เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ราชันย์เร้นลับ 40 : คาบเรียนวิชาเร้นลับ

ราชันย์เร้นลับ 40 : คาบเรียนวิชาเร้นลับ

ราชันย์เร้นลับ 40 : คาบเรียนวิชาเร้นลับ


ราชันย์เร้นลับ 40 : คาบเรียนวิชาเร้นลับ

 

“ลูกเล่นที่น่าสนใจ?”

 

ไคลน์ถามพลางขมวดคิ้ว

 

ลุงนีลล์ยิ้มก่อนจะอธิบายต่อ

 

“ฉันจะเข้าไปสำรวจความเรียบร้อยในคลังอาวุธ คลังอุปกรณ์ และคลังเก็บของเก่า จงใช้แก้วบนโต๊ะชงกาแฟจำนวนสองแก้ว

 

“จากหนึ่งในสองแก้วที่ชง ให้ใส่สิ่งน่าขยะแขยงลงไป ส่วนจะเป็นอะไรก็สุดแล้วแต่เจ้า ใช้จินตนาการเอาเอง เรื่องเดียวที่ฉันขอร้องคืออย่าใช้กาแฟในปริมาณมากเกินไป นั่นเป็นถึงเมล็ดกาแฟเฟเนพ็อตสุดหายากที่ฉันบดด้วยสองมือของตัวเอง!”

 

“เข้าใจแล้วครับ”

 

ถึงไคลน์จะไม่ทราบว่าลุงนีลล์จะแสดงมายากลใดให้รับชม แต่มันก็เต็มใจทำ

 

ชายหนุ่มเฝ้ามองลุงนีลล์เปิดประตูคลังอาวุธด้วยกุญแจทองแดงและเดินเข้าไป มันไม่รีรอ ถ้วยกาแฟถูกนำมาวางเตรียม ถัดมาเป็นการตรวจสอบน้ำร้อนภายในกา

 

เมื่อเห็นว่าน้ำร้อนมีเพียงพอ ไคลน์บรรจงเปิดฝากระป๋องสีเงินออก กลิ่นหอมของกาแฟอันเย้ายวนลอยเตะจมูก ชายหนุ่มใช้ช้อนตักกาแฟบดจนพูนและนำไปใส่ทั้งสองถ้วย ก่อนจะเทน้ำร้อนตามลงไปและใช้ช้อนคนกวน

 

ในฐานะผู้เดินทางข้ามโลกที่มาจากยุคสมัยเทคโนโลยีพร้อมสรรพ ไคลน์ย่อมคุ้นชินกับการดื่มกาแฟ แต่ก็มิได้หรูหรามากนัก ส่วนใหญ่มักเป็นกาแฟกึ่งสำเร็จรูป

 

หลังจากคนกาแฟทั้งสองแก้วได้ที่ ไคลน์ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะนั่งลงและยกเท้าขวาขึ้นมาวางไขว้บนเข่าซ้าย มันใช้ปลายนิ้วหยิบเศษดินที่ติดอยู่กับรองเท้าออกมาใส่ในแก้วกาแฟถ้วยซ้ายมือ

 

จากนั้นก็ใช้ช้อนคนซ้ำ จนสิ่งแปลกปลอมกลายเป็นเนื้อเดียวกับกาแฟในถ้วยจนแยกไม่ออก

 

ไม่กี่นาทีถัดมา ลุงนีลล์เดินกลับจากประตูคลังอาวุธ นิ้วมือควงกุญแจทองแดงเล่น เมื่อปิดประตูและหันมองไคลน์ มันเอ่ยปากถาม

 

“เสร็จหรือยัง?”

 

นัยน์ตาสีแดงขุ่นมัวชำเลืองมองไคลน์ที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน

 

“ครับ”

 

ชายหนุ่มพยักหน้า

 

ลุงนีลล์ยิ้มพร้อมกับปลดโซ่เงินที่ข้อมือและนั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน

 

สีหน้าชายชราสงบนิ่งโดยพลัน มันใช้มือซ้ายถือโซ่เงิน ส่วนมือขวาถือปลายโซ่ที่มีศิลาจันทราห้อย อีกไม่กี่มิลลิเมตรก็จะสัมผัสกับของเหลวในถ้วยกาแฟ

 

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบงัน ศิลาจันทร์เริ่มสั่นระริกอย่างไร้เหตุผล ก่อนจะหมุนตัวเองไปพร้อมกับโซ่เงินในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา

 

“ในถ้วยมีสิ่งน่าขยะแขยงอยู่”

 

ลุงนีลล์กล่าวด้วยสีหน้ามั่นใจ

 

โดยไม่รอไคลน์เฉลย มันใช้มือหยิบกาแฟอีกถ้วยยกจิบทันที

 

“เจ้าชอบกาแฟดำอย่างนั้นหรือ? สำหรับฉันต้องใส่น้ำตาลและนมลงไปด้วย”

 

ไคลน์ยังไม่ตอบ มันรีบถามด้วยสีหน้าใคร่รู้

 

“คุณทำนายได้แม่นมาก เป็นเพราะศิลาจันทราหรือครับ? ต้องใช่แน่…”

 

“นี่คือการทำนายด้วยลูกตุ้ม หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าลูกตุ้มวิญญาณ ลูกตุ้มในที่นี้คือการนำอัญมณีใดก็ได้มาห้อยกับโซ่เงิน

“เป็นเทคนิคที่ใช้ ‘วิญญาณดารา’ ของตัวเองเพื่อติดต่อกับโลกวิญญาณ ให้ตัวตนในโลกวิญญาณช่วยตอบคำถามในสิ่งที่ปรารถนาจะทราบ ผ่านตัวกลางอย่างอัญมณี คริสตัล หรือโลหะวิเศษบางชนิด

 

“ผลลัพธ์คำทำนายจะแสดงออกมาเพียงสองคำตอบเท่านั้น คือดีหรือไม่ดี ตัวอย่างเช่นกาแฟสองถ้วยนี้ ถ้วยแรกหมุนทวนเข็มนาฬิกา จึงแปลว่าไม่ดี ส่วนถ้วยที่สองหมุนตามเข็มนาฬิกา จึงแปลว่าดี ถ้าไม่หมุนเลยแปลว่าไม่ดีไม่แย่

 

“เจ้าสามารถทดสอบได้ด้วยตัวเองโดยการเขียน ‘ประโยคบอกเล่า’ ที่ต้องการทำนายลงบนเศษกระดาษ จงจำไว้ให้ดี สิ่งที่เขียนลงไปต้องเป็น ‘ประโยคบอกเล่า’ เท่านั้น”

 

ลุงนีลล์วางถ้วยกาแฟลงพร้อมกับอธิบาย

ไคลน์ถามด้วยสีหน้าสงสัย

 

“ห้ามเขียนประโยคคำถามงั้นหรือครับ?”

 

“ถูกต้อง เจ้าไม่สามารถถามว่า ‘หญิงสาวผู้นี้ต้องการเป็นคู่หมั้นของผมหรือไม่’ แต่ควรใช้ประโยคบอกเล่าเช่น ‘หญิงสาวผู้นี้ต้องการเป็นคู่หมั้นของผม’

 

“เขียนลงบนกระดาษและวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ใช้มือข้างถนัดถือโซ่เงินที่มีปลายห้อยลูกตุ้ม ขอเน้นย้ำ ต้องเป็นมือข้างถนัดเท่านั้น”

 

ลุงนีลล์กล่าวพลางอมยิ้ม

 

“ขณะทำนายให้ยืดแขนตรง ปรับลูกตุ้มอย่างเหมาะสม ปล่อยให้ปลายห้อยเหนือแผ่นกระดาษเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็หลับตาลงและท่องประโยคบอกเล่าที่เขียนจนครบเจ็ดครั้ง

 

“เมื่อเสร็จสิ้น ให้ลืมตาขึ้นและสำรวจว่าลูกตุ้มวิญญาณมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้ายังไม่หมุน ให้หลับตาลงและท่องอีกเจ็ดครั้ง ทำเช่นนี้จนกว่ามันจะหมุน”

 

ไคลน์พยักหน้ารับ

 

“สรุปก็คือ ทวนเข็มนาฬิกาหมายถึง ‘ไม่ใช่’ และตามเข็มนาฬิกาหมายถึง ‘ใช่’ สินะครับ?”

 

“เจ้ายังสามารถใช้ระบุความ ‘สำเร็จ’ หรือ ‘ล้มเหลว’ ได้ด้วย ขึ้นอยู่กับประโยคที่เขียน”

 

ลุงนีลล์เสริม มันพยายามสอนความหลากหลายและอรรถประโยชน์ของการทำนายด้วยลูกตุ้มวิญญาณ

 

ไคลน์ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะประเมินว่าเทคนิคดังกล่าวมีประโยชน์ใช้สอยหลายด้าน ตัวอย่างเช่น หากเดินทางไปยังสถานที่ไม่คุ้นเคย มันสามารถใช้ทำนายว่าอาหารจานดังกล่าวมีพิษเจือปนหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์

 

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงเทคนิคการทำนายพื้นฐาน ชุดคำตอบที่ได้รับมีเพียงสองถึงสามรูปแบบ มิอาจลงลึกรายละเอียดไปมากกว่านั้น คงยากที่จะใช้ในการสืบสวนคดีซับซ้อน

 

ตัวอย่างเช่นหากท่องประโยคในใจว่า ‘ภายในอาหารมีสิ่งที่เป็นอันตรายกับร่างกาย’  ต่อให้คำตอบออกมาเป็น ‘ใช่’ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่าอาหารจะมียาพิษ เพราะวัตถุดิบประกอบอาหารส่วนใหญ่ล้วนก่อผลเสียแก่ร่างกายในปริมาณไม่มาก เช่นสารปนเปื้อนในผัก กลุ่มคนที่เลือกกินไม่ได้ ย่อมยินดีกลืนลงท้องโดยไม่แยแส

 

เทคนิคทำนายด้วยลูกตุ้มไม่สามารถมอบคำตอบที่ละเอียดกว่านี้ได้เลย

 

“ผมคงต้องรีบเก็บเงินซื้อคริสตัสและโซ่เงินสำหรับสร้างลูกตุ้มวิญญาณ…”

 

ไคลน์ถอนหายใจยาว

 

ลุงนีลล์มองด้วยสีหน้าฉงน

 

“ทำไมถึงไม่เบิก? นี่คืออุปกรณ์พื้นฐานสำหรับผู้วิเศษ โดยเฉพาะผู้วิเศษสายสนับสนุนอย่างพวกเรา ภายในคลังอาวุธยังเหลือบุษราคัมและโซ่เงินสำหรับสร้างลูกตุ้มวิญญาณอยู่นะ”

 

“แต่ผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ…”

 

ไคลน์รู้สึกไม่ดีที่มันต้องเบิกอุปกรณ์พร่ำเพรื่อ แต่อีกใจหนึ่งก็ลังเล

 

ลุงนีลล์ยิ้ม

 

“สำหรับผู้วิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการหรือไม่ แต่เหยี่ยวราตรีจะสนับสนุนอุปกรณ์พื้นฐานให้เสมอ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่พลเรือนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า”

 

“คงต้องเรียกว่า ‘สิทธิพิเศษ’ กระมัง… ตกลงครับ ผมจะแจ้งเรื่องนี้ให้หัวหน้าทราบภายหลัง”

 

หลังจากตัดสินใจ ไคลน์กำหมัดแน่นด้วยสีหน้าตื่นเต้น

 

มันทราบได้อย่างไรว่าดันน์จะอนุญาตทั้งที่ไม่เคยลองถามเลยสักครั้ง?

“ดีมาก”

 

ลุงนีลล์กล่าว

 

“เอาล่ะ ถึงเวลาพวกเราเริ่มคาบเรียนวิชาเร้นลับอย่างเป็นทางการแล้ว พื้นฐานที่สุดของศาสตร์เร้นลับคือ ‘สัญลักษณ์’  เจ้ารู้หรือไม่ว่าสัญลักษณ์หมายถึงสิ่งใด?”

 

ไคลน์หวนนึกถึงเศษเสี้ยวความทรงจำที่ผ่านมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพของโลกวิญญาณหรือมิติสายหมอก ชายหนุ่มตกผลึกความคิดตัวเองเป็นคำพูด

 

“ไม่ว่าจะเป็นโลกวิญญาณ มิติดารา หรือแม้กระทั่งมิติลึกลับที่ไม่มีใครรู้จัก ทั้งหมดจะอยู่นอกเหนือ ‘สัมผัส’ ของมนุษย์ ข้อมูลที่กายจิตได้รับไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สามารถอธิบายได้ด้วยสัมผัสจากหู จมูก หรือดวงตา

 

“ข้อมูลดังกล่าวมาในรูปแบบนามธรรม เป็นประสบการณ์ที่อธิบายไม่ได้ มีหลายครั้งที่ข้อมูลออกมาเป็นภาพอักขระหรือสัญลักษณ์พิเศษที่มนุษย์ต้องตีความเอาเอง”

 

“ถูกต้องไร้ที่ติ สมกับเป็นนักทำนาย”

 

ลุงนีลล์พยักหน้าชื่นชม

“เมื่อใดที่ตีความสัญลักษณ์เหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง เจ้าก็จะสู่โลกศาสตร์เร้นลับที่กว้างขึ้น

 

“ด้วยเหตุนี้ ศาสตร์การทำนายเบื้องต้นจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยเหลือเสมอ ตัวอย่างชัดเจนคือไพ่ทาโร่ต์ มันเป็นสัญลักษณ์ที่มนุษย์คิดค้นขึ้นเพื่อตีความข้อมูลบรรพกาลจากโลกวิญญาณ”

 

ลุงนีลล์หยิบปากกาหมึกซึมพร้อมกับวาดเส้นโค้งลักษณะหงาย จากนั้นก็วาดขีดยาวหนึ่งขีดไว้ด้านบน

 

ชายชราเงยหน้ามองไคลน์พลางเอ่ยปากถาม

 

“นี่คือสัญลักษณ์ของอะไร?”

 

ชายหนุ่มครุ่นคิด มันตอบอย่างไม่มั่นใจ

 

“ขนตา?”

 

“…”

 

ลุงนีลล์ถอนหายใจผิดหวัง

 

“นี่คือสัญลักษณ์ของราศีเกษตรกรรมในจักรราศี และนี่คือสัญลักษณ์ของราศีอัสนี ส่วนนี่คือสัญลักษณ์ของราศีเหมันต์…”

 

ชายชราวาดภาพสัญลักษณ์เพิ่มอีกสองถึงสามชนิด

 

ไคลน์พยายามจดจำ แต่ขณะเดียวกันก็อดวิจารณ์ไม่ได้

 

“ชื่อของแต่ละสักลักษณ์ช่าง… ช่างไร้ความสุนทรีสิ้นดี… ใช่แล้ว! ไร้อารยะมากๆ!”

 

ปราศจากรสนิยม แถมยังเก่าแก่คร่ำครึ

 

ลุงนีลล์เผยรอยยิ้ม

 

“เจ้าพูดเหมือนกับจักรพรรดิโรซายเลยนะ เขาเคยพยายามเปลี่ยนชื่อของพวกมันเป็นราศีกันย์ ราศีกรกฏ หรือราศีพิจิก

 

“แต่น่าเสียดายที่ชายคนนั้นไม่มีพลังมากพอจะเปลี่ยนขนบธรรมเนียมโบราณของโลก แต่อย่างน้อย ชื่อเชยๆ ของจักรราศีเหล่านี้ก็ยังพอมีประโยชน์บ้าง เพราะชาวนาจะได้ทราบว่าถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว”

 

“จักรพรรดิโรซายช่างปรีชานัก”

 

ไคลน์อมยิ้ม จักรพรรดิโรซายเป็นรุ่นพี่ที่มีวิสัยทัศน์ค่อนข้างดีทีเดียว…

 

ลุงนีลล์ย่อมไม่เข้าใจมุกตลกของไคลน์ มันอธิบายสัญลักษณ์จักรราศีที่เหลือทั้งหมดจนครบพร้อมชื่อ ประกอบด้วยสุริยัน จันทราแดง ดาวสีน้ำตาล ดาราสีชาด และดาราสีคราม

 

ขณะอธิบายก็สอนไคลน์ถึงวิธีการวาดภาพสัญลักษณ์ทางดาราศาสตร์ไปในตัว รวมถึงอธิบายเกี่ยวกับหลักพื้นฐานที่ควรทราบ

 

ถัดมาเป็นการสอนศาสตร์ทำนายด้วยลูกแก้วคริสตัล เริ่มจากวัสดุที่ใช้สร้างลูกแก้ว บทสวดและคาถาที่ต้องท่อง

 

เป็นคาบเรียนยาวนานที่ทำให้ไคลน์ได้พบโลกใบใหม่ หากไม่เพราะพลังโอสถนักทำนายช่วยให้ความจำดีขึ้น คงมีหลายครั้งที่มันต้องขอให้ลุงนีลล์หยุดเพื่อย่อยข้อมูลให้เสร็จ

 

“คาบเรียนวิชาเร้นลับของวันนี้จบลงแล้ว ลองทบทวนในใจและไต่ถามในสิ่งที่ยังเคลือบแคลง”

 

ชายชราหยิบนาฬิกาพกจากกระเป๋าเสื้อเพื่อตรวจสอบเวลา ก่อนจะปิดมันและเก็บกลับ

 

“อย่าลืมอ่านเอกสารโบราณที่ฉันเตรียมไว้ให้ด้วยล่ะ ด้วยความสัตย์จริง แม้แต่ตัวฉันยังเข็ดขยาดพวกมัน”

 

“ได้ครับ”

 

ไคลน์หยิบเศษกระดาษที่ลุงนีลล์วาดสัญลักษณ์จักรราศีเก็บใส่กระเป๋า มันพยายามทบทวนบทเรียนของวันนี้เพื่อที่จะได้ไม่ตกหล่น

 

ลุงนีลล์จิบกาแฟและกล่าวต่อ

 

“แค่การจดจำยังไม่พอ แต่ต้องหาโอกาสปฏิบัติจริงให้บ่อยครั้ง วิธีการดังกล่าวจะช่วยให้ความรู้ติดตัวไปตลอด แล้วอย่าลืมเข้าฌานอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งฝึกฝนมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วงชิงพลังโอสถมาเป็นของตัวเองได้เร็ว เจ้าจะค้นพบความลับของโอสถและลบล้างเสียงที่ไม่พึงประสงค์ออกจากหัว”

 

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นและครุ่นคิดถึงแผนการสวมบทบาทที่จะเริ่มทำในสโมสรพยากรณ์ ไคลน์พยายามบอกใบ้นีลล์

 

“โอสถของผมเกี่ยวพันกับศาสตร์ทำนาย การฝึกฝนหรือเข้าฌานอย่างเดียวคงไม่ช่วยให้พัฒนาพลังได้เร็ว ผมจึงมีแผนจะดูดวงให้บุคคลทั่วไปอย่างสม่ำเสมอเพื่อขัดเกลาพลังนักทำนายให้เฉียบแหลม

 

“ด้วยเหตุนี้ สโมสรพยากรณ์จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สโมสรดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตเหนือบนถนนฮาเวิส ผมต้องเก็บเงินค่าสมาชิกและหาโอกาสดูดวงบุคคลทั่วไปให้มากที่สุด เพื่อจะได้กลายเป็นนักทำนายตัวจริงเสียงจริง”

 

แผนสวมบทบาทเป็นนักทำนายคงมิอาจหลบเลี่ยงสายตาเหยี่ยวราตรีได้ตลอดรอดฝั่ง มันจึงต้องบอกให้ทราบล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ

 

“ความคิดของเจ้าเหมือนกับดาลี่ย์เลยนะ หล่อนมักทำเหมือนตนเองเป็นผู้สื่อวิญญาณตัวจริงเสมอ”

 

ลุงนีลล์ส่ายศีรษะเล็กน้อย

 

“แล้วทำไมต้องรอเก็บเงินให้ครบล่ะ? เจ้าสามารถขอเบิกเงินจากดันน์ได้ทันที สิ่งนี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่!”

 

“องค์กรต่างๆ เช่นสโมสรพยากรณ์อาจมีผู้วิเศษนอกรีตแฝงตัวอยู่ หรือกระทั่งสมาชิกลัทธิชั่วร้าย เดิมทีแล้วเหยี่ยวราตรีมีหน้าที่สอดสององค์กรที่กระจายตัวในเขตรับผิดชอบ

 

“แต่เนื่องจากพวกเรามีกำลังคนน้อย บางครั้งจึงจับตามองได้ไม่ทั่วถึง การเข้าเป็นสมาชิกของเจ้าจะสร้างประโยชน์ให้เหยี่ยวราตรีแน่นอน นั่นถือเป็นงานประเภทหนึ่ง!”

 

ทำแบบนั้นได้ด้วยหรือ? ไคลน์จ้องมองชายชราด้วยสีหน้าสุดฉงน

 

นี่มันข้ออ้างขอเบิกเงินเพื่อใช้ในธุระส่วนตัวไม่ใช่หรือไง?

 

บนโลกเก่าก็เคยมีเรื่องคล้ายๆ แบบนี้…

 

ถ้าจำไม่ผิดจะเรียกว่าคอรัปชั่น ในฐานะนักการเมืองคีย์บอร์ด ไคลน์ไม่มีทางลืม

 

“เจ้าคิดจะใช้เงินส่วนตัวจริงหรือ?”

 

ลุงนีลล์ยังคงยิ้มเมื่อเห็นปฏิกริยาไคล์

 

ชายหนุ่มรีบส่ายศีรษะหนักแน่น

 

“ผมจะไปบอกกับหัวหน้าเดี๋ยวนี้!”

ชายชราพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังถ้วยกาแฟที่ยังไม่ได้ดื่ม—ถ้วยที่ไคลน์ใส่สิ่งน่าขยะแขยงลงไป

 

“เจ้าใส่อะไรลงไป?”

 

ชายหนุ่มตอบกระอักกระอ่วน

 

“เศษดินจากรองเท้าผม สีของมันเข้ากับกาแฟในถ้วยพอดิบพอดี”

 

นีลล์ชะงักไปหลายวินาทีก่อนจะแผดเสียง

 

“แล้วทำไมไม่รีบเอามันไปเททิ้งอีก!?”

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร - เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

 

จบบทที่ ราชันย์เร้นลับ 40 : คาบเรียนวิชาเร้นลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว