เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: เจ้าก้าว....อย่างไร?

บทที่ 11: เจ้าก้าว....อย่างไร?

บทที่ 11: เจ้าก้าว....อย่างไร?


"แม้ว่าหวงเหว่ย จะครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับสิบก็ตามการกระทาของท่านปู่ก็มีส่วนช่วยเขา" ซูเย่วแย้งอย่างไม่พอใจ

"เมื่อถึงปลายปีตอนงานชุมนุมประจาปีของตระกูล เสี่ยวหลงของเราจะเป็นยังไง ... ?" คาพูดที่แทบสาลักในลาคอของนาง เมื่อดวงตาของซูเย่วกาลังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

"ข้าจะไปพูดกับท่านพ่อสักครั้ง!" ในขณะนี้หวงเผิงลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ

"ท่านพ่อ มันไม่จาเป็น!" หวงเสี่ยวหลงหยุดหวงเผิงอย่างกะทันหันแล้วพูดต่อว่า "ไม่จาเป็นที่จะต้องไปหาท่านปู่!"

หวงเผิง และซูเย่วหันไปมองลูกชายของพวกเขา

เมื่อหวงเผิงเปิดปากพูดเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง บนร่างลูกชายของเขาก็เห็นแสงสว่างสดใสของปราณฉี

"ปราณฉีแสงสว่างจากปราณฉี?" หลังจากที่มึนงงชั่วครู่หนึ่งหวงเผิง และซูเย่วก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อมองเห็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่แสดงให้เห็นได้ชัดบนใบหน้าของพวกเขา

การเห็นแสงจากปราณฉีออกมาภายนอกหมายความว่าอย่างไร ... ? ความคิดไหลผ่านหวงเผิง และความรู้สึกของซูเย่ว, นักรบระดับแรก! หลังจากที่ก้าวสู่ขั้นนักรบระดับแรกจะสามารถปลดปล่อยปราณฉีออกมานอกร่างกายได้ ถ้ามีใครบางคนประสบความสาเร็จในการสร้างปราณฉีจะยังคงไม่สามารถปลดปล่อยปราณฉีออกมาได้

"เสี่ยวหลงเจ้าจะบอกว่า เจ้าได้ก้าวเข้าสู่นักรบระดับแรกแล้วหรือไม่?" หวงเผิงถามด้วยเสียงที่สั่นสะเทือนถึงแม้ว่าเขาจะได้เห็นหลักฐานด้วยสายตาของตัวเอง เขาไม่กล้าแน่ใจกลัวว่ามันจะกลายเป็นภาพลวงตา

"ถูกต้องแล้วท่านพ่อท่านแ ม่ข้าได้ก้าวสู่นักรบระดับแรกแล้ว!" หวงเสี่ยวหลงพยักหน้าเขาไม่ ต้องการเห็นพ่อแม่ของเขากังวลเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานชุมประจา ปี ของตระกูลอย่างไม่รู้ จบ เขาจึงตัดสินใจที่จะเปิ ดเผยความแข็งแกร่งของเขาส่วนหนึ่ง

เมื่อได้ยินคายืนยันของลูกชายของพวกเขา หวงเผิง และซูเย่วก็เชื่อในความจริงต่อหน้าพวก เขา ใบหน้าของพวกเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับซูเย่ว หลังจากที่ต้องแปลกใจ และตื่นเต้นนางได้วิ่ง ไปกอดหวงเสี่ยวหลงแน่น ๆ พลางกล่าวว่า "ลูกชายที่ดี ลูกชายของข้าได้ก้าวขึ้นสู่นักรบระดับ แรกแล้ว!

น้า ตาแห่งความปิ ติยินดีหล่นลงบนใบหน้าของซูเย่ว

ซูเย่วเป็นผู้หญิงที่ชอบยิ้มแย้มแจ่มใส และกอดได้อย่างแน่นหนาทา ให้หวงเสี่ยวหลงรู้สึกราวกับ ว่าเขากาลังจะหายใจไม่ออก ในที่สุดเขาก็สามารถปลดปล่อยตัวเองจากความยากลาบากหลัง จากนั้นสักครู่ มันเป็นเพียงนักรบระดับแรกมันเป็นสิ่งจา เป็นที่จะทา ให้เรื่องดังกล่าวยุ่งยากไป ใหญ่? หวงเสี่ยวหลงคิดอย่างหดหู่ใจ

อย่างไรก็ตามเขารู้สึกได้ถึงความรักที่แท้จริงของหวงเผิง และซูเย่วที่มีต่อเขา

หวงเผิง และซูเย่วค่อย ๆ สงบลงหลังจากมีความสุข และความตื่นเต้นของพวกเขาในระยะเวลา สั้น ๆ ในภายหลัง

"เสี่ยวหลง เจ้าก้าวไปสู่นักรบระดับแรกได้อย่างไร?" หวงเผิงเปล่งเสียงถามด้วยความสงสัยในใจ ของเขาด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ดของหวงเสี่ยวหลงเพื่อจะก้าวไปยังนักรบระดับแรก จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีหรือมากกว่านั้น

ซูเย่วก็หันไปถามคา ถามที่ลูกชายของนาง เห็นได้ชัดว่านางก็มีข้อสงสัยบางอย่างเช่นกัน

แทนที่จะพูดหวงเสี่ยวหลงหยิบเอาผลไม้สีแดงสองผลออกมาจากหน้าอกของเขาภายใต้การตื่น ตระหนกของหวงเผิง และซูเย่ว

ความสดของผลไม้สีแดงฉ่า ทา ให้ผู้คนตื่นตระหนก

"หรือว่านี่จะเป็นผลไม้หยาง?" หวงเผิง และซูเย่วทั้งสองร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ

"ถูกต้อง" หวงเสี่ยวหลงหัวเราะ "หนึ่งเดือนที่ผ่านมาข้าบังเอิญไปพบผลไม้หยางในหุบเขาที่ภูเขาด้านหลังเข้า มีทั้งหมดห้าผล และข้าได้กินไปแล้วสามผล "

ในตอนต้นมีผลไม้หยางอยู่ 5 ผลแต่หวงเสี่ยวหลงกินไปจริงเพียงผลเดียว

"สามผล!" หวงเผิง และซูเย่วหันหน้าจ้องมองกันและกัน ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่า "เหตุผลที่แท้จริง" ลูกชายของพวกเขาก้าวเข้าสู่นักรบระดับแรกในระยะเวลาอันสั้นนี้

"ดี! ฮ่าฮ่า เสี่ยวหลงไม่คาดฝันว่าเจ้าจะโชคดีถึงเพียงนี้ ผลไม้หยางเป็นผลไม้ที่แปลกประหลาด ประโยชน์ของมันไม่น้อยไปกว่าหญ้า หัวใจแห่งเล่ยหลิง ที่ท่านปู่ซื้อให้หวงเหว่ย"หวงเผิงหัวเราะอย่างมีความสุข " นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อการบ่มเพาะในอนาคตของเจ้าอีกด้วย "

แม้แต่ซูเย่วก็ยิ้มไปพลางฟังไปด้วย

"ท่านพ่อท่านแม่ผลไม้หยางที่เหลืออีกสองผลข้าอยากมอบให้ท่านทั้งสองกินเพื่อใช้ในการบ่มเพาะ" หวงเสี่ยวหลงกล่าว

เกิดรอยยิ้มแข็งค้างบนใบหน้าของพวกเขา และกาลังจะปฏิเสธหวงเซี่ยวหลงจึงรีบขัดจังหวะกล่าวว่า "ข้ากินผลไม้ไปแล้วสามผล แม้จะกินมากกว่านี้มันก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับข้าอีกมันจะดีกว่าถ้าหากท่านพ่อกับท่านแม่กินมัน "

ได้ยินแบบนี้ หวงเผิง และซูเย่วไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว

หวงเผิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างดีว่า "ดี" แล้วหยิบผลไม้หยางสองผลไปจากมือของหวงเสี่ยวหลงเขาสูดดมเข้าไปลึก ๆ มองไปที่ผลไม้หยางพยายามที่จะปราบปรามความตื่นเต้นภายในใจ เขาติดอยู่ที่ชั้นปลายของนักรบระดับหกมานานมากกว่าหนึ่งปีแล้ว ด้วยผลไม้หยางเขาจะสามารถที่จะก้าวไปสู่ขั้นสูงสุดของขั้นตอนปลายนักรบระดับหกภายในสองเดือน

อันที่จริงเขาต้องการผลไม้หยางผลนี้

มองไปที่ผลไม้สีแดงเล็ก ๆ สีแดงสดในฝ่ามือการแสดงออกของซูเย่วแตกต่างจากของหวงเผิงสาหรับผลไม้หยางผลนี้น่าจะทาให้นางก้าวไปสู่นักรบระดับหกได้ในอีกไม่นาน

"เสี่ยวหลงเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเจ้าในการก้าวสู่นักรบระดับแรกในตอนนี้อย่าปล่อยให้คนอื่นได้รับรู้" หวงเผิงกล่าวกับลูกชายของเขาหลังจากตั้งสติได้แล้ว และกล่าวต่อไปว่า "ถึงแม้ว่าเจ้าจะประสบความสาเร็จหลังจากกลืนกินผลไม้หยาง แต่เจ้ายังคงต้องพยายามต่อไปมุ่งเน้นและมุ่งมั่นที่จะไปถึงขั้นกลางของนักรบระดับแรกให้ได้ภายในสิ้นปี"

ในความเห็นของหวงเผิงตราบเท่าที่ลูกชายของเขาไปถึงขั้นกลางของนักรบระดับแรก แม้ว่า หวงเหว่ยจะเป็นนักรบระดับแรก ในเวลานั้นการจะทาให้ทั้งสองมือของลูกชายของเขาพิการก็จะเป็นเรื่องยาก

ช่องว่างระหว่างนักรบระดับแรกขั้นกลางกับช่วงต้นจะมีความต่างกว่ากันเล็กน้อย

"ท่านพ่อท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะไม่ทาให้พวกท่านผิดหวังมั่" หวงเสี่ยวหลงกล่าว

หวงเผิง และซูเย่วรู้สึกสบายใจกับคาพูดเหล่านั้น

ไม่นานหลังจากนั้นหวงเสี่ยวหลงก็ขอตัวออกจากห้องโถงของเรือนรับรองตะวันออกกลับไปที่บ้านพักของเขา และเดินตรงกลับเข้าไปฝึกฝนต่อ หลังจากก้าวขึ้นสู่นักรบระดับสามแล้วความเร็วในดูดซับของงูสองหัวที่จะดูดซับพลังวิญญาณวิญญาณของโลกเบื้องล่าวงเพิ่มขึ้นมากกว่าในตอนแรกที่เริ่มฝึก ปราณฉีภายในร่างกายของเขาก็มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทุกวันจากการฝึกฝนปราณฉีในร่างกายของเขากลายเป็นเข้มข้น และมีพลังมากขึ้น

ในบ้านพักของหวงเสี่ยวหลงที่เขาอาศัยอยู่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของคฤหาสน์ตระกูลหวง นั่นคือเหตุผลที่ว่าหากไม่ใช่พ่อกับแม่และน้องสาวของเขา หวงหมิ่นก็แทบไม่มีใครเดินทางผ่านเข้ามาซึ่งทาให้ทุกอย่างสะดวกมากสาหรับหวงเสี่ยวหลงเพื่อให้ความสาคัญกับการฝึกฝน

กับหวงเสี่ยวหลงที่ฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งไม่ว่าจะเป็นทั้งกลางวัน และกลางคืน ปราณฉีและพลังภายในของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

สุดสูงสุดของขั้นต้นของนักรบระดับสาม!

ขั้นกลางของนักรบระดับสาม!

จุดสูงสุดของขั้นกลางของนักรบระดับสาม!

เวลาสามเดือนที่ผ่านไปปราณฉีของหวงเสี่ยวหลงได้ไปถึงจุดสุดยอดของขั้นปลายนักรบระดับสามแล้วในขณะที่เขาคิดว่าเขาสามารถที่จะทะลวงผ่านเข้าสู่นักรบระดับสี่ได้ แต่เพราะมีเวลาน้อยเกินไปอีกเพียงสองสัปดาห์ก็จะถึงเวลาสิ้นปี ‘งานชุมนุมประจาปีของตระกูล’

อย่างไรก็ตามนักรบระดับสองก็เป็นเหมือนเส้นอุปสรรคที่ยากลาบาก นักรบระดับสี่การจะทะลวงผ่านไปได้นั้นจะมีความยากมากขึ้นเมื่อเทียบกับนักรบระดับสองและสามที่ผ่านมา ความยากลาบากนั่นไม่อาจเอามาเทียบกันได้

ในคฤหาสน์ตระกูลหวง มีสาวกที่ครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับเจ็ดที่ติดค้างอยู่ที่จุดสูงสุดของนักรบระดับสามต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองปีจึงจะสามารถบรรลุความสาเร็จที่ต้องการได้เพื่อก้าวไปถึงนักรบระดับสี่ แม้แต่ผู้ที่ครอบครองจิตวิญญาณการต่อสู้ระดับแปดยังต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีที่จะก้าวต่อไปได้

สองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

คฤหาสน์ตระกูลหวงก็เต็มไปด้วยชีวิตชีวา และความรื่นเริงเพราะหลังจากสองวันของงานชุมนุมประจาปีของตระกูลจะเป็นรุ่งอรุณของปีใหม่ ทั้งคฤหาสน์ตระกูลหวงได้รับการตกแต่งประดับประดาอย่างหรูหรา ตรงกันข้ามกับส่วนที่เหลือของคฤหาสน์ตระกูลหวง บ้านหลังเล็ก ๆ ของ หวงเสี่ยวหลงดูเหมือนจะแห้งแล้ง และเงียบเหงา

"วันพรุ่งนี้เป็นงานชุมนุมประจาปีของตระกูล" หวงเสี่ยวหลงออกจากห้องของเขา หลังจากใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันในฝ่าไปยังขั้นตอนที่ยากในที่สุดที่ต้องเผชิญกับคอขวดที่จุดสุดยอดของลาดับที่สามจากรูปลักษณ์ของมันจะต้องใช้เวลาอีกสักพักก่อนที่เขาจะสามารถก้าวข้ามไปสู่ นักรบระดับสี่

หวงเสี่ยวหลงเดินออกจากบ้านพัก

"วันพรุ่งนี้จะเป็นงานชุมนุมประจาปีของตระกูล เจ้าได้ยินไหมว่าคราวนี้ท่านจ้าวคฤหาสน์ก็จะมาร่วมงานด้วย!"

"ปีนี้เป็นครั้งแรกของนายน้อยหวงเหว่ยที่เข้าร่วมงานชุมนุมประจาปีของตระกูล หลังจากปลุกจิตวิญญาณของเขาให้ตื่นขึ้นมาแน่นอนว่าท่านจ้าวคฤหาสน์จะต้องเข้าร่วมการชุมนุม ไม่เพียงแค่นั้นข้ายังได้ยินมาอีกว่า ท่านจ้าวคฤหาสน์ได้เชิญท่านผู้นาอาวุโสของครอบครัวหลี่มาด้วย! "

"นั่นหมายความว่าท่านผู้นาอาวุโสของตระกูลหลี่ก็จะมาด้วย?"

ครอบครัวหลี่ และคฤหาสน์ตระกูลหวงถือว่าเป็นเสาหลักของมณฆลฉางหลาน ความสัมพันธ์ของผู้นาอาวุโสของตระกูลหลี่ หลี่มู่ และท่านจ้าวคฤหาสน์ หวงฉี่เต๋อมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอมา

จบบทที่ บทที่ 11: เจ้าก้าว....อย่างไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว