เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18: ฝึกฝนทักษะการต่อสู้

บทที่ 18: ฝึกฝนทักษะการต่อสู้

บทที่ 18: ฝึกฝนทักษะการต่อสู้


หวงหมิงหัวเราะเยาะภายในใจ ขณะที่มองไปที่หวงเผิงที่กาลังเดินจากไป เขาไม่เชื่อว่าหวงเสี่ยวหลงจะวิ่งเข้าออกไปแล้วกลายเป็นเช่นสุนัขอีกตัวหนึ่งที่น่าอัศจรรย์ซึ่งอาจช่วยให้เขาเอาชนะลูกชายของเขาได้อีกเป็นครั้งที่สองในงานชุมนุมประจาปีของตระกูลปีถัดไป

ดังนั้นจึงกล้าใช้หนึ่งร้อยเม็ดของเม็ดยาเสริมปราณฉี เพื่อหลอกล่อในเรื่องนี้!

ในห้องโถงหลัก เหล่าผู้อาวุโสแอบมองกันและกันไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา

ในขณะนี้หวงเสี่ยวหลงกาลังรออยู่ที่เรือนรับรองทางทิศตะวันออก และแทบไม่ได้นั่งลงก่อนที่หวงเผิงจะกลับมาด้วยอารมณ์เศร้า

"ท่านพ่อเกิดอะไรขึ้น?" หวงเสี่ยวหลงถาม

ซูเย่วยืนขึ้นจากเก้าอี้ และเดินไปหาหวงเผิง

แม้จะมีความผิดหวังหวงเผิงมีสติขณะที่เขามองไปที่ลูกชายของเขา แต่เขาเดินตรงเข้าไปในห้องโถงใหญ่ และนั่งลงโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคา หัวของเขาโค้งคานับต่าลงด้วยความโกรธในหัวใจของเขากระพรือลุกไหม้มากขึ้นแทนที่จะมอดดับลง

"นี่เป็นลาเอียงอย่างเห็นได้ชัด!"

"ลาเอียงซึ่ง ๆ หน้า!"

ระลึกถึงการล้อเลียนของพี่ใหญ่หวงหมิง และความลาเอียงของท่านพ่อของเขาที่มีต่อหวงเหว่ย หวงเผิงได้แต่ปลดปล่อยเสียงจากความโกรธ ฝ่ามือของเขาฟาดไปที่เก้าอี้ข้าง ๆ เขาทาให้มันแตกเป็นชิ้น ๆ

ซูเย่วกลัวการกระทาที่รุนแรงของหวงเผิง

"ท่านพี่มีอะไรผิดพลาดหรือไม่? เกิดอะไรขึ้น? " นางถามอย่างกระวนกระวาย

ยกหัวของเขาขึ้นมอง หวงเผิงมองไปที่ภรรยาของเขา ซูเย่วและลูกชายของเขา ความรู้สึกผิดที่เขารู้สึกก็หนักมากยิ่งขึ้น เมื่อเขาถอนหายใจออกมา ในตอนท้ายหวงเผิงเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นที่ห้องโถงหลักในก่อนหน้านี้ และเมื่อเขามาถึงส่วนที่หวงฉี่เต๋อให้สิทธิ์การเข้าใช้สระวิญญาณไปยัง หวงเหว่ยซึ่งควรจะเป็นของ หวงเสี่ยวหลงความโกรธของเขาก็พุ่งขึ้นมาทันทีอีกคราหนึ่งในฝ่ามือของเขาที่กระแทกไปที่เก้าอี้ตัวอื่นที่อยู่ใกล้เคียง

"การกระทาของท่านพ่อช่างลาเอียงมากยิ่งนัก! ในสายตาของเขามีเพียงหวงเหว่ยเป็นเพียงหลานชายของเขา! "

เมื่อซูเย่วได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างดวงตาอัลมอนด์ก็เต็มไปด้วยความโกรธมากขึ้น และพูดอย่างขุ่นเคือง "เขายังคิดว่าเสี่ยวหลงเป็นหลานชายของเขาอีกหรือ? "

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้พูดอะไร แต่ภายในใจแม้ว่าเขาจะเอาชนะหวงเหว่ยได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในช่วงงานชุมนุมประจาปีของตระกูลของตระกูล และเปิดเผยความแข็งแกร่งของนักรบระดับสองของเขา แต่ก็ดูเหมือนว่าปู่ของเขาหวงฉี่เต๋อไม่ได้ให้ความสาคัญกับเขาแม้แต่น้อย บางทีในสายตาของปู่คงมีแต่หวงเหว่ยที่สามารถที่จะก้าวไปสู่นักรบระดับสองได้ เนื่องจากด้วยความโชคดีเช่นสุนัขบางตัว และไม่สามารถเปรียบเทียบกับความสาเร็จของหวงเหว่ยได้ (TL : ที่ไม่มีอยู่จริง)

"และโจวกวงยังกล้าที่จะดูถูกเสี่ยวหลงของเรา แม้กล้าที่จะพูดว่าเสี่ยวหลงของเราจะทาให้สระวิญญาณกลายเป็นเรื่องไร้ประโยชน์หากให้เขาเป็นผู้ฝึกฝนภายใน" ซูเย่วยังคงพูดอย่างดุเดือดว่า "สนุขตัวนี้ดูเหมือนว่าหวงหมิงจะให้การสนับสนุนเขา ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่กล้าพูดคาคานี้! "

แม้ว่าโจวกวงจะเป็น 'ผู้อาวุโสด' ของคฤหาสน์ตระกูลหวงแต่เป็นเพียงสถานะที่ได้รับการยกเว้นและอานาจของเขามีเพียงเล็กน้อยจริง ๆ แล้วมีมากกว่ายามที่เฝ้ายอดเขา เขายังคงเป็นคนรับใช้ที่อยู่ที่ส่วนหลัก

"เสี่ยวหลงให้อภัยพ่อของเจ้าด้วย" เสียงของหวงเผิงฟังดูเศร้าในขณะที่เขาขอโทษลูกชายของเขาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพ่อของเจ้านั้นมันไร้ประโยชน์ ไม่เพียงแต่ข้าจะทาให้เจ้าสูญเสียโอกาสที่จะได้เข้าไปฝึกฝนในสระวิญญาณแล้ว อาจทาให้เจ้าต้องพ่ายแพ้แก่ หวงเหว่ย!"

เมื่อหวงเสี่ยวหลงได้ยินเช่นนี้ เขาก็ยิ้มอย่างไม่โอ้อวด "ท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงในงานชุมนุมประจาปีของตระกูลปีถัดไป ข้าไม่เพียงแค่จะทุบตีหวงเหว่ยจนกว่าพ่อของเขาจะจาไม่ได้เท่านั้นแต่ข้าจะทุบตีเขาจนกว่ากระทั่งท่านปู่ก็จาเขาไม่ได้! "

เนื่องจากท่านปู่หวงฉี่เต๋อเห็นหลานชายที่รักของเขา หวงเหว่ยเป็นเช่นสมบัติมากนัก มาดูกันว่า 'ระดับเจ็ด' จิตวิญญาณการต่อสู้ของหลานชายผู้นี้จะแสดงให้ท่านปู่ของเขาเห็นว่าสุนัขของเขาจะมีโชคที่ดีกว่าโชคที่เคยได้รับ!

ไม่เพียงแต่ในงานชุมนุมประจาปีของตระกูลของช่วงปีถัดไป ในทุก ๆ ปีของงานชุมนุมประจาปีของตระกูล เขาจะ "ก้าวหน้า" เหนือหวงเหว่ยและทาให้เขากลายเป็นหัวหมูยักษ์

หวงเผิง และซูเย่วคิดว่าลูกชายของพวกเขากาลังพยายามปลอบโยนพวกเขาไม่อยากให้พวกเขาเป็นกังวล ความรู้สึกผิดของหวงเผิงก็เพิ่มมากขึ้นไปอีก

ภายใต้แนวคิดที่ว่าลูกชายของพวกเขาเป็นเจ้าของจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับ 7 ช่องว่างระหว่างเขา และหวงเว่ยจะเปิดเผยตัวเองเมื่อเวลาผ่านไป ในช่วงเวลาหนึ่งปี หวงเหว่ยน่าจะสามารถบุกเข้าสู่นักรบระดับสามได้ ลูกชายของพวกเขาครอบครองเพียงจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ด ลูกชายของพวกเขาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองปีเพื่อการพัฒนาจากการนักรบระดับสองไปยังนักรบระดับสาม

ในปีหน้างานชุมนุมประจาปีของตระกูล ลูกชายของพวกเขาสามารถจะเอาชนะหวงเหว่ยได้จริง ๆ หรือ?

เว้นเสียแต่ว่าลูกชายของเขาจะโชคดีพอที่จะกลืนผลไม้หยางไปอีกสามผล หรือยาอายุวัฒนะที่คล้ายกันมิฉะนั้น ... หวงเผิงถอนหายใจ ลูกชายของเขาจะโชคดีพอที่จะเจอสิ่งใดที่คล้ายกับผลไม้หยางได้อีกเป็นครั้งที่สอง?

เมื่อมองไปที่การแสดงออกของใบหน้าของพ่อและแม่ของเขา หวงเสี่ยวหลงสามารถคาดเดาได้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ได้มองในแง่ดีนักเกี่ยวกับการที่เขาจะสามารถเอาชนะหวงเหว่ยได้ในปีหน้า

"ท่านพ่อท่านแม่ ข้าวางแผนที่จะไปฝึกฝนภายในภูเขาด้านหลังสักพักหนึ่ง" หวงเสี่ยวหลงกล่าวหลังจากคิดอยู่สักครู่หนึ่ง

การทาเช่นนี้จะช่วยให้เขาสามารถฝึกฝนคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นได้สะดวกขึ้น การวิ่งไปมาตลอดเวลาเป็นความไม่สะดวก นอกจากนี้ในขณะนี้หวงเซี่ยวหลงไม่ต้องการให้ทักษะเทพอสูรถูกเปิดเผย

"ไม่ได้!" ขณะที่คาพูดออกจากริมฝีปากของหวงเสี่ยวหลง ซูเย่วก็คัดค้านทันทีโดยไม่จาเป็นต้องคิด

หวงเผิงยังช่วยพูดโน้มน้าวว่า "เสี่ยวหลง ข้ารู้ว่าเจ้ากาลังจะไปที่ภูเขาด้านหลังเพื่อที่เจ้าจะได้ฝึกฝนอย่างสงบ แต่พลังของเจ้าอยู่ที่นักรบระดับสองเท่านั้น มันมีอันตรายมากเกินไป!"

หวงเสี่ยวหลงไม่ได้คาดหวังว่าพ่อแม่ของเขาจะคัดค้านอย่างถึงที่สุด ในสายตาของพวกเขา เขาเป็นเพียงเด็กเจ็ดขวบ ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่จะยอมให้เด็กอายุเจ็ดขวบออกจากบ้านเพื่อไปฝึกฝนวิชาได้หรอก

"ท่านพ่อท่านแม่ ข้าจะอยู่ที่ขอบด้านนอกสุดของภูเขาด้านหลัง ตราบเท่าที่ข้าไม่ได้เข้าไปในส่วนที่ลึก มันไม่น่าจะมีอันตรายใด ๆ!" หวงเสี่ยวหลงพยายามขอร้องอีกครั้ง: "พวกท่านไม่จาเป็นที่ต้องกังวล ”

แต่แม้จะมีสิ่งที่หวงเสี่ยวหลงใช้เสริมกล่าวเพื่อชักชวนพวกเขา แต่หวงเผิง และซูเย่วก็ยังคงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

"พวกท่านจะอนุญาตคาขอของข้าได้ไหม ถ้าข้าสามารถเอาชนะหวงเหว่ยในปีหน้าได้?" หวงเสี่ยวหลงโยนฟางเส้นสุดท้ายออกไปด้วยไหวพริบ และถาม

"พ่ายแพ้ หวงเหว่ย?" ทั้งคู่มองไปที่ใบหน้าของหวงเสี่ยวหลง

"ถ้าเจ้าสามารถเอาชนะหวงเหว่ยในงานชุมนุมประจาปีของตระกูลปีหน้าได้ ข้าจะอนุญาติให้เจ้าเข้าไปฝึกฝนในภูเขาด้านหลังได้!" หวงเผิงในที่สุดก็ตกลงด้วยเสียงที่เคร่งขรึม หลังจากได้ยินคาพูดเหล่านี้และยังคงกล่าวต่อว่า "พวกเราสามารถทบทวนคาขอร้องของเจ้าในเรื่องนี้ได้อีกครั้งหลังจากที่เจ้าชนะหวงเหว่ยในปีหน้าได้"

"ตกลง!" หวงเสี่ยวหลงเห็นด้วย เนื่องจากไม่สามารถทาอะไรได้ เขาจึงสามารถทาได้แต่รอไปอีกหนึ่งปีเท่านั้น

……………………………………

และในเวลานี้ในเขตพื้นที่ของเรือนรับรองทางเหนือ หลังจากที่เขาฟังพ่อของเขาอธิบายถึงสถานการณ์ที่ท่านปู่ของเขาประกาศออกมา ใบหน้าของหวงเหว่ยก็ปรากฎรอยยิ้มกว้าง ๆ ด้วยรอยยิ้มกว้าง ๆ ที่ว่า "ท่านปู่เป็นคนฉลาด และรู้ว่าเด็กคนนั้นหากได้รับอนุญาตให้เข้าไปในสระวิญญาณจะนาไปสู่การสูญเสีย! "

ตั้งแต่ที่เขากลับมาเรือนรีบรองทางเหนือจากห้องโถงหลัก หวงหมิงอยู่ในอารมณ์ที่ดีหัวเราะมาตลอดทาง เมื่อเขาฟังคาพูดของลูกชายของเขาว่า "ตั้งแต่ท่านปู่ของเจ้าได้ให้โอกาสกับเจ้า เจ้าจะต้องไม่ทาให้ท่านปู่ของเจ้าและข้าผิดหวัง แม้ว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมแต่เจ้าก็ยังคงต้องใส่ใจในการฝึกฝนของเจ้าด้วย! "

หวงเหว่ยยิ้ม และกล่าวด้วยความมั่นใจว่า "ท่านพ่อโปรดมั่นใจได้เลยว่าเมื่อข้าเข้าไปภายในสระวิญญาณแล้วฝึกฝนอยู่ที่นั่น ข้าจะก้าวขึ้นสู่ นักรบระดับสามภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี!" การพูดถึงสิ่งนี้ได้แสดงให้เห็นความเกลียดชังของหวงเหว่ยที่มีต่หวงเสี่ยวหลงเป็นอย่างมากและยังกล่าวว่า "ในงานชุมนุมประจาปีของตระกูลของช่วงปีถัดไป ข้าจะทาให้สุนัขตัวนั้นมาคุกเข่าต่อหน้าข้า และข้าจะทาให้ทั้งสองแขนและสองขาของเขาพิการ!"

............................................................

ย้อนกลับไปในบ้านพักหลังเล็ก ๆ ของเขา หวงเสี่ยวหลงไม่ได้ฝึกฝนแต่อย่างใด แต่เขาหยิบกระดาษออกมาจากแหวนเทพอสูร

ตอนนี้เขาก้าวมาถึงนักรบระดับสี่ เขาจึงคิดที่จะเริ่มฝึกทักษะการต่อสู้

บันทึกบนแผ่นกระดาษเป็นทักษะการสู้ของดาบที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสาหรับมีดคู่เทพอสูร และมีอีกชุดของทักษะการต่อสู้ที่เรียกว่ากงเล็บปีศาจเทพอสูร

ในทักษะดาบเทพอสูรมีทั้งสิ้น 18 กระบวนท่า และแต่ละการเคลื่อนไหวจะแบ่งออกเป็นสามขั้นตอนโดยทักษะกงเล็บปีศาจเทพอสูรมีขั้นตอนน้อยกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

การฝึกทักษะการต่อสู้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทาอย่างยิ่ง ดวงตาของหวงเสี่ยวหลงได้หันความสนใจไปที่ภาพวาดของทักษะดาบเทพอสูร ซึ่งทาให้เขาตัดสินใจฝึกทักษะดาบเทพอสูรก่อน

ออกจากห้องไปที่ลานหน้าบ้านพักของเขา หวงเสี่ยวหลงเรียกมีดคู่เทพอสูรออกมา และนึกถึงภาพวาดที่แสดงถึงอารมณ์ในการเคลื่อนไหวครั้งแรก และการไหลเวียนของปราณฉีภายในร่างกาย กับคลื่นของใบมีดหลายสิบใบโผล่ออกมาจากทุก ๆ ที่ หมุนวน และรวบรวมกลายเป็นสองไต้ฝุ่นขนาดเล็กและมีเสียงเสียดสีกันอยู่ภายในลานหน้าบ้านพักของเขา

ทักษะดาบเทพอสูร, กระบวนท่าที่หนึ่ง ความวุ่นวายของนรก

จบบทที่ บทที่ 18: ฝึกฝนทักษะการต่อสู้

คัดลอกลิงก์แล้ว