เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: นิสัยค่อนข้างเชื่อง เหยียบคนตายแล้วก็จากไป

บทที่ 30: นิสัยค่อนข้างเชื่อง เหยียบคนตายแล้วก็จากไป

บทที่ 30: นิสัยค่อนข้างเชื่อง เหยียบคนตายแล้วก็จากไป


บทที่ 30: นิสัยค่อนข้างเชื่อง เหยียบคนตายแล้วก็จากไป

มีเส้นทางให้เลือกทั้งหมดแปดเส้นทาง หลังจากตกลงเลือกได้หนึ่งเส้นทาง ทั้งสามคนก็เริ่มออกเดินทาง

หลังจากเดินไปได้ประมาณสิบนาที กลุ่มของพวกเขาก็เจอกับฝูงวัวทมิฬ

พวกมันอยู่รวมกันอย่างหนาแน่น กำลังเล็มหญ้าอยู่ในทุ่งกว้าง

ถึงตรงนี้ ซูซูก็งัดความรู้ในตำราเรียนเกี่ยวกับวัวทมิฬออกมาสาธยาย:

"เมื่อเทียบกับสัตว์กลายพันธุ์ชนิดอื่น วัวทมิฬถือว่ามีนิสัยค่อนข้างเชื่อง ปกติเวลาเห็นมนุษย์ พวกมันจะพุ่งเข้ามาเหยียบให้ตายจนกลายเป็นกองเนื้อบด แล้วก็เดินจากไป พวกมันไม่กินคน!"

ชุนเซิงหันไปหาซูซู "แล้วเราจะเอายังไง? วิ่งเข้าไปฆ่าเลยไหม?"

ซูซูตอบ "ถ้าเราวิ่งเข้าไป อย่างมากไม่กี่วินาทีเราคงกลายเป็นกองเนื้อบดสามกอง! ฉันว่าวิธีนี้เวิร์ค! ลุยเลย!"

หวังอวี่เซียนถึงกับพูดไม่ออก "เรามาจัดการทีละตัวดีกว่าไหม! ยืนอยู่ห่างๆ ให้ซูซูใช้พลังดึงพวกมันมา แล้วเราก็รุมฆ่า!"

"ด้วยพลังพิเศษของซูซู เราไม่ต้องเสียเวลาไปล่อแล้วรับดาเมจเหมือนทีมอื่น พอฝูงสัตว์กลายพันธุ์พุ่งเข้ามา เราก็แค่วิ่งหนี แล้วฆ่าพวกมันไปพร้อมๆ กับตอนวิ่งหนีนั่นแหละ!"

ประสิทธิภาพแบบนี้สูงกว่าทีมอื่นไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

นี่คือเหตุผลที่ชุนเซิงและหวังอวี่เซียนทุ่มเทอย่างหนักเพื่อตามหาซูซู พลังของเขาคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด

ไม่อย่างนั้น ทั้งสองคนคงต้องหาคนเพิ่มอีกสองคนเพื่อตั้งทีม แล้วก็คงฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ทั่วไปได้แค่ไม่กี่ตัวอย่างทุลักทุเล

"งั้นรีบจัดการพวกมันกันเถอะ!" จู่ๆ ซูซูก็พูดขึ้น แล้วเหวี่ยงวัวทมิฬตัวหนึ่งไปทางหวังอวี่เซียน

ที่บอกว่า 'เหวี่ยง' จริงๆ แล้วเหมือนเป็นการผลักมากกว่า เพราะวัวทมิฬตัวนั้นอ่อนระทวยไปทั้งตัว ซูซูเลยผลักมันไปได้สบายๆ

หวังอวี่เซียนคาดไม่ถึงว่าซูซูจะลงมือรวดเร็วและเด็ดขาดขนาดนี้ เธอตกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบเรียกหอกดอกสาลี่ออกมาแล้วแทงสวนไปที่วัวทมิฬทันที

ฉึก—

เลือดร้อนๆ สีดำสนิทสาดกระเซ็น วัวทมิฬสิ้นใจตายคาที่

ชุนเซิงรีบก้าวเข้าไปควักผลึกแก่นแท้ออกมาจากหัวของวัวทมิฬ

มอ—

มอ มอ มอ—

ทันใดนั้น ฝูงวัวทมิฬที่อยู่ไกลออกไปก็ส่งเสียงร้องคำรามกึกก้องขึ้นฟ้าพร้อมกัน แล้วพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่งมายังทิศทางของทั้งสามคน

ครืน—

เสียงฝีเท้าของฝูงวัวที่วิ่งตะบึงมาพร้อมกันนั้นดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

"วิ่ง!" ซูซูเป็นคนแรกที่หันหลังกลับและใส่เกียร์หมา!

ชุนเซิงและหวังอวี่เซียนรีบวิ่งตามไปติดๆ!

"ฉันบอกแล้วไงว่าน่าจะเริ่มฆ่าจากระยะไกลกว่านี้!" ชุนเซิงตะโกนแข่งกับเสียงฝีเท้าขณะวิ่ง

"นายพูดตอนไหนฟะ?" ซูซูตะโกนกลับอย่างหงุดหงิด

หวังอวี่เซียนแทรกขึ้น "เลิกเถียงกันได้แล้ว ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรก เราแค่ขาดประสบการณ์!"

ซูซูเสริม "จำไว้ล่ะ ครั้งแรกของฉันก็มอบให้พวกนายสองคนนี่แหละ ต่อไปต้องดูแลฉันดีๆ นะ!"

ชุนเซิงสวนกลับ "ทำอย่างกับไม่ใช่ครั้งแรกของทุกคนงั้นแหละ! นายก็พรากความบริสุทธิ์ของฉันไปเหมือนกัน!"

หวังอวี่เซียนหมดคำจะพูด "เลิกเพ้อเจ้อ เลี้ยวตรงหัวมุมเร็ว!"

ความเร็วของพวกเขายังช้าเกินไปเมื่อเทียบกับวัวทมิฬ ทางเดียวที่จะรอดคือต้องอาศัยการเลี้ยวตามมุมเพื่อหลบสายตาพวกมัน

ทันใดนั้น ทั้งสามก็หักเลี้ยวและวิ่งฉีกไปอีกทาง

ซูซูกวาดสายตาไปรอบๆ "เดี๋ยว หญ้าตรงนี้สูง วิ่งแบบคลานต่ำไปกับพื้นกันเถอะ! แบบนี้น่าจะหลบสายตาพวกวัวทมิฬได้ง่ายกว่า!"

ชุนเซิงแย้ง "และก็จะกลายเป็นเนื้อบดได้ง่ายกว่าด้วย!"

ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่พอเห็นซูซูกับหวังอวี่เซียนหมอบลง เขาก็รีบหมอบตามทันที

หลังจากคลานอ้อมโค้งมาได้สักพัก ทั้งสามได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าอันน่าสะพรึงกลัววิ่งผ่านไปด้านหลังอย่างยิ่งใหญ่ พวกเขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

จากนั้นทั้งสามก็เริ่มคลานต่อไปข้างหน้า เคลื่อนที่อย่างช้าๆ ภายใต้การปกปิดของกอหญ้าเขียวขจี

ขณะที่กำลังคลานอยู่นั้น จู่ๆ ทั้งสามก็รู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง จึงเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นฝูงวัวทมิฬกลุ่มใหญ่กำลังเล็มหญ้าอยู่ตรงหน้า แถมมีตัวหนึ่งกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาตาเขม็ง

"บ้าเอ๊ย ชุนเซิง นายนำทางประสาอะไรเนี่ย!" ซูซูบ่นอุบ แล้วลุกขึ้นวิ่งโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง!

"ไอ้บ้า นายต่างหากที่เป็นคนนำทาง!" ชุนเซิงรีบลุกขึ้นวิ่งตามไปติดๆ

หวังอวี่เซียนเองก็รีบลุกขึ้นวิ่งตามทั้งสองคนไป

มอ—

วัวทมิฬตัวหนึ่งเริ่มได้สติและส่งเสียงร้อง พริบตาเดียววัวทมิฬทั้งฝูงก็ตื่นตัวและพุ่งทะยานไล่กวดทั้งสามคนอย่างดุเดือด

ครืน—

เสียงฝีเท้าอันน่าสะพรึงกลัวดังก้องไปทั่วทุ่งหญ้า

ด้วยความเร็วที่แตกต่างกันมาก ทั้งสามคนจวนเจียนจะถูกไล่ทัน

"เลี้ยว!"

ในจังหวะที่วัวทมิฬกำลังจะพุ่งชน ซูซูก็ตะโกนลั่น

ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มรู้ใจกันแล้ว ทั้งสามคนหักหลบไปด้านข้างพร้อมกันอย่างรวดเร็ว รอดพ้นจากฝูงวัวทมิฬที่พุ่งเข้ามาได้อย่างหวุดหวิด

ครืน—

เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งผ่านหลังพวกเขาไป ทั้งสามถอนหายใจด้วยความโล่งอกอีกครั้ง

แต่ทว่าพวกเขายังไม่ปลอดภัย เพราะวัวทมิฬกลุ่มหลังที่ยังมาไม่ถึง กำลังไล่กวดเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าวัวทมิฬจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จะถูกดึงดูดด้วยเสียงอึกทึก และกำลังวิ่งตรงเข้ามาจากระยะไกล

มีทั้งฝูงวัวดักหน้าและไล่หลัง ทั้งสามกำลังจะถูกล้อมกรอบ

เมื่อเห็นดังนั้น ซูซูกัดฟันกรอด หันหลังกลับ และท่ามกลางสายตาอันตื่นตะลึงของชุนเซิง เขากระชากเสื้อนอกของชุนเซิงออกอย่างแรง แล้วดึงเอาเอี๊ยมสีแดงสดออกมาจากตัวเพื่อน

"บัดซบ! ซูซู แกมันไม่ใช่คน! สถานการณ์แบบนี้แกยังคิดจะถอดเสื้อผ้าฉันอีกเรอะ!" ชุนเซิงอดไม่ได้ที่จะกรีดร้อง

ซูซูขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง เขาเริ่มโบกสะบัดเอี๊ยมสีแดงในมือไปมา

ทันใดนั้น วัวทมิฬทุกตัวที่เห็นสิ่งนี้ต่างก็ตาลุกวาวเป็นสีแดงฉาน

หากเราไม่อาจพบกันด้วยใบหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย งั้นก็คงต้องพบกันด้วยดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นสินะ

มอ มอ มอ—

ฝูงวัวทมิฬที่หนาแน่นส่งเสียงคำรามกึกก้องฟ้า แล้วพุ่งเข้าใส่ซูซูอย่างบ้าคลั่ง

เห็นดังนั้น ซูซูโยนเอี๊ยมแดงใส่ชุนเซิงทันทีพร้อมตะโกน "รีบใช้พลังเร็ว!"

พูดจบ ซูซูก็คว้ามือหวังอวี่เซียนแล้ววิ่งฉีกออกไปด้านข้าง!

ชุนเซิงยืนงงเป็นไก่ตาแตก มือถือเอี๊ยมแดงค้างไว้ เขาตะโกนลั่นด้วยความแค้นเคือง "ไอ้เลวซูซู แกทำกับฉันแบบนี้ได้ไง!"

แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ซูซูและหวังอวี่เซียนต่างง่วนอยู่กับการหนีเอาตัวรอด

ชุนเซิงรีบปลดปล่อยพลังออกมา ทันใดนั้นเกราะสีเหลืองดินก็ปกคลุมทั่วร่างกายของเขา ป้องกันไว้อย่างแน่นหนา

ปัง—

เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้น ชุนเซิงถูกฝูงวัวทมิฬขวิดลอยขึ้นไปบนฟ้า พอตกลงมาก็ถูกขวิดลอยขึ้นไปอีก ลอยละลิ่วขึ้นๆ ลงๆ อยู่อย่างนั้นไม่หยุดหย่อน

โชคยังดีที่เขาเป็นผู้ใช้พลังสายป้องกัน ถ้าเป็นซูซูหรือหวังอวี่เซียน ป่านนี้คงกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว

หลังจากถูกโยนขึ้นโยนลงอยู่แบบนั้นสักยี่สิบสามสิบรอบ ชุนเซิงก็น้ำลายฟูมปาก

"พี่ซู ช่วยด้วยยย! พลังผมจะหมดแล้ว!"

ราวกับได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ คลื่นพลังสายหนึ่งพุ่งเข้ามาห่อหุ้มร่างเขาไว้ แล้วร่างของเขาก็หายวับไปในอากาศ

เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็มาอยู่ในอ้อมกอดของซูซูเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้ ซูซูและหวังอวี่เซียนกำลังหมอบอยู่หลังเนินเขา หอบหายใจแฮ่กๆ

ชุนเซิงนอนแผ่หราอยู่บนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง พูดด้วยเสียงอันแผ่วเบา "คราวหน้าฉันไม่อยากอยู่ทีมเดียวกับพวกนายแล้ว!"

ซูซูมองบนใส่เขา "ใครสนล่ะ นายมันก็แค่กระสอบทราย ทำอย่างอื่นเป็นซะที่ไหน?"

ชุนเซิงสวนกลับ "นายก็ไก่อ่อนเหมือนกันแหละ! มีพลังโจมตีบ้างไหม?"

จากนั้นทั้งสองคนก็หันไปมองหวังอวี่เซียนและพูดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย "ยัยนี่ก็มีดีแค่โจมตี นอกนั้นก็ทำอะไรไม่เป็น!"

หวังอวี่เซียนเลิกคิ้ว "ถ้าฉันเก่งรอบด้าน ฉันจะต้องการพวกนายไปทำไม?"

ซูซูพยักหน้า "นั่นสิ ถ้าฉันเก่งรอบด้าน ฉันจะต้องการพวกนายไปทำไม?"

ชุนเซิงเสนอไอเดีย "งั้นพวกนายสองคนโอนพลังมาให้ฉันสิ?"

จบบทที่ บทที่ 30: นิสัยค่อนข้างเชื่อง เหยียบคนตายแล้วก็จากไป

คัดลอกลิงก์แล้ว