เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ราชันย์เร้นลับ 21 : เพื่อนเก่าต่างถิ่น

ราชันย์เร้นลับ 21 : เพื่อนเก่าต่างถิ่น

ราชันย์เร้นลับ 21 : เพื่อนเก่าต่างถิ่น


ราชันย์เร้นลับ 21 : เพื่อนเก่าต่างถิ่น

 

ไคลน์หลงนึกไปชั่วพริบตาว่ามันกลับมายังโลกเก่าแล้ว ทว่า แสงจากโคมไฟแก๊สสีเหลืองนวลที่มีตะแกรงเหล็กล้อมได้ทำให้ชายหนุ่มต้องยอมรับความจริง

สายตาชำเลืองเห็นกระป๋องกาแฟบดสีเงินเงางามบนโต๊ะทำงาน ไม่ผิดแน่ มันยังอยู่บนโลกใบเดิม โลกแห่งจักรกลและไอน้ำ

 

นักเดินทางข้ามโลกรุ่นพี่ จักพรรดิโรซายล์ แท้จริงแล้วเป็นเพื่อนร่วมชาติหรอกหรือ?

 

มันใช้อักษรจีนกลางในการจดบันทึกไดอารี ซึ่งไคลน์มั่นใจ โลกใบนี้ไม่มีการประดิษฐ์อักษรจีนกลางแน่นอน

 

เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความรู้สึกเหมือนกับได้พบเพื่อนเก่าต่างถิ่น ประหนึ่งนักเรียนนอกได้พบคนจากชาติเดียวกันโดยบังเอิญตามท้องถนน เป็นความรู้สึกโหยหาและเกิดสายสัมพันธ์อย่างน่าประหลาด

 

ไคลน์รีบอ่านไดอารีทั้งสามหน้า

 

“18 พฤจิกายน การทดลองอันยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นได้เกิดความผิดพลาด แต่ก็ทำให้เราได้พบสหายน่าสงสารที่ติดอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและลมพายุกระโชก เจ้านั่นเข้าใกล้โลกแห่งความจริงได้เพียงเดือนละครั้งในคืนจันทร์เต็มดวง เป็นสหายที่ทำไม่ได้แม้แต่ละส่งเสียงตะโกน โชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้พานพบวีรบุรุษแห่งยุคสมัยอย่างเรา!

 

“หลังจากอ่านประโยคเมื่อครู่จบ เราเกิดความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย ภาษาจีนของเราเริ่มมีสำนวนคล้ายกับโปรแกรมแปลภาษาเข้าไปทุกวัน ช่วงเวลากว่าสี่สิบปีผ่านไปไวประหนึ่งดีดนิ้วมือ ความทรงจำในอดีตเลือนลางราวกับเป็นเพียงความฝัน”

 

“ปี 1184 วันที่ 1 มกราคม ในงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ มาดามฟลอเนอร์แจ่มมาก!”

 

“2 มกราคม อัครราชทูตของเรามีแต่พวกหัวขี้เลื่อย!”

 

“3 มกราคม เรารีบร้อนเกินไปในอดีต ถ้าเราทราบความจริงแต่แรก ป่านนี้คงเลือกเส้นทาง ‘ผู้ฝึกหัด’ ‘นักทำนาย’ หรือไม่ก็ ‘นักจารกรรม’ ไปแล้ว น่าเสียดายที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

 

“4 มกราคม ทำไมลูกๆ ของเราถึงได้งี่เง่าขนาดนี้? อุตส่าห์ย้ำเตือนไปหลายหนว่าอย่าถูกพวกนักต้มตุ๋นเหล่านั้นหลอกเอาได้!

 

“กุญแจสำคัญของโอสถมิใช่การ ‘ชิงพลัง’ มาเป็นของตัวเอง แต่เป็นการ ‘ย่อยพลัง’ ให้หมดต่างหาก! หลักสำคัญไม่ได้อยู่ที่การรีดเร้นพลังออกมาใช้ แต่เป็นการ ‘สวมบทบาท’ ให้สมจริง!

 

“และชื่อของโอสถก็มิได้ถูกตั้งขึ้นอย่างไร้ความหมาย แต่มันคือกุญแจคำสัญที่สุดของโอสถทุกชนิด! ต้องสร้างจินตนการในสมองให้ชัดเจนและเป็นจริงขึ้นมา… ‘หลัก’ สำคัญอยู่ทีี่การย่อยพลังให้หมด!”

 

“9 กันยายน ฝ่ายศัตรูได้รวมหัวตั้งพันธมิตรขึ้นแล้ว ฟุซัคจากเหนือ โลเอ็นจากตะวันออก และเฟเนพ็อตจากใต้ ในที่สุดศัตรูของเราก็เริ่มเคลื่อนไหวสักที

 

“แต่บอกเลยว่าไม่กลัว เดี๋ยวจะสอนให้รู้เองว่าเทคโนโลยีและภูมิปัญญาสำคัญกว่าผู้วิเศษลำดับต่ำจำนวนมากยังไง! จำนวนคนที่น้อยกว่าไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด

 

“ส่วนผู้วิเศษลำดับสูงฝั่งมันน่ะหรือ?  สงสัยจะลืมกันแล้วสินะว่าฉันคนนี้คือใคร!”

 

“23 กันยายน เราขาดการติดต่อกับเรือที่ส่งออกไปค้นหา ‘ดินแดนเทพทอดทิ้ง’

“สงสัยต้องสร้างเทคโนโลยีโทรเลขไร้สายใช้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ หวังว่าจะไม่ถูกพายุกลางทะเลรบกวนสัญญาณเอานะ”

 

“24 กันยายน มิสอิธาก้าเลอโฉมยิ่งกว่ามาดามฟลอเนอร์หลายเท่า! คิดถึงสมัยยังหนุ่มจังเลยน้า~”

 

เนื่องด้วยความซับซ้อนและรายละเอียดยิบย่อยของอักษรจีนกลาง คนยุคสมัยปัจจุบันจึงต้องเขียนให้มีขนาดใหญ่กว่าปรกติ เพื่อจะได้เก็บรายละเอียดครบถ้วน ส่งผลให้หน้ากระดาษหนึ่งมีเพียงไม่กี่บรรทัด แถมฉบับคัดลอกสำหรับฝึกถอดรหัสก็ไม่มีหน้าหลัง

 

แต่ถึงอย่างนั้น ไคลน์ก็ได้ดื่มด่ำกับอารมณ์อันหลากหลายที่ยากอธิบายหลังจากได้อ่านภาษาจีนอีกครั้ง รวมถึงข้อมูลแสนมีค่าที่จักรพรรดิโรซายล์เขียนอธิบายเกี่ยวกับโอสถ สิ่งนี้จะเป็นทางเลือกให้มันตัดสินใจเส้นทางโอสถง่ายขึ้น

 

ไดอารีทั้งสามแผ่นมีช่วงเวลาไม่ปะติดปะต่อกัน ดูเหมือนโรซายล์จะระบุปีเฉพาะวันขึ้นปีใหม่เท่านั้น ส่งผลให้ไคลน์ไม่สามารถเดาได้เลยว่า เดือนและวันที่ถูกเขียนเกิดขึ้นในปีใดบ้าง รวมถึงปริศนาของ ‘สหายน่าสงสาร’ ที่จักรพรรดิโรซายล์บังเอิญพบเข้ากลางทะเล

 

แถมยังมี ‘การย่อย’ และ ‘สวมบทบาท’ นั่นอีก… หมายถึงอะไรกันแน่?

 

แล้วดินแดนเทพทอดทิ้งอยู่ที่ไหน?

 

 

คำถามมากมายกำลังอัดแน่นภายในสมองไคลน์ มันต้องการที่จะรวมรวบไดอารีของจักรพรรดิโรซายล์ให้ครบทุกแผ่นทันที

 

จากนั้นจะบรรจงอ่านตั้งแต่ปกหน้าไปจนถึงปกหลัง!

 

“ไคลน์?”

 

ลุงนีลล์ขมวดคิ้วถาม

 

ไคลน์ถูกดึงสติกลับมาอีกครั้ง มันรีบอมยิ้มและตอบกลบเกลื่อน

 

“ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ จึงพยายามถอดรหัสข้อความเหล่านี้ให้ได้…”

 

“ฮะฮะ! คนหนุ่มเนี่ยน้า”

 

ลุงนีลล์พยักหน้าพลางฉีกยิ้ม

 

“ในอดีต ฉันก็เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษเหมือนกัน”

 

ไคลน์อ่านข้อความในกระดาษอย่างตั้งใจอีกหลายครั้งเพื่อมิให้ตกหล่น หลังจากยืนยันความทรงจำ มันทำการยื่นแผ่นไดอารีกลับคืนให้นีลล์ก่อนจะถามหยั่งเชิง

 

“ไดอารีมีเท่านี้หรือครับ?”

 

ผมอยากอ่านไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ทั้งหมด!

 

“เจ้าคิดว่ามันหาง่ายนักหรือไง?”

 

ลุงนีลล์รับแผ่นกระดาษคืนพร้อมกับย้อนถามกลับ ร่องเหี่ยวย่นลึกขึ้นขณะแสดงสีหน้าเย้ยหยันเด็กหนุ่ม

 

“ในแต่ละปี มีคดีเหนือธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับผู้วิเศษเพียงไม่มาก… สาเหตุหลักเกิดจากการลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วของสัตว์วิเศษบนทวีปเหนือ หากไม่มีพวกมัน มนุษย์ก็ขาดวัตถุดิบสำหรับสร้างโอสถ ส่งผลสืบเนื่องให้จำนวนผู้วิเศษลดลงตามไปด้วย

 

“เฮ่อ… ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา มังกร คนยักษ์ และเอลฟ์ ต่างกลายเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตในบันทึกตำนาน แม้กระทั่งสัตว์ทะเลก็ยังลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย”

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไคลน์พลันนึกถึงมุกตลกสมัยอยู่โลกเก่า มันกล่าวออกไปทันที

 

“ผมคิดว่าเราควรก่อตั้งสมาคมพิทักษ์มังกรและคนยักษ์ได้แล้วนะ”

 

ลุงนีลล์สับสนเล็กน้อยหลังจากได้ยิน ต้องใช่เวลาสักพักกว่าจะเข้าใจว่าเป็นมุกตลก ทันใดนั้น ชายชราใช้มือทุบโต๊ะพร้อมกับหัวเราะเสียงดังจนหมดสิ้นมาดผู้ดี

 

“ฮะฮ่าฮ่าฮ่า! ไคลน์! ฉันชอบมุกตลกของเจ้า! นี่คือจุดเด่นของอาณาจักรโลเอ็น! คนหนุ่มต้องมีอารมณ์ขันเข้าไว้!

 

“แต่ฉันว่าเราไม่ควรจำกัดวงแคบเกินไป ทำไมถึงมีเพียงมังกรและคนยักษ์ล่ะ? ฉันคิดว่าควรเปลี่ยนชื่อเป็น… สมาคมพิทักษ์สัตว์เวทมนตร์”

 

“ไม่ได้ ไม่ได้ พวกเราจะละเลยพฤกษาที่น่าสงสารไม่ได้เด็ดขาด”

 

ไคลน์ส่ายศีรษะ

 

คนทั้งสองหันมองกันก่อนจะเปล่งเสียงอย่างพร้อมเพรียงว่า :

 

“สมาคมพิทักษ์สิ่งมีชีวิตเวทมนตร์!”

 

เสียงหัวเราะของสองบุรุษดังขึ้นอีกครั้งอย่างอบอุ่น บรรยากาศเคอะเขินก่อนหน้าได้เจือจางลงอย่างชัดเจน

“หายากที่สมัยนี้จะมีคนหนุ่มน่าสนใจแบบเจ้า… ฉันพูดถึงไหนแล้วนะ?”

 

ลุงนีลล์อมยิ้มด้วยใบหน้าเหี่ยวย่น

 

“นึกออกแล้ว… เมื่อผู้วิเศษลดจำนวนลง กลุ่มคนที่บูชาจักรพรรดิโรซายล์จึงเหลือเพียงไม่ถึงหยิบมือ การที่พวกเราครอบครองถึงสามหน้าจึงนับว่ามากแล้ว… แต่ถ้าเป็นวิหารใหญ่หน่อยหรือมุขมณฑลบิชอป บางทีอาจมีไดอารีหน้าอื่นเก็บรักษาไว้…”

 

หลังจากพึมพำอีกเล็กน้อย นีลล์ก้มหน้าอ่านโน๊ตของดันน์ที่ไคลน์ยื่นให้

 

“เป็นกระสุนแบบไหน? ปืนพก ปืนไรเฟิล หรือปืนอัดไอน้ำ?”

 

“ลูกโม่ครับ”

ไคลน์ตอบกลับตามจริง

 

“เดี๋ยวเข้าไปหยิบให้ แล้วก็… เจ้ามีซองปืนรักแร้หรือยัง? ถ้าผู้ชายอย่างเราปล่อยให้เป้ากางเกงตุงในที่สาธารณะคงดูไม่งามแน่”

 

ลุงนีลล์ปล่อยมุกตลกที่เพศชายเข้าใจกันดี

 

“ยังครับ ผมต้องกลับไปขออนุญาตหัวหน้าก่อนรึเปล่า?”

 

ไคลน์ยิ้ม

 

ลุงนีลล์ลุกขึ้น

 

“ไม่จำเป็น แค่ลงบันทึกไว้ก็พอ ซองปืนรักแร้เป็นแค่เครื่องประดับ พูดตามฉันนะ : เครื่องประดับ!”

 

“คุณเคยเป็นครูมาก่อนรึเปล่า?”

 

ไคลน์ถามติดตลก

 

“เคยสอนที่โรงเรียนวันอาทิตย์กับโรงเรียนกุศลอยู่บ้าง”

 

ลุงนีลล์โบกโน๊ตในมือพลางก้มหยิบกุญแจจากลิ้นชัก ก่อนจะเดินไปหยุดหน้าประตูเหล็กซึ่งด้านในเป็นห้องกว้าง

 

ผู้วิเศษก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาเท่าไร…

 

ไคลน์พึมพำ จากนั้นก็ชำเลืองมองโต๊ะทำงานที่มีไดอารีสามแผ่นวางอยู่

 

จักรพรรดิโรซายล์ศึกษาถึงเรื่องราวเหนือธรรมชาติของโลกใบนี้จนถึงแก่นแท้เลยสินะ…

 

ไดอารีของโรซายล์นั้นประเมินค่าไม่ได้

 

หากยังไม่มีใครถอดรหัสสำเร็จ คนอื่นอาจมองเป็นเพียงเศษกระดาษ แต่สำหรับตัวมันที่อ่านจีนกลางออก กระดาษพวกนี้คือสมบัติที่มีมูลค่ามหาศาล!

 

ได้แต่นึกสงสัยว่าไดอารีที่เหลือจะกระจัดกระจายอยู่แห่งหนใดบ้าง

 

ไม่ว่าอย่างไร ไคลน์ก็ต้องรวบรวมให้มากที่สุด เพื่อเข้าถึงความลับอันลึกซึ้งของโลก…

 

สมองไคลน์กำลังประมวลผลอย่างแข็งขัน เป็นการยากที่จะให้สงบนิ่งหลังจากค้นพบสิ่งที่น่าเหลือเชื่อเมื่อครู่

 

จนกระทั่งลุงนีลล์เดินออกมาจากห้องพร้อมกับปิดประตูเหล็ก

 

“กระสุนปราบมารสิบนัด กระสุนลูกโม่สามสิบนัด ซองปืนรักแร้หนังวัว แล้วก็ตราหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่เจ็ด… ลองนับจำนวนกับทดสอบเอาเองนะ จากนั้นค่อยเขียนลงในบันทึกเบิก”

 

ลุงนีลล์นำอุปกรณ์ที่ถูกเบิกแต่ละชิ้นวางตั้งเรียงกัน

 

กระสุนลูกโม่บรรจุมาในกล่องกระดาษสี่เหลี่ยม ตัวปลอกกระสุนมีสีเหลืองอร่ามเงางามไม่ต่างจากกระลุนลูกโม่ที่โลกเก่ามากนัก เพียงแต่ขนาดจะเล็กกว่านิดหน่อย

 

สำหรับกระสุนปราบมาร ลักษณะของมันเหมือนกับกระสุนลูกโม่ทุกประการ แต่จะถูกบรรจุในกล่องเหล็กทนทาน และปลอกทำจากโลหะสีเงินเงางาม

 

ทว่า เมื่อลองพิจารณาให้ละเอียด กระสุนปราบมารจะถูกสลักลวดลายแปลกประหลาดและซับซ้อนไว้ที่ส่วนหัว ก้นกระสุนเป็นรูปตราสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์—พื้นหลังสีดำสนิท กึ่งกลางมีจุดสีขาวมาพร้อมกับดวงจันทร์สีแดงครึ่งเสี้ยว

 

ซองปืนรักแร้ค่อนข้างเหนียวและทนทานหากมองผิวเผิน มาพร้อมกับสายรัดที่ปรับขนาดได้ตามใจชอบ ข้างซองปืนเป็นตราตำรวจขนาดใหญ่ครึ่งฝ่ามือ พื้นหลังทำจากโลหะสีเงินสลักข้อความเป็นร่องลึกเขียนไว้ว่า ‘หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่เจ็ดแห่งกรมตำรวจอาโฮว่า’

 

กึ่งกลางตราเป็นสัญลักษณ์ดาบไขว้และมงกุฏของกรมตำรวจโลเอ็น

“น่าเสียดายที่ไม่ใช่ตราเหยี่ยวราตรี”

 

ไคลน์เปรยเสียงอ่อย แต่อีกใจก็เป็นการถามหยั่งเชิง

ลุงนีลล์ไม่กล่าวสิ่งใด มันอมยิ้มพร้อมกับส่งสัญญาณให้ไคลน์ทดสอบสวมซองปืนรักแร้

 

หลังจากถอดเสื้อตัวนอกออก ไคลน์พยายามดึงสายรัดของซองปืนด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ใต้รักแร้ซ้าย จนในที่สุดก็สวมสำเร็จ

 

“ไม่เลว”

 

ไคลน์สวมเสื้อตัวนอกทับกลับเข้าไป

 

หลังจากตรวจสอบความพอดีจนเรียบร้อย ลุงนีลล์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

 

“เหมาะกับเจ้ามาก สายตาของฉันยังเฉียบแหลมเหมือนเคย”

ไคลน์หยิบอุปกรณ์ที่เบิกยัดใส่กระเป๋าเสื้อจนครบ จากนั้นก็สนทนากับลุงนีลล์เรื่อยเปื่อยอีกครู่หนึ่งก่อนจะออกจากห้อง

 

ขณะเดินมาได้ครึ่งทาง ไคลน์ตบหน้าผากตัวเองหนึ่งฉาดอย่างนึกเสียดาย

 

“ลืมถามไปเลยว่าโบสถ์เทพธิดารัตติกาลมีโอสถเส้นทางไหนบ้าง เป็นความผิดของไดอารีจักรพรรดิโรซายล์แท้ๆ เชียว…”

 

ไคลน์จึงยังไม่ทราบว่าโบสถ์ของตนมีเส้นทางใดให้เลือก รู้แต่เพียงเริ่มต้นที่ลำดับ 9

 

แต่เหมือนโรแซนจะเคยเปรยให้ได้ยินอยู่บ้าง หากจำไม่ผิดจะชื่อ ‘ผู้ไร้หลับ’ กระมัง

 

ขณะไคลน์เดินใกล้ถึงบันไดหิน ใครบางคนเดินสวนลงมาพอดี

 

มันสวมกางเกงรัดรูปที่ดูสะดวกสบายและคล่องตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวปล่อยชายนอกกางเกง บรรยากาศรอบตัวเหมือนกับนักกวีไม่มีผิด

 

เป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากนายตำรวจหนุ่มนัยน์ตาเขียวที่เคยทำคดีบ้านไคลน์ คนทั้งสองเคยสบตากันมาแล้วครั้งหนึ่งที่ชั้นบน แต่ไม่ได้สนทนากัน

 

“สวัสดียามบ่าย”

 

ตำรวจหนุ่มเหยี่ยวราตรีทักทายด้วยรอยยิ้ม

 

“สวัสดีเช่นกันครับ ผมคงไม่ต้องแนะนำตัวใช่ไหม?”

 

ไคลน์ตอบติดตลก

 

“ไม่จำเป็น ผมจำคุณได้แม่น”

 

นายตำรวจนัยน์ตาเขียวยื่นแขนขวาออกมาหาไคลน์พร้อมกล่าวแนะนำตัว

 

“เลียวนาร์ด·มิเชล… ผู้วิเศษลำดับแปด—นักกวีเที่ยงคืน”

 

ลำดับแปด… แล้วก็เป็นนักกวี!

 

ไคลน์ฉีกยิ้มพลางยื่นแขนออกไปจับตอบ

 

“คุณจำผมได้แม่น?”

 

นัยน์ตาสีมรกตของเลียวนาร์ด·มิเชลกำลังจ้องมองไคลน์อย่างไม่กระพริบ ก่อนที่มันจะตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก

 

“คุณพิเศษกว่าใครในสายตาผม”

 

ฟังดูเกย์ฉิบ… มุมปากไคลน์กระตุกเล็กน้อย

 

“ผมไม่เห็นว่าตัวเองเป็นแบบนั้น”

“ทั้งที่เผชิญเหตุการณ์เหนือธรรมชาติระดับนั้น แต่คุณกลับรอดชีวิตได้โดยที่เหยี่ยวราตรียังไม่ทันลงมือ เท่านี้ก็มากพอจะทำให้คุณเป็นคนพิเศษแล้ว”

 

เลียวนาร์ดชี้นิ้วไปยังทิศทางประตูยานิส

 

“ผมต้องเข้าเวรแทนหัวหน้าแล้ว ไว้เจอกันพรุ่งนี้ครับ”

 

“เจอกันพรุ่งนี้ครับ”

 

ไคลน์หันหลังและเดินขึ้นบันไดหินกลับสู่ด้านบน

 

เมื่อไคลน์ลับสายตา เลียวนาร์ดบิดตัวกลับมาจ้องมองบันไดหินที่กำลังอาบแสงสีเหลืองอ่อนจากโคมไฟ ก่อนจะพึมพำกับอากาศ

 

“สัมผัสถึงอะไรได้บ้างไหม…”

 

 

“ไม่เลย… หมอนั่นจืดชืด”

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ลงวันละตอน ทุกวันอังคาร - เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

 

จบบทที่ ราชันย์เร้นลับ 21 : เพื่อนเก่าต่างถิ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว