เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 19 : สตรีที่ดื้อรั้น

ตอนที่ 19 : สตรีที่ดื้อรั้น

ตอนที่ 19 : สตรีที่ดื้อรั้น


เหลาอาหารที่ดีที่สุดในเมืองวายุโปรยแห่งนี้คือ เถาพฤกษา

มันตั้งอยู่ตรงสี่แยกระหว่างกลางตลาดของตระกูลเฉิน,ลี่และ ฟาง แต่ทั้งสามตระกูลนี้ไม่ใช่เจ้าของเหลาอาหารนี้แต่อย่างใด

เจ้าของเหลาอาหารแห่งนี้กลับเป็นกลุ่มพ่อค้าจากต่างเมือง เหลาอาหารแห่งนี้นับว่าเป็นสถานที่ที่มีอาณาบริเวณกว้างขวางมากที่สุดและขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอาหารล้ำหน้าเหลาอื่นๆอย่างเทียบไม่ติด

ยามเช้าภายในเถาพฤกษาแห่งนี้ มักมีผู้คนจำนวนมากมายมายหวังที่จะฝากท้องเอาไว้

เหล่าผู้คนที่มาใช้บริการส่วนมากจะมาจากตระกูลที่มีฐานะพอสมควร นับว่าเป็นแหล่งรวมตัวของพวกขุนนางและเศรษฐีมีอันจะกินทั้งหลายในเมือง

เมื่อคู่หนุ่มสาวหน้าตาหล่อเหลาและสวยงามราวกับภาพวาดเดินเคียงคู่กันมา มันเปล่งประกายสะกดสายตาทุกคู่ของผู้ที่อยู่ภายในเหลาอาหารแห่งนี้ให้ต้องมนต์

สายตาของบุรุษทุกผู้ล้วนฉายแววอิจฉาชายหนุ่มที่เดินเคียงข้างหญิงงามราวกับภาพวาดนางนั้น

"พวกท่านสองคนมารับประทานอาหารใช่หรือไม่?" เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านหน้าเพื่อต้อนรับแขก เอ่ยถามทั้งคู่ด้วยความสุภาพ

"ใช่แล้ว ชั้นที่สอง โต๊ะที่อยู่ริมหน้าต่าง ยังว่างอยู่บ้างหรือไม่?

นายน้อยผู้นี้นับว่ากล่าววาจา ได้รื่นหูกว่าพวกนายน้อยตระกูลอื่นมากนัก

"มีขอรับ ข้าจะนำท่านทั้งสองไป โปรดตามข้ามา "

เสี่ยวเอ้อที่ต้อนรับ รู้ได้ทันทีว่านายน้อยที่หล่อเหล่าผู้นี้ไม่ได้มาใช้บริการครั้งแรกอย่างแน่นอน มันเดินนำทั้งสองไปยังชั้นสองที่มีความเงียบสงบ และบรรยากาศที่ดีกว่าชั้นแรกมากนัก

และแน่นอน ราคาอาหารในชั้นนี้ก็แพงกว่าชั้นล่างเป็นเท่าตัวด้วยเช่นกัน

"วันนี้นับว่าเรายังมีโชคไม่เลว"

เมื่อมองไปสุดทางเห็นโต๊ะริมหน้าต่างที่ยังว่างอยู่ ต้วนหลิงเทียนก็เดินไปทันที

ในขณะที่ หลิงเทียนกำลังเดินไป สายตาทุกคู่ ก็จับจ้องมาที่ เค่อเอ๋อ ไม่ต่างอะไรกับชั้นแรก

ชายหนุ่มสามคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างโต๊ะห่างจากหลิงเทียนเผยแววตาชั่วร้ายออกมาเมื่อจับจ้องไปที่ด้านหลังของเค่อเอ๋อ เสียดายที่พวกมันไม่ทันได้เห็นหน้านาง แต่แค่เห็นรูปร่างก็ช่างเย้ายวนยิ่งนัก

"นั่งก่อนสิ เค่อเอ๋อ"

ต้วนหลิงเทียนแสดงความเป็นสุภาพบุรุษโดยการหยิบดาบสั้นสีม่วงมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะดึงเก้าอี้ออกเพื่อให้เค่อเอ๋อได้นั่งลง

" ขอบคุณค่ะ...นายน้อย..."

ใบหน้าของเด็กสาวแดงขึ้นมาจากความเขินอาย ก่อนที่จะนั่งลงอย่างสุภาพ

ในขณะที่หลิงเทียนกำลังจะนั่งลงด้านฝั่งตรงข้ามของเค่อเอ๋อ ก็มีคนผู้หนึ่งพุ่งมาแย่งที่นั่งของเขาด้วยความรวดเร็ว

ต้วนหลิงเทียนหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อมองไปยังสตรีตรงหน้าที่แย่งที่นั่งของตน

สตรีตรงหน้ามีใบหน้างดงามน่ารักผิวขาวแลไปดูไร้เดียงสา นับว่ามีเสน่ห์ไม่น้อย เมื่อมองสตรีบนโต๊ะที่น่ารักทั้งสอง ตัวเขากลายเป็นดูแปลกแยก ราวกับว่าที่นั่งนี้ไม่เหมาะ กับบุรุษเช่นเขา

ในขณะนั้นเองสาวใช้คนหนึ่งก็เดินมาอยู่ด้านข้างของหลิงเทียน

"แม่นางเฉิน ต้องขออภัยด้วยแต่ว่าคุณชายท่านนี้ได้เลือกโต๊ะนี้แล้ว รบกวนแม่นางเปลี่ยนเป็นโต๊ะอื่นจะได้หรือไม่"

เสี่ยวเอ้อที่นำหลิงเทียนและเค่อเอ๋อขึ้นมา แสดงหน้าตาบิดเบี้ยวออกมาเมื่อเห็นสตรีที่มาแย่งโต๊ะอย่างไร้ยางอายเช่นนี้ แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจ้องไปยังสตรีชุดเขียวด้วยสายตาที่ลำบากใจ ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างสุภาพ

"มองอะไรกัน ข้ามาทานอาหารเช้าที่นี่ประจำ และทุกวันข้ามักจะนั่งโต๊ะตัวนี้ เหตุใดวันนี้ข้าจะนั่งตรงนี้ไม่ได้ ทำไมพวกเจ้าไม่ไปหาโต๊ะตัวอื่นเองล่ะ? "

สาวน้อยชุดเขียวเอ่ยวาจาก้าวร้าวออกมา โดยไม่เกรงกลัวผู้ใด

"นายหญิงผู้นี้ไม่ชมชอบนั่งกับคนแปลกหน้า เจ้าก็ลุกออกไปด้วย"

เธอพูดกับเค่อเอ๋อที่นั่งตรงข้ามออกมาด้วยน้ำเสียเย็นชา สายตาเธอแสดงความอิจฉาในความงามอย่างเห็นได้ชัด

"นายน้อยข้าว่าเรา ... "

สาวใช้ของสตรีชุดเขียวเดินเข้ามายืนประกบอยู่ด้านหลังของนางพร้อมกับจ้องไปที่หลิงเทียนด้วยแววตาโอหัง ราวกับมันจะบอกหลิงเทียนว่า ให้รีบไสหัวไป

แต่เมื่อหลิงเทียนเห็นสายตาของนางเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

"นายน้อยพวกเราย้ายโต๊ะกันดีไหม?"

เค่อเอ๋อมองไปยังหลิงเทียนด้วยสายตากังวล

เธอสังเกตได้ว่าสตรีชุดเขียวตรงหน้า น่าจะมีฐานะไม่ธรรมดา

แม้ว่ารูปโฉมของสตรีชุดเขียวจะเทียบกับเค่อเอ๋อไม่ได้ แต่ว่าเธอกลับมีบรรยากาศสูงศักดิ์กว่า และกลิ่นอายนั้นมันกดดันจนเค่อเอ๋อต้องรู้สึกอึดอัด

แม้ว่าเธอจะติดตามหลิงเทียนมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ว่าชาติกำเนิดที่ต่ำต้อยของเธอก็มักจะทำให้เธอรู้สึกด้อยค่าและไม่คู่ควรอยู่เสมอ

เมื่อต้วนหลิงเทียนเห็นถึงแววตาที่เค่อเอ๋อจ้องมองมา เขาก็รู้ได้ทันทีว่านางกำลังคิดอะไรอยู่

เขาเข้าใจและไม่อยากให้เค่อเอ๋อรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้

เขาอยากให้เค่อเอ๋อรู้ว่า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของผู้คนนั้น สามารถสร้างกันได้หากมีความสามารถเพียงพอ ไม่ใช่ว่าเกิดมาต่ำต้อยแล้วจะต้อยต่ำตลอดไป

"เค่อเอ๋อเจ้าลองบอกเหตุผลที่พวกเราต้องย้ายโต๊ะให้ข้าฟังได้หรือไม่?"

หลิงเทียนเอ่ยถามเค่อเอ๋อด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพร้อมกับจ้องมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน

"นายน้อย..ข้า ... "

เค่อเอ๋อไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี

"เค่อเอ๋อ ข้าอยากให้เจ้ารู้เอาไว้ นับตั้งแต่เจ้าติดตามข้าเจ้าก็นับได้ว่าเป็นครอบครัวของข้า เจ้าไม่ใช่เค่อเอ๋อคนเก่าอีกแล้ว ข้าอยากให้เจ้ามั่นใจในตัวเองมากกว่านี้ และไม่ต้องกังวลเรื่องไร้สาระอื่นใด อย่าได้ดูถูกตัวเองอีก เจ้าทำได้หรือไม่?"

หลิงเทียนค่อยๆกล่าวกับเค่อเอ๋ออย่างช้าๆ

"นายน้อยข้าผิดไปแล้ว"

ตาของเค่อเอ๋อเริ่มแดงขึ้นก่อนที่จะคลอไปด้วยน้ำตา แล้วเธอก็ค่อยๆก้มหน้าลง

“นี่! พวกเจ้าได้ยินที่ข้าพูดบ้างรึเปล่าเนี่ย? นายหญิงผู้นี้ไม่ต้องการร่วมโต๊ะกับคนแปลกหน้า รีบไสหัวออกไปให้พ้นหน้าข้าได้แล้ว!” สตรีชุดเขียวที่ยืนฟังบทสนทนาของต้วนหลิงเทียนและเค่อเอ๋ออยู่สักระยะ ทนไม่ได้ก่อนที่จะตะโกนออกมา

"แม่นางเฉินใช่มั้ย?"

ต้วนหลิงเทียนหันไปมองสตรีชุดเขียว

"ข้าจะให้เวลาท่านสามลมหายใจ รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า ... ก่อนที่ท่านจะเสียใจ! "

แววตาของหลิงเทียนฉายแววอำมหิตออกมา น้ำเสียงของเขาที่กล่าวออกมาก็เย็นชาเป็นอย่างมาก

ใบหน้าของสตรีชุดเขียวเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อได้ฟังคำขู่ของหลิงเทียน

แต่ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นมาต่อว้า

เธอก็รู้สึกถึงแรงกดดันและกลิ่นอายอำมหิตกดทับลงไปที่ร่างกายของเธอ จนแทบจะหายใจไม่ออก ตอนนี้เธอไร้เรี่ยวแรงต่อต้านใดๆ

"เหลืออีกสองลมหายใจ!"

น้ำเสียงเย็นชาและไม่แยแสดังขึ้นอีกครั้ง

ตอนนี้กลิ่นอายเย็นยะเยือกสะกดเธออย่างหนักหน่วงอีกครั้ง!

ตอนนี้สตรีชุดเขียวแทบจะไม่สามารถประคองสติตัวเองเอาไว้ได้ แต่เธอเป็นถึงลูกสาวของประมุขตระกูลเฉินที่ยิ่งใหญ่ เธอไม่สามารถยินยอมและเสียหน้าลุกไปแบบนี้ได้

"ลมหายใจสุดท้าย!"

น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นอีกครั้ง ครานี้มันดังและสะท้านใจผู้ฟังยิ่งกว่าครั้งใด

อีกทั้งครานี้แรงกดดันและกลิ่นอายไม่ได้มีแต่ความเย็นชาเท่านั้น มันแฝงไว้ด้วยความกระหายเลือดและอำมหิตอย่างมาก

ตอนนี้ใบหน้าของสตรีชุดเขียวซีดเซียวบ่งบอกว่าไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป เมื่อเธอไม่สามารถทนรับแรงกดดันและความอำมหิตขนาดนี้ได้ เธอจึงรีบลุกขึ้นยืนด้วยความหวาดกลัว

ในขณะที่ลุกเธอก็ได้แต่มองหลิงเทียนที่ค่อยๆคลายความกดดันลงช้าๆ ทำให้เธอเริ่มฟื้นคืนสติขึ้นมาบ้าง

"เจ้าเป็นใคร?"

สตรีชุดเขียวค่อยๆสูดลมหายใจช้าๆ ก่อนจะกล่าวถามออกมา

เธอไม่เข้าใจจริงๆทำไมบุรุษหนุ่มที่ดูอายุน้อยกว่าเธอตรงหน้า ถึงมีแรงกดดันน่ากลัวขนาดนี้

เมื่อครู่เธอรู้สึกราวกับว่าเขาเป็นเทพแห่งความตาย กลิ่นอายจากร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและกระหายเลือด

เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าผลลัพธ์ที่เลวร้ายขนาดไหนจะเกิดขึ้น ถ้าเธอยังฝืนนั่งอยู่ต่อไป

"เอาติ่มซำสูตรพิเศษของร้านมาให้ข้าสองที่ อ่อ..แล้วก็นมถั่วเหลืองสองแก้วด้วย"

ต้วนหลิงเทียนกล่าวสั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้ออย่างช้าๆ เขาไม่คิดจะสนใจสตรีชุดเขียวตรงหน้าสักกะนิด เขาทำแค่มองเธอด้วยสายตาดูถูกก่อนที่จะหันไปสั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อ

"ได้ขอรับนายท่าน"

เสี่ยวเอ้อรีบรับรายการอาหารก่อนที่จะเดินออกไปอย่างสุภาพ

ในความเห็นของเขาผู้ที่สามารถต่อกรกับ เฉินเม่ยเอ๋อ นายหญิงน้อยแห่งตระกูลเฉินย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

“นี่! ข้ากำลังพูดกับเจ้าอยู่ ไม่ได้ยินเหรอไง?”

เฉินเม่ยเอ๋อ ตะโกนถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

ตั้งแต่เกิดมาและจำความได้ นายหญิงน้อยแห่งตระกูลเฉินอย่างเธอไม่เคยได้รับการเมินเฉยจากผู้ใดเช่นนี้

"เค่อเอ๋อติ่มซำนี่อร่อยมาก เจ้าลองกินดูสิ ถ้าเจ้าถูกใจข้าจะพาเจ้ามากินอาหารที่นี่ทุกเช้า" เมื่อเสี่ยวเอ้อนำอาหารมาส่ง ต้วนหลิงเทียนก็มองไปที่สาวน้อยงดงามตรงหน้าของเขา ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"นายน้อยข้าว่าเรามาแค่ครั้งคราวก็พอ อาหารที่นี่ราคาสูงยิ่ง "

สาวน้อยตรงหน้าส่ายหัวไปมาด้วยท่าทางน่าเอ็นดู

"ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรหรอก แม้ข้าจะไม่ค่อยรวย แต่สำหรับเจ้า เค่อเอ๋อ ข้าเลี้ยงเจ้าได้สบายมาก "

คำพูดหยอกเย้าของหลิงเทียนทำให้เค่อเอ๋อถึงกับอายม้วน ใบหน้าของนางเป็นสีแดง ก่อนที่นางจะเริ่มเอาตะเกียบจิ้มติ่มซำอย่างเงอะๆงะๆ ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู

"คุณชาย นายหญิงของข้ากำลังพูดกับท่านอยู่"

สาวใช้ที่มากับเฉินเม่ยเอ๋อกล่าวกับหลิงเทียนในขณะที่เขามองไปที่เค่อเอ๋อด้วยความเอ็นดู

"เฮ่อ เจ้าคงเหนื่อยไม่น้อยนะที่มีนายหญิงเช่นนี้"

หลิงเทียนเหลือบมองสาวใช้ ก่อนที่จะกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"ไม่ใช่ ... ไม่ ... นาย ... . นายหญิงดีกับข้ามาก"

ใบหน้าของสาวใช้เปลีย่นสีทันที เธอรีบแก้คำพูดของหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

"ข้าให้เจ้าพูดเมื่อไหร่กัน?"

เฉินเม่ยเอ๋อจ้องมองไปที่สาวใช้ด้วยสายตาโกรธแค้น

ตอนนี้ใจเธอเต็มไปด้วยความอิจฉา ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่เธอต้องอิจฉาสาวใช้ตัวเองแบบนี้

ไม่ใช่เพราะอะไร มันเป็นเพราะบุรุษตรงหน้านั้นส่งสายตารังเกียจและไม่อยากจะพูดกับเธอ แต่กลับหันไปคุยกับสาวใช้ของเธออย่างสนุกสนาน

"นั่นใช่แม่นางเม่ยเอ๋อหรือไม่!"

"โอ้ เป็นแม่นางเม่ยเอ๋อจริงๆด้วย!"

......

ชายหนุ่มสามคนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านข้างรีบลุกออกมาทักทายกับเฉินเม่ยเอ๋อ

น้ำเสียงของพวกมันเต็มไปด้วยความเอาอกเอาใจ

ความรู้สึกของเฉินเม่ยเอ๋อค่อยๆดีขึ้น ก่อนที่จะหันไปมองหลิงเทียนด้วยความมั่นใจ

ราวกับเธอกำลังจะบอกหลิงเทียนว่า ข้านายหญิงเม่ยเอ๋อผู้นี้ยังมีบุรุษอีกหลายคนที่ยกย่องและพร้อมจะเอาอกเอาใจ

แต่เมื่อเธอสังเกตว่าหลิงเทียนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง สีหน้าเธอก็พลันเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดทันที

"แม่นางเม่ยเอ๋อมีอะไรผิดพลาดงั้นเหรอ?"

หนึ่งในบุรุษที่ดูมีอายุมากกว่าเม่ยเอ๋อ เอ่ยถามขึ้นมา

"ใช่ๆ แม่นางเม่ยเอ๋อมีอะไรให้พวกข้าช่วยเหลือ หรือไม่?"

บุรุษอีกสองคนก็รีบถามออกมาอย่างพร้อมเพรียง

"ที่นั่งนี้เป็นของข้า แต่ว่าเขากลับมาแย่งมันไปจากข้า"

เฉินเม่ยเอ๋อหันไปมองหลิงเทียนก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหมือนคนถูกรังแก ท่าทางเหมือนคนไม่ได้รับความยุติธรรมถูกเสแสร้งแสดงออกมา

"อะไร? ชายคนนี้กล้าแย่งที่นั่งของแม่นางเม่ยเอ๋อเช่นนั้นเหรอ? "

"เด็กน้อย ไม่คิดเลยว่าจะกล้าหาญขนาดนี้!"

......

เมื่อทั้งสามคนได้ยินคำกล่าวของเม่ยเอ๋อ พวกมันก็ส่งสายตาเอาเรื่องไปยังหลิงเทียนทันที

"แม่นางทำไมต้องใส่ร้ายผู้อื่นด้วยล่ะ?"

หลังจากได้ยินคำกล่าวของเฉินเม่ยเอ๋อ ใบหน้างดงามและบริสุทธิ์ของเค่อเอ๋อก็เริ่มเต็มไปด้วยสีแดงจากความโกรธ เธอได้แต่ถามออกมาด้วยความไม่ยินยอม

ดวงตาที่ฉายแววเอาเรื่อง พร้อมกับสีแดงอ่อนๆที่ระบายอยู่บนแก้มที่ขาวผ่องสวยงาม ริมฝีปากงดงามได้รูปตอบรับกับจมูกเล็กๆ ที่ไร้เดียงสา สะกดสายตาของชายหนุ่มที่กำลังเอาอกเอาใจเม่ยเอ๋อเข้าอย่างจัง พวกมันแทบลืมหายใจตอนที่หันมาเห็นใบหน้างดงามของสตรีที่เอ่ยเสียงหวานปานระฆังผู้นี้ออกมา

บนโลกหล้ามีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้ด้วยเหรอ?

ตอนนี้พวกเขาลืมเรื่องที่กำลังคิดจะทำทั้งหมด...

"นางงดงามมากขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงได้จ้องกันขนาดนั้น?"

เฉินเม่ยเอ๋อกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยา ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยสีแดงจากความโกรธ

"ไม่ไม่ไม่ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น!"

ทั้งสามคนสะดุ้งตกใจก่อนที่จะกล่าวแก้ตัวออกไปเมื่อพวกมันกลับมาคุมสติได้

พวกเขากลับลืมไปเสียสนิทว่าเฉินเม่ยเอ๋อผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความอิจฉาริษยามากขนาดไหน

มีเรื่องเล่ากล่าวขานกันเนิ่นนานมาแล้ว ว่าสตรีใดหรือสาวใช้คนไหนที่ถูกกล่าวชมว่างดงามต่อหน้านาง มักจะหายตัวไปอย่างลึกลับ และไม่เคยมีผู้ใดเคยเห็นพวกนางอีกเลย

พวกเขาหันไปมองหลิงเทียนด้วยแววตาเอาเรื่อง ก่อนที่จะพูดข่มขู่ออกมาอีกครั้ง

"เด็กน้อยถ้าเจ้ายังรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ก็รีบไสหัวไปให้พ้นได้แล้ว เจ้ากล้ากล่าวหาแม่นางเฉินว่าเป็นฝ่ายผิดงั้นเหรอ? "

"ถ้าเจ้าไม่รีบไสหัวไป อย่าหาว่าพวกข้าโหดเหี้ยมนะ!"

จบบทที่ ตอนที่ 19 : สตรีที่ดื้อรั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว