เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 072 – หลอกลวง?

ตอนที่ 072 – หลอกลวง?

ตอนที่ 072 – หลอกลวง?


ตอนที่ 072 – หลอกลวง?

 

ถังเทียนและทหารทั้งสองสูญเสียพลังไปอย่างมาก เนื่องจากพวกเขาได้พบหอตำราที่ไซ่เหล่ยได้กล่าวถึง

หลังจากที่ออกจากหอตำรา ทหารก็นิ่งเงียบ

ถังเทียนมิได้สนใจในประวัติของจิตวิญญาณเลยสักนิด เหล่าประวัติมันไม่ได้ดูน่าอัศจรรรย์เลย เนื้อหาอันตื้นเขินน่าจะบีบเค้นสมองของลุงทหารจนเป็นน้ำผลไม้ สำหรับบุรุษหนุ่มเทพ ให้เขาท้าทายกับนักสู้ที่มีวิชาการต่อสู้ที่แข็งแกร่งยังจะดีกว่า

ยามเมื่อกลับมายังค่ายทหารเกณฑ์ ถังเทียนก็เริ่มฝึกอย่างบ้าคลั่ง

ครานี้ ในการเดินทางไปยังเมืองไตรวิญญาณ ถังเทียนได้ถูกกดดันพลังของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามเมื่อเขาจัดการกับเด็กน้อยทั้งสี่ เขาถูกกดดันอย่างมากจนเขาไม่สามารถที่จะเงยหัวขึ้นได้เลย นี่ทำให้ถังเทียนรู้สึกอารมณ์ไม่ดี อารมณ์ไม่ดีอย่างมาก! หลังจากที่เขาถูกกดดันโดยจิตวิญญาณขุนพล มันทำให้รู้สึกหงุดงิดอย่างยิ่ง!

ถังเทียนเริ่มต้นฝึกฝน [จตุมังกรสวรรค์]

ปราณแท้จริงของเขาบรรลุไปจุดสูงสุดของขั้นสาม และการที่จะทำลายกำแพงผ่านไปยังขั้นต่อไปมันก็ไม่ได้ใช้กำลังมากมายนัก ยามเมื่อเงื่อนไขครบ ความสำเร็จก็จะเป็นไปตามธรรมชาติ ถังเทียนสามารถที่จะรู้สึกได้ในทันทีระหว่าง [จตุมังกรสวรรค์] และ [ตำราปราณกระเรียน] แม้ว่ากายากระเรียนจะแหลมคม มาตรฐานของปราณแท้จริงก็ใช้ออกได้ยาวนาน แต่ปราณแท้จริงของ [จตุมังกรสวรรค์] มันดุดันอย่างยิ่ง ราวกับลาวาที่โคจรผ่านไปตามเส้นชีพจรของเขา ยามเมื่อมันปะทะกันมันแทบทำให้สวรรค์ทลายและปฐพีแยกออกได้เลย

เมื่อก้าวข้ามไปยังขั้นสี่ ปราณแท้จริงของถังเทียนก็ดุดันเพิ่มขึ้นเป็นห้าเท่า

ปราณแท้จริงมังกรสวรรค์ครอบครองอำนาจที่เหนือกว่าในทันที แต่เนื่องจากที่ไซ่เหล่ยได้คาดการณ์ไว้ หนึ่งในหกของปราณแท้จริงกระเรียนมิได้หายไป แต่ได้รวมกับปราณแท้จริงมังกรสวรรค์ภายในร่างของถังเทียนอย่างเงียบๆ และสิ่งที่น่าตกใจคือทั้งสองเป็นปราณแท้จริงที่รูปแบบต่างกันแต่มันก็ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามเมื่อถังเทียนลองใช้กายากระเรียนกระตุ้นโคจรปราณแท้จริงมังกรสวรรค์ ความแหลมคมของกายากระเรียนมิได้เปลี่ยนแปลงสักเล็กน้อยเลย

แต่ทั้งหมดที่ไซ่เหล่ยได้กล่าวเกี่ยวกับปราณมังกรสวรรค์ ถังเทียนก็ไม่ได้เข้าใจอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้เร่งรีบและบ่มเพาะกายากระเรียนต่อ มันทำให้เขาเข้าใจในแก่นแท้ สำหรับการตื่นที่แท้จริงมันจะต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างดี

ปราณแท้จริงมังกรสวรรค์มันแข็งแกร่งกว่าปราณแท้จริงของเขามาก กระทั้งตอนนั้น ถังเทียนที่ไม่เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างปราณแท้จริงขั้นสามและปราณแท้จริงขั้นสี่ว่ามันมีช่องว่างห่างกันมหาศาล ถ้าหากเขามิได้บ่มเพาะในกายากระเรียนแล้วล่ะก็ คงไม่สามารถที่จะใช้พลังของปราณแท้จริงขั้นสามต่อสู้กับพลังปราณแท้จริงขั้นสี่ได้เลย เขาอาจจะต้องเพียงทำได้แค่ฝันเกี่ยวกับมัน

หลังจากฝึกฝนมาสามวันเต็ม ถังเทียนก็จัดการรักษาความมั่นคงของบ่อตันเถียนที่สี่ของเขา

หลังจากสามวันผ่านไป บ่อตันเถียนที่สี่ของเขาก็มั่นคงอย่างสมบูรณ์ และถังเทียนก็รู้สึกโล่งใจ เขาพลันตระหนักได้ว่าบ่อตันเถียนที่สี่ของเขามีความแตกต่างจากบ่ออื่น บ่อตันเถียนที่หนึ่งมันขนาดเท่ากับถ้วยชาและว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง บ่อตันเถียนที่สองราวกับโป่งน้ำเอ่อล้นและสะสมไปด้วยปราณแท้จริงจาก [วิชาลับการบ่มเพราะปราณ] เป็นเส้นยองใย บ่อตันเถียนที่สามราวกับบ่อน้ำเล็กๆ ก่อเกิดจากปราณกระเรียน ภายในมันราวกับมันเป็นทะเลเมฆหมอกชัดเจนเป็นปราณที่อ่อนนุ่ม บ่อตันเถียนที่สี่มันราวกับปากปล่องภูเขาไฟ และภายในมันก็ของมันก็เต็มไปด้วยปราณแท้จริงสีชาดหลั่งไหลอย่างช้าๆ

ทุกการเพิ่มขั้นของปราณแท้จริง ไม่ว่ามันจะเป็นปริมาณหรือคุณภาพของปราณแท้จริง จะเพิ่มขึ้นมหาศาล

ถังเทียนเบิกตากว้างและสูดหายใจเข้าลึก มันแตกต่างจากการปลดปล่อยปราณกระเรียน และเขาพลันก็รู้สึกได้ว่ามันมีกลุ่มก้อนเปลวเพลิงอยู่ภายในร่างของเขา

ถังเทียนมองไปรอบๆ และยืดตัวของเขาขึ้น

ลุงทหารอยู่ที่มุมครุ่นคิดอยู่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา สามวันต่อมาผีกรงเล็บผู้อาวุโสก็กลับเป็นสภาพเลือนลางอีกครา

ถังเทียนตัดสินใจออกไปข้างนอกและชมดูรอบๆ เนื่องจากวิชาท่าเท้าระดับสี่ [เพลงเตะคู่สัมพันธ์] ถังเทียนจำเป็นต้องเชี่ยวชาญวิชาระดับระดับสามของเขาก่อน ถังเทียนรู้สึกได้ว่าไซ่เหล่ยกล่าวถูกต้อง ยามเมื่อเขาต่อสู้กับหุ่นเหล็กดำ เขาก็มองเห็นจุดอ่อนของเขาว่าวิชาฝ่ามือของเขาเหนือกว่าวิชาท่าเท้าของเขาอย่างมาก และยามเมื่อหุ่นเหล็กดำใช้ออกวิชาท่าเท้า ถังเทียนก็ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากทันที

ในที่สุดก็บรรลุไปยังขั้นสี่แล้ว เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดอย่างเต็มตัว ถึงเวลาแล้วที่จะออกตามหาเชียนฮุ่ย

นี่คือแผนที่ถังเทียนได้วางเอาไว้ และทุกสิ่งที่เกี่ยวกับสมาคมนักสู้แห่งแสง โอ้ มันก็เป็นแค่เพียงแท่นหินให้เขาเหยียบไปหานางเท่านั้น

น่าเสียดาย เขาต้องการจะค้นหาจิ่งเหาเพื่อลองต่อสู้กันสักครา

เขาส่ายหัวของเขาและเดินออกประตูไป ก่อนอื่นเขาจะต้องรู้แน่ชัดในที่ที่เชียนฮุ่ยอยู่ภายในเมืองรุ้งดารา

ถังเทียนตัดสินใจกล่าวถามบุรุษหัวล้าน

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

หลังจากที่ฟังคำอธิบายของอวี่ซี ผู้อาวุโสก็โอดครวญ “เจ้ากำลังจะบอกว่าเครื่องกลกระจอกเทศทองสัมฤทธิ์ถูกประกอบขึ้นโดยตัวเขางั้นหรือ?”

อวี่ซีพยักหน้า “จิตวิญญาณขุนพลของเขาประกอบมันให้เขา! ข้าสอบถามอวี่เป่ามาเป็นพิเศษแล้ว และเขาก็มิได้ปกปิดอันใดทั้งสิ้น”

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะประกอบเครื่องกลกระจอกเทศทองสัมฤทธิ์ได้เยี่ยงนั้น” สีหน้าผู้อาวุโสขึงขัง “ตามหลักแล้วเขาสามารถลอกเลียนได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะประกอบเครื่องกลกระจอกเทศทองสัมฤธิ์ขึ้นมาใหม่ได้ ในยุคสมัยของสามกองทัพยิ่งใหญ่เป็นจุดสุดยอดของเครื่องกลโบราณ เครื่องกลภายในสมัยนั้นมันแข็งแกร่งมากกว่าในสมัยนี้อย่างมาก เครื่องกลกระจอกเทศทองสัมฤทธิ์ เป็นหนึ่งบรรทัดฐานในการแจกจ่ายภายในกองทัพกางเขนใต้ มันง่ายดายที่จะมองออกได้ เจ้าจะต้องระวังเอาไว้ สถานที่ใดที่พวกเขาไปต่อ?”

“พวกเขาไปยังร้านค้ายันต์ไซ่เหล่ย” อวี่ซียิ้มอย่างขมขื่นขณะที่นางกล่าว

“ไซ่เหล่ย?” ผู้อาวุโสขมวดคิ้วและส่ายหัวของเขาในทันที “ทางที่ดีอย่าได้ล่วงเกินนาง”

“เจ้าคะ!” อวี่ซีชะงัก “แต่ ข้าเป็นกังวลกับฮว่าหลิงจะไม่พอใจ กระบี่ไหมกระต่ายของนางถูกมอบเป็นของขวัญแก่ไซ่เหล่ยโดยเจ้าสารเลวนั่น เนื่องจากฮว่าหลิงชื่นชอบกระบี่นั้นเสมอมา…”

“หยุดยั้งพวกเขา!” ผู้อาวุโสกล่าวปราศจากความลังเล “อย่าได้นำปัญหามาให้เมืองไตรวิญญาณ”

ดวงตาอวี่ซีเปิดเผยความตกใจ “มันจะเป็นไปได้หรือ…”

“จดจำไว้! อย่างได้ล่วงเกินนาง!” สีหน้าของผู้อาวุโสเคร่งขรึม “อย่าได้สืบสวนเรื่องนี้อีกต่อไป มิว่าจะเรื่องที่สารเลวนั้นมาจากที่ใด มันมิได้เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเรา ยามเมื่อเขาได้ปฏิบัติตามธรรมเนียมของกางเขนใต้ เมื่อเจ้าได้ได้ไถ่ถอนตัวเองแล้ว ข้อข้องใจทั้งหมดควรจะถูกลืมซะ”

อวี่ซีกล่าวอย่างรวดเร็ว “เจ้าคะ!”

ผู้อาวุโสยังคงเป็นกังวลและพึมพำกับตัวเอง “ข้าจะแจ้งให้ตระกูลอื่นได้ทราบ เพื่อจะได้ห้ามมิให้ผู้คนออกไปข้างนอกและหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ”

อวี่ซีเบิกตากว้าง นี่มันเป็นคราแรกที่นางพบว่าปู่ของนางเข้มงวดถึงขั้นนี้ ภายในหัวใจของนาง นางรู้สึกถึงคลื่นที่พลุ่งพล่าน ไซ่เหล่ย ท่านเป็นผู้ใดกันแน่

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

บุรุษหัวล้านได้ยินว่าถังเทียนจะจากไป และเขาก็จ้องมองอย่างแปลกๆ

ถังเทียนสังเกตเห็นและรู้สึกมันแปลกประหลาด “มีอันใด? ทำไมเจ้าถึงได้แสดงออกเยี่ยงนั้น?”

“พี่ใหญ่ ท่านเป็นสมาชิกของสมาคมนักสู้แห่งแสงมิใช่หรือ?” หลังจากเป็นเวลานานบุรุษหัวล้านก็โพล่งถามขึ้นมา

ถังเทียนจับจ้องไปยังเขาด้วยความรำคาญ “ถ้าหากมีอันใดที่เจ้าต้องการจะกล่าว ก็กล่าวออกมาเร็ว!”

บุรุษหัวล้านดูคล้ายเหงาหงอยและกล่าวเบาๆ “พี่ใหญ่ หรือว่าท่านจะไม่รู้ ด้านนอกของค่าย มันรู้จักกันดีว่าเป็นดินแดนที่ถูกทิ้งร้าง? ทุกผู้คนที่ถูกส่งมาที่นี่ จะเป็นพวกมือใหม่ที่ไร้อนาคตหรือไม่ก็เป็นพวกที่ได้ล่วงเกินบุคคลที่มีระดับสูง พี่ใหญ่ท่านได้ล่วงเกินผู้ใดหรือไม่?”

“ข้ามิได้ล่วงเกินผู้ใดเลย” ถังเทียนขบคิดอย่างหนักและยังคงไม่สามารถคิดได้ว่าผู้ใดที่เขาได้ล่วงเกินไป

“พี่ใหญ่ ท่านจะต้องล่วงเกินผู้ใดเป็นแน่” บุรุษหัวล้านกล่าวอย่างมั่นใจ “แม้กระทั่งใต้เท้าจิ่งเหาก็ยังถูกส่งมาที่นี่เนื่องเพราะเขาได้ล่วงเกินผู้คนระดับสูง ค่ายที่นี้รู้กันดีในความจริงที่ว่าเข้ามาได้แต่ออกไม่ได้ ทุกที่ใกล้ๆนี้เต็บไปด้วยกับดักและวงกต แม้กระทั่งเหล่าสมบัติที่บ่งบอกทิศทางได้ก็ใช้ไม่ได้ในที่นี่ แม้กระทั่งนักสู้ขั้นทองแดงก็ไม่สามารถที่จะออกไปได้อย่างปลอดภัย พวกระดับสูงหวังให้พวกเราเป็นหน้าด่านในเวลาที่พวกเราค้นพบอสูรจิตวิญญาณดาราที่ทรงพลัง พวกเราอย่างน้อยจะได้แจ้งเตือนให้พวกเขาได้รู้”

“ทุกๆสามเดือน พวกเขาจะส่งเสบียงอาหารมาให้ที่นี่ ถ้าท่านยังอยู่ภายในค่าย ท่านอาจจะไม่มีอันตรายใด แต่เมื่อยามท่านออกไปยังสถานที่นี้เกินห้าสิบลี้ หลังจากนั้นจะมีอันตรายอย่างยิ่ง”

“ถ้างั้นพวกเราเข้ามาในที่นี้ได้เยี่ยงไร?” ถังเทียนกล่าวอย่างอยากรู้

“รถม้ามีความปลอดภัย แต่มันก็มีอุบัติเหตุมากมายได้เช่นเดียวกัน” บุรุษหัวล้านกล่าว

“ทำไมพวกเขาจะต้องมาตั้งค่ายที่นี้กัน? มันจะแตกต่างอะไรกับกรงขังกัน?” ถังเทียนรู้สึกไม่พอใจ

บุรุษหัวล้านอธิบาย “จากเริ่มแรก พวกเขากล่าวว่าสร้างเพื่อสมบัติ จากนั้นก็เนื่องจากอสูรจิตวิญญาณดารา ทั่วรังผึ้งที่คล้ายเส้นชีพจรนี้ลึกลงไปมันมีอสูรจิตวิญญาณดาราที่แข็งแกร่งและอันตรายมากมาย ที่นี่มันใกล้หัวใจของภูเขากลุ่มดาราอมตะเป็นอย่างยิ่ง แต่ยามเมื่ออสูรจิตวิญญาณดาราหลุดออกมาจากเบื้องล่าง ภูเขากลุ่มดาราอมตะก็จะตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจึงต้องการการแจ้งเตือน”

“ถ้ามันมีอสูรจิตวิญญาณดารา พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายตกเป็นแน่” ถังเทียนกล่าว

“มันเป็นที่แน่นอนยิ่ง” บุรุษหัวล้านเห็นด้วย “ถ้าพี่ใหญ่ต้องการจากไป ตราบเท่าที่ท่านบรรลุไปยังขั้นห้าและได้รับการเลื่อนขั้นเป็นนักสู้ขั้นโลหะ ท่านสามารถที่จะใช้รถและจากไปได้

ถังเทียนมิได้กล่าวคำใด ลำแสงเยือกเย็นปรากฏขึ้นภายในดวงตาของเขา เขาเพิ่งพบว่าเขาถูกหลอกลวงส่งมายังที่แห่งนี้!

“อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งตอนนี้ มิมีผู้ใดจากไปได้” บุรุษหัวล้านจนตรอก “เหล่าผู้ที่ถูกส่งมาที่นี่ต่างเป็นมือใหม่และมีพรสวรรค์ที่ไม่ดี มันกล่าวได้ว่าพวกเขาเป็นมือใหม่ที่พ่ายแพ้การแข่งขัน พรสวรรค์ของทุกคนจะไม่ดีแล้ว ยังมีเรื่องที่สำคัญ เสบียงที่นี้ก็มีอย่างจำกัด รังผึ้งเช่นเทือกเขานี้มันมีพลังปราณปกคลุมต่ำอย่างมากและมันก็ปราศจากหินดารา มันเป็นไม่ได้เลยที่จะบ่มเพาะ เมื่อมันไม่มีการบ่มเพาะทุกคนก็ต่างขี้เกียจขึ้น”

“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น” ถังเทียนสังเกตเห็นถึงจุดนี้ ความหนาแน่นของพลังปราณแทบจะเป็นศูนย์ในที่นี้ และมันก็ต่ำมากตั้งแต่ที่เขาเคยพบเห็นมา ทันใดนั้นถังเทียนก็กล่าวถาม “ถ้างั้นจิ่งเหาบ่มเพาะเช่นไรกัน?”

“ใต้เท้าจิ่งเหาได้เป็นนักสู้ขั้นทองแดงอยู่แล้วยามเมื่อเขาถูกส่งมาที่นี้ เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งและสามารถเจาะทะลวงลงไปลึกภายในรังผึ้งที่เหมือนเส้นชีพจนนี้ได้ มันมีบ่อพลังปราณอยู่ที่นั่น และใต้เท้าจิ่งเหาก็ฝึกบ่มเพาะที่นั่น” บุรุษหัวล้านอธิบาย “แต่มันก็อันตรายอย่างยิ่ง นอกเหนือจากใต้เท้าจิ่งเหา มิมีผู้ใดไปที่นั้นได้”

“มือใหม่ที่มาที่นี่ส่วนใหญ่มาด้วยความสมัครใจ แม้ว่ามันจะเป็นความคิดที่น่าขมขื่น พวกเขาก็สามารถที่จะเพลิดเพลินกับการได้รับสิทธิดั่งเช่นนักสู้ขั้นโลหะ ทุกวันสามารถได้รับการดูลแลและอย่างไรก็ตาม พรสวรรค์ของข้าก็เลวร้ายและข้าก็ไร้อนาคต ถ้าข้าสามารถที่จะได้ผลประโยชน์บ้าง ข้าก็สามารถที่จะมีหน้าไปพบครอบครัวของข้าได้ และนั่นมันก็เพียงพอแล้ว” บุรุษหัวล้านมองในแง่ดี

“ข้ามิได้เต็มใจที่จะมาที่นี่” ถังเทียนดูน่ากลัว

“ถ้างั้นพี่ใหญ่ก็คงได้ล่วงเกินผู้ใดบางคนแล้ว” บุรุษหัวล้านแน่ใจ

ทันใดนั้นก็ปรากฏเงาคนที่ทางเข้าค่าย

ถังเทียนมองไป มันคือจิ่งเหา.

ท่าทางของจิ่งเหาดูคล้ายเหนื่อยล้า ร่างของเขามีร่องรอยการบาดเจ็บและเห็นได้ชัดว่าเขาผ่านการต่อสู้รุนแรงมา

จิ่งเหามองอย่างไม่ใส่ใจไปยังพวกเขาทั้งสอง ขณะที่สายตาของเขากวาดผ่านถังเทียนไป ก็ปรากฏความเปลี่ยนแปลงภายในดวงตาของเขา แต่เขาก็มิได้หยุดลงและก้าวเดินตรงไปยังห้องของเขา

แม้กระทั่งพลังของจิ่งเหา มันก็ยังไม่ง่ายที่จะจัดการได้!

แต่… ถ้าเขารู้ว่าผู้ใดส่งเขามายังสถานที่รกร้างแห่งนี้...

ถังเทียนตัดสินใจที่จะค้นหาว่าสารเลวตัวใดที่เป็นคนส่งเขามาที่นี่

บุรุษหนุ่มเทพ คือบุคคลที่ไม่สามารถจะล่วงเกินได้!

***********************************************************

ติ ชม รับข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ ได้เลย และกดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจด้วยครับ

จบบทที่ ตอนที่ 072 – หลอกลวง?

คัดลอกลิงก์แล้ว