เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 156 ฉันอยู่นี่แล้ว(ฟรี)

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 156 ฉันอยู่นี่แล้ว(ฟรี)

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 156 ฉันอยู่นี่แล้ว(ฟรี)


ยานอวกาศเปิดโหมดพรางตัวและบินออกจากออฟฟิศและออกจากบ้านของไมเคิล

คนรับใช้ที่ทำงานในบ้านพร้อมกับพ่อบ้านไม่ได้สังเกตเห็นอะไรแปลกๆเลยสักนิด

ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงคืนที่มีนัดการประชุมแล้วซึ่งตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งอย่างมากเพราะมีจำนวนคนไม่เพียงพอ

ในลานหลักแห่งหนึ่ง พ่อบ้านชั้นสองต่างเร่งรีบเพื่อที่จะทำให้การประชุมนั่นพร้อมให้ได้มากที่สุด

ถ้ามีคำพูดที่เหมาะกับการจัดประชุมงานนี้มีคำนึงที่เหมาะมากๆนั่นคือ 'ฟุ่มเฟือย'

เก้าอี้และโต๊ะทำจากไม้กรีนวูด ค่าใช้จ่ายของเก้าอี้ตัวเดียวก็เพียงพอสำหรับครอบครัวสี่คนที่จะอยู่อย่างสบายเป็นเวลาสามเดือน+

อาหารแต่ละจานถูกปรุงอย่างพิถีพิถันโดยเชฟผู้ปลุกพลังไฟ

อาหารถูกทำมาจากเนื้อของสัตว์เวทมนตร์ระดับ 7 มีแม้กระทั่งเนื้อของสัตว์เวทมนตร์ระดับ 8 สมุนไพรอันล้ำค่าที่จะรักษาบาดแผลฉกรรจ์ให้หายได้ในเวลาไม่นาน

ไวน์ชนิดพิเศษหรือที่เรียกกันว่าไวน์แอมโบรเซีย จริงๆแล้วมันคือการจำลองแอมโบรเซียขึ้นมาโดยทำให้อยู่ในรูปแบบไวน์

การกินอาหารมื้อนี้เพียงมื้อเดียวถ้าเป็นผู้ปลุกพลังระดับต่ำจะเทียบเท่ากับการฝึกฝนเป็นเวลาครึ่งปี

แต่แน่นอนว่านั่นคงเป็นเพียงจินตนาการของผู้ปลุกพลังระดับต่ำ

การรักษาความปลอดภัยของที่นี่แม้แต่ผู้ปลุกพลังระดับสูงยังยากที่จะบุกเข้ามาได้

นอกจากสมบัติดวงดาวที่ฉายม่านกั้นหลายชั้นแล้ว ยังมีคนคอยเฝ้าระวังระดับสูงอีกร้อยคนที่ดูแลพื้นที่รอบๆอีกด้วย

คนที่คอยเฝ้าระวังส่วนใหญ่จะเป็นผู้ปลุกพลังระดับ 6

ท่ามกลางความวุ่นวาย รองหัวหน้าตระกูลแอสเตอร์ไดยูลูบหน้าผากของเธอ

เสียงที่อ่อนโยนแต่ทรงพลังของเธอดังไปทั่วลานที่จะมีการประชุม “ถ้ามีใครทำอะไรผิดไป คนคนนั้นจะต้องถูกแขวนคอ”

พ่อบ้านชั้นสองที่รับผิดชอบดูแลการจัดเตรียมต่างรู้สึกเหนื่อยใจกับคำพูดที่สงบแต่จริงจังของเธอ

“เกิดอะไรขึ้นกับไมเคิล” ไดยูขมวดคิ้วและหันไปหาพ่อบ้านส่วนตัวของเธอ

“เขาขอให้เราไม่รบกวนเขา ข่าวการโกงเงินของเจ้าหน้าที่คลัสเตอร์คงมากเกินกว่าที่เขาจะรับไหว” พ่อบ้านส่วนตัวของเธอตอบ

"...ถ้าไม่มีอะไรที่จะหยุดข่าวพวกนี้ได้ ความรุนแรงคือคำตอบสุดท้าย" ไดยูพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ

การจัดการเรื่องการประชุมไม่ใช่เรื่องที่เธอชอบสักเท่าไร เธอชอบที่จะฆ่าคนมากกว่า

นั่นคือเหตุผลที่เธอได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งนี้ เพราะจะทำให้ผู้ที่มาเข้าร่วมการประชุมนั่นมีความสุภาพและไม่มีใครกล้าทะเลาะกัน

การประชุมครั้งนี้ถ้ามองอย่างผิวเผินก็คงจะเหมือนกับการประชุมทั่วไป

แต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการประชุมคือ...

****

“คุณหนูระบบรักษาความปลอดภัยต่ำกว่าที่คาดไว้ซะอีก” แอนนาพูดกับซาร่าห์

ซาร่าห์เหลือบมองที่อาคารที่สูงที่สุดของตระกูลแอสเตอร์ อาคารของพวกผู้บริหาร

เป้าหมายของเธอคือการหาหลักฐานของการสมรู้ร่วมคิดของตระกูลแอสเตอร์กับพวกกลุ่มเงาและอะบิซอล

"ไปกันเถอะ" ซาร่าห์พูดแล้วทุบคริสตัลสีแดงให้แตก

ออร่าของเธฮหายไปและเธอก็ล่องหนในทันที

มันเป็นสมบัติล้ำค่าที่พบได้ในรูนเท่านั่น ซึ่งสิ่งนี้ไม่สามารถผลิตได้จากฝีมือมนุษย์

มันเป็นสมบัติที่มีค่ามากซาร่าห์ได้รับมันมาแค่ไม่กี่อันเป็นมรดกเพียงไม่กี่อย่างที่แม่ที่จากไปของเธอมอบให้เธอ

แอนนาทุบคริสตัลที่คล้ายกันและเดินตามซาร่าห์ไป

แผนในตอนแรกคือให้แอนนาเข้าไปในขณะที่ซาร่าห์รออยู่ในสถานที่ปลอดภัย ในกรณีที่เกิดอันตรายแอนนาจะสามารถวาร์ปไปหาซาร่าห์ได้และพวกเขาจะนั่งยานอวกาศส่วนตัวของเธอออกไป

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างการรักษาความปลอดภัยรอบๆอาคารจึงต่ำกว่าปกติมาก

หลังจากที่พวกเธอทั่งสองคนวางยาคนที่เฝ้ายามอยู่เสร็จแล้ว พวกเธอก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

พวกผู้ปลุกพลังระดับสูงถูกย้ายไปอยู่ที่ไหนสักที่นึงเพื่อทำอะไรบางอย่าง ทำให้แทบไม่มีใครที่เป็นผู้ปลุกพลังระดับสูงเฝ้าระวังอยู๋เลย

ดังนั้นซาร่าห์จึงต้องการที่จะเข้ามาช่วยแอนนาค้นหาหลักฐานด้วย

พวกเธอคิดว่าการที่แทบไม่มีใครเฝ้าอยู่นั่นน่าจะเป็นเพราะการประชุมกำลังจะจัดขึ้นในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

'พวกเขากำลังประชุมกันเพื่อที่จะหาทางแก้ไขข่าวที่ถูกปล่อยออกมาอย่างไม่หยุดงั้นหรอ' แอนนาถือลูกแก้วเล็กๆในมือของเธอเพื่อสแกนข้อมูลในห้องที่เธออยู่

คนที่เดินเข้าออกไปมาและคนที่มีหน้าที่เฝ้าระวังดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกติอะไรเลย

สมบัติที่พวกเธอใช้เพื่อหายตัวนั่นมีขีดจำกัดและเวลาในการใช้อยู่ ถ้าหากว่าเป็นระดับ 9 ก็จะสามารถสัมผัสได้อย่างง่ายดายว่ามีใครบางคนอยู่ แต่อันนาค่อนข้างมั่นใจว่าหัวหน้าตระกูลของแอสเตอร์จะไม่อยู่ในอาคารนี้ตอนเที่ยงคืน

“คุณหนู ถ้าคุณหนูไม่ใช่ผู้ปลุกพลังคู่ อีแวนเดอร์คงจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจแน่” แอนนายิ้มอย่างขมขื่นขณะที่ร่างของเธอกำลังกระพริบและเธอก็ออกจากห้องเพื่อไปห้องต่อไป

อย่างที่เธอคาดไว้ ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับกลุ่มเงาในห้องที่เธอตรวจสอบมาทั้งหมด

ซาร่าห์จึงเข้าไปในห้องที่ลึกกว่านั่น

“แต่แม้ว่าคุณหนูจะไม่ได้ถูกลิขิตมาให้เป็นจักรพรรดิ แต่ฉันเชื่อว่าคุณหนูจะแข็งแกร่งที่สุดในระดับ 9” แอนนากำหมัดของเธอและเข้าไปในห้องออฟฟิศห้องนึงที่ใหญ่มาก

ในออฟฟิศที่หรูหราและใหญ่ลูกแก้วในมือของซาร่าห์เปลี่ยนเป็นสีแดง

'ที่นี่แหละ' เธอมองไปรอบๆและเห็นผู้ปลุกพลังระดับ 6 ในออฟฟิศ เขาไม่ใช่คนที่ต้องทำงานในห้องนี้แต่เป็นเพียงคนเฝ้าระวังเท่านั้น มันแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของห้องนี้

เธอเคาะแหวนและแอนนาก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆเธอในทันที

ไม่จำเป็นที่ต้องพูดคุยกันแอนนาจัดการชายคนนั่นในทันทีและแอนนาก็ใช้ลูกแก้วเพื่อหาสวิตช์ลับ

ด้วยการแตะที่สวิตช์ทำให้มีประตูลับโผล่ออกมาและเธอก็รีบเข้าไปก่อนที่ซาร่าห์จะเข้าไปในทันที

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เธอก็โผล่หัวออกมาและพยักหน้าให้ซาร่าห์

ข้อมูลที่จะใช้ทำลายตระกูลแอสเตอร์อยู๋ข้างในนี่อย่างแน่นอน

ในเวลาเดียวกัน ณ สถานที่จัดประชุม:

ยานอวกาศสีดำลงจอดในลานและชายชุดดำสามคนก็ลงมาจากยานอวกาศ

มีสัญลักษณ์รูปหน้าคนสวมหน้ากากอยู่ในชุดของพวกเขา ส่วนใบหน้าแถวหน้ากากเป็นสีดำทั่งหมดและมีรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นทับกับหน้ากากเป็นรอยเลือดสีแดงที่กำลังยิ้มอยู่

พวกเขาคือคนจากกลุ่มเงา!

ไดยูยิ้มให้แขกที่มาเยือน

ชายที่เดินนำมาก่อนเป็นรองหัวหน้าของกลุ่มเงา เขาหันหลังกลับไปและพยักหน้าให้กับใครบางคน

หลังจากที่ชายคนนั่นพยักหน้ามีอะบิซอลเดินลงมาจากยานเช่นกัน

อะบิซอลที่เป็นผู้หญิงในชุดสีแดงเดินนำอะบิซอลที่เหลือออกมาจากยาน

รุสลานา เจ้าหญิงแห่งเดม่อนอะบิสระดับ 8 ลูกสาวของราชาเดม่อนอะบิส พยักหน้าเบาๆให้กับมนุษย์

ผิวสีเทาของเธอตรงกันข้ามกับชุดสีแดงของเธอ แต่อย่างใดเธอก็แสดงออกถึงความสง่างามที่แปลกประหลาด

"เรามาเริ่มกันเลย"

ในไม่ช้ารองหัวหน้าตระกูลแอสเตอร์และกลุ่มเงาก็เริ่มการประชุมกับเจ้าหญิงอะบิซอล

สมาชิกของตระกูลแอสเตอร์เดินอย่างเหม่อลอยและเหมือนกับไม่มีสติ

คนรับใช้เดินไปรอบๆด้วยดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวา นั่นแสดงให้เห็นว่ามีผู้ปลุกพลังจิตระดับสูงควบคุมพวกเขาอยู่

พ่อบ้านชั้นสองเริ่มทักทายอะบิซอลและคนจากกลุ่มเงาที่คุ้นเคย

พ่อบ้านชั้นสามพยายามที่จะประจบประแจงและทำให้ความสัมพันธ์ของเขาแน่นแฟ้นขึ้น

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการจัดการประชุมแบบนี้

ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีพ่อบ้านที่เคยไม่เห็นด้วยซึ่งคนพวกนั่นได้พยายามเอาเรื่องนี้ไปเปิดเผยต่อสาธรณะชน

แต่ว่าพ่อบ้านพวกนั่นไม่เหลืออยู่อีกต่อไปแล้วและไม่ใช่แค่ตัวพวกเขาที่หายไป ทั้งครอบครัว เพื่อนฝูง และญาติๆ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาหายตัวไปจนหมด

ส่วนคนที่เหลืออยู่นั่นเป็นเพียงคนที่ยอมปริปากพูดอะไรทั่งนั่น

“ดูเหมือนเธอจะดูอึดอัดนะ” รุสลานาจิบไวน์และยิ้มให้ไดยู

"เหมือนกับเธอนั่นแหละ" มันดลารองหัวหน้ากลุ่มเงาพูดแทรก

สายลับของอะบิซอลถูกเปิดเผยและถูกกำจัด ข่าวเรื่องการโกงเงินและเรื่องต่างๆที่เป็นด้านลบของแอสเตอร์ถูกเปิดเผยอย่างต่อเนื่อง

นั่นถือเป็นความอับอายอย่างมาก

บรรยากาศนิ่งสงบไปครู่นึง

"เราทุกคนต่างมีศัตรูร่วมกัน" รุสลานาทนความอับอายที่ต้องนั่งอยู๋กับเผ่าพันธุ์ที่ด้อยกว่าไม่ไหวและพูดออกมาเพื่อทำลายความเงียบ

"อีนิกม่า"

ชื่อนั้นเหมือนกับระเบิดเวลาเมื่อมีใครพูดถึงชื่อนั่นที่อยู่ที่นี่ทุกคนต่างรู้สึกโกรธขึ้นมาในทันที

แม้แต่ไดยูที่เย็นชาก็ยังทนไม่ไหว

รุสลานายิ้มและพูดต่อ “ตระกูลแอสเตอร์จะบังคับไม่ให้พวกอัจฉริยะของเธอออกไปได้นานแค่ไหน”

ไดยูกัดฟันของเธอ ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้

“ไม่มีใครจับเธอได้ ไม่มีใครทำร้ายเธอได้ ความแข็งแกร่งของเธอเพียงพอที่จะเอาชนะระดับ 8 ทุกคนที่เธอต้องการ อัจฉริยะทั้งหมดในตระกูลแอสเตอร์จะถูกฆ่า” รุสลานากล่าวขณะที่มองใบหน้าของไดยูที่กำลังโกรธจัดอย่างเพลิดเพลิน

“เช่นเดียวกับตระกูลมาร์ตินและกันโบลด์ พวกอัจฉริยะของพวกเขาทั้งหมดถูกฆ่าเหมือนกัน แม้ว่าเราจะสูญเสียอัจฉริยะที่ดีที่สุดของเราไปแล้วก็ตาม อย่างน้อยเราก็ยังมีรุ่นต่อไปที่จะเป็นอัจฉริยะอยู่” ไดยูถอนหายใจก่อนจะจ้องไปที่รุสลานา

“มันรู้แผนการณ์ของเราล่วงหน้าอยู่หนึ่งก้าวเสมอ แถมมันยังโฟกัสเธอเป็นพิเศษอีก นี่มันหมายความว่าไง?” ไดยูตะคอกใส่เจ้าหญิงผู้จองหอง

รุสลานาไม่ตอบแต่กลับตักออาหารเข้าปากแทน

มันดลาเหลือบมองไดยูที่โกรธจัดและถอนหายใจ “มันไม่สำคัญหรอกว่าแผนนี้จะสมบูรณ์แบบไหม ใช่ไหม?”

ไดยูซึ่งดูโกรธจัดก็หัวเราะออกมาดังๆ "ฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน"

รุสลานากล่าว "มาร์ติน, กันโบลต์ เป็นข้าราชบริพารของแซนเดอร์ส พวกเธอระวังตัวเอาไว้เถอะ ตอนนี้พูดไปก็เปล่าประโยชน์รอจนกว่าเธอคนนั่นจะมาดีกว่า"

"ฉันอยู่นี่แล้ว" เสียงสุดเย็นชาดังขึ้นมา

จบบทที่ ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 156 ฉันอยู่นี่แล้ว(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว