เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 22 สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากู๊ดเดย์

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 22 สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากู๊ดเดย์

ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 22 สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากู๊ดเดย์


รถโฮเวอร์ของวาเรี้ยนขับผ่านสกายเวย์และผ่านคอมเพล็กซ์ลอยน้ำผ่านลาดตระเวนเรือเหาะ และไปถึงย่านที่เงียบสงบ

ย่านนี้ไม่มีอาคารลอยน้ำและมีตึกที่สูงระฟ้าเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น เมื่อมาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าวาเรี้ยนก็ลงมาจากรถแล้วรู้สึกว่าสถานที่นี้เหมือนเขาเคยมามาก่อน

ป้ายไฟ LED แบบเก่าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเลื่อนคำว่ายินดีต้อนรับขึ้นมาให้เขาดูเมื่อเขาเดินเข้ามาในสถานเลี้ยงเด็ก

ลานด้านหน้าเป็นสนามเด็กเล่นพร้อมสวนสาธารณะ

"เฮ้ จับบลูเบิร์ดตัวนั้น!"

“จับตัวสีเขียวตัวนั่นด้วย!”

“หลบกระสุน ปัง! ปัง!”

เด็กๆในสถานเลี้ยงเด็กกำลังเล่นเกม VR ที่จะตกยุคไปนานมากแล้วและแถบจะไม่มีใครสนใจเกมพวกนี้ แต่เด็กๆเหล่านี้ก็ยังสนุกกับการเล่นเกมแบบนี้

หุ่นยนต์แม่บ้านที่ดูแลพวกเขาก็ตกยุคเช่นกัน แต่เด็กๆก็ไม่บ่นหรือพูดต่อว่าอะไร พวกเขามีความสุขกับสิ่งที่เป็นและไม่ได้กังวงเกี่ยวกับอนาคตมากนัก

วาเรี้ยนดีใจที่อย่างน้อยก็มีมาตรการรักษาความปลอดภัย มีกล้องวงจรปิดและมีหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก

“เย้ ฉันได้ทองแล้ว!”

“ฮิฮิ! ยูได้ทองแล้ว!”

"ศรีมีแพลตตินั่ม!"

'ฉันว่าฉันคงไม่มีทางที่จะมีความสุขแบบพวกเขาได้' วาเรี้ยนส่ายหัวและเดินไปตามทางที่ปูด้วยหิน

ในขณะที่เขากำลังเดินตามทางอยู่ก็มีม้านั่งตัวนึงอยู่ใต้ต้นไม้ทำให้เขานึกถึงฉากในฝันของเขาที่อแมนด้านั่งบนม้านั่งและพูดกับเขา ฉากนี้แวบเข้ามาในความคิดของเขาตอนนี้

'ลูกต้องจำสิ่งนี้ไว้วาเรี้ยน ลูกไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกอย่างเพียงลำพัง ลูกจะมีคนที่แบ่งปันภาระของลูกและในทางกลับกัน ลูกก็จะแบ่งปันภาระของพวกเขาเหมือนกัน เข้าใจไหม?'

'ตอนนี้ฉันไม่มีใครเลยแม่' วาเรี้ยนกำหมัดแน่น… จากนั้นนึกถึงไคล์และมายาที่เป็นห่วงเขา และคุณแกเร็ธที่ช่วยเขาโดยที่ไม่หวังผลอะไร พอเขาคิดแบบนั้นกำปั้นของเขาก็คลายออก

'ฉันดีใจที่มีพวกเขา บางทีแม่อาจจะถูกของแม่ เขาเลิกคิดแล้วเดินต่อไปก่อนจะหยุดบนรางรถไฟ แต่ถึงแม้เขาจะมีเพื่อนอยู่บ้างแต่เขาก็รู้สึกโดดเดี่ยวอยู่ดีเพราะบางสิ่งเขาก็ไม่สามารถจะแบ่งความรู้สึกแบบนี้กับใครได้

'ภาระบางอย่างฉันก็ต้องแบกรับไว้คนเดียว'

เขาไปถึงหน้าประตูเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กและหุ่นยนต์แม่บ้านก็บอกให้เขารอ วาเรี้ยนนั่งบนม้านั่งข้างนอกและรอเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

'นี้ฉันทำไปทำไหมกันนะ' เขาถามตัวเอง 'ทำไมฉันถึงอยู่ที่นี้? เพื่อเซีย? เพื่อแม่? เพื่อตัวเอง? ฉันทำไปเพื่อใคร?'

เสียงฝีเท้าดังขึ้น และเสียงชายชราก็ทักทายเขา “มีอะไรหรอเจ้าหนุ่ม”

วาเรี้ยนหันไปหาชายชราที่มีรอยยิ้มสดใสและมีรอยย่นบนหน้าเต็มไปหมด ดูเหมือนว่าเขาจะชอบความชราตามธรรมชาติต่างจากผู้สูงอายุในสมัยนี้

วาเรี้ยนทักทายเล็กน้อยและกล่าวว่า “ผมต้องการความช่วยเหลือ ลุงช่วยตรวจสอบได้ไหมว่าผมเคยมาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้เมื่อ 7 ปีที่แล้วและได้พบกับผู้หญิงที่ชื่อเซียที่นี่ไหม”

อากาศในห้องร้อนขึ้นและวาเรี้ยนก็พร้อมที่จะต่อสู้ทันที เปลวเพลิงกำลังหมุนรอบตัวชายชราและไฟนั้นก็พร้อมจะพุ่งเข้าใส่วาเรี้ยน

'อย่างน้อยก็ระดับ 2 สินะ, ผู้ปลุกพลังไฟ' วาเรี้ยนใช้ความคิดประมาณพลังของชายชราและตั้งท่ารับการโจมตี

'เขาคงคิดว่าคำถามของฉันเป็นเรื่องหลอกลวง แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของฉันคือฉันต้องการมาหาคำตอบที่ฉันต้องการ ฉันต้องทำให้เขาเข้าใจสิ่งที่ฉันต้องการสินะ'

เขามองตรงเข้าไปในดวงตาของชายชราและพูดว่า "ฟังนะ ผมไม่ต้องการข้อมูลส่วนตัวใดๆ เกี่ยวกับเธอหรอกถ้านั่นคือสิ่งที่ลุงคิดละก็ลุงผิดแล้ว อย่างน้อยก็บอกผมทีว่าผู้หญิงคนนี้เคยอยู่ที่นี่มาก่อนไหม"

ชายชราจ้องกลับไปที่ดวงตาของวาเรี้ยน และถอนหายใจในที่สุดเขาก็หยุดใช้พลังไฟ "ขอดูประวัติอาชญากรรมของเธอหน่อย"

วาเรี้ยนยักไหล่และแตะข้อความของเขา ภาพสามมิติปรากฏขึ้นพร้อมกับแท็บ 'ประวัติอาชญากรรม' วาเรี้ยนคลิกที่มันและปัดไฟล์โฮโลกราฟไปที่ชายชรา

ชายชราดูประวัติอาชญากรรมของวาเรี้ยน ประวัติอาชญากรรมจะบันทึกตั้งแต่การแหกกฎจราจรไปจนถึงการพยายามฆ่า ทุกการกระทำผิดของพลเมืองจะถูกบันทึกไว้

แต่ประวัติอาชญากรรมของวาเรี้ยนนั่นว่างเปล่า เป็นพลเมืองในอุดมคติของสหพันธ์อย่างแท้จริง การหักกระดูกและทำร้ายคู่แข่งของเขาถือเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ที่ถูกจัดขึ้นอย่างถูกกฎหมาย ดังนั้นประวัติของเขาจึงออกมาขาวสะอาด

ชายชรากวาดสายตามองที่วาเรี้ยนไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ตาแก่ๆของฉันบอกว่าเธอกำลังหาคนที่ไม่ได้ป่วย แต่หาคนที่พร้อมที่จะไปกับเธอ"

เขาหยิบมือถือโฮโลซึ่งเป็นอุปกรณ์สมัยเก่าออกมาและค้นหาบันทึกที่เขาบันทึกไว้ในโทรศัพท์

'ลุงพูดถูกครึ่งหนึ่ง ผมกำลังตามหาเซียแต่ผมต้องการยืนยันก่อนว่าเธอมีตัวตนอยู่จริงไหม บางทีระบบอาจกำลังโกหกอยู่' วาเรี้ยนคิด

"อ๊ะ! บัตรประจำตัวของเธอตรงกับบันทึกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เธอเลยมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้และแม่ของเธอก็อยู่กับเธอ" ชายชราแตะมือถือและปัดไฟล์ไปทางเขา

วาเรี้ยน มองไปที่ไฟล์โฮโลกราฟที่แสดงบันทึกของวันที่ 33 กันยายน 513

{รายการ: วาเรี้ยน + อแมนด้า

เวลาที่มา: 1 ชั่วโมง}

“อืม นั่น——” คำถามของวาเรี้ยนถูกขัด

“ไอ้หนู ไม่มีการวิดีโอที่บันทึกไว้ในสถานที่นี้มันขัดต่อนโยบายของเรา”

"นั่นเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ครับ" วาเรี้ยนถอนหายใจ ตอนนี้มีนโยบายป้องกันการสอดแหนมในสังคมอยู่เยอะเลยสินะ

“เกี่ยวกับคนนั้น เอ่อ เซีย” ชายชราเงยหน้าขึ้นจากโฮโลโมบายด้วยใบหน้าที่จริจัง

ใบหน้าของวาเรี้ยนรอฟังคำตอบโดยใช้สีหน้าจริงจังและเขารอคำตอบอยู่

“ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับเธอเลย ลุงทำงานที่นี่มา 6 ปีแล้ว และเท่าที่ลุงรู้ไม่เคยมีผู้หญิงคนใหนชื่อเซียเลยนะ” เขาพูดความจริงออกมาและกลัวว่าจะทำให้วาเรี้ยนผิดหวังกับคำตอบ

"เยี่ยมเลย!" วาเรี้ยนยิ้มอย่างสดใสซึ่งตรงกันข้ามกับความคาดหวังของเขา

'เด็กคนนี้ปกติดีไหมเนี้ย' ลุงดูหงุดหงิด 'เด็กนี้มีความสุขที่คนสำคัญที่เขากำลังมองหาไม่ได้อยู่ที่นี่ เด็กนี่เป็นบ้าหรือจิตไม่ปกติหรือเปล่า?

“นั่นคือทั้งหมดที่ลุงรู้ ออกไปเดี๋ยวนี้” ชายชราอยากให้วาเรี้ยนออกไปเดี่ยวนี้เพราะเขาเห็นรอยยิ้มเมื่อกี้และลุงเร่งให้วาเรี้ยนออกไปอีกครั้ง

วาเรี้ยนขอบคุณชายชราทั้งๆ ที่จ้องมองแปลกๆ และออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยรอยยิ้มที่สดใส

'ข้อมูลของนักเรียนนายร้อยทุกคนถูกลบออกจาเมต้าเน็ต ซึ่งรวมถึงข้อมูลอื่นๆจากสาธารณสมบัติด้วย

ฉันมาที่นี่เมื่อ 7 ปีที่แล้วและในความฝันนั้นแม่กับฉันวางแผนที่จะรับเซียมาเป็นครอบครัว

ถ้ามันเป็นแค่ความฝันฉันต้องไม่เคยมาที่นี้มาก่อนสิและลุงนั่นมีหลักฐานที่บอกว่าเราเคยมาที่นี้ตอนเด็ก ทำให้พิสูจน์ได้ว่านี้เป็นความทรงจำจริงๆ

แต่ฉันโตมาคนเดียวนี่

ดังนั้นต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นทำให้เราไม่ได้รับเลี้ยงเธอ แต่ตอนนั่นฉันยังเด็กเกินไป ฉันลืมไปว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แม่มีความเกี่ยวข้องกับเซียแล้วทำไมเธอถึงไม่บอกฉันละ

จากนั้นเซียก็เข้าร่วมสถาบันฝึกทหารจักรพรรดิดังนั้นบันทึกของเธอบนเมต้าเน็ตและในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจะถูกลบออก'

วาเรี้ยนคิดว่าสิ่งที่เขาคาดเดามาอาจจะเป็นแบบนี้ แต่เขายังคงมีคำถามที่เขาไม่สามารถตอบได้

แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน แม้ว่าเขาจะจำเธอไม่ได้เลยก็ตาม — แต่เซียก็มีตัวตนจริง และไม่ว่าเธอจะอยู่ในสถานการณ์ใด เขาจำเป็นต้องช่วยชีวิตเธอ

พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า สิ้นสุดวันที่ 39 ก.ย.

วาเรี้ยนกลับบ้านและใช้เวลา 5 วันที่เหลือเข้าไปอยู่ในเกาะเมอร์ล็อคเขาใช้เวลาทั้งหมดต่อสู้กับเมอร์ล็อคเลเวล 1 ตลอดทั้ง 5 วันและรู้สึกคุ้นเคยกับพลังที่ตื่นขึ้นของเขาแล้ว

แต่ก็มีบางอย่างผิดปกติ แถบความคืบหน้าของเขาไม่ขยับ มันค้างอยู่ที่:

[เส้นทางร่างกาย ระดับ 1: 50/100]

วันที่ 45 วาเรี้ยนตื่นเร็วกว่าปกติ

'วันนี้ฉันต้องทำให้มันสำเร็จ!' เขามองตัวเองในกระจก 'ฉันมีทางเดียวเท่านั้นที่จะตามหาเซีย ปีหน้าฉันจะอายุ 19 และสอบไม่ได้แล้ว'

'ฉันทำได้!' วาเรี้ยนให้กำลังใจตัวเอง แต่จะสำเร็จไหมเขาก็ไม่รู้

เขาไปที่ท่าเรือปลาดาว ซึ่งเต็มไปด้วยรถโฮเวอร์ไบค์และรถโฮเวอร์ เด็กๆ เข้ามาทุกทางเข้าของยานอวกาศลำใหญ่

ท่าเรือปลาดาวเป็นหนึ่งในท่าเรือที่ดีที่สุดของโลก ท่าเรืออวกาศนั้นคล้ายกับสนามบินของโลกเก่าแต่เป็นยานอวกาศแทนเครื่องบิน

ยานอวกาศปลาดาวเป็นยานอวกาศ 8 แฉกที่มี 8 ขั้วสำหรับดาวเคราะห์แต่ละดวง รวมทั้งดาวพลูโตด้วย

หลังสงครามดาวพลูโต ขั้วดาวพลูโตก็ถูกยุบและตอนนี้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น

วาเรี้ยนเดินเข้ามาในท่าเรือ ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่ทำจากผนังคริสตัลที่มีสมบัติของดวงดาวเป็นเครื่องป้องกันและดูมีชีวิตชีวาด้วยภาพสามมิติที่จารึกไว้ถึงความสำเร็จของมนุษยชาติ

ทางเข้าถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน หนึ่งสำหรับเจ้าหน้าที่และอีกอันสำหรับทหาร แต่ละคนมีสถาบันการศึกษาที่แตกต่างกัน เนื่องจากข้อกำหนดที่แตกต่างกัน พวกเขาจึงมีการสอบเข้าที่แตกต่างกัน

ทหารหรือทหารผ่านศึกได้รับการฝึกฝนในสถาบันฝึกทหารจักรพรรดิ

เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกอบรมในโรงเรียนป้องกัน ตอนนี้มีเพียงห้าสถาบันป้องกันภัยบนโลก และสถาบันฝึกทหารจักรพรรดิตอนนี้เป็นอันดับ 1

'ดังนั้นฉันต้องตั้งเป้าไปที่จุดสูงสุด' วาเรี้ยนถอนหายใจและเข้าไปในแผนกเจ้าหน้าที่

การจะเข้าศึกษาในสถาบันป้องถัยต้องมีอย่างน้อยระดับ 2 และอายุไม่เกิน 18 ปี นั่นเป็นเพียงข้อกำหนดเบื้องต้นเท่านั้น จากนั้นพวกเขาก็ต้องผ่านเข้ารอบในการสอบเข้า ซึ่งต่อให้เป็นอัจฉริยะก็ใช้ว่าจะผ่านได้แบบง่ายๆ

เมื่อผ่านทางเข้าอุโมงค์ในที่สุดวาเรี้ยน ก็มาถึงห้องโถงใหญ่ มีเวทีด้านหน้าและผู้สมัครทุกคนยืนอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าในระยะทางสม่ำเสมอ

วาเรี้ยนมาถึงตำแหน่งของเขาและยืนอยู่ในท่าปกติของทหาร แต่ภาพนอกหน้าต่างก็ดึงดูดสายตาของเขาเป็นอย่างมาก

กระสวยอวกาศบนรันเวย์ไม่ใช่แค่หาดูยากแต่จะมองข้ามไปไม่ได้ มันมีสีดำสนิทและยาวอย่างน้อย 200 เมตรและกว้างอย่างน้อย 60 เมตร (ประมาน 1 สนามฟุตบอล)

'นี่คือเรืออวกาศ Type 1 ในตำนานสินะ' วาเรี้ยนตกตะลึงกับการสร้างสรรค์อันน่าอัศจรรย์นี้

มีคำพูดพูดต่อๆกันมาว่ายานอวกาศ Type 1 เดินทางด้วยความเร็วแสงทำให้แทบจะไม่มีใครเห็นมันได้เวลาเดินทาง

(เพื่อให้เห็นภาพนั้น นักอ่านสามารถเข้าถึงสถานที่ใดๆ บนโลกได้ภายใน 4 วินาที สามารถไปถึงดวงจันทร์ได้ในเวลาประมาณ 2 นาทีและถึงดาวอังคารในเวลาประมาณ 5 ชั่วโมง)

วาเรี้ยนมัวแต่มองยานอวกาศนี้และไม่สังเกตเห็นนายทหารหญิงก้าวขึ้นไปบนเวที

"ซ่าาา จื้ดดดด" (เสียงไฟฟ้า)

บรรดาผู้ที่ไม่ได้จดจ่ออยู่บนเวทีรู้สึกตกใจเล็กน้อยและแสบปลายเท้าที่รวมถึงวาเรี้ยนด้วย

เมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดจากเท้าของเขา เขามองไปที่เจ้าหน้าที่พร้อมกับคนอื่น ๆ แล้วเธอก็พูดด้วยน้ำเสี้ยงเข้มว่า "การฟุ้งซ่านจะฆ่าคุณ มุ่งความสนใจไปที่ภารกิจเสมอ ตอนนี้เซ็นแบบฟอร์มหรือกลับบ้านไปซะในตอนที่ยังกลับได้"

แบบฟอร์มปรากฏขึ้นต่อหน้าผู้สมัครทุกคน ระบุว่าผู้สมัครกล้ารับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นและหากพวกเขาเสียชีวิต มันเป็นการกระทำของพวกเขาเอง

“ฉัน... ฉันไม่อยากไป”

“ฉันด้วย อัตราการตายอยู่ที่ 30% เลยงั้นหรอให้ตายเถอะพระเจ้า

เสียงกระซิบแผ่วไปทั่วทั้งห้องและส่วนหนึ่งของผู้สมัครไม่สามารถพาตัวเองไปเผชิญกับตัวเลือกสุดท้ายได้

วาเรี้ยน ลงนามในแบบฟอร์มและเข้าสู่ยานอวกาศพร้อมกับคนอีกหลายพันคน

การสอบเข้าเริ่มต้นขึ้น!

จุดหมายปลายทางของพวกเขา? อะบิส?!

จบบทที่ ระบบเส้นทางแห่งสวรรค์ บทที่ 22 สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากู๊ดเดย์

คัดลอกลิงก์แล้ว