เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ราชันย์เร้นลับ 34 : ค่าตอบแทนล่วงหน้า

ราชันย์เร้นลับ 34 : ค่าตอบแทนล่วงหน้า

ราชันย์เร้นลับ 34 : ค่าตอบแทนล่วงหน้า


ราชันย์เร้นลับ 34 : ค่าตอบแทนล่วงหน้า

 

ณ ห้องใต้ดินลับที่ไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียว อัลเจอร์·วิลสันกำลังนั่งหน้าโต๊ะยาวซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือหลายชนิดวางเรียงราย รวมถึงกระดาษหนังแพะอีกหลายใบ

 

ด้านหน้ามันคือเทียนไขที่ละลายไปแล้วครึ่งลำ เปลวเพลิงสีเหลืองหม่นส่องวูบวาบจนเงาเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องคับคล้ายกับกำลังเคลื่อนไหว

 

เส้นผมสีน้ำเงินเข้มเกือบดำของอัลเจอร์พัวพันยุ่งเหยิงประหนึ่งสาหร่ายทะเล มันสวมชุดคลุมซึ่งมีสัญลักษณ์สายฟ้าสลัก สองมือกุมประสานด้านหน้าโดยหันนิ้วโป้งเข้าหากัน สายตาจ้องมองขวดของเหลวสีดำสนิทที่ตั้งวางบนโต๊ะถัดจากเทียนไขเล็กน้อย

ซู่ว! ซู่ว! ซู่ว!

 

ซ่า! ซ่า! ซ่า!

 

เสียงสายลมกระโชกสลับกับเสียงคลื่นทะเลซัดโถมดังออกจากขวดปริศนา หยดหมึกสีดำลอยกึ่งกลางขวด สายหมอกสีเทาเจือจางหมุนวน มองผิวเผินคล้ายกับปากและดวงตาของสิ่งมีีชีวิตเร้นลับ

 

อัลเจอร์เหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง จนกระทั่งเข็มสั้นบ่งบอกชั่วโมงถูกเลื่อนมาเตะเลขสามตรง

 

มันใช้ปลายนิ้วบีบนวดขมับเล็กน้อย ก่อนที่ภาพการมองเห็นจะกลายเป็นสีดำสนิทและแสงสีต่างๆ ฟุ้งกระจายเข้มข้น

 

ทันใดนั้น แสงแดงสว่างจ้าคล้ายกับคลื่นสมุทรก่อตัวซัดโถมโอบร่างมันไว้ในพริบตา

 

 

กรุ่งเบ็นลันด์ เขตราชินี

ภายในคฤหาสน์สุดหรูของตระกูลฮอลล์

 

หลังจากแยกย้ายกับครูเต้นรำ ออเดรย์รีบล็อคประตูก่อนจะเดินไปหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเก่าแก่ตัวเดิม

 

แสงแดดภายนอกห้องกำลังส่องสว่างอย่างเจิดจ้า เป็นปรกติของยามบ่ายสาม บนโต๊ะเครื่องแป้งมีสมุดบันทึกสีน้ำตาลอ่อนซึ่งผลิตจากหนังแกะคุณภาพสูง หน้ากระดาษเปิดค้างเผยให้เห็นความว่างเปล่า ไม่ห่างกันนักมีปากกาหมึกซึมปลอกสีทองวางนอนอยู่ ด้ามจับประดับประดาด้วยทับทิมหลายเม็ด

 

ออเดรย์ทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้มั่นใจว่า เธอจะจดบันทึกได้ทันท่วงทีหลังถูกส่งออกจากชุมนุมไพ่ทาโร่ต์

 

“ตื่นเต้นจัง…”

 

เธอพยายามสูดลมหายใจสุดปอดเพื่อระงับอารมณ์โครมคราม ขณะเดียวกันก็ทำปากจู๋พลางชำเลืองมองเข้าไปในกระจก

 

ทว่า สิ่งที่เห็นมิใ่ช่ภาพสะท้อนจากกระจกเงา หากแต่เป็นลำแสงมายาสีเดงเข้มซึ่งพุ่งตรงออกจากแผ่นกระจกจนอาบท่วมร่างตนไว้

 

 

ณ ห้วงมิติสายหมอกซึ่งถูกจำลองเป็นโถงประชุมศักดิ์สิทธิ์ คล้ายคลึงกับสิ่งก่อสร้างของเผ่าคนยักษ์ไม่มีผิดเพี้ยน

 

เสาสีแดงเข้มสองต้นพุ่งขึ้นจากเบาะเก้าอี้สองตัวเดิมที่แฮงแมนและจัสติสเคยนั่ง เสาลำแสงกระแทกใส่โดมเพดานอย่างเกรี้ยวกราดประหนึ่งน้ำพุโลหิต ก่อนจะซาลงและค่อยๆ ‘สลัก’ รูปลักษณ์ของสองบุคคล

 

ออเดรย์ผู้มาพร้อมเส้นผมสีทองอ่อน รูปร่างสูงโปร่ง ผอมเพรียวและสง่างาม สิ่งแรกที่หล่อนกระทำคือชำเลืองมองเก้าอี้หัวโต๊ะ เธอพบบุคคลหนึ่งซึ่งมีหมอกเทารายล้อมเข้มข้นกำลังนั่งด้วยมาดสง่า มือข้างขวาวางอยู่บนโต๊ะ ส่วนข้างซ้ายกำลังลูบคางราวกับครุ่นคิด

 

“สวัสดียามบ่ายค่ะ มิสเตอร์ฟูล~”

 

ออเดรย์ทักทายด้วยสีหน้าร่าเริง

 

ถัดมาเป็นการชำเลืองมองบุคคลที่นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามและทักทายด้วยโทนเสียงแบบเดียวกัน

 

“สวัสดียามบ่ายค่ะ มิสเตอร์แฮงแมน~”

ช่างเป็นสตรีผู้ใสซื่อ… เธอมั่นใจได้อย่างไรว่าเราคือคนดี? เหตุใดถึงไม่มีความหวาดกลัวหรือกังวลในจิตใจเลย?

 

เป็นบุตรสาวขุนนางใหญ่ที่ถูกเลี้ยงดูมาเยี่ยงไข่ในหินหรืออย่างไร?

 

ไคลน์อมยิ้ม แต่มาดภายนอกยังคงสุขุมขึงขัง

 

“สวัสดียามบ่าย มิสจัสติส”

 

ขณะกล่าว มันเบือนหน้าไปทางซ้ายเล็กน้อยพร้อมกับใช้ปลายนิ้วแตะหว่างคิ้วสองครั้ง

 

ภาพการมองเห็นผันเปลี่ยนในพริบตา ปรากฏสีออร่าของร่างกายแฮงแมนและจัสติสอย่างแจ่มชัด

 

ทุกสรรพสิ่งรอบมิติสายหมอกล้วนดำมืดเช่นเดิม ไม่พบสัญญาณชีพใดในห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

 

สายตาหันชำเลืองมองออร่าจัสติส สีออร่ารอบตัวเธอเหมือนกับที่ลุงนีลล์เคยอธิบายไว้ทุกประการ แต่ละจุดแบ่งแยกชัดเจนด้วยสีแดง ม่วง ฟ้า และอื่นๆ จนรวมกันเป็นสีขาวบริสุทธิ์ผุดผ่อง บอกได้คำเดียวว่า เด็กสาวผู้นี้ถูกเลี้ยงดูอย่างดีและมีระดับสุขภาพไร้ที่ติ

 

ถัดมาเป็นสีของอารมณ์… แดงและเหลือง ซึ่งหมายถึงความตื่นเต้น กระตือรือร้น และความยินดี เมื่อได้ข้อสรุป ไคลน์หันไปสำรวจแฮงแมนบ้าง

 

คล้ายคลึงกับจัสติส… ไม่มีออร่าใดผิดแผกจากมนุษย์สุขภาพดีทั่วไป ส่วนอารมณ์นั้นมีสีฟ้าสลับส้ม

 

สุขุม ครุ่นคิด ระมัดระวัง และพึงพอใจ?

 

นี่คือครั้งแรกที่มันหัดอ่านสีออร่า ไคลน์จึงยังไม่มั่นใจในข้อสรุปนัก

 

แต่ขณะกำลังจะเบือนความสนใจกลับ มันเริ่มสัมผัสถึงบางสิ่งประหลาดได้จากแฮงแมน

 

ออร่าในชั้นลึกสุดของบุคคลผู้นี้แทบจะกลมกลืนกันเป็นสีเดียว

 

ไคลน์ลองเพ่งสมาธิให้หนักขึ้น มันพิจารณาแฮงแมนอย่างละเอียดจนพบว่า ในส่วนลึกที่ถัดจากกายอากาศลงไป ออร่าของแฮงแมนปรากฏสีฟ้าครามดุจดังน้ำทะเล แต่มิได้สงบนิ่ง กำลังเกรี้ยวกราวประหนึ่งลมพายุ

 

หรือจะเป็น… วิญญาณดารา? หรือควรเรียกว่าภาพเสมือนวิญญาณดาราดี?

ถ้ามีวิญญาณดาราก็หมายความว่า…

 

แฮงแมนเป็นผู้วิเศษ! แถมยังเป็นออร่าที่ทรงพลังยิ่งกว่าลุงนีลล์!

 

หลังจากวิเคราะห์ภายในใจอย่างเงียบงัน มันส่ายศีรษะเล็กน้อย

 

‘ไม่จำเป็นเสมอไป อาจเกี่ยวกับเรื่องที่มิติสายหมอกแห่งนี้คือสถานที่พิเศษ สีของออร่าจึงไม่ตรงกับความจริง’

 

หลังจากหันไปชำเลืองมองจัสติสอีกครั้ง ชายหนุ่มก็มั่นใจว่าออร่าสีฟ้าครามของแฮงแมนคือสัญลักษณ์ของผู้วิเศษ

 

ขณะเดียวกัน อัลเจอร์กล่าวทักทายตามมารยาทเสร็จสิ้น

 

ออเดรย์ฉีกยิ้มขณะเอ่ยปากถามด้วยสีหน้าคาดหวัง

 

“มิสเตอร์แฮงแมน คุณได้รับกล่องโลหิตฉลามวิญญาณแล้วหรือยัง?”

 

ก่อนจะตอบ อัลเจอร์หันไปมองไคลน์เล็กน้อย มันพบว่ามิสเตอร์ฟูลกำลังใช้ปลายนิ้วสัมผัสหว่างคิ้วคล้ายกับครุ่นคิดถึงเรื่องอื่น

 

“ต้องขอบคุณมากจริงๆ  นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ไม่คิดว่าคุณจะหาพบเร็วขนาดนี้ เพราะโลหิตฉลามวิญญาณจัดว่าเป็นวัตถุดิบพิเศษซึ่งค่อนข้างหายาก”

 

อัลเจอร์ตอบอย่างซื่อตรง

ออเดรย์ยิ้ม

 

“ฉันดีใจที่คุณชอบ”

 

ในฐานะบุคคลที่ผู้หลงไหลศาสตร์เร้นลับตั้งแต่เด็ก ออเดรย์จึงเน้นเข้าสังคมกับทายาทชนชั้นสูงที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน พวกมันมักแลกเปลี่ยนข้อมูล หนังสือ หรือของวิเศษกันบ่อยครั้ง แต่ไม่มีใครเลยที่สามารถช่วยให้ออเดรย์กลายเป็นผู้วิเศษได้จริง

 

อาจใช่ที่องค์ชายบางคนบอกใบ้ว่า มันสามารถช่วยให้เธอกลายเป็นผู้วิเศษได้ แต่ต้องแลกกับการมาเป็นภรรยารอง

 

ส่วนที่มาของโลหิตฉลามวิญญาณ ออเดรย์แอบขโมยมาจากคลังสมบัติตระกูล ซึ่งบ้านของเธอมีโหลบรรจุโลหิตฉลามวิญญาณ ‘ขนาดใหญ่มาก’ ชนิดที่ต่อให้หายไปร้อยมิลลิกรัมก็ไม่มีทางรับรู้ ออเดรย์จึงแอบขโมยมาเล็กน้อยโดยไม่รู้สึกผิด เธอเชื่อว่า ต่อให้ครอบครัวเอะใจว่าโลหิตฉลามวิญญาณถูกขโมย แต่คงไม่มีใครเสียเวลาสืบสวนเอาความ

 

อัลเจอร์ชำเลืองมองเดอะฟูลที่มีหมอกเทารายล้อม ก่อนจะหันกลับไปหาจัสติสด้วยสีหน้ายินดี

 

“จากข้อตกลงของเรา ผมจะบอกสูตรผลิตโอสถ ‘ผู้ชม’ ตามสัญญา”

 

“เดี๋ยวนะคะ ขอเตรียมหัวสมองก่อน…

 

“ตกลง เริ่มได้!”

 

ออเดรย์สูดลมหายใจเข้าลึกพลางจ้องอัลเจอร์ด้วยแววตาไม่สั่นคลอน

 

“โอสถลำดับต่ำนั้นปรุงได้ง่ายมาก เพียงใส่ส่วนผสมให้ตรงตามสูตรก็พอ ให้จำไว้ว่า สามารถใส่ในปริมาณน้อยกว่าที่ระบุได้ แต่ห้ามใส่มากกว่าเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญญาใหญ่ตามมา คุณคงเคยได้ยินเรื่องที่ผู้วิเศษคลุ้มคลั่งใช่ไหม? ผมคงไม่ต้องทวนซ้ำกระมัง”

 

อัลเจอร์แจงเรื่องสำคัญที่สุดของการปรุงโอสถก่อน

 

ออเดรย์พยักหน้าหนักแน่น

 

“เข้าใจแล้วค่ะ”

 

ขณะเดียวกัน เด็กสาวชำเลืองมองเดอะฟูล เผื่อว่าบุคคลผู้ยิ่งใหญ่จะมีสิ่งใดชี้แนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับศาสตร์เร้นลับ ทว่า เดอะฟูลยังคงเงียบงันและแน่นิ่งประหนึ่งรูปปั้น

 

อัลเจอร์พักเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ

 

“ผมบอกว่าใส่น้อยกว่าได้ก็จริง แต่ไม่ควรน้อยกว่าปริมาณที่ระบุมากเกินไป… หากไม่มีผู้ช่วย ขอแนะนำให้คุณศึกษาศาสตร์แปรธาตุเบื้องต้นด้วยตัวเองก่อน”

 

“มีครูสอนพิเศษส่วนตัวอยู่แล้วค่ะ”

 

ออเดรย์ตอบอย่างมั่นใจ

 

หลังจากแนะนำข้อมูลสำคัญไปหมดแล้ว อัลเจอร์ไล่เรียงรายละเอียดของสูตรอย่างคล่องแคล่ว

 

“ผู้ชม… โอสถลำดับเก้า น้ำบริสุทธิ์ 80 มิลลิลิตร สารสกัดหญ้าฝรั่นเหมันต์ 5 หยด ผงดอกโบตั๋นฟันวัว 13 กรัม ดอกไม้เอลฟ์ 7 กลีบ ตาปลามานเฮอร์โตเต็มวัย 1 ข้าง และโลหิตปลาดำเขาแพะ 35 มิลลิลิตร

 

“วัตถุดิบสองชนิดสุดท้ายที่กล่าวไปเป็นส่วนผสมหลักหายากจากสัตว์วิเศษในทะเล คุณต้องระวังเรื่องปริมาณให้ดี”

 

“เข้าใจแล้วค่ะ”

 

ออเดรย์ทวนซ้ำ

 

“น้ำบริสุทธิ์ 80 มิลลิลิตร สารสกัดหญ้าฝรั่นเหมันต์ 5 หยด ผงดอกโบตั๋น…”

 

“ฟันวัว”

 

อัลเจอร์ช่วย

 

ด้วยเหตุนี้ ออเดรย์เริ่มจดจำสูตรผลิตโอสถได้ขึ้นใจ ทว่า เด็กสาวยังคงกลัวลืมและทบทวนซ้ำเช่นนั้นอีกหลายรอบ

 

“คุณผู้จักการเข้าฌานไหม?”

 

เมื่อเห็นจัสติสผงกศีรษะ อัลเจอร์อธิบายต่อ

 

“ผมไม่แน่ใจว่าคุณศึกษาการเข้าฌานถึงระดับไหน แต่จะทวนให้ในจุดที่สำคัญ…

 

“หลังจากดื่มโอสถแล้ว จงรีบเข้าฌานทันที เพื่อให้ร่างกายเคยชินสัมผัสวิญญาณและพลังชนิดใหม่… การเข้าฌานต้องฝึกฝนเป็นประจำทุกวันเพื่อช่วงชิงพลังโอสถมาเป็นของตัวเองโดยเร็ว พยายามรีดเร้น ‘ความหมาย’ ของโอสถให้ชัดเจนที่สุด สัมผัสถึงความเร้นลับของมันให้มากที่สุด ร่างกายจะได้ปรับสภาพกับพลังใหม่ได้เร็วขึ้น

 

“ด้วยวิธีดังกล่าว คุณสามารถลดโอกาสคลุ้มคลั่งไปได้หลายส่วน และ ‘ความหมาย’ ของโอสถมิได้ซ่อนที่ไหนไกล แต่จะแฝงอยู่ในชื่อโอสถชนิดนั้นๆ … เช่น ‘ผู้ชม’ เป็นต้น”

 

ไคลน์แอบฟังบทสนทนามาตลอดโดยไม่มีเจตนาจะขัดขวาง สิ่งเดียวที่มันต้องการคือขโมยความลับของโลกใบนี้ให้ได้มากที่สุด

 

แต่เมื่อได้ยินอัลเจอร์กล่าวถึงโอสถเช่นนั้น ไคลน์พลันครุ่นคิดถึงบางสิ่ง

 

ออเดรย์ฟังแฮงแมนอธิบายอย่างตั้งใจ ขณะที่เธอกำลังจะถามถึงรายละเอียดเชิงลึกของโอสถ เสียงเคาะโต๊ะพลันแว่วข้างหู

 

แฮงแมนและจัสติสรีบหันมองเดอะฟูลเป็นตาเดียว บุคคลปริศนาหัวโต๊ะกำลังใช้ปลายนิ้วเคาะเรียกอย่างนุ่มนวล ถัดมาเป็นเสียงอธิบายอันสุขุมลุ่มลึก

 

“กุญแจสำคัญของโอสถมิใช่การ ‘ชิงพลัง’  แต่เป็นการ ‘ย่อยพลัง’

 

“หลักคำสัญมิใช่การค้นหาหรือรีดเร้นความหมาย แต่เป็นการ ‘สวมบทบาท’

 

“ชื่อของโอสถมิใช่สัญลักษณ์หรือความหมาย แต่เป็นกุญแจสำหรับ ‘สวมบทบาท’”

 

ออเดรย์ค่อนข้างสับสนในสิ่งที่ได้ยิน เธอไม่เข้าใจว่ามิสเตอร์ฟูลกำลังกล่าวถึงสิ่งใด สายตาเด็กสาวพลันชำเลืองมองแฮงแมนตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้น หล่อนมีอันต้องผงะ

 

สาเหตุเพราะ แฮงแมนกำลังยืนแข็งทื่อด้วยสีหน้าสุดตกตะลึง ท่าทีคล้ายคลึงยามมนุษย์ปรกติได้ยินเสียงฟ้าผ่าในระยะประชิด

 

“การย่อยพลัง การสวมบทบาท… การย่อย สวมบทบาท กุญแจสำคัญ…”

 

อัลเจอร์ทวนคำพูดเดอะฟูลซ้ำไปมาอีกสักพักใหญ่ด้วยเสียงค่อย คล้ายกับมันเริ่มเข้าใจหลักการของบางสิ่ง หรือไม่ก็ถูกสาปให้เสียสติไปเรียบร้อยแล้ว

 

หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งโดยไม่มีใครรบกวน อัลเจอร์หันมากล่าวกับไคลน์ด้วยเสียงแหบพร่าเจือความสั่นระริก

 

“ขอบคุณมากครับมิสเตอร์ฟูล คำบอกใบ้ของคุณสำคัญกับชีวิตผมมาก เป็นการชี้แนะครั้งใหญ่ที่ไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน ถึงจะยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในปัจจุบัน แต่ผมสัมผัสได้ว่า เมื่อครู่เป็นบทเรียนที่สำคัญและยิ่งใหญ่มาก”

 

ไคลน์ยังคงรักษามาดสุขุมเช่นเคย มันกล่าวกับอัลเจอร์ด้วยรอยยิ้ม

 

“ถือว่านั่นเป็นค่าตอบแทนล่วงหน้า”

 

อันที่จริง สมองไคลน์กลวงโบ๋เกี่ยวกับสิ่งที่ตนกล่าวออกไปเมื่อครู่ เพียงแค่คัดลอกถ้อยคำมาจากไดอารีของจักรพรรดิโรซายเท่านั้น แต่อย่างน้อยไคลน์ก็มั่นใจว่า รุ่นพี่จักรพรรดิโรซายต้องเป็นผู้วิเศษลำดับสูงซึ่งทรงพลังยิ่งกว่าแฮงแมน

 

ค่าตอบแทนล่วงหน้า…

 

หลังจากเห็นอากัปกริยาแฮงแมน ออเดรย์ทราบทันทีว่าข้อมูลเมื่อครู่มีมูลค่ามหาศาล

 

“มิสเตอร์ฟูลคะ คุณต้องการให้พวกเราทำสิ่งใดอย่างนั้นหรือ?”

 

อัลเจอร์ที่นั่งตรงข้ามรีบถามอย่างร้อนรน

 

“คุณจะมอบหมายงานแบบใดให้ผู้ต่ำต้อยเช่นพวกเรากระทำอย่างนั้นหรือครับ?”

 

ไคลน์เอนกายพิงผนังเบาะก่อนชำเลืองไปมาระหว่างคนทั้งสอง สุ้มเสียงของมันทั้งอ่อนโยนและกังวาลไปทั่วห้องประชุม

 

“จงรวบรวมไดอารีของจักรพรรดิโรซายมาให้เรา ไม่เกี่ยงว่าจะเล็กน้อยเพียงใด แค่หนึ่งหน้าก็มีความหมาย”

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร - เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

 

จบบทที่ ราชันย์เร้นลับ 34 : ค่าตอบแทนล่วงหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว