เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 - สายลับ

บทที่ 220 - สายลับ

บทที่ 220 - สายลับ


บทที่ 220 - สายลับ

เมืองเฟิงยื่อ

ครั้งแรกที่เสิ่นฮ่าวได้เห็น "ต้นอ่อนชั้นดี" ที่จูโซ่วพูดถึง ก็มีชั่วขณะหนึ่งที่เขาสะดุดตาไปเลย สวยจริงๆ แม้ว่าจะอายุเพียงสิบห้าสิบหกปี แต่ก็งดงามโดดเด่นแล้ว รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แม้จะนับว่าร้อนแรงไม่ได้ แต่กลับมีเสน่ห์เย้ายวนใจอยู่แบบหนึ่ง

และต้นอ่อนทั้งสองก็มีจุดเด่นกันคนละแบบ คนหนึ่งอ่อนหวานนุ่มนวล อีกคนหนึ่งมีชีวิตชีวาร่าเริง ทั้งคู่ต่างก็กระพริบตาโตๆ มองอย่างขลาดกลัวแต่ก็แฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"พวกนางดูเหมือนจะหน้าตาคล้ายกันอยู่นะ"

"อืม ทั้งสองคนอายุเท่ากัน และยังเป็นลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อกันด้วย หน้าตาเลยค่อนข้างคล้ายกัน" จูโซ่วโบกมือให้เด็กสาวทั้งสองไปนั่งที่โต๊ะหนังสือ

คนหนึ่งวาดภาพ อีกคนหนึ่งคัดอักษร

"คนพี่ถนัดวาดภาพทิวทัศน์ขนาดเล็ก ค่อนข้างมีพรสวรรค์ ฝีแปรงละเอียดอ่อนถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี คนน้องถนัดการคัดอักษร ความเข้าใจก็พอใช้ได้ เรียนอีกสักสองเดือน ผลงานของพวกนางก็พอจะนำออกไปโชว์ได้แบบไม่ขี้เหร่แล้ว"

จูโซ่วพูดอย่างเรียบง่าย แต่สีหน้ากลับแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอยู่บ้าง ต้นอ่อนชั้นดีนั้นจะเพียงแค่หน้าตาสวยงามอย่างเดียวไม่ได้ ยังต้องมีสมองที่ฉลาดพอด้วย มิฉะนั้นคนชั้นสูงที่ไหนจะขาดแคลนสาวงามไว้อุ่นเตียงกันเล่า ต้องมีการพูดคุยและมีความลึกซึ้งถึงจะอยู่กันได้นาน

"ใต้เท้าจูช่างมีสายตาแหลมคมดุจคบเพลิงจริงๆ เด็กสาวสองคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ" เสิ่นฮ่าวเหลือบมองเด็กสาวทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้าไปมารอบหนึ่ง ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกที่งดงามอ่อนเยาว์ ยังมีกลิ่นอายของความฉลาดเฉลียวอยู่ด้วย ภาพวาดและตัวอักษรภายใต้มือของพวกนาง แม้ว่าเสิ่นฮ่าวจะไม่เข้าใจลู่ทาง แต่ก็รู้สึกว่าภาพวาดก็สวย ตัวอักษรก็สวย นับว่าอยู่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ ข้อมูลที่ได้มาจากเฉินเซิ่งก็คือ ไป๋ฉางชิงชอบไปดื่มสุราแต่งกลอนที่หอคณิกา ยามปกติที่ชอบเรียกมานั่งดื่มเป็นเพื่อนหรือปรนนิบัติรับใช้ก็ล้วนเป็นเด็กสาวที่อายุค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นแนวร่าเริงและแนวเงียบขรึม ซึ่งก็บังเอิญตรงกับลักษณะภายนอกของเด็กสาวทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเสิ่นฮ่าวพอดิบพอดี

"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ข้าอยู่ในสำนักค้าทาสมานานหลายปีขนาดนี้ ตำแหน่งตั้งแต่ล่างสุดยันบนสุดก็ทำมาหมดแล้ว สายตาในการเลือกคนย่อมต้องมีความมั่นใจอยู่บ้าง ตอนนี้พวกนางทั้งคู่กำลังเรียนวิชาเย็บปักถักร้อยและวิชาในห้องนอนอยู่ด้วย หากมีเวลาอีกสักครึ่งปี รับรองว่าจะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติแน่นอน เพียงแต่หากเป็นปลายปีนี้ เกรงว่าหลายๆ อย่างจะยังดูขาดๆ เกินๆ ไปบ้าง"

"วิชาในห้องนอน นี่จะไม่เหมาะสมหรือ ท้ายที่สุดแล้ว พวกนางในตอนนี้ต้องออกไปด้วยสถานะอื่น มันจะไม่ดูโจ่งแจ้งผิดธรรมชาติไปหน่อยหรือ" เสิ่นฮ่าวรู้สึกว่าไม่เหมาะสม หากเด็กสาวสองคนนี้มีลีลาบนเตียงที่เก่งกาจเกินไป นี่จะไม่เป็นการเผยไต๋เองหรอกหรือ เด็กสาวจากตระกูลดีๆ ที่ไหนจะไปเรียนเรื่องพวกนี้กัน

"หึ ตื้นเขิน วิชานในห้องนอนระดับสุดยอดที่แท้จริงคือ 'ฝาดแต่ชุ่มชื้น' เป็นการกระตุ้นประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของทั้งสองฝ่ายภายใต้สภาวะที่เป็นธรรมชาติ มันคนละเรื่องกับที่เจ้าคิดโดยสิ้นเชิง เจ้าไม่เคยสัมผัสกับวิชาแขนงนี้ ดังนั้นการที่ไม่รู้ก็เป็นเรื่องปกติ"

เสิ่นฮ่าวสัมผัสได้ถึงแววตาดูถูกเหยียดหยามจากจูโซ่วในทันที ความหมายคือจะบอกว่าเขาเสิ่นฮ่าวผ่านผู้หญิงมาน้อย ไม่เคยเจอวิชาแบบนี้ใช่หรือไม่

"เจ้าแน่ใจนะ เป้าหมายครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลย หากเกิดช่องโหว่อะไรขึ้นมา ทั้งเจ้าและข้าล้วนแต่หัวหลุดจากบ่ากันทั้งคู่"

"เจ้าน่ะวางใจได้ ข้ารู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ว่าพวกเจ้าหน่วยชำระทมิฬตกลงว่าจะทำอะไรกันแน่ แม้แต่ แม้แต่รัฐมนตรีไป๋ พวกเจ้าก็ยังกล้าส่งคนแทรกซึมเข้าไป นี่มัน"

"หยุด ไม่ควรถามก็อย่าถาม ถามไปข้าก็ไม่รู้ เจ้าคิดว่าผู้กองร้อยอย่างข้าจะรู้เรื่องราวเบื้องลึกหรือ ก็เหมือนกับเจ้านั่นแหละ ข้าก็เป็นแค่คนที่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเอง"

จูโซ่วถอนหายใจเฮือกหนึ่ง สีหน้าหม่นหมอง เสียดายจริงๆ ที่วันนั้นดันมือไม่สะอาด หากไม่เป็นเช่นนั้น ตอนนี้คงไม่ตกมาอยู่ในเงื้อมมือของดาวหายนะอย่างนามว่าเสิ่นผู้นี้ เดินอยู่บนเส้นลวดอย่างยากลำบาก

การส่งสายลับไปแทรกซึมอยู่ข้างกายรัฐมนตรีว่าการกรมการคลัง เมื่อก่อนต่อให้ฝันจูโซ่วก็ยังไม่กล้าคิดถึงเรื่องนี้เลย

"วิชาสอดแนมประเภทต่างๆ นั้นเป็นหน้าที่ของหลิวเหมิ่งที่รับผิดชอบสอนพวกนางอยู่ รวมถึงเรื่องความภักดีด้วย ก็ไม่รู้ว่าหลิวเหมิ่งใช้วิธีอะไร นี่เพิ่งจะแค่สองเดือน พวกนางก็ยอมรับในสถานะ "สายลับ" ของตนเองในตอนนี้มากแล้ว และยังยินยอมที่จะเสียสละหลายอย่างเพื่อการนี้ด้วย แรงต่อต้านทางใจต่อการฝึกฝนต่างๆ ก็น้อยลงไปมาก"

เสิ่นฮ่าวเข้าใจดีว่านี่เรียกว่า "การยอมรับอัตลักษณ์ที่บิดเบือน" เมื่อเทียบกับสถานะทาสของตนเองแล้ว สายลับนั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าภารกิจของพวกนางจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ไม่ได้ขัดขวางการที่พวกนางจะเลือกสถานะที่ตนเองยอมรับได้ง่ายกว่า

หลังจากเลือกสถานะแล้ว ก็จะยิ่งยอมรับในสถานะนั้นๆ ด้วยตนเองในเชิงลึกมากขึ้น บวกกับการล้างสมองของหลิวเหมิ่งอีก ดูจากตอนนี้แล้วผลลัพธ์ยอดเยี่ยมมาก

มองดูเด็กสาวทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง เสิ่นฮ่าวก็รู้สึกว่าไม่เลวเลย อย่างน้อยที่สุดในมุมมองของผู้ชายอย่างเขา ก็ยังคงมีความปรารถนาต่อเด็กสาวทั้งสองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่ความปรารถนาทางกายเท่านั้น ยังมีความรู้สึกอยากใกล้ชิดในระดับอารมณ์อยู่ด้วย

พูดให้ตรงๆ ก็คือ เด็กสาวสองคนนี้จะทำให้เจ้าเกิดความรู้สึกอยากจะมีความรักสักครั้งขึ้นมา

และไป๋ฉางชิงก็เป็นชายชราคนหนึ่ง อายุเจ็ดสิบห้าปี ระดับรวบรวมวิญญาณขั้นหนึ่ง ร่างกายเพราะเป็นผู้ฝึกตนจึงยังคงทำงานได้ดีอยู่ สภาพจิตใจดูเหมือนก็ยังไม่ยอมแก่ บางทีอาจจะกำลังแสวงหาความรู้สึกที่อ่อนเยาว์เช่นนี้อยู่ก็ได้

"ปัญหาเรื่องสถานะ เจ้ามีวิธีจัดการหรือไม่"

"ภูมิหลังสถานะเป็นลูกหลานขุนนางใหญ่โตก็คงไม่ต้องคิดแล้ว ความยากมันสูงเกินไป และข้าก็ได้วิเคราะห์ข้อมูลที่เจ้าให้ข้ามาแล้ว ข้ารู้สึกว่าไป๋ฉางชิงน่าจะเป็นคนประเภทอุดมคตินิยมอยู่บ้าง หลงใหลในบทกวีอย่างยิ่ง ถนัดในผลงานแนวโรแมนติก ท่วงท่าการปฏิบัติตนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เอนเอียงไปทางอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นข้าจึงเอนเอียงไปทางการสร้างสถานการณ์ให้เป็นการพบกันโดยบังเอิญ ตราบใดที่สถานะของพวกนางพอดูไปวัดไปวาได้ก็พอแล้ว ตัวอย่างเช่น คุณหนูจากตระกูลขุนนางฝ่ายบุ๋นสักคน"

เสิ่นฮ่าวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าการวิเคราะห์ของจูโซ่วไม่มีปัญหาอะไรมากนัก พบกันโดยบังเอิญ จากนั้นก็มาสานต่อเป็นรักต่างวัยในวัยชราอย่างนั้นหรือ เพียงแต่ว่าพล็อตเรื่องนี้มันน้ำเน่าไปหน่อย และยังดูย้อนขนบอยู่นิดๆ ด้วย

"ได้ เจ้าจัดการได้เลย มีอะไรที่ต้องการก็บอกข้าโดยตรงได้เลย"

"เงิน อย่างน้อยที่สุดต้องห้าหมื่นเหลี่ยง มิฉะนั้นข้าก็ไม่รับประกันว่าจะสามารถทำให้คนยินยอมพร้อมใจมอบสถานะให้พวกนางได้"

"ได้ ข้าจะให้เจ้าเพิ่มอีกหนึ่งหมื่นเหลี่ยง รวมเป็นหกหมื่นเหลี่ยง หวังว่าเจ้าจะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเรียบร้อย"

"อืม ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ อีกอย่าง อืม ยังมีอีกเรื่องหนึ่งอยากจะถามหน่อย"

"อืม ใต้เท้าจูเชิญพูด"

จูโซ่วดูเหมือนจะลังเลอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงพูดออกมา "ช่วงนี้ข้าได้ยินข่าวมาบ้าง ว่าท่านเจ้าสำนัก เขา ร่างกายเริ่มที่จะทนความเหนื่อยล้าไม่ไหวมากขึ้นเรื่อยๆ มีความคิดที่จะเกษียณแล้ว เบื้องบนดูเหมือนจะกำลังเสาะหาคนที่จะมารับตำแหน่งต่ออยู่ ข้าแม้ว่าในเมืองเฟิงยื่อนี้ ทั้งคุณสมบัติและความสามารถล้วนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ข้าก็กังวลว่าเบื้องบนจะแต่งตั้งคนลงมาโดยตรง

ดังนั้น จะพอช่วยข้าออกแรงหน่อยได้หรือไม่"

หลังจากที่จูโซ่วพูดจบ ก็จ้องมองเสิ่นฮ่าวด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม เขาก็จำเป็นต้องทำเช่นนี้จริงๆ เพราะมีข่าวลือออกมาแล้วว่าเมื่อใดที่เจ้าสำนักเกษียณไป เจ้าสำนักคนใหม่ก็จะเป็นคนที่เบื้องบนแต่งตั้งลงมา ไม่ใช่การเลื่อนตำแหน่งคนเก่าในเมืองเฟิงยื่อ ไม่แปลกเลยที่จูโซ่วจะร้อนใจ

เสิ่นฮ่าวยิ้มกล่าว "ใต้เท้าจู เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะรีบรายงานเรื่องนี้ขึ้นไป หากเบื้องบนตกลงที่จะช่วยท่าน ใต้เท้าจูก็ควรจะต้องแสดงอะไรออกมาบ้างกระมัง"

จูโซ่วกล้าเอ่ยปากเรื่องนี้ในวันนี้ เห็นได้ชัดว่าคิดมาดีแล้ว เขาพูดว่า "หากหน่วยชำระทมิฬช่วยให้ข้าได้นั่งในตำแหน่งเจ้าสำนักสำนักค้าทาสเมืองเฟิงยื่อ ข้าก็จะยอมรับข้อเสนอของพวกท่านก่อนหน้านี้ รับยศนายกองน้อยกองธงทมิฬของพวกท่าน"

"โอ้ เช่นนั้นก็ดียิ่งไปเลย"

เสิ่นฮ่าวพอใจกับ "การแสดงออก" ของจูโซ่วมาก ฟังดูเผินๆ เหมือนว่าจูโซ่วจะได้เปรียบ ได้รับยศนายกองน้อยของหน่วยชำระทมิฬไปเปล่าๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือการผูกมัดสถานะอย่างหนึ่ง และยิ่งไปกว่านั้นคือวิธีการแสดงความจงรักภักดีของคนที่มีสถานะสูงส่งอย่างจูโซ่วอยู่แล้วด้วย ก่อนหน้านี้คือการถูกบังคับ แต่ในอนาคตอาจจะเป็นการเต็มใจก็ได้

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 220 - สายลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว