เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 : การพนัน!

บทที่ 10 : การพนัน!

บทที่ 10 : การพนัน!


เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันที่นัดประลองระหว่างหลิงเทียนกับหลี่เจีย

ยามเช้าในห้องที่สะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อย หลิงเทียนลุกขึ้นจากถังอาบน้ำ เขาเพิ่งจะดูดซึมส่วนสุดท้ายของน้ำยาบ่มเพาะร่างกายไป

ขณะที่เขาขยับร่างกาย เขารู้สึกถึงความแข็งแกร่ง หลิงเทียนยกยิ้มมุมปาก

ตลอดทั้งเดือนของการฝึกฝนอย่างหนักไม่ได้เสียเปล่า! หลังจากที่ผ่านการบ่มเพาะเป็นเวลาหนึ่งเดือน ปรากฏร่องรอยความภาคภูมิใจบนใบหน้าหลิงเทียนจางๆ

การฝึกร่างกายเป็นเวลานานทำให้ร่างกายของหลิงเทียนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เทียบกับตัวเขาเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เหมือนกับเป็นคนละคน

ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงเคาะประตูมาจากข้างนอก

"นายน้อย ท่านตื่นหรือยัง?"

เสียงที่ไพเราะเช่นเดียวกับการร้องเพลงจากนกขมิ้นทำให้เกิดความรู้สึกอ่อนโยนภายใต้แสดงออกอันสงบนิ่งของหลิงเทียน

หลังจากที่ใส่เสื้อผ้าเสร็จ หลิงเทียนเดินออกมาจากด้านหลังห้อง เดินไปเปิดประตูห้อง

เมื่อประตูเปิดแสงแดดอ่อน ๆ ความอบอุ่นไหลเข้ามาในห้อง และเข้าสู่ร่างกายของหลิงเทียน

ข้างนอกคือเด็กสาวบอบบางและสง่างามจ้องมองมาทางหลิงเทียน เมื่อสายตาของพวกเขาปะทะกัน เธอก้มหน้าลงในความเขินอาย แก้มเป็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ

เด็กสาวสวมเสื้อผ้าสีเขียวอ่อน ซึ่งเผยให้เห็นการเติบโตของเธอ คู่ดอกไม้บานที่ไม่ได้ตั้งใจอวด เป็นสิ่งล่อตาล่อใจแสดงถึงความอ่อนเยาว์ เอวที่เพรียวบางที่อาจกอดได้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ถูกผูกติดกับเข็มขัดสีฟ้าที่พ้ริวไปตามแรงลม ...

หลิงเทียนมองเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า และนิ่งไปชั่วครู่

"เค่อเอ๋อร์ เจ้าตื่นเช้าดี" หลิงเทียนยิ้มให้ยิ้มเล็กน้อย

เขาถอนหายใจเบา ๆ ในใจ ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ร่างกายของเธอมีเสน่ห์มากขึ้น และมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในขณะที่หลิงเทียนมองเธอ ใบหน้าของเธอแดงจนดูเหมือนเลือดจะไหลออกมาได้

"นายน้อย นายหญิงบอกว่าท่านจะออกไปข้างนอก ให้ข้ามาปลุกท่าน และออกไปพร้อมกับนายน้อย ข้ามิคิดว่านายน้อยจะตื่นเช้าเช่นนี้" เด็กสาวกระพริบตา คิ้วใบหลิวโค้งในรูปพระจันทร์เสี้ยวเมื่อเธอพยักหน้าเบา ๆ สิ่งที่เด็กสาวบอกทำให้หลิงเทียน หัวเราะอย่างขมขื่น

<ท่านแม่คิดว่าข้ายังคงเป็นเด็กขี้เกียจที่ชอบตื่นสาย? >

"เค่อเอ๋อร์, เจ้าไปถึงระดับที่สองของขั้นบ่มเพาะร่างกายแล้ว?"

ทันใดนั้นหลิงเทียนก็มองไปที่เด็กสาวด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อเห็นว่าเธอตัดผ่านไปอีกขั้น

"ต้องขอบคุณทุกอย่างที่นายน้อยมอบให้ น้ำยาที่ท่านปรุงให้ข้า ถ้าไม่เช่นนั้นความคืบหน้าของข้าก็คบไม่รวดเร็วเท่านี้ "

ดวงตาที่กระจ่างใสของเด็กสาวขยับเล็กน้อย และคิ้วใบหลิวของเธอก็ขยับขึ้น เธอพยักหน้าเล็กน้อย มุมปากของเธอก็ยิ้มขึ้น

"ยาเป็นเพียงปัจจัยรอง จุดสำคัญที่สุดคือเจ้ามีพรสวรรค์ที่ดี ดูเหมือนว่าทักษะดาบเหมันต์จะเหมาะกับเจ้ามาก ...เจ้าจะต้องใช้ดาบเนื่องจากเจ้ากำลังบ่มเพาะวิถีดาบ ในตอนบ่ายข้าจะพาเจ้าไปซื้อดาบ " หลิงเทียนส่ายหัวและยิ้ม

"นายน้อยไม่ใช่ท่านบอกว่าการบ่มเพาะร่างกายของทักษะดาบเหมันต์ ไม่ได้มีทักษะดาบใดๆ ? " สาวน้อยกระพริบตาของเธอ

"ข้าจะสอนทักษะดาบอื่น ๆ เจ้าต้องการที่จะเรียนรู้ไหม? " หลิงเทียนหยอกเล่นอย่างสนุกสนาน

"เจ้าค่ะ!" ดูเหมือนจะกลัวว่าหลิงเทียนอาจกลับคำพูดของเขา

"เค่อเอ๋อร์ไปกันเถอะ"

หลังจากออกจากห้องของเขา และปิดประตู เขายื่นมือออกไปจับมือเด็กสาว การกระทำของเขาดูเหมือนเป็นธรรมชาติ และราบรื่นราวกับว่าเขาได้ฝึกซ้อมนับไม่ถ้วน

"ใช่ เราไม่สามารถปล่อยให้ท่านแม่มารอเรานานเกินไป"

ใบหน้าของหญิงสาวมีรอยยิ้มแห่งความสุข ขณะที่มือเล็ก ๆ ของเธอจับมือเด็กหนุ่มไว้แน่น

คู่หนุ่มสาวจับมือกันขณะที่พวกเขาเดินออกมาจากบ้าน และไปที่ห้องฝึกสมาธิในการฝึกศิลปะการต่อสู้ของตระกูลหลี่

ระหว่างทางพวกเขาถูกจับตามองจากสาวกของตระกูลหลี่ พวกเขามองด้วยความอิจฉา ชื่นชม และเกลียดชัง

ลูกศิษย์ตระกูลหลี่จำนวนหนึ่งมองไปที่หลิงเทียนเหมือนว่าดวงตาของพวกเขาจะพ่นไฟได้ทุกเมื่อ พวกเขาปรารถนาว่าพวกเขาจะสามารถผลักหลิงเทียนออกไป และเข้าไปแทนที่หลิงเทียนได้

มีสาว ๆ บางคนที่มีความรู้สึกริษยา เมื่อมองไปที่เค่อเอ๋อร์ ที่มีความงามพอๆกับนางฟ้าบนสวรรค์

......

ห้องโถงฝึกศิลปะการต่อสู้ของตระกูลหลี่เป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่

บริเวณนอกเวทีมีระดับความสูงขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้มีคนเข้ามาที่นั่น คนเหล่านี้เป็นลูกศิษย์ตระกูลหลี่ที่มาชุมนุมกัน พวกเขาคึกคักและตื่นเต้นสุดๆจนพูดคุยส่งเสียงดังกระหึ่ม

"แค่เด็กสองคนสู้กัน แต่ทุกคนในตระกูลมากันหมด นี่เป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก! "

"ใช่ แม้แต่ผู้อาวุโสหอการค้าก็กลับมาจากเมืองวายุโปรย ความคึกครื้นในวันนี้เทียบกับงานวันเกิดท่านผู้นำได้เลย "

"ในความเห็นของข้า ที่บรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายได้กลับมาเป็นเพราะผู้อาวุโสที่เจ็ดเชิญบรรดาผู้อาวุโส และท่านประมุขมาเป็นพยาน พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะมา ถ้าหากไม่มาจะเป็นการไม่ให้เกียรติผู้อาวุโสที่เจ็ด"

......

ที่ด้านหน้าของสนามฝึกศิลปะการต่อสู้มีเวทีสูงที่มีที่นั่งวางไว้ หลายคนนั่งอยู่ที่นั่น แล้วดื่มด่ำกับชาหอม ๆ คนเหล่านี้เป็นพวกสายตระกูลหลักของตระกูลหลี่และมีหลี่หนานเฟิง*ผู้เป็นประมุขตระกูลหลี่นั่งอยู่ตรงกลาง

นอกจากที่นั่งข้างๆเขาแล้ว ที่นั่งอื่นๆเต็มหมด ถัดมาด้านหลังเป็นที่นั่งของผู้อาวุโสตระกูลหลี่ แต่ละคนมีเด็กอายุน้อยๆอยู่ข้างกาย

ในฐานะผู้อาวุโสที่เก้าของตระกูลหลี่ หลี่รู่นั่งอยู่ริมๆ ใบหน้าของเธอสงบ ราวกับว่าสีหน้าของเธอจะไม่มีสันเปลี่ยนแม้ว่าภูเขาจะพังลงตรงหน้าเธอ

"ผู้อาวุโสที่เก้า ท่านมีความสามารถในการควบคุมตนเองได้ดี"

ผู้อาวุโสที่เจ็ดและที่เก้า หลี่คุนและหลี่รู่ถูกขั้นด้วยผู้อาวุโสลำดับที่แปด เขาเอนศีรษะมองไปที่หลี่รู่และยิ้มให้จาง ๆ

หลี่คุนแสดงออกถึงความมั่นใจในชัยชนะ

หรี่รู่ทำราวกับว่าเธอไม่ได้ยินเสียงเขา และไม่สนใจเขา ทำให้ผู้อาวุโสคนที่แปดที่อยู่ตรงกลางไม่สามารถกลั้นรอยยิ้มแปลก ๆ บนใบหน้าได้

"ฮึ!" หลี่คุนสบถด้วยความเกรี้ยวกราด

เขาอยากจะดูว่าหลี่รู่จะสามารถทำหน้านิ่งได้นานแค่ไหน

วันนี้บุตรชายของเขาหลี่เจียจะทำให้หลิงเทียนพิการ และแก้แค้นให้กับหลี่ซินที่ไม่สามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้

"ผู้อาวุโสลำดับหนึ่ง!"

"ผู้อาวุโสลำดับหนึ่ง!"

คนแยกออกจากกันเป็นทางเส้นหนึ่ง พร้อมด้วยคำทักทายที่เต็มไปด้วยความนับถือ คนที่ดูมีอายุเดินขึ้นไปบนเวทียกสูง คือผู้อาวุโสลำดับหนึ่งของตระกูลหลี่ หลี่ฮั่ว!

"ผู้อาวุโสลำดับหนึ่ง!"

รวมทั้งท่านประมุขหลี่หนานเฟิง ทุกคนในตระกูลหลี่ลุกขึ้นยืน และกวาดมือให้ความเคารพชายชรา

ชายชราคนนี้ไม่เพียงแต่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลหลี่ แต่เขาก็นับว่าเป็นนักปรุงยาระดับเก้า

ในทวีปเมฆาครามนี้นักปรุงยาจะต้องไปรับการพิจารณาก่อนถึงจะเป็นนักปรุงยาที่แท้จริง

การเป็นนักเล่นปรุงยาต้องทำตามข้อกำหนดที่เข้มงวดมาก อาจกล่าวได้ว่ามีนักสู้ขั้นสร้างแก่นพลังหลักหลายพันคนไม่มีโอกาสเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุได้ ในเมืองวายุโปรยทั้งสามตระกูลหลักมีนักปรุงยาระดับเก้าเพียงตระกูลละคน

แต่นักปรุงยาของตระกูลหลี่ เป็นเครือญาติของตัวเอง ในขณะที่นักปรุงยาของอีกสองตระกูลได้รับเชิญเข้ามาในตระกูลด้วยการจ่ายเงินจำนวนมหาศาลซึ่งนักปรุงยาสามารถออกได้ทุกเมื่อ

ชายชราพยักหน้าเบา ๆ และนั่งลงที่ที่นั่งด้านข้างของท่านประมุขหลี่น่าน จากนั้นเขาก็หลับตาลง และเข้าสู่สมาธิ

"หลี่เจีย ผู้อาวุโสลำดับหนึ่งมาถึงแล้วเข้าไปที่ลานต่อสู้ได้เลย"

ผู้อาวุโสที่เจ็ดกล่าวกับหลี่เจียที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา หลังจากที่เขาพยักหน้าหลี่เจียเดินเข้าไปในลานต่อสู้อันกว้างขวาง

"ผู้อาวุโสได้มาถึงแล้ว และหลี่เจียก็เข้าไปในเวที แต่ทำไมหลิงเทียนยังไม่มา?"

"มารยาทเป็นสิ่งที่หลิงเทียนควรมี!"

"เขาไม่กลัวก่อนที่จะมาใช่มั้ย?"

สาวกของตระกูลหลี่ที่อยู่รอบ ๆ ห้องฝึกสมรรถภาพทางกายเริ่มคุยกับคนอื่น บางคนรู้สึกผิดหวังต่อหลิงเทียน

"ผู้อาวุโสที่เก้า ผู้อาวุโสได้มาถึงแล้ว ทำไมลูกชายของท่านยังไม่มา? เขาไม่กลัวที่จะมาใช่มั้ย? " ผู้อาวุโสที่เจ็ดตั้งใจพูดเสียงดังขึ้นบนเวที

"ไม่ต้องห่วงผู้อาวุโสที่เจ็ด ตั้งแต่ลูกชายของฉันได้ตกลงที่จะต่อสู้ เขาจะมาตามที่ตกลงไว้"

หลี่รู่ทำเสียง "ฮึ่ม" เบาๆ

"ผู้อาวุโสที่เก้า ข้ารู้สึกว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำศึกในวันนี้ ทำไมท่านไม่ยอมรับในนามของลูกชายของท่าน? อย่างน้อยที่สุดวิธีนี้ท่านสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาได้รับบาดเจ็บ และป้องกันไม่ให้ความสัมพันธ์ระหว่างท่านและผู้อาวุโสเจ็ดระหองระแหงกว่าเดิม"

ผู้อาวุโสที่หกหลี่ปิง คนที่มีรอยแผลอยู่บนใบหน้าของเขากล่าว เขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลี่คุน

"ผู้อาวุโสที่หก ตามสิ่งที่ท่านพูด ท่านคิดว่าหลี่เจียจะชนะได้หรือ?" ผู้อาวุโสที่ห้าไม่สามารถละเลยได้

"นั่นคือความจริงที่ได้รับการยอมรับจากทุกคน" หลี่ปิงยิ้ม

"ผู้อาวุโสที่หกมาเดิมพันกันเถอะ ถ้าหลี่เจียชนะข้าจะจ่ายเงินให้ท่านห้าร้อยเหรียญเงิน แต่ถ้าหลิงเทียนชนะท่านจะต้องจ่ายให้ข้าห้าร้อนเหรียญเงิน ตกลงไหม?" หลี่ถิง*มองลึกเข้าไปในตาของหลี่ปิงก่อนที่จะพูดอย่างช้าๆ

พวกผู้ใหญ่ของตระกูลหลี่ได้รับเงินไม่เกินยี่สิบเหรียญในแต่ละเดือนเท่านั้น หลี่ถิงใช้เงินเก็บหลายปีในการเดิมพัน!

คนในตระกูลหลี่ในที่นั้นรวมถึงท่านประมุขหลี่น่านมองไปที่หลี่ถิงด้วยความตกใจ พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะมั่นใจในตัวหลิงเทียนมากขนาดนี้

แม้ผู้อาวุโสหลี่ฮั่วก็ลืมตา และมองไปที่หลี่ถิง หลังจากได้ยินหลี่ถิงกล่าวดวงตาของหลี่ปิงส่องแสงเจิดจ้า

เขาเป็นคนที่ชอบเล่นการพนันโดยธรรมชาติ เขาถูกมองว่าเป็นพวกบ้าการพนัน ในใจของเขาตอนนี้กำลังโลดแล่น เขากำลังจะได้เงินฟรี

ปัญหาเดียวของเขาคือเขาไม่มีเงินห้าร้อยในขณะนี้ เงินส่วนใหญ่ของเขาถูกใช้ไปที่บ่อนการพนัน

"ผู้อาวุโสที่หก ท่านกล้าไหม?" เมื่อเห็นว่าหลี่ปิงเงียบ หลี่หลิงก็หัวเราะ

ใบหน้าของหลี่ปิงเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที เขาหันไปมองที่ผู้อาวุโสเจ็ด

"ผู้อาวุโสที่หก ข้าสามารถให้ยืมเงินได้ห้าร้อยเหรียญเงิน นอกจากนี้ข้าจะเอาเงินอีกห้าร้อยเหรียญเงินเพื่อเดิมพันกับผู้อาวุโสที่หก ท่านพร้อมที่จะเดิมพันกับข้าหรือเปล่า ผู้อาวุโสห้า?" หลี่คุนกล่าวหลังจากสังเกตเห็นความยากลำบากของหลี่ปิง เขามองไปที่หลี่ถิงด้วยท่าทางที่กระตือรือร้น

หลี่ถิงขมวดคิ้ว แม้ว่าห้าร้อยเหรียญเงินเป็นเพียงเงินเก็บไม่กี่ปี แต่เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับปีนี้, หลี่ถิงมีเพียงประมาณแปดร้อยเหรียญเงิน

หลี่คุนผู้ซึ่งสามารถรวบรวมเงินออมได้หนึ่งพันเหรียญเงินได้ อาจจะถือว่าเป็นผู้อาวุโสที่ร่ำรวยในตระกูลหลี่

อาจกล่าวได้ว่าหลี่คุนกำลังเสี่ยงโชคทั้งหมดทั้งตัวของเขา และเดิมพันออกไปทั้งหมด!

*บทก่อนหน้าชื่อประมุขตระกูลหลี่ อิ้งแปลมาว่า หลี่น่านฮอง บทนี้ แปลมาว่า หลี่หนานเฟิง ต่อจากนี้จะใช้'หลี่หนานเฟิง'อย่างเดียวนะคะเพราะมันเท่กว่า อิอิ ผู้อาวุโสห้าก็จะใช้ หลี่ถิง นะคะ

จบบทที่ บทที่ 10 : การพนัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว