่บ้านให้หลานชายตัวเองไปแล้ว
ถึงที่บ้านจะพอมีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน แต่ถ้าเรียนฟรีได้ ทำไมต้องจ่ายเองล่ะ? เอาเงินส่วนนั้นมาซื้อของดีๆ ให้เสี่ยวจิ่วกินไม่ดีกว่าเหรอ!
ไม่นาน ทั้งสามก็มาถึงร้านตีเหล็ก
พอเจอหน้าถังเฮ่า ผู้เฒ่าแจ็คก็เปิดฉากด่าทันที
แกโกรธที่พ่อประสาอะไรปล่อยให้ลูกอดมื้อกินมื้อ ผู้ชายแบบนี้ผู้เฒ่าแจ็คไม่ขอเสวนาด้วย
หูจิ่วดูปู่ตัวเองยืนด่าตำนานอย่างถังเฮ่าปาวๆ แล้วก็ได้แต่ปาดเหงื่อแทน
นั่นมันราชทินนามพรหมยุทธ์เชียวนะ! คนที่กล้ายืนชี้หน้าด่ายอดฝีมือระดับนี้ได้ ทั้งโลกคงมีแต่ปู่แจ็คนี่แหละ...
เถียงกันสักพัก ผู้เฒ่าแจ็คก็โมโหเดินหนีออกมา
ระหว่างเดินกลับบ้าน แกยังบ่นกระปอดกระแปดด่าถังเฮ่าไม่หยุด กว่าจะอารมณ์เย็นลงได้ก็พักใหญ่
"เสี่ยวจิ่ว เดี๋ยวกลับบ้านกับปู่ ปู่มีของดีจะให้" ผู้เฒ่าแจ็คกระซิบทำท่าลึกลับ
"ของอะไรเหรอครับปู่?"
"ตามมาเถอะน่า เดี๋ยวก็รู้" ผู้เฒ่าแจ็คยิ้มกริ่ม ไม่ยอมบอก
โชคดีที่บ้านอยู่ไม่ไกล เดินไม่กี่นาทีก็ถึง
พอถึงบ้าน ผู้เฒ่าแจ็คก็ประคองกล่องไม้สีดำออกมาอย่างทะนุถนอมราวกับสมบัติล้ำค่า
"เสี่ยวจิ่ว เจ้ารู้ไหมทำไมหมู่บ้านเราถึงชื่อหมู่บ้านเซิ่งหุน?" ใบหน้าของผู้เฒ่าแจ็คเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและแววตาเทิดทูน
หูจิ่วงงๆ ว่าปู่จะถามทำไม แต่ก็ตอบไปว่า "รู้ครับปู่ เพราะหมู่บ้านเราเคยมีท่านมหาปราชญ์วิญญาณถือกำเนิดขึ้น ก็เลยชื่อหมู่บ้านเซิ่งหุน (วิญญาณศักดิ์สิทธิ์)"
"ฮ่าๆๆ งั้นปู่จะบอกความลับให้ ท่านมหาปราชญ์วิญญาณคนนั้นน่ะ จริงๆ แล้วคือทวดของปู่เอง!" ผู้เฒ่าแจ็คชี้ไปที่กล่องดำบนโต๊ะด้วยความภูมิใจ "และนี่ก็คือสมบัติที่ท่านทวดทิ้งไว้ให้!"
"โห! สุดยอดไปเลย!" หูจิ่วทำตาโตแกล้งตกใจ สีหน้าของเขาทำให้ผู้เฒ่าแจ็คยิ่งยืดอกภูมิใจหนักเข้าไปอีก
ผู้เฒ่าแจ็คค่อยๆ เปิดกล่องดำ หยิบสมุดเก่าคร่ำครึสองเล่มออกมาอย่างเบามือ
"เสี่ยวจิ่วดูสิ นี่คือคัมภีร์ฝึกวิชาที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ ช่วงนี้เจ้าเรียนวิชากับปู่ไปก่อน พอเจ้าเรียนสำเร็จแล้ว ปู่จะพาเจ้าไปเข้าโรงเรียนวิญญาณจารย์ขั้นต้นที่เมืองนั่วติง"
พอได้ยินว่ามีคัมภีร์ของมหาปราชญ์วิญญาณ หูจิ่วก็ลอบถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดระบบโกงของเขาก็จะได้ใช้งานสักที แต่ไม่นานเขาก็ต้องสะดุดหูกับอีกประโยค
"โรงเรียนวิญญาณจารย์?"
"ใช่ ปีนี้หมู่บ้านเรามีโควตานักเรียนทุนทำงานแลกเรียนอยู่หนึ่งที่ ปู่จะยกให้เจ้า ได้ไปเรียนในโรงเรียน"
"เยี่ยม! เยี่ยมไปเลย! ข้าอยากไปโรงเรียน!" หูจิ่วตาเป็นประกายวาววับ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนหนังสือธรรมดาๆ
แต่มันหมายถึง 'เสี่ยวอู่'!
โควตานี้ มันมีค่าเท่ากับตั๋วแลกคู่หมั้นชัดๆ!
[จบแล้ว]