เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 280 - ช่วงชิง

บทที่ 280 - ช่วงชิง

บทที่ 280 - ช่วงชิง


บทที่ 280 - ช่วงชิง

เมืองหลวงหนาวกว่าเมืองเฟิงยื่อมาก

ได้ยินว่าหิมะแรกตกไปเมื่อสามวันก่อน เป็นสัญญาณว่าฤดูหนาวมาเยือนอย่างเป็นทางการ

ช่วงที่เมืองหลวงหนาวที่สุดต้องรออีกเดือนกว่า ถึงตอนนั้นถ้าในบ้านไม่มีไฟให้ความอบอุ่นอาจหนาวตายได้ ดังนั้นพอถึงเวลานั้นทางการจะเดินเคาะประตูทุกบ้านเพื่อตรวจสอบว่ามี "ถ่านสำรอง" เพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่มีและไม่มีเงินซื้อก็สามารถขอเบิกจากทางการไปประทังชีวิตก่อนได้ แต่ปีหน้าต้องใช้แรงงานหรือเงินมาใช้คืน

ทุกเช้ามืดก่อนฟ้าสาง จะมีรถขนถ่านวิ่งเข้าเมืองมาเป็นขบวน ของพวกนี้เตรียมการล่วงหน้ามาครึ่งปีแล้วเพื่อขายให้คนทั้งเมือง

แน่นอนว่าถ่านสำรองในหน่วยงานราชการทางราชสำนักจัดหาให้ ขุนนางไม่ต้องกังวล มี "โรงถ่าน" คอยแจกจ่าย โรงถ่านก็แค่ชื่อ ความจริงหน้าร้อนพวกเขายังแจกเครื่องดื่มคลายร้อนและน้ำแข็งก้อนใหญ่ด้วย

เสิ่นฮ่าวคุ้นเคยกับกองปราบจิ้งซีดีแล้ว เข้าออกหลายครั้ง ตามธรรมเนียมเขาต้องไปนั่งรอที่ "ห้องน้ำชา" ก่อน สัมผัสความอบอุ่นดั่งฤดูใบไม้ผลิจากเตาถ่านในห้อง พอนั่งลงก็รู้สึกง่วงนอนขึ้นมาตะหงิดๆ

"ใต้เท้าเสิ่น ท่านผู้บัญชาการเชิญครับ"

รอได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม นายกองน้อยคนหนึ่งก็เข้ามาเชิญเสิ่นฮ่าวเข้าไป ทำเอาคนในห้องน้ำชาหันมามองเป็นตาเดียว ซุบซิบกันใหญ่ว่าพ่อหนุ่มคนนี้เป็นใคร ทำไมรอแป๊บเดียวก็ได้เรียกตัวแล้ว พวกเขารอมาค่อนวันยังเงียบกริบ

ก็มีคนพูดขึ้นว่า: เขาเจ้ายังไม่รู้จักอีกหรือ เสิ่นฮ่าว ดาวหายนะแห่งเมืองเฟิงยื่อไง! มือกระบี่อันดับหนึ่งของใต้เท้าเจียง เจ้ากล้าก็ไปเรียกเขาไว้ถามสิว่าทำไมลัดคิวเจ้า

ทันใดนั้นเสียงอุทาน "อ๋อ เขาเองหรือ" ก็ดังระงม ไม่มีใครคิดเล็กคิดน้อยเรื่องเสิ่นฮ่าวไม่ต้องต่อคิวอีก ใครจะอยากมีเรื่องกับดาวหายนะ กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำหรือไง

เสิ่นฮ่าวมีเรื่องในใจ ย่อมไม่ได้สนใจคำพูดของคนข้างหลัง ต่อให้ได้ยินก็คงแค่ยิ้มผ่านไป

คนเฝ้าประตูแจ้งข่าวแล้วให้สัญญาณว่าเสิ่นฮ่าวเข้าไปได้

ผลักประตูเข้าไป โค้งคำนับแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานตามที่เจียงเฉิงผายมือเชิญ

"เจ้านั่งรอก่อน ข้าตรวจฎีกาฉบับนี้ให้เสร็จก่อน"

"ใต้เท้าเชิญตามสบายขอรับ ไม่ต้องเกรงใจผู้น้อย"

นั่งรออยู่หนึ่งก้านธูป เจียงเฉิงก็วางพู่กันในมือ เงยหน้าขึ้นมายิ้มหน้าบาน ไม่เจอกันนาน แต่เขาพอใจลูกศิษย์คนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

"ครั้งนี้เจ้าทำผลงานที่เมืองถู่ขุยได้สวยงาม เตือนภัยกองปราบจิ้งซีล่วงหน้าเรื่องคำสั่งมั่วซั่วของอู๋ชางเหอ ทำให้รอดพ้นจากการถูกคนไร้ความสามารถคนนั้นทำเสียเรื่อง ที่หายากยิ่งกว่าคือผลงานของเจ้าในสุสานจักรพรรดิกระบี่ ไม่เพียงต้านทานการลอบสังหารจากภาพลวงตาในแดนกระบี่เมฆาได้ ยังไม่ลืมช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ช่วยชีวิตคนหลายร้อยคน เรื่องนี้นักพรตกระบี่ทองสามท่านกลับมารายงานอย่างตื่นเต้น ท่านผู้บัญชาการใหญ่เองก็ชมเจ้าไม่ขาดปาก

ทำให้ข้าได้หน้าไม่น้อยเลยนะ!"

เสิ่นฮ่าวยิ้ม "แฮะๆ ก็เรื่องบังเอิญ โชคช่วยเป็นส่วนใหญ่ครับ" เขาไม่ถ่อมตัวจนเกินงาม รู้ว่าเจียงเฉิงไม่ชอบคนนิสัยถ่อมตัวเสแสร้ง ตรงไปตรงมาถึงจะถูกจริต

"ฮ่าๆๆ โชคก็ถือเป็นความสามารถ! แถมยังเป็นความสามารถที่ยิ่งใหญ่ด้วย! จริงสิ ดูแววตาเจ้าเป็นประกาย สีหน้าท่าทางไม่เหมือนเมื่อก่อน พลังฝึกตนก้าวหน้าแล้วหรือ ขั้นรวบรวมวิญญาณขั้นสี่ ไม่สิ! นี่เจ้าขั้นรวบรวมวิญญาณขั้นสี่แล้วกำลังจะทะลวงอีกแล้วหรือ!"

ไม่ดูไม่รู้ พอดูถึงกับตกใจ

สองเดือนก่อนเจียงเฉิงยังเห็นเสิ่นฮ่าวแค่ขั้นรวบรวมวิญญาณขั้นสาม ตอนนี้ไม่เพียงขั้นสี่แล้ว ยังดูเหมือนกำลังเข้าใกล้คอขวดขั้นต่อไปอีกแล้ว พรสวรรค์ของเด็กคนนี้ร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ มิน่าล่ะถึงไม่เพลี่ยงพล้ำในแดนกระบี่เมฆา

"ใต้เท้าสายตาเฉียบแหลม ผู้น้อยช่วงก่อนได้อะไรดีๆ มาบ้าง เลยทำให้พลังฝึกตนพุ่งสูงขึ้นมาช่วงหนึ่ง ตอนนี้กำลังปรับพื้นฐานให้แน่น การเลื่อนขั้นครั้งต่อไปคงอีกนานขอรับ"

"อีกนาน? เจ้าหลอกใคร ต่อให้เจ้าเน้นปรับพื้นฐาน แต่ด้วยพลังฝึกตนปัจจุบันของเจ้าไม่เกินครึ่งปีต้องทะลวงผ่านอีกแน่ กดไม่อยู่หรอก จุ๊ๆ นึกไม่ถึงว่าพรสวรรค์เจ้าจะสูงขนาดนี้ ก่อนหน้านี้คงถูกดองไว้จนเค็มเลยสินะ"

เสิ่นฮ่าวไม่มีทางบอกเจียงเฉิงหรอกว่าพลังฝึกตนของเขาตอนนี้มาจากการยัดเยียด ได้แต่ยิ้มไม่ตอบ พูดตามตรง ขอแค่เขาอยาก เดือนหน้าเขาก็ทะลวงผ่านได้อีก แต่เขายังคิดว่าควรเน้นรากฐานให้มั่นคง เรื่องพลังฝึกตนอย่าใจร้อนเกินไป

คุยสัพเพเหระอีกสองสามประโยค เสิ่นฮ่าวก็ยื่นจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ให้

"ทำไม ยังมีเรื่องไม่ได้รายงานอีกหรือ" เจียงเฉิงรับฎีกามาด้วยรอยยิ้ม ถามด้วยความสงสัยขณะคลี่อ่าน ก่อนหน้านี้รายงานจากกองธงทมิฬส่งมาหลายฉบับ บวกกับรายงานจากนักพรตกระบี่ทอง ความจริงเรื่องราวและต้นสายปลายเหตุของสุสานจักรพรรดิกระบี่ก็ชัดเจนหมดแล้ว ไม่คิดว่ายังมีเรื่องอะไรไม่ชัดเจนจนต้องให้เสิ่นฮ่าวมาด้วยตัวเอง

เจียงเฉิงถึงกับคิดว่าเสิ่นฮ่าวพลังก้าวหน้าแล้วจงใจหาข้ออ้างมาให้เขาดูหน้า ถือว่ามาทวงรางวัลกลายๆ แต่พอรับฎีกาไปอ่านไม่กี่บรรทัดความคิดนี้ก็หายวับไป

เสิ่นฮ่าวยังพูดเสริมอยู่ข้างๆ "ใต้เท้า ผลงานของกองธงทมิฬในเหตุการณ์สุสานจักรพรรดิกระบี่ที่เมืองถู่ขุยครั้งนี้ไม่น่าพอใจอย่างยิ่ง จะว่ายังไงดี ในความเห็นของผู้น้อยคือ 'ไม่มีน้ำยา' ไม่มีปัญญาจะรับมือสถานการณ์แบบนี้ได้เลย แถมยังกลายเป็นตัวถ่วงและเป้านิ่งอีกต่างหาก

เรื่องนี้มีความบกพร่องของผู้น้อย และก็มีปัญหาเรื่องความแข็งแกร่งโดยรวมที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินของทหารกองธงทมิฬด้วย..."

"ด้วยโครงสร้างของกองธงทมิฬที่ครอบคลุมมากขึ้น แผนการน้ำดำดำเนินไปอย่างราบรื่น กองธงทมิฬต้องการกำลังคนมากขึ้นและการถือครองกำลังรบที่แข็งแกร่งขึ้น แม้แต่บุคลากรที่หลากหลายและหลายระดับชั้นก็ต้องมีให้ครบ..."

"ก่อนหน้านี้กองบัญชาการใหญ่ให้สิทธิพิเศษเรื่องตำแหน่งขุนนางแก่กองธงทมิฬ แต่แก้ปัญหาเรื่องผลตอบแทนไม่ได้แก้เรื่อง 'ความแข็งแกร่ง' แนวคิดของผู้น้อยคือเป็นไปได้ไหมที่จะให้กองธงทมิฬเมืองเฟิงยื่อเป็น 'โครงการนำร่อง' ทางกองปราบจิ้งซีเพิ่มความช่วยเหลือด้านทรัพยากรการฝึกฝน ยกระดับความแข็งแกร่งโดยรวมของกองธงทมิฬขึ้นมาหน่อย"

"อีกอย่าง ผู้น้อยคิดว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะคัดเลือกต้นกล้าที่มีพรสวรรค์ด้านพลังฝึกตนโดดเด่นจากทั่วราชอาณาจักรมาฝึกฝนอย่างพิถีพิถัน"

เสิ่นฮ่าวร่ายยาวเป็นชุด ส่วนเจียงเฉิงที่นั่งอยู่ก็เดี๋ยวขมวดคิ้วเดี๋ยวคลายคิ้ว มองดูฎีกาอยู่นานไม่พูดอะไร

ผ่านไปครู่ใหญ่ เจียงเฉิงถึงพับฎีกาเก็บ มองเสิ่นฮ่าวด้วยสายตายิ้มๆ กึ่งไม่ยิ้ม พูดว่า "เจ้ากำลังฉกฉวยโอกาสปล้นตอนไฟไหม้นะเนี่ย"

"ผู้น้อยมิกล้า"

"ในฎีกาของเจ้าทุกประโยคล้วนแบมือขอของจากเบื้องบน ขอทรัพยากรไปยกระดับพลังรบของกองธงทมิฬ เจ้าคิดว่าต้องเททรัพยากรลงไปเท่าไหร่ถึงจะทำได้ นี่ไม่ใช่คนคนเดียวนะ แค่เขตเมืองเฟิงยื่อก็เป็นร้อยเป็นพันคนแล้ว" เจียงเฉิงพูดตามตรงว่าจนปัญญา คิดว่าราชสำนักเป็นเศรษฐีหน้าโง่หรือไง อยากได้ทรัพยากรเท่าไหร่ก็ได้

"แฮะๆ ใต้เท้า ก็ฟังความเห็นท่านไงครับ เราค่อยเป็นค่อยไป เพิ่มให้สักหน่อยก็ยังดี ท่านก็รู้ว่ายาเม็ดในระดับล่างมันขาดแคลนขนาดไหน นายกองน้อยต้องดูฤกษ์ดูยามดวงดีถึงจะได้สักเม็ดสองเม็ด พลทหารทั่วไปบางคนหน้าตายาเม็ดเป็นไงยังไม่เคยเห็น ความแข็งแกร่งของพวกเขาความจริงไม่น่าจะต่ำเตี้ยขนาดนี้ ขอแค่ท่าน..."

"หยุด! เรื่องนี้ข้าจะพิจารณาดู ต่อให้จะเอาเมืองเฟิงยื่อของพวกเจ้าเป็นโครงการนำร่อง ก็ไม่ใช่เรื่องที่เจ้ากับข้าจะมานั่งคุยกันสองประโยคแล้วตกลงได้

นอกจากเรื่องนี้ ยังมีเรื่องอื่นอีกไหม"

"ยังมีอีกเรื่อง คือเรื่องเกี่ยวกับไป๋ฉางชิงได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้วขอรับ"

จบบทที่ บทที่ 280 - ช่วงชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว